<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 22:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยโควิดระบาดส่งผลนักเรียนญี่ปุ่นฆ่าตัวตายมากเป็นสถิติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จำนวนเด็กนักเรียนวัยประถมถึงมัธยมศึกษาของญี่ปุ่นที่ฆ่าตัวตายในช่วงเวลาที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว มีจำนวนมากที่สุดในรอบเกินกว่า 40 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สนามเด็กเล่นในสวนสาธารณะคินูตะของกรุงโตเกียวถูกปิดการใช้งานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของหนังสือพิมพ์อาซาฮีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2564 อ้างข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องปิดโรงเรียนและงดการเรียนการสอนในชั้นเรียนเมื่อปีที่แล้ว โดยผลสำรวจพบว่า มีเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา ถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย กระทำอัตวินิบาตกรรมแล้วถึง 415 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาซาฮีระบุว่า จำนวนนี้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ 100 คน และเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติเมื่อปี 2517&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวของรอยเตอร์กล่าวว่า ญี่ปุ่นมีประวัติของการฆ่าตัวตายมาช้านานโดยถือเป็นหนทางหลีกเลี่ยงความอับอายหรือความเสื่อมเสีย อัตราการฆ่าตัวตายของญี่ปุ่นสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ 7 ประเทศ แต่ความพยายามระดับประเทศทำให้อัตราการฆ่าตัวตายลดลงราว 40% ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา โดยลดลงต่อเนื่องมา 10 ปี นับแต่ปี 2552&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ท่ามกลางภาวะโรคระบาดเมื่อปีที่แล้ว ทำให้อัตราการฆ่าตัวตายในญี่ปุ่นกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีก โดยมีผู้หญิงฆ่าตัวตายมากขึ้นทั้งจากความกดดันทางอารมณ์และทางการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อญี่ปุ่นกล่าวด้วยว่า กระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นรายงานว่า มีเด็กนักเรียนขาดเรียน 30 วันหรือเกินกว่านั้น มากกว่า 196,127 คน ถือว่ามากเป็นประวัติการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีเอ็นเอชเคอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่กระทรวงว่า ผลที่ออกมาแสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในโรงเรียนและในบ้านเพราะโรคระบาด ส่งผลกระทบอย่างมากต่อพฤติกรรมของเด็ก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119772</URL_LINK>
                <HASHTAG>เด็กญี่ปุ่นฆ่าตัวตายมากเป็นสถิติ, เด็กนักเรียนญี่ปุ่นฆ่าตัวตาย, โควิดระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6168493cb3820.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน ! ผู้ว่าฯภูเก็ตลงนามคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงผับ บาร์ สถานศึกษาฯ ตั้งแต่ 17-31 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 15 ส.ค.64 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ได้ขยายขอบเขตออกเป็นวงกว้าง ในลักษณะเป็นกลุ่มก้อนในหลายพื้นที่ และพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดภูเก็ตจึงจำเป็นต้องกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการ เพื่อเร่งแก้ไขและระงับยับยั้งสถานการณ์ให้คลี่คลายลงโดยเร็ว โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 48/2564เมื่อวันที่14 สิงหาคม 2564
จึงลงนามคำสั่งที่ &amp;nbsp;4626/2564 ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2564 &amp;nbsp;เรื่อง มาตรการปิดสถานที่หรือห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค
สาระสำคัญ &amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มาตรการปิดสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่โรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานบันเทิง และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ทุกแห่งในท้องที่จังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp; &amp;nbsp;สนามชนไก่ สนามกัดปลา สนามแข่งนก สนามแข่งไก่ สนามมวย หรือสถานที่จัดให้มีการเล่นการพนัน รวมถึง สนามฝึกซ้อมหรือกิจกรรมอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่จัดให้มีโต๊ะสนุกเกอร์ บิลเลียด หรือโต๊ะพูล &amp;nbsp;ร้านเกมคอมพิวเตอร์ เกมออนไลน์ &amp;nbsp;โรงเรียนสอนมวย และโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ทุกประเภท (วูชู คาราเต้ เทควันโด มวยไทย
มวยสากล ยูโด ไอกิโด เป็นต้น)&amp;nbsp;
สระว่ายน้ำที่เปิดให้บริการประชาชนเป็นการทั่วไปทั้งในส่วนของราชการ และ
ผู้ประกอบการเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานศึกษาในระบบทุกแห่งทุกสังกัดในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน มหาวิทยาลัย และสถาบันกวดวิชา ทุกแห่ง งดการจัดการเรียนการสอนและงดการจัดกิจกรรมใด ๆ ที่ต้องมีการรวมกลุ่มของนักเรียนนักศึกษา ยกเว้น โรงเรียนเอกชนนอกระบบที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในชั้นเรียนไม่เกิน 5 คน &amp;nbsp;โดยให้สถานศึกษา มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาจัดการเรียนการสอนด้วยการไม่ต้องเข้าชั้นเรียนตามรูปแบบที่ตันสังกัดกำหนดหรือรูปแบบที่เหมาะสมตามที่กำหนด โดยปรับการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค &amp;nbsp; ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลซึ่งมีจำนวนรวมกันมากกว่า 50 คนแต่ เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นกิจกรรมในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสถา
ห้ามรวมกลุ่มทำกิจกรรม สังสรรค์ ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในพื้นที่
สาธารณะ ชายหาด สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ถนนริมคลอง ถนนรอบอ่างเก็บน้ำ ขุมน้ำสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มาตรการควบคุมแบบบูรณาการ สถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค &amp;nbsp; ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะ
คล้ายกัน ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติ ยกเว้น ส่วนที่เป็นตู้เกม เครื่องเล่น ร้านเกม สวนสนุก ให้งดบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้บริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านได้ตามปกติโดยงดการจำหน่าย และงดดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในร้าน &amp;nbsp; ตลาดสด ตลาดนัด ถนนคนเดิน ให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคตามที่ทางราชการกำหนด และจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการตามขนาดของพื้นที่ 1คน ต่อ 4 ตารางเมตร
ร้านสะดวกซื้อ ให้เปิดดำเนินการได้ตามปกติตั้งแต่เวลา 04.00 นาฬิกา ถึงเวลา 23.00นาฬิกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนามกีฬาหรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกายกลางแจ้ง สวนสาธารณะ ลาน พื้นที่กิจกรรมสาธารณะโล่งแจ้งและกีฬาในร่ม สามารถเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 21.00 นาฬิกา แต่ห้ามเล่นกีฬาที่มีการปะทะกันและต้องไม่มีผู้ชมหรือชุมนุมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่หรือสนามออกกำลังกายในร่ม โรงยิม ฟิตเนส โยคะ แอโรบิก คลาสออกกำลังกายแบดมินตัน สามารถเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 21.00 นาฬิกา โดยจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการตามขนาดของพื้นที่และผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคชีนครบโดส และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่ทาง
ราชการกำหนด รวมถึงมาตรการ D-M-H-T-T-A&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การจัดกิจกรรมทางสังคม &amp;nbsp;ให้งดการจัดงานสังสรรค์ งานเลี้ยง งานรื่นเริง งานวันเกิด งานขึ้นบ้านใหม่ เลี้ยงรับ - ส่ง
และเลี้ยงฉลองแสดงความยินดีในโอกาสต่าง ๆ กรณีการจัดพิธีการตามประเพณีนิยมหากไม่สามารถเลื่อนได้ เช่น งานพิธีการศพ งานอุปสมบท งานมงคลสมรส วันสำคัญทางศาสนาหรืองานบุญ ให้สามารถดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโรคที่เพียงพอเพื่อลดโอกาสเสี่ยงจากการติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. มาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง ให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ เจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการภาคเอกชน พิจารณาขยายการดำเนินมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง เพื่อลดจำนวนการเดินทางของเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นระยะเวลาตามความจำเป็นเหมาะสม เพื่อป้องกันและลดโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้งนี้ การปฏิบัติงานดังกล่าวให้เพียงพอต่อภารกิจให้บริการประชาชน
ห้ามมิให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารและพนักงานส่วนท้องถิ่นพนักงานราชการ ลูกจ้างส่วนราชการ เดินทางออกนอกเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ยกเว้น มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน และต้องได้รับอนุญาตตามแบบที่กำหนดแนบท้ายคำสั่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.การถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ การถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ซึ่งเมื่อรวมคนทำงานหน้าฉากและทุกแผนกแล้ว ต้องมีจำนวนไม่เกิน 50 คน และต้องไม่มีผู้ชม
เข้าร่วมรายการ การยกเว้นไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าในบางกรณีหรือบางช่วงเวลาของการถ่ายทำ
ต้องดำเนินการตามแนวปฏิบัติสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ตามที่ได้รับอนุมัติจาก ศบค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. มาตรการตรวจสอบเข้มงวดกับสถานที่หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคแบบกลุ่มก้อน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้มงวดในการตรวจสอบสถานที่หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค เช่น โรงงาน สถานที่พักของแรงงานต่างด้าว หรือสถานที่อื่น ๆ ให้เป็นไปตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบและระเบียบ
รวมทั้งมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 51 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับแห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 &amp;nbsp;สิงหาคม &amp;nbsp;ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113312</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ วุ่นซิ้ว, ปิดสถานที่เสี่ยง, ภูเก็ต, โควิดระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60faa252a3b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลค่าธุรกิจร้านอาหารปี 64 หดตัววูบ 13-17% จากมาตรการเข้มคุมโควิดระบาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 2564 การระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงมากขึ้นและมาตรการควบคุมการระบาด กระทบธุรกิจร้านอาหาร คาดทั้งปี 2564 มูลค่าธุรกิจร้านอาหารหดตัวลงร้อยละ 17.3 ถึงร้อยละ 13.5&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อการระบาดของโควิด-19 ในประเทศ กลับมาพบผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจัดอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ส่งผลให้ทางการต้องยกระดับมาตรการควบคุมการระบาดอีกครั้ง โดยในส่วนของธุรกิจร้านอาหารต้องกลับมางดให้บริการการนั่งทานในร้านให้เหลือเพียงช่องทางการนำกลับไปบริโภค เป็นระยะเวลา 30 วัน แน่นอนว่า มาตรการดังกล่าว คงจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ดี เพื่อลดผลกระทบและช่วยเหลือผู้ประกอบการและพนักงาน เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือค่าชดเชยแรงงานโดยครอบคลุมจังหวัดที่ออกมาตรการห้ามนั่งในร้านอาหาร ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร รวมถึงมาตรการเพิ่มเติมที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา อาทิ มาตรการโคเพย์ โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าจ้างให้กับเอสเอ็มอีเพื่อพยุงการจ้างงาน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การระบาดของโควิดระลอกนี้ น่าจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารที่รายได้หลักมาจากการให้บริการนั่งทานในร้าน (Full Service) เช่น สวนอาหาร ร้านอาหาร Buffet ร้านอาหาร Fine Dinning ซึ่งมีรายได้มากกว่าร้อยละ 70 จากช่องทางดังกล่าวรวมถึงมีข้อจำกัดในการปรับตัว ทำให้จะได้รับผลกระทบค่อนข้างสูง ขณะที่ร้านอาหารกลุ่มอื่น อาทิ ร้านอาหารที่ให้บริการจำกัด (Limited Service) และร้านอาหารข้างทาง (Street food) ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการสูงกว่าน่าจะได้รับผลกระทบลดหลั่นกันลงไปตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแม้ว่าภายหลังจากครบกำหนด 30 วัน สถานการณ์โควิดในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลอาจจะดีขึ้น จนทางการกลับมาผ่อนคลายมาตรการให้เปิดบริการนั่งทานในร้านได้ แต่ผลกระทบที่ตามมาคือ ธุรกิจร้านอาหารยังคงต้องเผชิญกับปัจจัยลบรอบด้านทั้งกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ขณะเดียวกันผู้บริโภคมีความกังวลจากโควิด-19 ทำให้หลีกเลี่ยงการออกไปนั่งทานที่ร้าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจร้านอาหารที่จะยังไม่กลับมาฟื้นตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปัจจัยดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ปรับลดประมาณการมูลค่าธุรกิจร้านอาหารในปี 2564 นี้ โดยประเมินทิศทางธุรกิจร้านอาหารไว้ 2 กรณี ดังนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีพื้นฐาน ภาครัฐสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้เร็ว ธุรกิจร้านอาหารในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลสามารถกลับมาเปิดให้บริการนั่งในร้านได้ตามปกติ การใช้ชีวิตประจำวันและการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศน่าจะทยอยกลับมา ส่งผลให้เกิดการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหาร ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่ามูลค่าของธุรกิจร้านอาหารในปี 2564 จะหายไป 5.5 หมื่นล้านบาทเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หรือเหลือเพียง 3.50 แสนล้านบาท (-13.5%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเลวร้าย ความเสี่ยงการระบาดของโควิดที่อาจจะมีการกระจายตัวเพิ่มขึ้นเป็นวงกว้าง และยาวนานกว่า 30 วัน ซึ่งอาจจะมีความเป็นไปได้ที่ทางการอาจจะคงมาตรการควบคุมการระบาดของโรคและการผ่อนปรนมาตรการจำกัดการให้บริการนั่งในร้านจะยังเป็นไปอย่างระมัดระวัง ทำให้การฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารน่าจะมีความล่าช้าและสร้างผลกระทบในระยะกลางกับผู้ประกอบการร้านอาหาร ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่ามูลค่าของธุรกิจร้านอาหารในปี 2564 จะหายไป 7.0 หมื่นล้านบาทเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หรือเหลือเพียง 3.35 แสนล้านบาท (-17.3%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสื่อสารที่ชัดเจนและความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากภาครัฐเพื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น น่าจะเป็นส่วนสำคัญต่อการอยู่รอดของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าผู้ประกอบการร้านอาหารจะพยายามปรับตัวอย่างสุดความสามารถ และภาครัฐได้มีการออกนโยบายช่วยเหลือเบื้องต้น แต่ผลกระทบต่อเนื่องที่สะสมได้สร้างความบอบช้ำอย่างมากต่อธุรกิจร้านอาหาร และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ภาครัฐอาจมีความจำเป็นในการที่จะควบคุมการระบาดของโรคโควิดเพิ่มเติมในระยะข้างหน้าซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่า เนื่องจากธุรกิจร้านอาหารจะมีความแตกต่างในโครงสร้างของธุรกิจ โดยเฉพาะในด้านต้นทุนซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นของสด และมีวันหมดอายุ (ต้นทุนอาหารคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 25 &amp;ndash; 40 ของรายได้) ทำให้การประกาศมาตรการควบคุมในระยะข้างหน้า ทางการอาจจะพิจารณามาตรการอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากเบาไปที่เข้มงวด (หรือใช้การหน่วงเวลา) เพื่อให้ภาคธุรกิจร้านอาหารสามารถเตรียมพร้อมรองรับกับการเปลี่ยนแปลงมาตรการ ผ่านการลดสต็อกวัตถุดิบ ปรับช่องทางการขาย รวมถึงการสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ในระยะต่อไปภาครัฐอาจมีการพิจารณาการช่วยเหลือเพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุมปัญหาในมิติอื่นๆ ของผู้ประกอบการร้านอาหาร เช่น ค่าเช่าพื้นที่และค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค การเข้าถึงสภาพคล่องของผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร รวมถึงหลักเกณฑ์การชดเชยที่มีต่อผู้ประกอบการและกลุ่มลูกจ้างที่ชัดเจนและครอบคลุมทุกกลุ่มมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กล่าวโดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงมากขึ้นและการประกาศยกระดับของมาตรการ ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อธุรกิจร้านอาหาร ทำให้มูลค่ารวมของธุรกิจร้านอาหารในกรณีพื้นฐาน ทั้งปี 2564 อาจเหลือเพียง 3.50 แสนล้านบาท ขณะที่ในกรณีเลวร้ายจะลดลงเหลือเพียง 3.35 แสนล้านบาท นอกจากนี้สถานภาพของผู้ประกอบการที่บอบช้ำอย่างรุนแรง ทำให้การช่วยเหลือเพิ่มเติมที่ครอบคลุมและเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากต่อความอยู่รอดของ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108653</URL_LINK>
                <HASHTAG>มูลค่าธุรกิจร้านอาหาร, ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, โควิดระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0bcfb79610.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังรับศก.สะดุดพิษโควิด กดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคชะลอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.2564 นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;(สศค.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เศรษฐกิจไทยในเดือน&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ส่งสัญญาณชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่&amp;nbsp;แต่ยังคงขยายตัวได้จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน ส่งสัญญาณขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ชะลอตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ&amp;nbsp;44.7&amp;nbsp;จากระดับ&amp;nbsp;46.0&amp;nbsp;ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ แม้ว่ามาตรการของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการเราชนะ และโครงการม33&amp;nbsp;เรารักกัน จะสามารถพยุงกำลังซื้อได้ในระดับหนึ่ง&amp;nbsp;ขณะที่การบริโภคเอกชน ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายได้เกษตรกรที่แท้จริงที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่องที่&amp;nbsp;12.5%&amp;nbsp;ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน ส่งสัญญาณขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ชะลอตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัวต่อเนื่องที่&amp;nbsp;33.6%&amp;nbsp;ต่อปี ส่วนการลงทุนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ขยายตัว&amp;nbsp;6.3%&amp;nbsp;ต่อปี แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ที่เริ่มมีการค้นพบผู้ติดเชื้อในคลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้างหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่&amp;nbsp;23,057.9&amp;nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราการขยายตัวที่&amp;nbsp;41.6%&amp;nbsp;ต่อปี ซึ่งเป็นการขยายตัวที่สูงสุดในรอบ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ปี โดยสินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ สินค้าเกษตรและอาหาร โดยเฉพาะ ยางพารา ผักและผลไม้ และเครื่องปรุงรส สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน&amp;nbsp;(Work from Home)&amp;nbsp;สินค้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด สินค้าเกี่ยวเนื่องกับภาคการผลิตที่เริ่มกลับมาฟื้นตัว และสินค้ารถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ไม่รวมทองคำ โดยตลาดคู่ค้าหลักของไทยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดหลัก ได้แก่ อินเดีย สหภาพยุโรป อาเซียน-9&amp;nbsp;และสหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิพงศ์ กล่าวอีกว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;82.3&amp;nbsp;จากระดับ&amp;nbsp;84.3&amp;nbsp;ในเดือนเม.ย. 2564&amp;nbsp;เนื่องจากผู้ประกอบการมีความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ ขณะที่ภาคเกษตรยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ขยายตัว&amp;nbsp;0.6%&amp;nbsp;ต่อปี สำหรับบริการด้านการท่องเที่ยว พบว่า ในเดือนพ.ค. 2564&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประเภทพิเศษ&amp;nbsp;(Special Tourist Visa: STV)&amp;nbsp;รวมถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มสิทธิพิเศษ&amp;nbsp;(Thailand Privilege Card)&amp;nbsp;และนักธุรกิจ จำนวน&amp;nbsp;6,052&amp;nbsp;คน โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และอาเซียน ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยขยายตัว140.2%&amp;nbsp;ต่อปี ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยฐานต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107922</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, เศรษฐกิจทรุด, เศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ค. 2564, โควิดระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d98df27060e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามเลือกสมาชิกสภาแห่งชาติท่ามกลางโควิดหวนระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวเวียดนามเกือบ 70 ล้านคนได้ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติที่จัดขึ้นทุก 5 ปีเมื่อวันอาทิตย์ ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ที่พบผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติ 500 ที่นั่งในครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามจัดการประชุมใหญ่พรรคเพื่อเลือกคณะผู้นำชุดใหม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา รายงานรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคมกล่าวว่า การเลือกสมาชิกสภาแห่งชาติครั้งนี้มีผู้สมัครอิสระน้อยลงกว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยลดลงจาก 97 คน เหลือเพียง 74 คน ที่เหลือหรือราว 92% นั้นเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ โดยสื่อของเวียดนามกล่าวกันว่า จำนวนผู้แทนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ลดลงกว่าครึ่งในการเลือกตั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเลือกสมาชิกสภาแห่งชาติ ผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งเกือบ 69.2 ล้านคนยังจะได้เลือกสมาชิกสภาประชาชนในระดับจังหวัดและระดับอำเภอด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลอย่างเป็นทางการเปิดเผยว่า ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อปี 2559 มีชาวเวียดนามออกมาใช้สิทธิถึง 99% จากจำนวนผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ 67.5 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งในปีนี้จัดขึ้นในช่วงยามที่เวียดนามกำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังแพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,066 คนนับแต่พบการระบาดรอบล่าสุดเมื่อปลายเดือนเมษายน และถึงขณะนี้เวียดนามมียอดผู้ติดเชื้อสะสม 5,141 คน เสียชีวิตแล้ว 42 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อำเภอลองเบียนของกรุงฮานอย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 30 คนยืนต่อแถวที่หน่วยเลือกตั้งเพื่อรอใช้สิทธิ ทั้งหมดสวมหน้ากากอนามัย ก่อนมาเข้าแถวนั้น ผู้ใช้สิทธิทุกคนต้องผ่านการวัดอุณหภูมิ ได้รับแจกหน้ากากอนามัยและมีบริการเจลล้างมือ โดยเจ้าหน้าที่คอยประกาศเตือนผ่านเครื่องขยายเสียงให้ประชาชนเว้นระยะห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทั่วไปแล้ว ผลการเลือกตั้งของเวียดนามจะประกาศภายในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103913</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม, สภาแห่งชาติเวียดนาม, เลือกตั้งสมาชิกสภา, เวียดนาม, โควิดระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60aa334ea14ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัดสงขลาพลิกวิกฤติสู้โควิด นำบาตรขนาดใหญ่ตั้งรับบิณฑบาตรหน้าประตูวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
21 พ.ค.64 -&amp;nbsp; ช่วงโควิดรอบที่ 3 แพร่ระบาด ในพื้นที่เมืองสงขลาพระภิกษุสงฆ์หลายวัด ต้องงดออกบิณฑบาต เนื่องจากกลัวว่า จะออกไปติดเชื้อจากนอกวัด&amp;nbsp; นำกลับมาแพร่ระบาดในวัด จึงต้องงดออกบิณฑบาต แต่ได้นำบาตรสแตนเลสขนาดใหญ่มาวางที่ประตูวัด เพื่อให้ญาติโยมพุทธศาสนิกชน ได้มาทำการตักบาตร ถวายภัตตาหารให้กับพระสงฆ์ แทนการให้พระสงฆ์ออกเดินรับบิณฑบาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่บริเวณประตูทางเข้าวัดแจ้ง เขตเทศบาลนครสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ทางวัดได้นำบาตรรสแตนเลส ขนาดใหญ่ มาตั้งโต๊ะวางที่หน้าประตูทางเข้าวัด และมีพระสงฆ์จะยืนรอรับบิณฑบาตและให้ศีลให้พรญาติโยม ที่เดินทางนำอาหารหวานคาว มาทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ที่วัดแจ้งแห่งนี้ เนื่องจากในช่วงนี้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 รอบที่ 3 ในพื้นที่เมืองสงขลาอย่างกว้างขวาง ทางวัดเกรงว่าพระสงฆ์ที่ออกไปเดินรับบิณฑบาตจากญาติโยมไปตามถนนต่างๆ อาจจะติดเชื้อโควิดและกลับมาแพร่กระจายภายในวัด ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกัน ทางวัดจึงงดออกบิณฑบาตของพระภายในวัดทุกรูป แต่นำบาตรรสแตนเลส ขนาดใหญ่ มาวางที่ประตูวัด เพื่อให้ญาติโยมที่มีจิตศรัทธา ได้มาร่วมทำบุญตักบาตร ถวายพระสงฆ์ ที่บริเวณประตูวัดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ตั้งแต่เช้ามีประชาชนและญาติโยมพุทธศาสนิกชน ทยอยเดินทาง มาทำบุญตักบาตร ที่บริเวณประตูทางเข้าวัดแจ้งอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา อย่างไม่ขาดสายเนื่องจากทราบว่า พระภิกษุสงฆ์และสามเณร ภายในวัดแจ้งงดออกบิณฑบาต จึงได้เดินทางนำอาหารหวานคาว มาทำบุญตักบาตรที่ ประตูวัดแจ้ง เพื่อให้พระสงฆ์ มีภัตตาหาร ฉันเช้าแล้วฉันเพล ได้ในแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมสถานการณ์โควิด19 เมื่อวานนี้ (ที่ 20 พ.ค.64) ยังคงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวันโดยเมื่อวานนี้พบผู้ติดเชื้ออีก28 คน รวมยอดสะสม 1,127คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103668</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดบิณฑบาต, บาตรขนาดใหญ่, เทศบาลสงขลา, โควิดระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a726aea1e0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระบี่สั่งปิดบ้านช่องพลีเจอโควิดระบาดชาวบ้านติดเชื้อเกือบ 100 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 9 พ.ค.64&amp;nbsp; ที่โรงเรียนบ้านช่องพลี ม.1 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ นายอนุวรรต์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังวัดกระบี่ พร้อมด้วยนายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภอเมืองกระบี่ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ในการนำชาวบ้านมาทำการตรวจคัดกรองหาผู้ติดเชื้อเพื่อตัดวงจรการระบาดของโรคไวรัสโควิด 19 ในพื้นที่ หลังจากพบว่ามีชาวบ้านในหมู่บ้านติดเชื้อไวรัสโควิด 19 เกือบ 100 ราย และมีผู้เสี่ยงสูงอีกหลายร้อยราย จนทำให้ทางจังหวัดกระบี่ ต้องประกาศปิดหมู่บ้านชั่วคราว เพื่อควบคุมไม่ให้มีการแพร่เชื้อเพิ่มมากขึ้น ซึ่งพบว่าในพื้นที่บ้านช่องพลี การแพร่เชื้อเป็นคนในครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุวรรต์ กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมให้กำลังในเจ้าหน้าที่ว่า สำหรับบ้านช่องพลี เป็นหมู่บ้านที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 อย่างรุนแรง โดยเป็นการระบาดระหว่างคนในครอบครัวด้วยกัน และลุกลามจากครอบครัวหนึ่งไปสู่อีกครอบครัวหนึ่ง ในวันนี้ ได้ทำการตรวจคัดกรองชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ประมาณ 1,000 คน เพื่อที่จะหยุดการระบาดให้ได้ ไม่เกิน 7-14 วันนี้ คาดว่าจะทำให้คนในหมู่บ้านเกิดความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีทั้งทีมของสาธารณสุข และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกระบี่ มาช่วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดทางเจ้าหน้าที่พยายามที่กำจัดวงไม่ให้มีการระบาดเพิ่ม โดยห้ามประชาชนเคลื่อนที่ออกจากที่ที่มีความเสี่ยง ถึงแม้ว่าจะเป็นพื้นที่เสี่ยงต่ำก็ตาม โดยส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปทำการตรวจคัดกรอง และเมื่อจำกัดวงได้ พาคนป่วยมาทำการรักษา ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ก็นำไปกักตัว สถานที่ที่รัฐจัดให้ เชื่อว่าจะสามารถควบคุมโรคไม่ให้มีการแพร่ะบาดเพิ่มเติมได้อย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หลายคนได้ตั้งข้อสังเกตว่า ทางจังหวัดกำลังรับมือการระบาดของโรคไม่ไหว จนต้องเปิดโรงพยาบาลสนาม แห่งที่ 2 ไปเมื่อวานนี้ ซึ่งความจริง ทางจังหวัดได้เปิดเตรียมการไว้เท่านั้น เพราะโรงพยาบาลสนามแห่งแรก ยังสามารถรับผู้ป่วยได้อีก ไม่น้อยกว่า 40&amp;nbsp; เตียง และถึงแม้ว่าโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ซึ่งอยู่ในค่ายทหาร ร.15 พัน1 ได้เปิดไปแล้วแต่ก็ยังไม่มีการนำผู้ป่วยเข้าไปทำการรักษา และต้องปรับปรุงอีกหลายๆอย่าง เป็นเพียงแค่การเตรียมความพร้อมไว้เท่านั้น มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 226 ราย โดยเมื่อวานนี้ 8 พ.ค.พบเพิ่มอีก 7 ราย...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102311</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, บ้านช่องพลี, โควิดระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6097b8ae25ac6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
