<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;​ เร่งกรมราชทัณฑ์ฉีดวัคซีนโควิดเข็มสอง หลังฉีดเข็มแรกครบแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับผู้ต้องขังว่า ขณะนี้กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับผู้ต้องขังไปแล้ว 212,932 คน จากผู้ต้องขังทั้งหมด 284,190 คน โดยผู้ต้องขังอีก 71,258 คน เป็นผู้ติดเชื้อโควิดที่ต้องรอการฉีดวัคซีนหลังจากที่หายแล้ว 1-3 เดือน โดยทางกรมราชทัณฑ์ได้วัคซีนจากกรมควบคุมโรคมาทั้งหมด 226,040 โดส โดยในส่วนที่เหลือได้ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลแม่ข่ายเพื่อนำไปดำเนินการฉีดให้กับประชาชนต่อไป ในส่วนของการฉีดวัคซีนเข็มที่สอง ขณะนี้ฉีดให้กับผู้ต้องขังไปแล้ว 66,416 ราย ซึ่งวัคซีนเข็มที่สองกรมราชทัณฑ์จะได้รับจากกรมควบคุมโรค 226,040 โดส จะได้รับภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยตนได้กำชับให้กรมราชทัณฑ์นำวัคซีนแจกจ่ายให้ทุกเรือนจำเพื่อฉีดให้กับผู้ต้องขังทุกคน ซึ่งจะทำให้การควบคุมสถานการณ์โควิดภายในเรือนจำทำได้ง่ายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมได้เร่งให้กรมราชทัณฑ์เร่งแจกจ่ายวัคซีนให้แก่ทุกเรือนจำทันทีเมื่อเราได้รับวัคซีนมาจากกรมควบคุมโรค เพื่อให้การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในเรือนจำลดลงจนค่อยๆหมดไป เพราะจะทำให้การดูแลผู้ต้องขังเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น ตนยืนยันว่ากรมราชทัณฑ์ดูแลผู้ต้องขังทุกคนตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งผู้ต้องขังจะต้องได้รับวัคซีนครบทั้งสองเข็มโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ญาติพี่น้องเกิดความสบายใจต่อการดูแลของกรมราชทัณฑ์&amp;quot; นายสมศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119893</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมศักดิ์ เทพสุทิน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_61495dd7b0ebf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 07:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 07:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศในราชกิจจาฯ คลายล็อกดาวน์ ลดเคอร์ฟิวเหลือ 5 ทุ่ม-ตี 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16&amp;nbsp;ต.ค.64 -&amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 35) โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119874</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชกิจานุเบกษา, ล็อกดาวน์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612ef575d80c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2021 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2021 07:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ติดเชื้อโควิด 10,630 ราย เสียชีวิต 73 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.64 -&amp;nbsp;ศูนย์ข้อมูล COVID-19 เปิดเผยยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม 2564
รวม 10,630 ราย จำแนกเป็น
ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 9,881 ราย
ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 673 ราย
ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 67 ราย
ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 9 ราย
ผู้ป่วยสะสม 1,671,204 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน)
---------------------
หายป่วยกลับบ้าน 10,542 ราย
หายป่วยสะสม 1,544,906 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน)
ผู้ป่วยกำลังรักษา 110,128 ราย
---------------------
เสียชีวิต 73 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119211</URL_LINK>
                <HASHTAG>โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211009/image_big_6160e77e04df0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2021 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2021 07:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชลบุรี ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 488 ราย เสียชีวิต 4 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.64 - สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี - Chonburi PR สรุปรายงานสถานการณ์โควิด19ว่า &amp;nbsp;วันนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 488 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. Cluster เขตพื้นที่ทหารเรือ อำเภอสัตหีบ 9 ราย สะสม 1,207 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 กองนักเรียนจ่า นาวิกโยธิน 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 ข้าราชการทหารเรือ 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.3 ทหารเกณฑ์ 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. Cluster แคมป์คนงาน บริษัท ซี เอ แซด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) CAZ อำเภอพานทอง 7 ราย สะสม 36 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. Cluster แคมป์ก่อสร้าง บริษัท MRA (เขาคันธมาทน์) อำเภอสัตหีบ 5 ราย สะสม 5 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. Cluster ค้นหาเชิงรุกประมงพื้นบ้าน สะพานคณาศรีนุวัติ อำเภอสัตหีบ 4 ราย สะสม 54 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. Cluster บริษัท RMS ไซด์งานโรงไฟฟ้า บี.กริม เพาเวอร์ แหลมฉบัง อำเภอศรีราชา 4 ราย สะสม 13 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. สถานประกอบการในจังหวัดระยองหลายแห่ง 24 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. อาชีพเสี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก 19 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. บุคลากรทางการแพทย์ 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ให้ประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงต่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.1 จังหวัดระยอง 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.2 กรุงเทพมหานคร 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.3 จังหวัดอุดรธานี 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.1 ในครอบครัว 169 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.2 จากสถานที่ทำงาน 104 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.3 บุคคลใกล้ชิด 25 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.4 ร่วมวงสังสรรค์ 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน (อยู่ระหว่างสอบสวนโรค) 23 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12. อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 86 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ เริ่มจากแหล่งสถานบันเทิง สู่ครอบครัว มาสู่เพื่อนร่วมงาน มาสู่ชุมชนที่พักอาศัยพนักงาน แรงงาน ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงมาจากการทานข้าวร่วมกัน หรือมีกิจกรรมใกล้ชิด สังสรรค์แม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็ก 2-3 คนในเพื่อนสนิท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) ในสถานประกอบการ 79 แห่ง และตลาด 5 แห่ง แคมป์คนงานก่อสร้าง 10 แห่ง และชุมชน 4 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอความร่วมมือ ตลาดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ผู้ค้าหรือลูกจ้าง ไม่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ค้าหรือลูกจ้างร้านอื่น ๆ ไม่ทานอาหารใกล้ชิดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ไม่สังสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ป่วยต้องหยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ทำความสะอาดห้องน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะจุดสัมผัสร่วม หลังออกจากห้องน้ำต้องล้างมือทุกครั้ง ไม่ใช้มือจับหน้าโดยไม่ล้างมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ใส่แมสก์ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. เมื่อมีผู้ติดเชื้อในตลาด หากมีการตรวจเชิงรุก ขอให้รับการตรวจเชิงรุกทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. เมื่อมีการปิดตลาด ขอความร่วมมือผู้สัมผัส หรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้หยุดอยู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ไม่รับแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่เสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เสียชีวิตรายใหม่ทั้ง 4 รายของวันนี้ มีอายุเฉลี่ย 65 ปี ซึ่งทุกรายเป็นผู้สูงอายุ สัมผัสในครอบครัวของผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า มีปัจจัยเสี่ยงร่วมที่ทำให้ความรุนแรงของโรคที่นำไปสู่การเสียชีวิต คือการมีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคไตเรื้อรัง วัณโรค เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง หอบหืด หัวใจ และทุกรายไม่พบประวัติการรับวัคซีน ดังนั้น การฉีดวัคซีนจะช่วยป้องกันไม่ให้ป่วยหนัก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรังควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 เนื่องจากบุคคลกลุ่มนี้มีอัตราป่วยหนักหรือเสียชีวิตจากโรคโควิด 19 มากกว่ากลุ่มอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119210</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211009/image_big_6160dfc0db710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล เผยสหราชอาณาจักรถอนไทยออกจาก &#039;บัญชีแดง&#039; ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยต่อกรณีรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ประกาศปรับหรือลดจำนวนประเทศหรือดินแดนที่อยู่ใน &amp;ldquo;บัญชีสีแดง&amp;rdquo; หมายถึง ประเทศและดินแดนที่มีความเสี่ยงสูงในการเดินทางไปเยือน ลดลงจาก 54 ประเทศ เหลือ 7 ประเทศ โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกปลดออกจากบัญชีแดง จะเริ่มมีผลตั้งแต่ เวลา 04.00 น. ของวันที่ 11 ต.ค.64 ตามเวลาสหราชอาณาจักร นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อประเด็นดังกล่าว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ขอบคุณประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกหน่วยงานที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามการดำเนินนโยบายของรัฐบาลเป็นอย่างดี และเชื่อมั่นว่าเป็นความสำเร็จจากความมุ่งมั่นของรัฐบาลต่อมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคที่ได้สร้างความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่านายกรัฐมนตรีได้หารือกับ นายมาร์ก กุดดิง (H.E. Mr. Mark Gooding) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2564 ซึ่งในระหว่างการหารือนั้น เอกอัครราชทูตได้ชื่นชมการดำเนินนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทยในประเด็นเพื่อต่อสู้กับความท้าทายโรคไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 รวมทั้งนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร นายบอริส จอห์นสัน ได้ฝากความปรารถนาดีมายังนายกรัฐมนตรีไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่ไทยได้รับความไว้วางใจ เป็นสัญญาณที่ดีต่อการดำเนินนโยบายของไทย และเชื่อมั่นว่ามาตรการดังกล่าวของสหราชอาณาจักรจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ประสงค์เดินทางด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ รวมทั้งส่งผลให้เห็นแนวทางการดำเนินชีวิตได้ตามปกติภายใต้ &amp;ldquo;วิถีใหม่&amp;rdquo; นายธนกรฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง การปลดชื่อประเทศไทยออกจากบัญชีแดงจะส่งผลแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่ 1 ผู้ที่เดินทางจากประเทศไทย ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด - 19 ครบโดสของ 4 ยี่ห้อที่สหราชอาณาจักรรับรองไม่น้อยกว่า 14 วัน ได้แก่ 1. แอสตร้าเซเนก้า 2. ไฟเซอร์ 3. โมเดอร์นา และ 4. แจนเซน หรือ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จะสามารถเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรได้โดยไม่ต้องกักตัว กรณีที่ 2 ผู้ที่ยังได้รับการฉีดวัคซีนโควิด - 19 ไม่ครบโดส หรือได้รับวัคซีนโควิด - 19 ที่สหราชอาณาจักรไม่รับรอง ยังคงต้องเข้ารับการตรวจโควิด - 19 จำนวน 1 ครั้ง 3 วันก่อนเดินทางเข้าสหราชอาณาจักร และต้องกักตัวที่บ้านหรือโรงแรมเป็นระยะเวลา 10 วัน พร้อมกับตรวจหาโควิด - 19 ในวันที่ 2 และ 8 หลังมาถึง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119171</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c9856bd5d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศแล้ว มหาดไทย ไฟเขียวนักท่องเที่ยวต่างชาติ อยู่ไทยได้สูงสุด 9 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่เป็นการสมควรอนุญาตให้คนต่างด้าวซึ่งผ่านการตรวจดำเนินการตามมาตรการควบคุมการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19(Coronavirus Disease 2019(COVID-19))ตามที่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด เข้ามาท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาว (Long Stay) ในราชอาณาจักรเพื่อ เป็นการนำร่องฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๗/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมผู้รักษาการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอ านาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคมพุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายนพ.ศ. ๒๕๖๔ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ๑ คนต่างด้าวที่มีคุณสมบัติ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.๑ เป็นบุคคลต่างด้าวที่ประสงค์จะเดินทางมาพำนักระยะยาว(Long Stay)ในราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.๒ ยอมรับการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 และยินยอมกักตัวในสถานกักกัน ซึ่งทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.๓ มีหลักฐานสถานที่พำนักระยะยาวในราชอาณาจักร(Long Stay)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.๓.๑ หลักฐานการชำระเงินค่าโรงแรมที่พักที่เป็นสถานที่กักกันซึ่งทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.๓.๒ หลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.๓.๒.๑ หลักฐานการชำระเงินค่าโรงแรมที่พักที่จะใช้เป็นที่พักหลังจากออกจากโรงแรมที่พักที่เป็นสถานที่กักกัน ซึ่งทางราชการกำหนด ตามระยะเวลาที่ประสงค์จะพำนักระยะยาว(Long Stay) ในราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.๓.๒.๒ หลักฐานสำเนาโฉนดห้องชุดของที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลต่างด้าวหรือบุคคลในครอบครัวของบุคคลต่างด้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.๓.๒.๓ หลักฐานการเช่าที่พักประเภทคอนโดมิเนียมหรือบ้านพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.๓.๒.๔ หลักฐานการชำระเงินการซื้อหรือเช่าซื้อที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมที่บุคคลต่างด้าวสามารถซื้อหรือเช่าซื้อได้ตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.๔ หลักฐานกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่คุ้มครองการตรวจรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19(Coronavirus Disease 2019(COVID- 19)) ในวงเงิน๑๐๐,๐๐๐ USD ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในประเทศไทย รวมถึงการทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุของไทยคุ้มครองตลอดระยะเวลาที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยมีจำนวนเงินประกันภัยสำหรับค่ารักษาพยาบาล กรณีผู้ป่วยนอกไม่น้อยกว่า ๔๐,๐๐๐ บาท และกรณีผู้ป่วยในไม่น้อยกว่า๔๐๐,๐๐๐ บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๒ บุคคลต่างด้าวตามข้อ ๑ ที่ผ่านการดำเนินการตามมาตรการควบคุมการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19(Coronavirus Disease 2019(COVID- 19)) ตามที่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกกำหนด มีสิทธิขอรับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa(STV) สำหรับใช้ได้ครั้งเดียวจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ โดยเสียค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราครั้งละ๒,๐๐๐ บาทได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เป็นเวลา ๙๐ วัน นับแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การตรวจลงตรา ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามที่กระทรวงการต่างประเทศกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๓ ภายหลังจากที่ครบกำหนดเวลาอนุญาตตามข้อ ๒ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจอนุญาตให้อยู่ต่อไปได้อีกสองครั้ง ครั้งละเก้าสิบวัน โดยคนต่างด้าวต้องยื่นคำขอตามแบบ และเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยไม่สามารถเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราได้ และให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนดแนวทางปฏิบัติในการพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ต่อในราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่มีผู้ยื่นคำขออยู่ต่อก่อนวันที่ประกาศนี้สิ้นผลใช้บังคับและอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุญาตของเจ้าหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาอนุญาตได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๔ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๕&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118511</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนต่างด้าว, นักท่องเที่ยว, หมาดไทย, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612ef575d80c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระวัฒน์&#039; แนะฉีดวัคซีนเข้าผิวหนัง ได้ผลเท่ากัน-ลดผลข้างเคียง-ประหยัดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก หัวข้อ &amp;ldquo;มีวัคซีนน้อย&amp;hellip;ฉีดแบบเข้าชั้นผิวหนังเพียงพอทั้งประเทศทันที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ขาดแคลนวัคซีนอย่างหนักกระจายได้ไม่ทั่วนัก อีกทั้งยังต้องฉีด บูสเพิ่มอีกเข็มสำหรับคนเสี่ยงสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ได้ผลเท่ากับการฉีดเข้ากล้ามเนื้อประหยัดวัคซีนได้อย่างน้อยห้าเท่า ผลข้างเคียงน้อยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นทางออกในเด็กและผู้ใหญ่ทุกอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเทศไทย การฉีดเข้าชั้นผิวหนัง (intradermal หรือ ID) เริ่มต้นในปี 1987 โดยพวกเราคนไทยเองแก้ปัญหาวัคซีนไม่พอสำหรับป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ดังนั้นใช้กลวิธีฉีดเข้าชั้นผิวหนัง (intradermal) โดยใช้ปริมาณ 0.1 ซีซีแทนที่จะใช้ 0.5 ซีซีหรือ 1.0 ซีซี (แล้วแต่ยี่ห้อ) เข้ากล้าม (intramuscular หรือ IM) และนำไปสู่การใช้ในประเทศไทยในปี 1988 และนำเสนอต่อองค์การอนามัยโลกจนกระทั่งยอมรับใช้ทั่วโลกในปี 1991 และการประชุมล่าสุดในปี 2017 ยังเป็นที่รับรองจนถึงปัจจุบันโดยได้ผลเท่ากันทั้งการกระตุ้นภูมิ (immunogenicity) และประสิทธิภาพในการป้องกันโรค (efficacy)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลไกในการออกฤทธิ์การฉีดเข้าชั้นผิวหนังของวัคซีนพิษสุนัขบ้าซึ่งเป็นเชื้อตายจะผ่านกลไกที่เรียกว่า Th2 แทนที่จะเป็น Th1 และเราได้รายงานในวารสารวัคซีนในปี 2010 และบรรจุในคู่มือ WHO จนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวัคซีนโควิดขณะนี้เรามีทั้งวัคซีนเชื้อตาย ชิโนแวค ชิโนฟาร์ม และฝากกับไวรัสเป็น เช่น แอสตร้า เจเจ สปุ๊ตนิค ชนิด mRNA ไฟเซอร์ โมเดนา และแบบชิ้นโปรตีนย่อย ใบยา โนวาแวคซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางที่น่าจะเป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1- คนเสี่ยงสูงสุดที่ได้ชิโนแวค IM ไปแล้วสองเข็มต่อด้วยแอสตร้า ID 1 จุด 0.1 ซีซี(มีข้อมูลแล้ว) และกันสายพันธุ์หลากหลายได้ และประเทศจีนมีการศึกษารายงานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2- คนทั้งประเทศปรับเปลี่ยนเป็นการฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ID ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อตาย หรือชนิดอื่น ทั้งนี้โดยที่รายงานจากเนเธอร์แลนด์แสดงว่าการฉีดเข้าชั้นผิวหนังของวัคซีน mRNA ในปริมาณน้อยกว่าธรรมดา 5 ถึง 10 เท่า (10 หรือ 20 ไมโครกรัม) แทนที่จะเป็น 100 แบบ IM ได้ผลเช่นกัน นั่นก็คือหนึ่งโดสฉีดได้กลายเป็น 10 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3-คนที่ได้รับการฉีดแบบเข้ากล้าม หรือ IM ไปแล้ว ฉีดให้ครบสูตรทั้งสองเข็ม ไม่สลับ IM ID ในเข็ม 1 และ 2 แต่กระตุ้น เข็ม 3 เป็น ID ได้เช่นเดียวกันคนฉีดเข้าชั้นผิวหนัง ID ก็ชั้นผิวหนังตลอดทั้งเข็มหนึ่งและเข็มสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าได้วัคซีนมา 1,000,000 โดสก็จะกลายเป็น 10 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราสามารถเก็บข้อมูลตามข้อมูลในขณะที่เริ่มการฉีดเข้าชั้นผิวหนังได้ทันทีเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การฉีดเข้าชั้นผิวหนังเหมือนกับการฉีดวัคซีนบีซีจีในเด็กแรกเกิด หรือการฉีดดูปฏิกิริยาวัณโรค (tuberculon test)หรือฉีดในคนที่แพ้ฝุ่นเป็นต้น (desensitization)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ใช้ขณะนี้ ก็มีชนิดที่ฉีดเข้าชั้นผิวหนังอยู่แล้ววัคซีนไข้เหลือง ตับอักเสบบีและอื่นๆเป็นการใช้เข้าชั้นผิวหนังอยู่แล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118510</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, วัคซีนโควิด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3e9bbd237d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
