<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระไพศาล&#039; โพสต์ขอบคุณคำอวยพรวันเกิด น้อมรับเสียงวิจารณ์ที่มิใช่กัลยาณมิตร แต่ถือเป็นการ &#039;ชี้ขุมทรัพย์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.63 - พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล&amp;nbsp;นักเผยแผ่พระพุทธศาสนา เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต และประธานมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา โพสต์ข้อความว่า&amp;nbsp;ขอบคุณสำหรับคำอวยพรของทุกท่านเนื่องในวันเกิดของอาตมา (10 พ.ค.) หลายท่านได้ใช้โอกาสนี้ทำความดีเพื่อเป็นอาจาริยบูชา เช่น สวดมนต์ ทำสมาธิ ปลูกต้นไม้เพื่อส่วนรวม รวมทั้งทำบุญเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ขออนุโมทนาในบุญกิริยาดังกล่าวของทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณอีกเช่นกันสำหรับคำชื่นชมสรรเสริญเนื่องในโอกาสดังกล่าว อย่างไรก็ตามนอกจากคำชื่นชมสรรเสริญแล้ว หากวันหน้ามิตรสหายและศิษยานุศิษย์จะมีคำตำหนิ ติติง ทักท้วงหรือคำวิจารณ์ อาตมาก็จะน้อมรับ เพราะตระหนักดีว่าตนเองไม่ใช่คนสมบูรณ์พร้อม ย่อมมีข้อผิดพลาด ทั้งในเรื่องส่วนตัวและการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีกัลยาณมิตรมาคอยชี้แนะทักท้วง อาตมาจะถือว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นการ &amp;ldquo;ชี้ขุมทรัพย์&amp;rdquo; ดังคำของพระพุทธองค์ ที่จริงแม้กระทั่งคำตำหนิหรือคำวิจารณ์ของผู้อื่นที่มิใช่กัลยาณมิตร ก็สมควรที่จะมองว่าเป็นการชี้ขุมทรัพย์เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ขออวยพรให้ทุกท่าน มีพลานามัย ปลอดภัย ไกลทุกข์ มีสุขเป็นนิจ จิตผ่องใส อยู่ในอารักขาของธรรมเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65651</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระไพศาล วิสาโล, เครือข่ายพุทธิกา, เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต, โควิดคือของขวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200511/image_big_5eb93da8c746b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รสนา&#039; ป้อง &#039;พระไพศาล&#039; เป็นนักสันติวิธีจุดยืนชัดเจนแล้วจะเทศน์แบ่งแยกทางชนชั้นได้หรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.63 - น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีพระไพศาลสอนธรรมะให้แง่คิดจากวิกฤติโควิด-19 ในหัวข้อ &amp;quot;โควิด คือ ของขวัญ&amp;quot; แต่กลับถูกนักเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างพระมหาไพรวัลย์ พระเซเลบโลกโซเชียล และ&amp;nbsp;ลักขณา ปันวิชัย หรือ คำผกา&amp;nbsp;พิธีกรปากกล้าช่องวอยซ์ทีวี โจมตีว่าสอนธรรมะเอื้อประโยชน์ชนชั้นกลาง ไม่เห็นหัวอกคนไม่มีจะกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.รสนา กล่าวว่า การทำกิจและการทำจิตของพระไพศาล วิสาโล ดิฉันรู้จักกับพระอาจารย์ไพศาล วิสาโลตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์ เป็นเวลากว่า40ปี มาแล้ว ท่านเป็นนักเรียนทุน สอบเข้าได้เป็นที่หนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญคือท่านเป็นคนลึกซึ้งมาก สนใจปัญหาสังคม การเมือง และการเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยสันติวิธีมาตั้งแต่สมัยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 2519 ท่านยังเป็นน.ศ.ปี 2 ทำกิจกรรมชมรมพุทธศาสตร์และประเพณี และได้เข้าร่วมการประท้วงรัฐบาลตามวิถีสันติแบบมหาตมะคานธีด้วยการอดอาหาร ท่านจึงถูกทุบตีและถูกจับกุมคุมขังเหมือนเพื่อนน.ศ.อื่นๆที่ปักหลักอยู่ในรั้วธรรมศาสตร์ แต่เนื่องจากมิใช่แกนนำสำคัญท่านจึงได้รับการปล่อยตัวออกมา และร่วมกับผู้นำศาสนาต่างๆก่อตั้งกลุ่มประสานงานศาสนาเพื่อสังคมทำงานประสานรอยร้าวทางสังคมด้วยสันติธรรมและสันติวิธี งานหลักของท่านตอนนั้นก็คือ การประสานความร่วมมือกับองค์การนิรโทษกรรมสากลในอังกฤษโดยไดัรับความช่วยเหลืออย่างดีกับเพื่อนชาวอังกฤษที่ทำงานอยู่ในองค์การยูเนสโก กล่าวได้ว่าพระอาจารย์ไพศาลเริ่มบทบาทเป็นนักเคลื่อนไหวสันติวิธีระดับระหว่างประเทศตั้งแต่ยังเป็นน.ศ.ปี3และทำงานด้านนี้ต่อมาอย่างแข็งขันหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว ในท่ามกลางการปิดกั้นสิทธิ เสรีภาพแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในยุคมืดสนิทเวลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านเป็นผู้เคลื่อนไหวหลักในการยื่นจดหมายเรียกร้องขอให้รัฐบาลเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เมื่อปี2521 ปล่อยนักโทษการเมือง ซึ่งนักโทษการเมืองยุค 6ตุลา 2519 ได้แก่ สุธรรม แสงประทุม ธงชัย วินิจจกุล วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ อภินันท์ บัวหภักดี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การทำงานด้านมนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน และสันติวิธี บ้างครั้งก็ทำให้นักกิจกรรมทางสังคมอย่างท่านเกิดความทุกข์ใจ ท้อใจ หรือถึงกับมีโทสจริตเกิดความขัดแย้งในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความที่ท่านเป็นคนลึกซึ้ง ท่านจึงได้มาบวชเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านใน จากความตั้งใจบวชเพียง 3 เดือนในปี 2526 กลายเป็นการบวชยาวนานกว่าชีวิตฆราวาสของท่าน การบวชของท่านไม่ใช่การหนีปัญหา แต่คือการเผชิญปัญหาด้วยคุณภาพของจิตใจที่มีกำลังในการรับมือกับความทุกข์ภายใน ดังที่ท่านมักพูดเสมอว่า การ&amp;rdquo;ทำกิจ&amp;rdquo;เพื่อสังคม ต้องประกอบกับการ&amp;rdquo;ทำจิต&amp;rdquo;ด้วยความปล่อยวางทั้งความโกรธ ความเกลียด ความคับแค้นใจ ที่สังคมไม่ได้เปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างที่เราปรารถนาง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักสันติวิธีในสังคมแห่งการแบ่งขั้ว มักจะถูกเล่นงานจากฝ่ายสุดโต่ง (Extremist)ที่มองผู้คนเป็นฝักฝ่ายว่า ไม่มีจุดยืน ทั้งที่ท่านไพศาลมีจุดยืนอย่างชัดเจนตามหลักโอวาทปาติโมกข์ว่า ต้องไม่พูดร้าย ต้องไม่ทำร้าย มีขันติธรรมใจกว้างรับฟังความเห็นที่แตกต่างอย่างลึกซึ้ง คนที่นำประเด็นโควิดมาโจมตีท่านว่าเอียงข้างชนชั้นกลาง คงอาจไม่ทราบว่าท่านเองก็เคยถูกโจมตีว่าเอียงข้างโรฮิงญา ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เป็นชนกลุ่มที่ยากจนที่สุดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นกลุ่มชนชายขอบของโลกที่ถูกเหยียบย่ำความเป็นมนุษย์มากที่สุด จนไม่มีที่ยืนอยู่ในโลกใบนี้ บุคคลที่ยืนหยัดอยู่ข้างเพื่อนมนุษย์ผู้ยากไร้ที่สุด ต่างเผ่าพันธุ์ ต่างความเชื่อ เช่นนี้น่ะหรือจะเทศนาเพื่อการแบ่งแยกทางชนชั้น?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระไพศาลเทศน์เรื่อง &amp;rdquo;โควิดเป็นของขวัญ&amp;rdquo; กับญาติโยมในวัด นั้นเป็นภาษาธรรมที่แสดงแก่ชาวพุทธกลุ่มหนึ่งที่กำลังมีปัญหาทางจิตใจเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด ว่าการไปไหนไม่ได้ ก็ทำให้มีเวลาเป็น ของขวัญ เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากเวลา และทำใจรับสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาด้วยใจที่ยอมรับ คือ&amp;rdquo;การทำจิต&amp;rdquo;กับสถานการณ์ทุกอย่างที่มากระทบ ไม่ว่าพอใจ หรือไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่ใช่เอาข้อความประโยคเดียว เรื่องเดียวที่พูดในมุมเฉพาะไปโจมตีท่านว่าพูดให้คนรวย คนชั้นกลางที่ไม่เดือดร้อนจากปัจจัยยังชีพฟัง โดยไม่เห็นความลำบาก ทุกข์ยากของคนจนที่ไม่มีปัจจัยเลี้ยงชีพและตกงานเพราะโรคโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากบอกว่าบทเทศน์เรื่อง โควิดคือของขวัญ เป็นเรื่อง &amp;ldquo;การทำจิต&amp;rdquo; ท่านไม่ได้แค่พูดเทศนาลอยๆ เพ้อเจ้ออยู่กับทุ่งลาเวนเดอร์ อย่างที่มีการโจมตีท่านในโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านให้ความสำคัญกับประเด็นปัญหาโควิดในฐานะที่เป็นปัญหาทางโลกที่ส่งผลกระทบต่อคนจน ในส่วนของ &amp;ldquo;การทำกิจ&amp;rdquo; ของท่าน ซึ่งมีอยู่อย่างมากมายก่อนปัญหาโควิด ท่านผลักดันให้มีการช่วยเหลือ แบ่งปันกันอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง งานของเครือข่ายพุทธิกาที่ท่านเป็นหลัก ได้รวบรวมอาสาสมัครในการทำงานทางสังคมเพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งการให้ การช่วยเหลือ และแบ่งปัน เช่น การมีอาสาสมัครไปช่วยบริการ อำนวยความสะดวกผู้ป่วย(นอก)ที่ร.พประสาท เป็นกิจกรรมเล็กๆแต่ให้ความสุขกับอาสาสมัครที่ได้ทำประโยชน์ และผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยสูงอายุที่ลำบากในการช่วยเหลือตัวเอง มีความสุขที่ได้รับการดูแล ช่วยเหลือ และเจ้าหน้าที่ของร.พ ก็ได้ผ่อนเบาภาระ และได้รับความรู้สึกที่ดีจากคนไข้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมทางสังคมในการช่วยเติมเต็มช่องว่างทางสังคมของท่าน ไม่ว่าจะเป็นโครงการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย การอบรมอาสาสมัครมาช่วยดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย เพื่อให้ผู้ป่วยที่กำลังจากโลกนี้ไป จากไปด้วยความอบอุ่น ไม่อ้างว้างเดียวดาย เป็นการสร้างสังคมแห่งการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ท่านทำให้อาสาสมัครในหลากหลายกิจกรรมได้พบว่าความสุขจากการให้ มีความลึกซึ้งเหนือกว่าความสุขจากการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการปกป้องผืนป่าลุ่มน้ำลำปะทาว ท่านได้ร่วมกับหลวงพ่อคำเขียนเดินธรรมยาตราทุกปีเป็นเวลา 20 ปีโดยตัวท่านเองนำเดินเท้าเปล่าเป็นระยะทางนับร้อยกิโลเมตรเพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของผืนป่าอีสานที่นับวันจะถูกทำลายให้ลดน้อยลงไปทุกที นอกจากนี้ในแต่ละปีท่านร่วมกับชาวบ้านออกดับไฟป่าซึ่งเป็นงานที่หนักและเสี่ยงชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นท่านยังเคยนำพุทธบริษัทเดินธรรมยาตราอนุรักษ์พื้นที่รอบทะเลสาปสงขลามาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีผู้คนยากไร้ที่ประสบความทุกข์สาหัสจากโควิด เพราะปัจจัยยังชีพ นอกจากบทเทศน์ที่ยกตัวอย่างหลายประเทศที่ช่วยเหลือกันในยามวิกฤติ ท่านในฐานะประธานได้มอบหมายแนวทางกิจกรรมให้เครือข่ายพุทธิกาดำเนินการในโครงการ ปันกันอิ่ม ซึ่งเป็นการ&amp;rdquo;ทำกิจ&amp;rdquo; ของท่าน โดยท่านได้เทศน์เล่ากิจกรรมดังกล่าวในชื่อ &amp;ldquo;อยากทำดีเพราะมีตัวช่วย &amp;ldquo; ที่วัดป่ามหาวัน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 ตอนหนึ่งว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนที่จะเกิดวิกฤตโควิด เครือข่ายพุทธิกาก็มีโครงการนี้อยู่แล้วเรียกว่า ปันกันอิ่ม ชื่อคล้ายๆกันแต่ว่าคนที่ไปติดต่อร้านค้าต่างๆเป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิของเครือข่ายพุทธิกา แต่ว่าโครงการปันความอิ่มเขาไม่มีคน เขาก็เลยใช้วิธีเชิญชวนคนสนใจไปเป็นจิตอาสาที่จะไปติดต่อร้านค้าให้มาร่วมโครงการนี้ วิธีนี้ทำให้โครงการนี้กระจายไปได้กว้าง เพราะว่าคนที่อยากจะเป็นจิตอาสามีอยู่ทั่วประเทศ เขาก็ไปติดต่อร้านค้าที่รู้จักเพราะอยู่ใกล้บ้าน เขาก็มีร้านเจ้าประจำอยู่แล้วที่เขาไว้เนื้อเชื่อใจ ก็ไปถามเจ้าของร้าน ถามแม่ค้าว่าสนใจไหม ใช้ความคุ้นเคยกันจากความเป็นลูกค้า มากินประจำ ทำให้มีความไว้วางใจ รู้ว่าไม่มาหลอก ก็ทำให้อยากจะช่วย วิธีนี้ทำให้ความมีน้ำใจของคนเรามันแพร่กระจายไปกว้างขวาง คนเราบางครั้งอยากจะช่วย แต่ถ้าไม่มีตัวช่วย ไม่มีปัจจัยสนับสนุน ความมีน้ำใจก็จำกัดวงแคบๆ แต่พอมีปัจจัยสนับสนุนหรือตัวช่วยแบบนี้ มันก็เป็นกำลังทำให้ความเมตตากรุณาได้แพร่กระจายไปกว้างๆ เมืองไทย คนไทยถ้ามีตัวช่วย ตัวสนับสนุนแบบนี้มากๆ คนก็จะเอื้อเฟื้อกันมากขึ้น แล้วคนเห็นแก่ตัวก็จะน้อยลง ๆ จากคนที่เห็นแก่ตัวเขาเห็นแบบอย่างว่า มีคนทำดี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความรู้สึกนึกคิดก็เปลี่ยนไป กลายเป็นว่าอยากทำความดี เพื่อผู้อื่นบ้าง เพราะฉะนั้นเรื่องการทำความดี เราจะอาศัยน้ำใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมช่วย ทั้งธรรมเนียม วัฒนธรรม การหล่อหลอม การเลี้ยงดู และปัจจัยสนับสนุนอย่างที่ว่าด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รสนา กล่าวอีกว่า สิ่งพระอาจารย์ไพศาลทำมาตลอดไม่ว่าเป็นการกระทำ หรือคำเทศนา จะสอดรับอยู่ตลอดคือ &amp;ldquo;การทำกิจ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การทำจิต&amp;rdquo; โดยเฉพาะนักกิจกรรมทางสังคม การหวังเปลี่ยนแปลงสังคม ต้องประกอบด้วยการ &amp;ldquo;ทำกิจ&amp;rdquo;อย่างมุ่งมั่น สุจริต และการจะทำกิจได้อย่างถูกต้อง ไม่เบี่ยงเบนไปจากเป้าหมาย ก็ต้องมีการ &amp;ldquo;ทำจิต&amp;rdquo;ควบคู่กันไป มิเช่นนั้นแล้ว การทำกิจที่ดี อาจถูกกิเลสลากพาไปสู่การทุจริต คอร์รัปชัน ถ้าการทำจิตไม่เข้มแข็ง หรือการทำกิจ ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ก็อาจนำไปสู่จิตที่ท้อแท้ ขุ่นเคือง คับข้องใจ จนต้องระบายสู่คนรอบข้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำกิจ และการทำจิตจึงเปรียบได้กับ ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาได้กว้างใหญ่ไพศาลมากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับรากของต้นไม้นั้นว่าจะหยั่งลึก และแผ่ไพศาลอยู่ในเนื้อดินได้มากน้อยแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันเชื่อเช่นเดียวกับสาธุชนทั่วไปว่ากรณีวิวาทะเรื่องโควิด จะเป็นของขวัญอันประเสริฐสำหรับการ&amp;rdquo;ทำจิต&amp;rdquo;ของพระอาจารย์ไพศาลและชาวพุทธทั้งหลายด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65623</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คำผกา, พระมหาไพรวัลย์, พระไพศาล วิสาโล, รสนา โตสิตระกูล, อดีต ส.ว., โควิดคือของขวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac74ee239070.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือดอีก! &#039;ดร.สุวินัย&#039; ตอก &#039;คำผกา&#039; หน้าหงายใช้เสรีภาพระรานคนเห็นต่าง-ป้ายสี &#039;พระไพศาล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;สถาบันทิศทางไทย-Thai Move Institute&amp;quot; เผยแพร่บทความเรียบเรียงโดย&amp;nbsp;ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีพระไพศาลสอนธรรมะให้แง่คิดจากวิกฤติโควิด-19 ในหัวข้อ &amp;quot;โควิดคือ ของขวัญ&amp;quot; แต่มีกลุ่มการเมืองนำไปวิพากษ์วิจารณ์จนละเลยเจตนาของการเทศน์ ทั้งพระมหาไพรวัลย์ และ ลักขณา ปันวิชัย หรือ คำผกา นักเขียนและพิธีกรปากกล้าประจำช่องวอยซ์ทีวีของตระกูลชินวัตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุวินัย กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าคำผกาไม่รู้บริบทคำพูดของพระไพศาลหรอก เพราะมันไม่ได้ยากเกินกว่าที่จะรู้ แต่แค่อยากหาเรื่องด่า แล้วก็เอาไปขยายความให้คนอื่นมาด่าต่อ เมื่อปี 2553 ก็ใส่ร้ายพระไพศาลอย่างเลวร้ายและหยาบคาย แล้วสาวกและสื่อในเครือก็เอาไปปั่นกันสนุกสนาน มันไม่ใช่ว่าห้ามวิจารณ์พระ หรือพระไพศาลต้องถูกทุกเรื่อง โต้แย้งไม่ได้ คนดีห้ามวิจารณ์ แต่สิ่งที่คำผกาทำกับพระไพศาลตั้งแต่ปี 53 มันไม่ใช่การวิจารณ์ ไม่ใช่กระทั่งการด่าทอ แต่คือการจงใจใส่ร้ายแบบเติมแต่งขึ้นมาเอง ตีขลุมเอาเอง มโนขึ้นมาเอง ให้เป็นไปตามธงที่ตัวเองตั้งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมยังเอามาพูดอย่างภาคภูมิใจว่าปี 53 ก็ด่าพระไพศาลมาแล้ว ราวกับว่าแค่ด่าก็ชนะแล้ว ฉันแน่มาก โดยไม่ต้องสนใจว่าสิ่งที่ตัวเองด่า (ป้ายสี) คนอื่นจะเป็นความจริงหรือเปล่า เป็นธรรมกับเขาไหม พยายามให้พระไพศาลเป็นคนจิตใจอำมหิต เลือดเย็น ไม่เห็นใจความทุกข์ยากของคน เป็นพระสลิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระไพศาลเป็นพระที่พูดเรื่องความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้างมากที่สุดในประเทศนี้แล้ว แถมขับเคลื่อนภาคสังคมอีกไม่รู้กี่เรื่องในช่วงที่ผ่านมา แต่ &amp;ldquo;ปัญญาชน&amp;rdquo; กลุ่มนี้ก็ยังหาเรื่องด่า (ใส่ร้าย) ไม่เว้นแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วสาวกก็เฮโลเชื่อตามและสื่อในเครือก็เอาไปขยายความต่อ (ตามสูตร) ที่เหลือเชื่ออีกเรื่องคือเอาไปปั่นหูกันว่า พระไพศาลบอกว่าคนเสื้อแดงต้องรับกรรมที่โดนปราบปี 53 เพราะว่าคนเสื้อแดงไปสนับสนุนทักษิณให้ฆ่าตัดตอน ... คือป้ายสีได้ชั่วร้ายจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ วิธีคิดของคนกลุ่มนี้ไม่มีอะไรมาก คือหมั่นไส้ชนชั้นกลาง (แม้ว่าตัวเองก็เป็นชนชั้นกลาง และใช้ชีวิตเหมือนชนชั้นกลางทั่วไป) ถ้าชนชั้นกลางชอบหรือให้ค่ากับอะไร (หรือเกลียดอะไร) ฉันจะต้องอยู่ฝั่งตรงข้าม ต้องหาเรื่องมาด่า ต้องหาแง่มุมมาเหยียด โดยไม่ต้องแยกแยะอะไร ด่าแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองสูงส่ง ลึกซึ้ง มีจิตสำนึกสูงกว่ามนุษย์ทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา คนกลุ่มนี้บอกว่าฝ่ายอนุรักษ์ หรือสลิ่ม หรือชนชั้นกลาง ชอบล่าแม่มด ชอบสร้างภาพปีศาจให้คนอื่น แต่ความจริงคือฝั่งที่บอกว่าตัวเองเห็นคนเท่ากัน ก็ชอบล่าแม่มดและสร้างปีศาจชั่วร้ายไม่ต่างกันเลย และก็ทำมาตลอด ฝ่ายหนึ่งอวดอ้างความดีไปทำร้ายคนอื่น อีกฝ่ายก็อวดอ้างสิทธิ/เสรีภาพ/ประชาธิปไตย/คนเท่ากันไปทำร้ายคนอื่น ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย ชั่วพอกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่ความเป็นธรรมให้คนอื่นยังไม่มี แล้วจะไปเรียกร้องความเป็นธรรมในสังคม ตลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่คนอื่นแสดงออกไม่เหมือนกับที่ตัวเองอยากให้แสดงออก คิดไม่ตรงกับที่ตัวเองคิด (บางทีคิดเหมือนกันด้วยซ้ำ แค่แสดงออกไม่เหมือนเท่านั้น) ก็เที่ยวบดขยี้ ระราน รังแก ป้ายสี เหยียดเขาไปทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แค่เขาไม่ด่าอย่างที่ตัวเองอยากให้ด่า ก็ไปด่าเขา แค่เขาไม่เกลียดอย่างที่ตัวเองเกลียด ก็ไปประณามเขา แล้วก็เรียกตัวเองว่าเสรีชน เห็นคนเท่ากัน ไม่อยู่ในกะลา ตลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากมิตรสหายท่านหนึ่ง...เท่าที่ติดตามฟังเทศน์พระอาจารย์ไพศาลมาหลายปี ท่านมีธีมหลัก ๆ อยู่ไม่กี่เรื่อง เรื่องแรกคือ &amp;quot;หาข้อดีในเรื่องร้าย&amp;quot; นั่นคือการปลูกทัศนคติ ให้มองเป็น ให้เห็นธรรม บนฐานความจริง โดยไม่เอาทุกข์ไปโถมให้ขาดสติจนแก้ไขปัญหาไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกแก่นหนึ่งคือ &amp;quot;ยอมรับความจริง&amp;quot; ท่านพูดถึงจุดนี้ก่อนที่จะให้เราก้าวไปสู่ทางไหนเพื่อดับทุกข์ คือเห็นทุกข์และยอมรับ ไม่ได้หมายถึงการเบลอใจให้ผิดเพี้ยนไปจากความจริงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธรรมะของท่านช่วยกอบกู้ใจคนมากมาย กิจกรรมที่ท่านทำก็ล้วนแต่ทำเพื่อคนทุกระดับทั้งสิ้น ตั้งแต่การเผชิญความตายอย่างสงบ การปลูกป่า การทำความเข้าใจในทุกกลุ่มชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธรรมะของท่าน ที่สอนถึงคำสอนของหลวงพ่อคำเขียน สุวัณฺโณ อยู่เสมอ คือ &amp;quot;ไม่เอาอะไร กับอะไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเข้าใจธรรมะแล้วไม่สะท้านกับสิ่งที่มาสะเทือนตามที่ท่านสอน คำสอนท่านคงเข้าไปอยู่ในใจเราได้จริง แม้จะยากเต็มทีในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65577</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนเสื้อแดง, คำผกา, ดร.สุวินัย ภรณวลัย, พระไพศาล วิสาโล, สถาบันทิศทางไทย, โควิดคือของขวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb802d107231.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2020 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;นักเขียนรางวัลซีไรต์&#039;ป้อง&#039;พระไพศาล&#039;ย้อน&#039;พระมหาไพรวัลย์&#039;อยู่กับการเมืองมากไปหรือเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 พ.ค.63 - วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง &amp;ldquo;ธรรมกับชนชั้น&amp;rdquo; มีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;พระมหาไพรวัลย์ถามพระไพศาลว่า &amp;ldquo;อยู่กับชนชั้นกลางมากเกินไปหรือเปล่า&amp;rdquo;
ผมก็อยากถามพระมหาไพรวัลย์ว่า &amp;ldquo;ท่านอยู่กับการเมืองมากไปหรือเปล่า โดยเฉพาะการเมืองแบ่งฝ่าย&amp;rdquo;
เรื่องมีอยู่ว่า...
&amp;nbsp;พระมหาไพรวัลย์ยกข้อความเทศนาของพระไพศาลมาประโยคหนึ่ง ที่ว่า &amp;ldquo;โควิดคือของขวัญ...&amp;rdquo; แล้วก็แสดงความเห็นว่า &amp;ldquo;ธรรมของอาจารย์ถึงเป็นประโยชน์แต่กับชนชั้นกลาง...มันเป็นของขวัญของคนมีอันจะกินครับ ที่แม้อยู่กับบ้านเฉยๆโดยไม่ต้องทำงานก็ไม่เดือดร้อน&amp;rdquo;
&amp;ldquo;แต่มันเป็นยาพิษสำหรับใครหลายคน&amp;rdquo; ซึ่งก็คือคนยากคนจน คนป่วยเพราะโควิด ทำให้ถูกรังเกียจ ไร้บ้าน ฯลฯ
ผมเข้าใจพระมหาไพรวัลย์ดีว่าห่วงใยคนยากจนที่เดือดร้อนและมีทุกข์เพราะโควิด ซึ่งเป็นเรื่องเมตตา-กรุณาอันจำเป็นต้องมี แต่เมื่อเอาเรื่อง &amp;ldquo;ชนชั้น&amp;rdquo; มาแบ่งแยก มันจึงกลายเป็นเรื่องการเมืองไปอย่างน่าเสียดาย
เรื่องชนชั้นในสังคมไทยที่แบ่งเป็น 1 คนชั้นล่าง (คนยากคนจน) 2 คนชั้นกลาง (มีอันจะกิน พึ่งตัวเองได้) 3 คนชั้นสูง (คนร่ำรวย)
&amp;nbsp;ทั้งหมดที่แบ่งไว้ไม่ใช่เพื่อแบ่งแยก &amp;ndash; ขัดแย้ง - เข่นฆ่าทำลายล้างกันเหมือนลัทธิมาร์กซ์ แต่แบ่งเพื่อ &amp;ldquo;การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม&amp;rdquo; เป็นการแบ่งแบบขั้นบันได เพื่อพัฒนาทางด้าน &amp;ldquo;วัตถุ&amp;rdquo; สำหรับดำเนินชีวิต
เช่นเดียวกับพระพุทธศาสนาที่แบ่งคนเป็น 4 เหล่า โดยเปรียบเทียบกับบัว ซึ่งก็ไม่ได้แบ่งไว้เพื่อให้แบ่งแยก - ขัดแย้ง &amp;ndash; เข่นฆ่าทำลายล้างกัน แต่แบ่งเพื่อให้คนได้ &amp;ldquo;พิจารณาและพัฒนาสติปัญญา&amp;rdquo; ของตน เป็นการแบ่งแบบศักยภาพของคน เพื่อพัฒนาทางด้าน &amp;ldquo;จิต&amp;rdquo;
เพราะคนไม่ได้มีแต่ร่างกาย (รูป) แต่มีจิต(นาม)ด้วย อย่างที่เรียกว่า &amp;ldquo;นามรูป&amp;rdquo; จึงต้องพัฒนาทั้งด้านวัตถุและจิตใจ
พระมหาไพรวัลย์เป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา จึงน่าจะรู้ตั้งแต่ก่อนบวชแล้วว่า พระพุทธศาสนานั้นไม่ได้กำเนิดเพื่อรับใช้ชนชั้นใดชนชั้นหนึ่ง ตรงกันข้าม...กลับทำหน้าที่สลายชนชั้น เพราะใครที่เข้ามาบวช ไม่ว่าจะสังกัดวรรณะใดในอินเดีย จะต้องไม่ &amp;ldquo;แบก&amp;rdquo; เอาชนชั้นมาด้วย
ทุกคนเท่าเทียมกัน มีเพียง &amp;ldquo;อาวุโส&amp;rdquo; ตามพรรษาเท่านั้นที่จำแนกคน เป็นการปกครองเพื่อการอยู่ร่วมกันของภิกษุสงฆ์ แต่การบรรลุธรรมนั้นไม่ได้เป็นไปตามอาวุโส
ดังนั้น ชนชั้นในพระพุทธศาสนาจึงไม่มี
ส่วนข้อความของพระไพศาลที่ว่า &amp;ldquo;โควิดคือของขวัญ&amp;rdquo; นั้น ก็ต้องดูด้วยว่าท่านเทศให้ใครฟัง หรือใครฟังท่านเทศ แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร นั่นคือข้อความที่ให้กำลังใจ-ให้บทเรียนแก่ผู้คน ไม่ได้เลือกชนชั้น ไม่ได้มีชนชั้นอยู่ในข้อความนั้น
และผมก็เชื่อว่าพระไพศาลไม่ได้มีเจตนาแบ่งแยกชนชั้น ด้วยการเทศนาให้เฉพาะชนชั้นกลางฟังอย่างที่พระมหาไพรวัลย์กล่าวหา (เป็นประโยชน์แก่ชนชั้นกลาง)
มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะมอง มองมุมไหน หรือใครไม่มองก็ไม่เป็นปัญหา
พระมหาไพรวัลย์นั้นเลือกมองด้วยมุม &amp;quot;การเมืองเรื่องชนชั้น&amp;quot;&amp;nbsp; แต่การเมืองนั้นมี &amp;ldquo;กรอบคิด&amp;rdquo; ของมันเสมอไป ซึ่งก็คือมี &amp;quot;คติและอคติ&amp;quot; เฉพาะของมันเอง มันไม่ใช่ &amp;ldquo;สัจธรรม&amp;rdquo; จึงน่าเสียดายว่าพระมหาไพรวัลย์ไม่มองด้วยมุมของพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นสัจธรรม &amp;nbsp;
กลับเอาการเมืองมองพระพุทธศาสนา คือ &amp;ldquo;เอาของแคบมามองของกว้าง&amp;rdquo; เอาเรื่องสมมุติมามองสัจธรรม จึงมองไม่เห็นเจตนาของพระไพศาล(โควิดคือของขวัญ)
&amp;nbsp;เห็นได้แค่เรื่องชนชั้น
ทั้งที่...สัตว์โลกทั้งหลายล้วนเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65347</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมกับชนชั้น, พระมหาไพรวัลย์, พระไพศาล วิสาโล, วิมล ไทรนิ่มนวล, โควิดคือของขวัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fc4027507e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
