<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 จังหวัดชายแดนใต้ตื่นตัวหยุดโควิด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เฝ้าระวัง 3 ตำบลใน 3 ชายแดนภาคใต้ สตูล ยะลา นราธิวาส ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน นำทีมเสวนาออนไลน์ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งครั้งที่ 9 ทุกคนรู้จักโควิดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะรอบที่ 3 นราธิวาสจัดทีมสวอฟเป็นของ รพ. ดักผู้ลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ แจ้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วทำงานเชื่อมโยงกับตำรวจตลอด 24 ชั่วโมง นายก อบต.ขอฉีดเป็นคนสุดท้าย เปิดทางให้กลุ่มเสี่ยงฉีดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เสวนาออนไลน์ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งครั้งที่ 9 &amp;ldquo;ชุมชนท้องถิ่น รู้ทันปรับตัวสู้ภัยโควิด-19&amp;rdquo; ชุมชนท้องถิ่นมีแนวทางในการปรับตัวเพื่อสู้กับการระบาดโควิดรอบ 3 ในครั้งนี้อย่างไร? ผู้ร่วมเสวนารายการ ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโสกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รักษาการ ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน เป็นผู้ซักประเด็น จำรัส ฮ่องสาย นายก อบต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล (บุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว จ.สตูล ประจำปี 2561) อาซัน สือนิล นายก อบต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ซุลกีฟรี เจ๊ะมามะ นายก อบต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;อาซัน สือนิล นายก อบต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อาซัน สือนิล นายก อบต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา กล่าวว่า รับฟังประกาศจากรัฐบาลโดยตลอด ประชุม 4 เสาหลักเฝ้าระวัง หารือกับผู้นำชุมชนในท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำทางศาสนา ภาคเอกชน วางแผนรับมือด้วยข้อตกลงการประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการเฝ้าระวัง เตือนให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม พกเจลแอลกอฮอล์ หมั่นล้างมือบ่อยๆ อย่าออกไปชุมนุมกันนอกบ้าน กระตุ้นให้ใช้มาตรการเข้มงวด อย่างการระบาดของโควิดในรอบแรก ในช่วงแรกๆ ก็ค่อนข้างยากเพราะเขารู้สึกว่ายังเป็นเรื่องไกลตัว แต่ตอนหลังโควิดระบาดหนักมาก ชาวบ้านก็ให้ความสนใจและร่วมมือกันมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการประกอบอาชีพ การทำมาหากินภายในชุมชนมีการปรับตัว ชาวสวนยางพาราไม่กระทบ แต่ร้านค้า การค้าขายมีผลกระทบ เราเข้าไปเคาะประตูร้านค้าสาขาในชุมชนให้คนซื้อและคนขายใส่หน้ากากอนามัย ขอความร่วมมือให้ขายอาหารไม่เกิน 3 ทุ่มในพื้นที่ ร้านน้ำชาให้ปิดเวลา 5 ทุ่ม ข้าราชการเข้ามาทำงานในตัวอำเภอ ครูเข้ามาในพื้นที่โรงเรียน กลุ่มเฝ้าระวังขอความร่วมมือทำความเข้าใจให้ปฏิบัติตามอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขณะนี้ อสม.ฉีดวัคซีนในรอบแรกไปแล้ว สาธารณสุขอำเภอให้ความสมัครใจในการฉีดวัคซีนด้วยการไปลงทะเบียนล่วงหน้าที่อำเภอ เมื่อฉีดแล้วก็มีอาการปกติ ยังไม่มีใครแพ้ยาแต่อย่างใด ผมยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเพราะให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการแพทย์ อสม.ฉีดก่อน ผมขอฉีดเป็นคนสุดท้าย ขอจัดให้ชาวบ้านก่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การทำงานประชาสัมพันธ์ด้วยหอกระจายข่าวท้องถิ่น ผู้บริหาร อบต.เชิญเครือข่ายเข้ามาให้ความรู้ สมาชิก พนักงาน นายก อบต.ท้องที่ สภาสันติสุขกระจายความรู้ไปถึงมัสยิด โดยเฉพาะทุกวันศุกร์ นายกฯ จะไปละหมาดต่างมัสยิด ขอความร่วมมือผู้นำศาสนาประชาสัมพันธ์ให้สมาชิก อบต. ขณะนี้มีเด็กและเยาวชนเข้ามามีบทบาทช่วยทำให้มาตรการป้องกันโควิดเป็นจริง ด้วยการเป็นแบบอย่าง รณรงค์พูดคุยเผยแพร่ความรู้ เด็กเป็นตัวหลักที่ทำเป็นตัวอย่างในโรงเรียนและกลับมาทำเป็นตัวอย่างที่บ้าน ถึงวันนี้น่าจะไม่มีใครไม่รู้จักโควิดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ซุลกีฟรี เจ๊ะมามะ นายก อบต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซุลกีฟรี เจ๊ะมามะ นายก อบต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส เล่าว่า มีคนไทยที่ไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย กลับมาจากมาเลย์เราต้องรับเขากลับมาแต่มีเงื่อนไขต้องกักตัว 15 วัน ให้เขาตัดสินใจว่าจะกักตัวที่ไหน จะกักตัวที่สุไหงโก-ลกแล้วกลับเข้าบ้าน ยังมีคนไทยที่ไปทำงานอยู่ภาคเหนือ ภาคอีสาน กลับเข้ามาด้วย ก็ใช้มาตรการกักตัวเช่นเดียวกัน ช่วงที่ผ่านมาคนไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศก็กลับเมืองไทยมาอยู่ที่บ้านกันหมด ถ้าไม่ยอมกักตัวจะถูกปรับ 800 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในรอบที่ 3 นี้ เจ้าหน้าที่ อสม.มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น มีการออกป้ายประชาสัมพันธ์ใช้งบประมาณจากกองทุน สปสช. ผลิตหน้ากากอนามัยให้กับผู้สูงอายุทำอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ก็จ้างคนในพื้นที่เย็บหน้ากากอนามัยด้วยผ้า เพื่อจะได้ซักล้างนำกลับมาใช้ใหม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่องการฉีดวัคซีน นายก อบต.ก็ยังไม่ได้ฉีดแต่อย่างใด ขณะนี้เริ่มมีการลงทะเบียนเพื่อจะเตรียมฉีดวัคซีนในตัวอำเภอกันบ้างแล้ว มีทั้งคนที่อยากฉีดวัคซีนและบางคนไม่อยากฉีดวัคซีนปะปนกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่องทางป้องกันโควิดด้วยระบบสื่อสารสัปดาห์ละครั้ง เป็นการทำเฉพาะเรื่องเร่งด่วน ใช้หอกระจายเสียงตามสายเข้าไปทุกหมู่บ้าน ทั้งตำบล เชิญอนามัย รพ.สุขภาพตำบล สาธารณสุขเข้ามาให้ความรู้กับเยาวชน คนในหมู่บ้าน กลุ่มสันติสุข ผู้นำตามธรรมชาติ ผู้นำท้องที่ อสม. เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ขณะนี้กลุ่มเยาวชนมีบทบาทจัดอบรมให้ความรู้ เยาวชนที่นี่ไม่ขี่มอเตอร์ไซค์มั่วสุมรวมตัวกัน ไม่ออกนอกพื้นที่ ทำงานเป็นจิตอาสาในหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นที่สังเกตว่า ในช่วงที่คนกลับมาอยู่บ้านจะมีการเปิดร้านค้าเล็กๆ ภายในหมู่บ้าน ขับรถขายของ ใครที่มีความรู้ทำขนมก็ทำขนมไปฝากขาย หรือขายหน้าบ้านของตัวเอง มีการลงทะเบียนวางแผนเพื่อจัดการเรื่องอาชีพต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื่องจากนราธิวาสอยู่แนวเขตชายแดน จึงต้องเข้มข้นและเข้มงวดในการตรวจคนเข้าออกตามแนวชายแดนมีเส้นทางธรรมชาติ 7 ตร.กม. มีหน่วยทีมสวอฟเป็นของโรงพยาบาล แจ้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วทำงานเชื่อมโยงกับตำรวจตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการ &amp;ldquo;ผมก็มีชุดอวกาศอยู่ในรถ เตรียมพร้อมเสมอเมื่อจำเป็นต้องใช้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;สตูลไข่แตกเป็นจังหวัดสุดท้าย&amp;nbsp;แต่ที่ อ.ละงูยังไม่มีใครติดโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำรัส ฮ่องสาย นายก อบต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล (บุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว จ.สตูล ประจำปี 2561) กล่าวว่า เป็นความภาคภูมิใจมากที่ละงูยังไม่มีใครติดโควิด ทั้งๆ ที่มีประชากรเป็นจำนวนมาก เพราะได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกฝ่าย ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. ผู้นำศาสนาต่างให้ความสำคัญและให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันโควิดได้เป็นอย่างดี คนที่นี่นับถือศาสนาอิสลาม 92% ไทยพุทธ 8%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;จำรัส ฮ่องสาย นายก อบต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เรามีประชากรในตำบลมากเป็นพันคนก็จริง แต่เราเตรียมพร้อมมาตลอด คนของเราไปทำงานต่างประเทศ ต่างจังหวัด แต่เราเฝ้าระวังไม่ให้ติดโควิดแม้แต่คนเดียว ด้วยการขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทุกองค์กร จ.สตูลไข่แตกเป็นจังหวัดสุดท้ายของแผ่นดินไทยที่ติดโควิด แต่ที่ อ.ละงูยังไม่มีใครติดโควิด เรื่องนี้ผู้นำศาสนาให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เราสนับสนุนงบประมาณในการใช้เครื่องมือวัดไข้ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ อุปกรณ์พร้อม ปกติอิสลามจะประกอบพิธีศาสนกิจ ละหมาด 5 เวลา ก่อนละหมาดจะต้องทำความสะอาดร่างกายเพื่อฆ่าเชื้อโรค เราใช้สื่อสาธารณะ ใช้ Line Facebook กลุ่มองค์กรสนับสนุนให้ความรู้ รวมถึงการบรรยายด้านสาธารณสุขถึงมัสยิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การจัดการนอกพื้นที่ จ.สตูล ในตัวเมือง เป็นจังหวัดเล็กๆ ประชากรไม่มากนัก มีทางเข้าออกไม่มาก เส้นทางหนึ่งเข้ามาจาก จ.ตรัง อีกเส้นทางหนึ่งเข้ามาทาง จ.สงขลา อีกเส้นทางหนึ่งเป็นเส้นทางธรรมชาติ เดินทางลำบากมากเพราะต้องผ่านภูเขาสูง มีชายฝั่งติดกับมาเลย์ มีด่านตรวจมีชายฝั่งทางทะเลอันดามัน การกักตัวส่วนใหญ่ก็กักตัวกันที่บ้าน มีภาคีเครือข่ายคอยสังเกตการณ์ตลอดเวลา การให้ความรู้อย่าให้เกิดโควิดในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขบวนรถให้ความรู้ป้องกันโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ ต.ละงู เป็นพื้นที่กว้างขวาง ยังมีความเป็นชนบทอยู่สูง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำประมง อยู่กันอย่างไม่แออัด ทำนาทำสวนทำประมง ต่างคนต่างอยู่ แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือในช่วงเทศกาลศีลอด ในช่วงบ่ายๆ ประชาชนจะออกไปจ่ายตลาดพร้อมๆ กันเพื่อเตรียมทำกับข้าวเป็นอาหารมื้อเย็นหลังจากละศีลอดแล้ว ขอให้ระมัดระวัง เว้นระยะห่างในการจับจ่ายซื้อของ มีหอกระจายข่าว แจ้งข่าวผ่านทาง Line Facebook ทุกเช้า-เย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วันนี้ยังไม่มีโควิดที่ละงู แต่ถ้าจะมีก็เป็นเหตุสุดวิสัย ที่เราต้องป้องกันอย่างดีไว้ก่อน เราต้องรับมือให้ดีและสร้างความภาคภูมิใจที่เราไม่มีโควิดที่นี่ เราต้องสร้างพื้นที่เรียนรู้ ให้ความสำคัญกับการป้องกันตนเอง เราต้องสร้างความพร้อมให้ความร่วมมือ ที่นี่ไม่ค่อยมีการจัดงานสงกรานต์ ปีนี้จัดสรงน้ำพระ มี Time Line คนส่วนใหญ่รู้จักกันทั้งหมด เนื่องจากจังหวัดสวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อนๆ ก็จะตามมาพักอยู่ด้วย ยิ่งรู้ว่าที่นี่ไม่มีโควิด ใครๆ ก็อยากมาเที่ยว ก็ต้องระมัดระวังด้วย กลัวไข่แดงจะแตกเพราะนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ เพราะส่วนใหญ่ไม่พักที่โรงแรมหรือรีสอร์ต จะเข้ามาพักที่บ้าน เราเป็นห่วง ให้มีการกักตัว ขอความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.เข้มงวดโดยไม่มีข้อยกเว้นแต่อย่างใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุดป้องกันโควิดในระหว่างการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การระบาดโควิดรอบ 3 มีความน่ากลัวเพิ่มมากขึ้น ในชุมชนยังไม่มีใครฉีดวัคซีน มีการวางแผนไว้ว่าถ้ามีการฉีดวัคซีนจะฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงก่อน คนที่ขับรถไปรับเจ้าหน้าที่เข้าออกในตัวจังหวัดเป็นประจำ เพื่อให้เขาปลอดภัย &amp;ldquo;ในตำบลใครเข้าออกจะรู้หมด ต้องแจ้งชื่อกับผู้ใหญ่บ้านทั้ง 18 หมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านแจ้ง อสม.มาตรวจคัดกรองทุกราย ถ้าหากบ้านมีผู้อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ก็ให้มาอยู่ที่ที่ว่าการอำเภอ มีระบบคัดกรองที่จัดเตรียมพร้อม มีม้าเร็วจัดการในพื้นที่ เราเข้มงวดมาก ทุกบ้านก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีรายงานผ่านทางไลน์ โทรศัพท์ติดต่อกันโดยตลอด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านการสื่อสารหลักนั้นพี่น้องประชาชนเชื่อข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและนำไปปฏิบัติตาม มีการกระจายเสียงตามสายตามมัสยิด 22 แห่งที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ครอบคลุมทั้งตำบล หมู่บ้าน นอกจากนี้ยังมีรถแห่ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลก็ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านช่วยกันประชาสัมพันธ์โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจ้าง แต่ขอรับบริจาคช่วยเป็นค่าน้ำมัน ป้ายโฆษณาเขาก็ทำกันเอง รถที่ใช้ก็เป็นรถส่วนตัวของชาวบ้านที่ใช้ทำงาน หลังเลิกงานก็นำมาใช้ในการแห่ไปตลาดย่านชุมชนเพื่อให้ความรู้ ปรากฏว่าได้ผลดีเพราะทุกคนจะได้ยินและนำไปปฏิบัติ &amp;ldquo;รถแห่เป็นการบังคับให้ฟัง ยังไงก็ได้ยินตลอด กลายเป็นช่องทางหลักอีกทางหนึ่งด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้องหยุดการเรียนการสอน แม้จะยังไม่มีคำสั่งจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ถ้าเราเปิดศูนย์เมื่อเกิดอะไรขึ้นน่ายกฯ จะต้องรับผิดชอบทุกปัญหา ดังนั้นเราต้องป้องกันไว้ก่อน ที่ผ่านมาศูนย์เด็กเล็กเป็นช่องทางที่ช่วยดูแลเด็ก พ่อแม่ไปทำงานได้ แต่ในช่วงที่ปิดศูนย์ฯ ครูยังต้องมาทำงานตามปกติ จัดเตรียมเอกสารการสอน งานทางด้านธุรการต่างๆ อบต.ออกไปทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.มี 3 ทีม ประสานงานกับ รพ.สต.โดยไม่ต้องว่าจ้าง ด้วยการใช้คนงานรถขนขยะทำงานตั้งแต่ 3 ทุ่ม-ตี 4 เราดึงคนงานมาทำงานในช่วงเที่ยงเป็นเรื่องการบริหารจัดการ ขณะเดียวกันครูยังต้องจัดเตรียมอาหารกลางวันให้นักเรียนแม้จะปิดศูนย์เด็กเล็ก โดยมีแม่บ้านคอยดูแล ให้ผู้ปกครองมารับอาหารกลางวันไปให้เด็ก หรือในบางรายไม่สะดวกมารับเอง ทางครูก็ดำเนินการให้ ศูนย์เด็กเล็กบางแห่งมีเด็กมากถึงกว่าร้อยคน แต่บางแห่งก็ไม่ถึง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102134</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 ชายแดนภาคใต้, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, จำรัส ฮ่องสาย, ชาวสวนยางพารา, ชุมชนท้องถิ่น รู้ทันปรับตัวสู้ภัยโควิด-19, ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งครั้งที่ 9, ซุลกีฟรี เจ๊ะมามะ, ดวงพร เฮงบุณยพันธ์, นราธิวาส, บุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาครอบครัว, ยะลา, สตูล, สสส., สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน, อาซัน สือนิล, โควิดรอบ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_6095360134254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีเงินเหลือเฟือ จ่อเคาะเยียวยา ยืดเวลาเราชนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; ยันมีเงินเหลือเฟืออีก 3.8 แสนล้านบาท ดูแลประชาชนช่วงโควิดรอบ 3 ชี้รอจังหวะเคาะมาตรการใหม่มาแน่ เตรียมชง ครม.ต่อเวลา &amp;ldquo;เราชนะ&amp;rdquo; ไปสิ้น มิ.ย. เล็งปรับจีดีพีใหม่หลังเจอวิกฤติอีกรอบ &amp;ldquo;พิชัย&amp;rdquo; เสนอเยียวยาจ่าย 5 พันบาท 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 19 เม.ย. น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ ว่าจำเป็นต้องมีมาตรการออกมาดูแลประชาชนเพิ่มเติมในช่วงใด เนื่องจากขณะนี้ยังมีมาตรการเราชนะ ซึ่งยังเหลือเม็ดเงินรอการเบิกจ่ายอีกประมาณ 10,000 ล้านบาท รวมถึงมาตรการ ม.33 เรารักกันของกระทรวงแรงงาน ซึ่งยังเบิกจ่ายเงินไม่หมด ยังเพียงพอดูแลเศรษฐกิจในช่วงเดือน พ.ค.2564 แต่หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง กระทรวงการคลังก็พร้อมพิจารณามาตรการต่างๆ ออกมาใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จะประเมินสถานการณ์ก่อนว่ามาตรการจะออกมาในช่วงใด เนื่องจากปัจจุบันยังคงมีเม็ดเงินออกมาจากมาตรการเราชนะและ ม.33 เรารักกันอยู่ ซึ่งจะเหลือเข้าสู่ระบบอยู่พอสมควร โดยล่าสุดโครงการเราชนะ วันที่ 16 เม.ย. มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมรวม 13,744 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 198,672 ล้านบาท&amp;rdquo; น.ส.กุลยากล่าว
น.ส.กุลยากล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังยังคงเหลืองบประมาณในการดูแลสถานการณ์โควิด-19 อีกประมาณ 3.8 แสนล้านบาท โดยมาจากพระราชกำหนดกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้ในสถานการณ์โควิด-19 ในส่วนของเงินกู้เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 2.4 แสนล้านบาท งบกลางของปีงบประมาณ 2564 อีก 9.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งใช้ไปแล้วประมาณ 500 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายบรรเทาโควิด-19 อีก 4 หมื่นล้านบาท โดยใช้ไปประมาณ 3.2 พันล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในวันที่ 28 เม.ย.นี้ กระทรวงการคลังจะประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 2564 รอบใหม่ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.8% และเริ่มมีสัญญาณเป็นบวก แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดรอบใหม่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์กระทบกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายส่วน ทำให้ต้องมาปรับสมมติฐานการขยายตัวใหม่ โดยจากสถานการณ์ยอมรับว่าปีนี้ขยายตัวได้ถึง 3% ค่อนข้างยาก แต่ก็ขอพิจารณาอีกครั้งว่าจะมีปัจจัยบวกใดบ้างมาสนับสนุนการขยายตัวในช่วงที่เหลือของปี&amp;rdquo; น.ส.กุลยากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังยืนยันว่ายังไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มขึ้น เนื่องจากวงเงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ยังเพียงพอดูแลการขยายตัวของเศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันยังมีวงเงินตาม พ.ร.ก.ดังกล่าวเหลืออีก 2.4 แสนล้านบาท รวมทั้งยังมีงบประมาณรายจ่าย ปี 2564 อีก 3.285 ล้านล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 20 เม.ย. กระทรวงการคลังเตรียมเสนอขยายเวลามาตรการเราชนะออกไปอีก 1 เดือน จากเดิมสิ้นสุด 31 พ.ค. ไปสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. เพื่อบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางออกไปใช้จ่ายได้ในช่วงโควิดระบาดรอบใหม่ในเดือน เม.ย.
ขณะที่ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่ศูนย์นโยบายพรรคเพื่อไทย (พท.) วิจารณ์โครงการกู้ครบรอบ 1 ปี เพื่อเยียวยา-ฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลสูญหาย ล้มเหลว ยิงไม่ตรงเป้า ว่าเป็นเรื่องที่สังคมต้องการคำตอบว่า จำนวนเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้กู้มาเพื่อใช้ในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิดที่ล่วงเลยมาเป็น 1 ปีแล้ว รัฐบาลได้นำไปใช้ในโครงการอะไรบ้าง และมีความคืบหน้าอย่างไร ซึ่งรัฐบาลควรให้คำตอบกับประชาชนในฐานะเป็นเจ้าของประเทศ ที่ต้องรับผิดชอบภาระเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาทของรัฐบาลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเห็นว่ารัฐบาลสามารถสั่งให้กระทรวงการคลัง หรือสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงความคืบหน้าการใช้เงินกู้ดังกล่าวต่อ หรืออาจประสานงานให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาติดตามตรวจสอบการใช้เงินตาม พ.ร.ก. 3 ฉบับ ที่มี นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน แถลงข่าวในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อไม่ให้เป็นประเด็นทางการเมือง และเกิดความสงสัยในสังคม&amp;rdquo; นายเทพไทระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่า ในภาวะวิกฤติไวรัสโควิดรอบใหม่นี้อยากเสนอแนวทางออกของประเทศไทยทั้งในระยะสั้นและปานกลาง ทั้งหมด 6 แนวทาง คือ 1.ต้องเร่งเยียวยาประชาชนโดยด่วน เดือนละ 5,000 บาท จำนวน 3 เดือน เป็นเงินสด 2.รัฐบาลต้องเร่งหาวัคซีนมากระจายฉีดให้กับประชาชน 3.เร่งช่วยเหลือธุรกิจ SME โดยให้ซอฟต์โลนอย่างเร่งด่วน 4.เร่งสร้างความมั่นใจให้กลับมาโดยเร็ว 5.เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ 6.เร่งสร้างบรรยากาศที่ดี โดยปล่อยนักศึกษาและแกนนำผู้ชุมนุมที่ถูกคุมขัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันยังคงมีการตอบโต้การแสดงความคิดเห็นในเรื่องการแก้ไขปัญหาโควิด-19 โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวโต้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าที่เสนอ 4 ข้อสู้โควิด-19 พร้อมทั้งเรียกร้องรัฐบาลยกเลิกระบบเจ้าขุนมูลนาย ไม่มองประชาชนเป็นภาระว่า เบื่อหน่ายพฤติกรรมของนายธนาธรมาก เหมือนยุงรำคาญ เสนอแนะสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่แล้ว ประดิษฐ์วาทกรรมมาโจมตีการทำงานของรัฐบาล นายธนาธรเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือ เป็นโมฆบุรุษ พูดไปเรื่อย แต่ทำไม่ได้สักอย่าง การที่คณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกลสลับหน้ากันออกมาโจมตีรัฐบาล เป็นการโหนกระแสโควิดเพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น ไม่ได้สนใจความทุกข์ของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์การแก้ปัญหาโควิด-19 ของนายกฯ พาประเทศฝ่าโควิดเหมือนตาบอดคลำทาง ไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ว่า ที่ผ่านมา 2 ครั้ง นายกฯ และรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้มาแล้ว และครั้งนี้มั่นใจว่านายกฯ จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงได้ อย่าได้มาใช้นิสัยเดิมๆ มาซ้ำเติมทำร้ายจิตใจคนที่ทุ่มเททำงานแก้ปัญหา
&amp;ldquo;ขอยืนยันว่า คนทำงานอย่างนายกฯ ยิ่งไม่ควรต้องลาออก เพราะต้องแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและพัฒนาประเทศ นายพานทองแท้ไล่นายกฯ ให้ออก ขอถามกลับคงอยากให้คุณพ่อหรือคุณอากลับมาเป็นนายกฯ อีกใช่ไหม ช่วยถามหัวใจคนไทยส่วนใหญ่หน่อยว่ารับได้หรือเปล่า ก่อนจะไล่ใคร ช่วยย้อนกลับมามองตัวเองก่อน อย่าเอาอคติความแค้นส่วนตัวมาจ้องทำลายคนอื่น&amp;rdquo; นายเสกสกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางยื่นเรื่องต่อพนักงานสอบสวนต่อ ปอท.เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษกรณี น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท. ได้โพสต์ข้อความเผยแพร่ทางโซเชียลลงในเฟซบุ๊กเกี่ยวกับวัคซีนแอสตราเซเนกา เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2564 โดยวิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่แถลงข่าวในฐานะประธานศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เมื่อวันที่ 16 เม.ย.เกี่ยวกับรัฐบาลในการนำเข้าวัคซีนแอสตราเซนเนกา จำนวนกว่า 60 ล้านโดส ว่าเป็นวัคซีนที่หลายประเทศในยุโรปทิ้งแล้ว เป็นขยะที่เขาทิ้งแล้ว โดยระบุว่าที่มาร้อง ปอท.เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า น.ส.อรุณีได้พูดและโพสต์จริงหรือไม่ ซึ่งหากเป็นความจริงก็จะแจ้งความเพื่อดำเนินการเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) (2) และ (3) ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
sbobet
ufabet168
ufa191
pxj
slotxo</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100023</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ปรับจีดีพี, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาจ่าย 5 พันบาท 3 เดือน, เราชนะ, โควิด 19, โควิด-19, โควิดรอบ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d932519d55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดลดแต่วางใจไม่ได้ ติดเชื้อใหม่1,390ดับเพิ่ม3สธ.ปัดให้รักษาเองที่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศบค.พบติดเชื้อใหม่ 1,390 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ชี้ยอดลดเพราะมาตรการ แต่ยังวางใจไม่ได้ สธ.รับโควิดรอบ 3 พุ่งขึ้น 3 เท่ากว่ารอบแรก เผยบุคลากรทางการแพทย์ติดแล้ว 146 ราย เร่งหาเตียง-เพิ่มรถรองรับ ยังไม่มีนโยบายให้รักษาเองที่บ้าน ยันการฉีดวัคซีนของไทยเป็นไปตามแผนไม่ได้ล่าช้า &amp;ldquo;เอนก&amp;rdquo; มั่นใจไทยเอาอยู่โควิดรอบ 3 คาดอีก 3-4 สัปดาห์ต่ำกว่าพันแน่ เผยรัฐบาลเจรจาซื้อวัคซีนจากรัสเซีย ลุยฉีดเดือน พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 เมษายน เวลา 11.30 น. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,390 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,384 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,058 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 326 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 6 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 43,742 ราย หายป่วยสะสม 28,787 ราย อยู่ระหว่างรักษา 14,851 ราย อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1-18 เม.ย. มีบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อแล้ว 146 ราย ในจำนวนนี้มีถึง 33 คนติดเชื้อระหว่างปฏิบัติงานเพราะไปสัมผัสผู้ป่วยที่ไม่เปิดเผยไทม์ไลน์ ส่วนที่เหลือติดจากคนใกล้ชิดและครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 3 ราย รายที่ 1 เป็นชายไทย อายุ 56 ปี อาชีพพนักงานเสิร์ฟในสถานบันเทิง กทม. มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองตีบ มีประวัติเดินทางกลับบ้านที่ จ.บุรีรัมย์ วันที่ 7 เม.ย. จากนั้นวันที่ 13 เม.ย. มีอาการไอ วันที่ 17 เม.ย. มีอาการเหนื่อยมากขึ้น หายใจติดขัด ติดต่อรถพยาบาลมารับเข้าโรงพยาบาล แต่อาการแย่ลง เจ้าหน้าที่ทำการฟื้นคืนชีพ ไม่ดีขึ้น ผลตรวจยืนยันพบเชื้อโควิด-19 กระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 18 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายที่ 2 เป็นหญิงไทย อายุ 84 ปี อยู่ใน กทม. มีโรคประจำตัวเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบ ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้าซึ่งเป็นหลายชายที่ทำงานในสถานบันเทิงย่านรัชดาภิเษกเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ต่อมาเมื่อหลานชายทราบว่าติดเชื้อโควิด-19 จึงแจ้งให้ทราบ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ผู้ป่วยรายดังกล่าวมีอาการ โดยวันที่ 8 เม.ย. มีอาการไข้ ไอ เหนื่อยหอย ปอดอักเสบรุนแรง แพทย์ใส่ท่อช่วยหายใจ วันที่ 10 เม.ย. ยืนยันติดเชื้อโควิด-19 จากนั้นวันที่ 16 เม.ย. ความดันโลหิตตกและเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และรายที่ 3 เป็นหญิงไทย อายุ 61 ปี อยู่ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อาชีพค้าขาย มีโรคประจำตัวเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไทรอยด์ วันที่ 6 เม.ย. รับประทานอาหารร่วมกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้าจากสถานบันเทิงใน อ.หัวหิน จากนั้นวันที่ 8 เม.ย. ไปตรวจหาเชื้อเนื่องจากได้รับแจ้งว่าเพื่อนติดเชื้อ วันที่ 10 เม.ย. ผลตรวจยืนยันพบเชื้อโควิด-19 ต่อมาวันที่ 11 เม.ย. เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล กระทั่งวันที่ 18 เม.ย. มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเสียชีวิต ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 104 ราย &amp;nbsp;
ยอดลดแต่ยังวางใจไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า หลายวันที่ผ่านมากราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงลักษณะเป็นยอดแหลม แต่วันนี้ทิ่มลงมา มาจากมาตรการของ ศบค.ที่ลดการเคลื่อนย้าย ลดการเดินทาง และปิดกิจการและกิจกรรมบางประเภทเป็นการชั่วคราว รวมถึงได้รับความร่วมมือจากประชาชน แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ยอดแหลมอาจกลับมาถ้าไม่ได้รับความร่วมมือ ส่วนมาตรการเชิงรุกเรายังทำต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ยอดผู้ติดเชื้อที่ลดลงมาเหลือ 1,390 ราย ทำให้หลายคนคาดหวัง แต่เรายังวางใจไม่ได้ ส่วนที่มีการกล่าวโทษตำหนิผู้ติดเชื้อนั้น อยากบอกว่าการตำหนิไม่ได้ทำให้การติดเชื้อน้อยลง ตอนนี้เราจำเป็นต้องลดความขัดแย้ง ขอให้ร่วมด้วยช่วยกัน เริ่มตั้งแต่มาตรการระวังตัวส่วนบุคคล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงสาธารณสุขมีการบริหารจัดเตียงคนไข้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ โดยใช้ระบบโควอร์ด เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะประเมินความเสี่ยงของผู้ติดเชื้อและคัดแยกผู้ป่วยตามอาการ โดยใครที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยจะเป็นสีเขียว ถ้าเหนื่อยหอบ มีโรคประจำตัวจะเป็นสีเหลือง และใครที่มีอาการรุนแรงจะเป็นสีแดง โดยสีแดงเราจะให้รักษาตัวในโรงพยาบาล ขณะที่โรงพยาบาลสนามจะตอบโจทย์ผู้ป่วยที่เป็นสีเขียว กระทรวงสาธารณสุขเน้นย้ำว่าเราจะไม่ให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างการรอเตียง และขอให้ประชาชนติดตามข้อปฏิบัติระหว่างการรอเตียงที่กระทรวงสาธารณสุขจะออกมาว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าเวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติงานที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ พร้อมเชิญ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรายงานความคืบหน้าการตั้งโรงพยาบาลสนาม สนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการรองรับผู้ป่วยโควิด-19 และการดูแลความมั่นคงในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 18 จังหวัด และพื้นที่ควบคุม 59 จังหวัด หลัง ศบค.ยกระดับการควบคุมสถานการณ์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา รวมถึงรายถึงสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่มีชายแดนติดกับประเทศเมียนมา และชายแดนฝั่งตะวันออกที่ติดกับประเทศกัมพูชา ซึ่งต้องควบคุมและตรวจเข้มการคัดกรองเพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ฝั่งชายแดนกัมพูชา กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า พบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษระบาดในพื้นที่ดังกล่าว จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดคัดกรองโรคเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า นายกฯ ในฐานะ รมว.กลาโหม ได้กำชับให้กองทัพประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข เข้มงวดตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในพื้นที่ได้มีการตั้งด่านคัดกรองขัดขวางขบวนการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่ง ศปม.ที่มีกองบัญชาการกองทัพไทยดูแลอยู่ ถือเป็นจุดประสานงานกลางกับกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก ในการบริหารจัดการโรงพยาบาลสนามทั้งหมดของกองทัพ โดยขณะนี้โรงพยาบาลสนามทั้งหมดผ่านมาตรฐานของสาธารณสุขแล้ว และจะส่งมอบให้สาธารณสุขรับไปดูแลต่อ ในส่วนโรงพยาบาลสนามของกองทัพ เบื้องต้นมีทั้งหมด 3,000 เตียง และตั้งเป้าให้มีถึง 5,000 เตียง
ห่วงแห่กลับจากมาเลย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.เฉลิมพลกล่าวว่า นายกฯ ได้สอบถามผลการปฏิบัติงานของ ศปม.และ รพ.สนามในภาพรวมว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ โดยขณะนี้ยังไม่มีปัญหาใดๆ เช่น การจัดจุดตรวจเพิ่มเติม เป็นต้น ซึ่งที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ได้มอบหมายให้ ศบค.ชุดเล็ก ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในการควบคุมการปฏิบัติและการเพิ่มมาตรการต่างๆ โดยที่ประชุม ศบค.ได้เน้นการขอความร่วมมือประชาชน โดยยังไม่อยากให้มีข้อบังคับใดๆ ขึ้นมา เพราะเกรงว่าจะเกิดกระแสต่อต้านจากกลุ่มต่างๆ ขึ้น ทั้งนี้ นายกฯ ห่วงใยพื้นที่แนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เพราะมีคนไทยเดินทางกลับมาเยอะในช่องทางต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก และโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองทัพบกได้ใช้สถานที่ในหน่วยทหารและสิ่งอุปกรณ์ที่มีอยู่ดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เตรียมรองรับผู้ติดเชื้ออาการไม่หนักแล้วในขั้นต้น จำนวน 16 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัด รองรับผู้ติดเชื้อได้ 2,556 เตียง และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ที่อาจจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 1-4 จัดเตรียมพื้นที่ในค่ายทหารอีก 19 แห่ง ในพื้นที่ 17 จังหวัด รองรับผู้ป่วยได้ 1,910 เตียง เพื่อสนับสนุนภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มเติมเมื่อได้รับการร้องขอ ซึ่งทำให้โรงพยาบาลสนามที่กองทัพบกจัดเตรียมไว้มีทั้งหมด 25 แห่ง สามารถรองรับผู้ติดเชื้อได้ ทั้งสิ้น 4,466 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ประธานคณะกรรมการโรงพยาบาลในกลุ่มสถาบันการแพทย์แห่งประเทศไทย (UHOSNET) นพ.สุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ร่วมแถลงความพร้อมในการบริหารจัดการเตียงผู้ป่วยโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่มีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดคำถามถึงประเด็นการจัดหาเตียง รวมถึงมีหลายคนตรวจโควิดในแล็บเอกชน ผลเป็นบวก แต่แล็บไม่มี รพ.ส่งต่อ หรือแม้แต่ปัญหา รพ.เอกชนบางแห่งระบุว่าเตียงไม่มี ไม่ขยายเตียง ในเรื่องนี้ขอย้ำว่า แนวทางการบริหารจัดการเตียงรองรับผู้ป่วยโควิดทุกรายต้องได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข หากระหว่างรอ เราจะมีคนโทร.เยี่ยม โทร.สอบถาม นอกจากนี้ โรงพยาบาล แล็บเอกชนที่ตรวจพบโควิด ต้องประสานการ ดำเนินการในเครือข่าย เพื่อให้ผู้ติดเชื้อได้รับการดูแลโดยบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกราย ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เข้าดำเนินการแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีการตรวจเชิงรุกที่มีระดับความรุนแรงสีเขียว คือไม่มีอาการ อาการน้อย มอบหมายให้ กทม.รับเข้าไว้ใน รพ.สนาม เช่นเดียวกับผู้ป่วยที่มีผลยืนยันจากแล็บหรือจากที่ไหนก็ตาม หากความรุนแรงสีเขียวจะรับไว้ใน รพ.สนามและ Hospitel แต่หากความรุนแรงระดับสีเหลือง หรือสีแดง ต้องรับไว้ใน รพ. อีกทั้งให้ รพ.ทุกสังกัดสำรองห้องไอซียูรองรับ ยืนยันว่าขณะนี้เรามีเตียงเพียงพอ จำนวน 9,317 เตียง จากเดิมที่เคยมี 6-7 พันเตียง มีการครองเตียง 6,294 เตียง และยังว่างอยู่ 3,023 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์กล่าวถึงกรณีมีการประสานเตียงได้แล้วจะพบปัญหาไม่มีรถรับผู้ติดเชื้อส่งโรงพยาบาลว่า ขณะนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ไปหาทางเพิ่มรถนำส่งที่สามารถแบ่งคนไข้เป็นตอนหน้าและตอนหลังได้มาช่วยจัดการ ขณะนี้ได้แล้ว 50 คันจาก 3 บริษัท ในระยะแรกพื้นที่ กทม. จากนั้นจะเพิ่มเป็น 100 คันทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการนำส่งผู้ป่วยเป็นเวร โดยกรณีนี้จะอยู่ในความดูแลของ 1669 ศูนย์เอราวัณ สำหรับกรณีให้ผู้ป่วยโควิดแยกตัวอยู่ที่บ้าน (Home Isolation) จะมีการเตรียมระบบต่างๆ ไว้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีการใช้แนวทางดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องที่จะให้ผู้ป่วยพักรักษาตัวที่บ้านเป็นการเตรียมการไว้ล่วงหน้า หากเกิดรอบ 4 ที่มีผู้ติดเชื้อเยอะกว่านี้ เราเตรียมการเผื่อไว้เฉยๆ ยังไม่ได้ใช้ และคาดว่าจะไม่ได้ใช้หากตัวเลขอยู่ที่หลักพัน มั่นใจว่ารอบนี้ผ่านวิกฤติไปได้&amp;quot; นพ.สมศักดิ์ระบุ
พุ่ง 3 เท่าจากรอบแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทน ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากข้อมูลจะเห็นว่าการระบาดระลอกแรกเดือน ม.ค.-กลางเดือน ธ.ค.2563 รวม 11 เดือนครึ่ง มีผู้ติดเชื้อ 4,237 ราย ต่อมามีการระบาดใหม่ระลอกเดือน ธ.ค.2563 เวลาเพียงประมาณ 3 เดือนครึ่ง มีผู้ติดเชื้อสูงประมาณ 6 เท่าของรอบแรก หรือจำนวน 24,626 ราย แล้วค่อยๆ ซาลง แต่พอเข้าการระบาดระลอกเดือน เม.ย.2564 ตอนนี้เพียง 3 สัปดาห์ หรือ 19 วัน ปรากฏว่าจำนวนสะสมตอนนี้ 14,851 ราย ถือว่าสูงมากกว่า 3 เท่าของ 11 เดือนแรกของการระบาดรอบแรก โดยระลอกล่าสุดนี้เกิดจากการเที่ยวสถานบันเทิงของคนหนุ่มสาว กลับบ้านแล้วกระจายไปทั่วทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด-19 ช่วงวันที่ 1-18 เม.ย.2564 พบ 146 ราย โดยประวัติเสี่ยง คือ 1.การติดเชื้อจากภายนอก รพ. 62 ราย คิดเป็น 42.5% 2.การติดเชื้อใน รพ.พบ 55 ราย คิดเป็น 37.7% จำนวนนี้เป็นการสัมผัสหรือให้การรักษาผู้ป่วยยืนยันขณะทำงาน 33 ราย ติดจากเพื่อนร่วมงาน 22 ราย และ 3.อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 29 ราย คิดเป็น 19.9% นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ถูกกักตัวอีกจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรรกล่าวด้วยว่า สำหรับจำนวนผู้ได้รับวัคซีนสะสมวันที่ 28 ก.พ.-18 เม.ย.2564 รวม 618,583 ราย เป็นผู้ได้รับเข็มแรก 535,925 ราย และได้รับเข็มที่ 2 จำนวน 82,658 ราย โดยการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่ได้ล่าช้า มีการบริหารจัดการเป็นไปตามแผน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหาร อว.และคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลในสังกัด อว.ว่า จากสถานการณ์การระบาดโควิด-19 รอบ 3 น่าเป็นห่วง แต่ไม่ได้เลวร้ายมากเท่าที่บางคนคิด เพราะค่าทางระบาดวิทยา หรือค่า R ที่ว่าสูงที่สุดในโลกนั้น ก็คือค่า R เมื่อวันที่ 11-12 เม.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นมาค่า R ลดลงมาเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 18 เม.ย. พบว่าค่า R อยู่ในระดับที่ไม่ต้องวิตกแล้ว ในขณะที่ผู้ป่วยใหม่ทั่วประเทศ เฉพาะวันที่ 19 เม.ย.มีราว 1,300 คนนั้น จะดูเฉพาะข้อมูลวันนี้วันเดียวไม่ได้ แต่จากการหารือกับคณบดีแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ธรรมศาสตร์ (มธ.) และจุฬาภรณ์แล้ว คาดว่ายอดผู้ป่วยใหม่คงไม่เพิ่มจากเกือบสัปดาห์ที่ผ่านมา คือคงที่ ที่ระดับ 1,000 คน บวกลบไปอีก 3-4 สัปดาห์เท่านั้น โดย นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณะบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ยังย้ำ ถ้าไม่มีปัจจัยอื่นแทรกจะเริ่มต่ำกว่าพันแน่นอน และจะลดลงเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่โควิด-19 ยังคุกคามวันละพันคน รพ.สนามทั้งหมดมีพอแน่ อีกทั้ง อว.ยังสามารถจะเพิ่มเตียงได้อีก อย่าได้วิตก อย่าได้กังวล ทั้งนี้ คณบดีแพทย์ศิริราช จุฬาภรณ์ และ มธ. เชื่อมั่นว่า ในกรณีที่มีอาการหนักและต้องการไอซียู ห้องความดันลบมากขึ้นนั้น ขอแจ้งว่าโรงเรียนแพทย์ 20 กว่าแห่ง มีพร้อม มีเพียงพอ และจะมีพร้อมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะด้วยความสนับสนุนของภาคเอกชนและจากกลุ่มวิศวกรที่จะช่วยสร้างเพิ่มให้ ขอประชาชนอย่าได้ห่วงจนเกินเหตุ และที่สำคัญคือ วัคซีนที่หลายฝ่ายบอกว่าต้องระดมฉีดได้เร็ว ขณะนี้รัฐบาลจึงติดต่อขอหรือขอซื้อจากชาติอื่นๆ รวมทั้งจากรัสเซีย เพื่อเอามาเร่งฉีด โดยจะมีให้เริ่มระดมฉีดได้ตั้งแต่เดือน พ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่ามีตำรวจติดเชื้อโควิด 139 นาย หายจากอาการเพิ่มเติม 7 คน เหลือผู้ติดเชื้อ 132 และยังมีผู้กักตัว 490 คนตามสถานที่ที่ภาครัฐกำหนดและที่พักของตนเอง โดยที่พบยอดตำรวจติดเชื้อโควิดเพิ่มเป็นผลจากการตรวจตามมาตรการเชิงรุก และครบระยะฟักเชื้อในกลุ่มผู้กักตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการดำเนินคดีกับสถานบริการที่พบมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 พบว่าในพื้นที่นครบาลมีการดำเนินคดีทั้งหมด 3 สถานที่ ได้แก่ สถานบันเทิงคริสตัล และเอเมอรัลด์ ย่านทองหล่อ ส่วนอีกสถานที่คือโรงแรมแกรนด์เซ็นเตอร์พอยต์ ทองหล่อ ที่ปรากฏข้อมูลของนายอภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข หรือแสตมป์ นักร้องที่ระบุไทม์ไลน์ว่าติดเชื้อหลังรับงานร้องเพลงในงานเลี้ยงวันเกิดจากโรงแรมดังกล่าว ทั้งนี้ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง 3 ราย คือ ผู้จัดการโรงแรม ผู้จัดงานเลี้ยงวันเกิด และผู้ตรวจโรค ให้มาให้ปากคำชี้แจงข้อเท็จจริงในวันที่ 26 เม.ย.นี้ สำหรับนักร้องจะเรียกตัวมาให้ปากคำในฐานะพยานเช่นเดียวกับกรณีของดีเจมะตูม เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงก่อนดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100019</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, บุคลากรทางการแพทย์, ยอดลดเพราะมาตรการ, รักษาเองที่บ้าน, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โควิดรอบ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d92ca6d215.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
