<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;ห่วงโควิดระบาดรอบ3ทำลายเศรษฐกิจซัด&#039;ประยุทธ์&#039;ล้มเหลวซ้ำซากต้องลาอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

9 เม.ย.64 -&amp;nbsp; นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า การระบาดของไวรัสโควิดระลอกใหม่นี้เป็นความล้มเหลวและน่าละอายของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว. กลาโหม และ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จะต้องรับผิดชอบเต็มๆ ที่ปล่อยให้เกิดมีการระบาดรอบ 3 ซึ่งได้เริ่มส่งผลการระบาดไปในวงกว้างแล้ว โดยเฉพาะการที่มี ครม. ติดโควิดเสียเอง และ ยังมี ครม. ที่ต้องควบคุมตนเองอีก 10 กว่าคน รวมถึง สส. ฝั่งรัฐบาลอีกเป็นจำนวนมากรวมแล้วร่วมร้อยคน สร้างความเสียหายและเป็นข่าวกระจายไปทั่วโลกแล้ว
&amp;nbsp;
&amp;quot;ข่าวคราวที่มี ครม. สงสัยว่าจะติดไวรัสโควิดจากสถานบันเทิงในพื้นที่ทองหล่อ ได้สร้างความอับอายและเสื่อมเสียให้กับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์อย่างมาก เพราะมีการเปิดเผยว่าสถานที่ดังกล่าวไม่ใช่ผับธรรมดา แต่เป็นสถานบันเทิงที่เป็นแหล่งอโคจรมีหญิงสาวเอนเตอร์เทนจำนวนมาก และก็มีการแพร่เชื้อไวรัสติดกันเป็นจำนวนมากแล้ว ทำให้มีข้อสงสัยถึงจริยธรรมและความเหมาะสมที่ ครม. จะไปสถานที่เหล่านี้ และควรจะต้องเปิดเผยไทม์ไลน์ และชี้แจงว่ามีใครไปบ้างถ้าหากไปจริง และผู้ที่ร่วมไปทั้งหมดก็ควรต้องเปิดเผยไทม์ไลน์ด้วยเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวต่อว่า น่าเป็นห่วงว่าการระบาดของไวรัสโควิดครั้งนี้จะทำลายโอกาสในการฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างหมดสิ้น ทั้งที่ประเทศไทยกำลังจะเตรียมเปิดประเทศเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และเปิดรับการค้าการลงทุนกันแล้ว แต่ต้องมาหยุดชะงักอีกครั้งจากการระบาดครั้งนี้ โรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่คาดหวังว่าจะมีรายได้ในช่วงสงกรานต์ต้องสิ้นหวัง และยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่รัฐบาลจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดครั้งนี้ได้ที่ทำท่าจะรุนแรงกว่าทุกครั้ง และ ตามที่รัฐบาลโม้ว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ถึง 4% ในปีนี้ หลังจากปีที่แล้วทรุดหนักติดลบถึง - 6.1% ก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว และอาจจะทรุดหนักลงอีกมาก ซึ่งทำให้ความหวังของคนไทยที่จะลืมตาอ้าปาก ฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ต้องพลอยสิ้นหวังและฝันสลายไปด้วย โดยเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้วจะยิ่งทรุดหนักลงไปอีก โดยประชาชนจะทนกันไม่ไหว และรัฐบาลคงไม่สามารถเยียวยาประชาชนได้มากแล้วเพราะหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นสูงมากแล้ว 5 เดิอนแรกก่อหนี้เพิ่มแล้ว 6 แสนล้านบาท และรัฐบาลยังจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าคาดประมาณมากมาตลอด อีกทั้งมีการแจกสะเปะสะปะไปก่อนหน้านี้เป็นจำนวนมากแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การระบาดครั้งนี้ยังสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลในการจัดการเรื่องวัคซีน เพราะหากมีการกระจายการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมากได้ก่อนหน้านี้เหมือนหลายๆประเทศที่มีการกระจายการฉีดวัคให้ประชาชนเป็นสัดส่วนที่มากแล้ว การระบาดก็จะไม่มากเท่านี้ ซึ่งแม้กระทั่งปัจจุบันประชาชนยังไม่ทราบเลยว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนกันเมื่อไหร่ และจะมีหลายยี่ห้อให้เลือกไหม อีกทั้งจะมีการจัดอันดับการฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงในรูปแบบใด ซึ่งแสดงถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการเรื่องวัคซีน เห็นได้ชัดเจนว่ามีการบริหารจัดการที่มั่วมากเพราะเมื่อมีการระบาดที่พื้นที่ทองหล่อ ก็มีการแห่กันนำวัคซีนไปฉีดมห้เป็นจำนวนมาก ทั้งที่ควรมีแผนงานก่อนหน้านี้แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวอีกว่า การที่ ครม. และ สส. จำนวนมากต้องกักตัวเอง ทำให้การบริหารราชการต้องหยุดชะงักซึ่งจะทำให้การดูแลช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนต้องพลอยหยุดชะงักไปด้วย และ การที่ สส. ต้องกักตัวเองจำนวนมากทำให้การพิจารณา พรบ. ประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เป็นปัญหาหลักของประเทศต้องหยุดชะงักไปด้วยเช่นกัน เหมือนกับการบริหารประเทศต้องหยุดกันหมดจากปัญหาการแพร่ระบาดครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การระบาดของไวรัสโควิดครั้งนี้ แสดงถึงความล้มเหลวซ้ำซ้อนของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ทั้งการจัดการวัคซีน การจัดการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด และ การบริหารเศรษฐกิจที่จะยิ่งล้มเหลว โดยเป็นความล้มเหลวที่เกิดขึ้นมาตลอด 6 ปีกว่า และยังมีแนวโน้มที่จะล้มเหลวต่อไปอีก ถึงเวลาแล้วที่พลเอกประยุทธ์ต้องพิจารณาตัวเองว่าที่ผ่านมาการบริหารของพลเอกประยุทธ์ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศขนาดไหน ยิ่งอยู่นานประเทศยิ่งเสื่อมถอยใช่หรือไม่ และควรจะต้องพิจารณาลาออกไปได้แล้ว ก่อนที่ประชาชนจะแห่กันออกมาไล่เพิ่มมากขึ้น เพราะไม่สามารถอดทนต่อความล้มเหลวได้อีก&amp;quot;นายพิชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98870</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำลายการฟื้นตัวเศรษฐกิจ, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, โควิดระบาดรอบใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b3eaa9615d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039;ลั่นอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อมีบ่อนถูกกฎหมายแล้วบ่อนเถื่อนจะหมดไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ม.ค.64 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง บ่อนการพนัน มีเนื้อหาดังนี้
โควิดระบาดรอบใหม่​ บ่อนการพนันเป็นต้นเหตุ​ คราวก่อนเมื่อมีนาคม​ 63​ สนามมวย(บ่อนอีกรูปแบบ)​ ก็เป็นตัวแพร่เชื้อ​
มีคนเสนอให้ทำบ่อนถูกกฎหมาย​&amp;nbsp; ห้ามคนจน​ ห้ามคนไทยเข้าบ่อน​ หรือคนที่จะเข้าไปเล่นต้องเสียภาษีรายได้ ถามจริงๆ​ เชื่อหรือ​&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีบ่อนถูกกฎหมายถูกกฎหมายแล้ว​ บ่อนเถื่อน​ บ่อนวิ่ง​ บ่อนลักลอบเล่น​ บ่อนโกดังจะหมดไป​ จะเป็นอย่างนั้นได้จริงมั้ย​&amp;nbsp; อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ​
ไม่ให้คนไทยเข้าบ่อน​ จะทำได้ไง
ยุ่งยากนัก​ บ่อนประเทศเพื่อนบ้านก็ยังอยู่​ พร้อมต้อนรับคนไทย
การพนัน​ เจ้าของรวย​ คนเล่นจน​&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอาอย่างดีมั้ย​&amp;nbsp; เอาเจ้าของ​บ่อน เจ้ามือ​ เจ้าของสถานที่​ คนเล่น​ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับบ่อน​ อยู่ในฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน​ ในทุกกรณี​&amp;nbsp; โดยกำหนดวงเงินที่ยึดได้จากบ่อนต่ำกว่า​ 5&amp;nbsp; แสนบาท​และมีผู้เล่นต่ำกว่า​ 50​ คน
หากแก้กฎหมายให้เป็นอย่างนี้​ จะกลายเป็นเตะหมูเข้าปาก​ มั้ย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89890</URL_LINK>
                <HASHTAG>นันทิวัฒน์ สามารถ, บ่อนการพนันถูกกฎหมาย, โควิดระบาดรอบใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5a66c5d0263.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 20:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 20:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ่างทอง&#039; ไข่แตก! พบผู้ติดเชื้อโควิดรายแรก เป็นหญิงเดินทางไปซื้ออาหารทะเลที่สมุทรสาคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.63 - เวลา 18.30 น. นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊คแจ้งประชาชนชาวจังหวัดอ่างทองว่า&amp;nbsp;เรียนพี่น้องประชาชนชาวอ่างทอง ขณะนี้จังหวัดอ่างทองได้รับการยืนยันผลการตรวจเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ในกลุ่มเสี่ยงพบผู้ติดเชื้อจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย เป็นเพศหญิงซึ่งเดินทางไปตลาดอาหารทะเลสดที่จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 20&amp;nbsp;ธ.ค.63 (ไม่แสดงอาการ) ขณะนี้ทางสาธารณสุขกำลังสอบสวนไทม์ไลน์เพื่อจะสอบสวนโรคอย่างเร่งด่วน ขอให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องวิตกกังวล แต่ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด โดยขอแจ้งให้ทราบว่าจังหวัดอ่างทองได้ดำเนินการแล้ว&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คัดแยกกักตัวกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน ไปยังโรงพยาบาลตรวจเชื้อแล้ว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย ไม่พบเชื้อ เข้าสู่กระบวนการตรวจอีก&amp;nbsp;3 ราย&amp;nbsp;2.สอนสวนข้อมูล&amp;nbsp;time line&amp;nbsp;เพื่อหากลุ่มเสี่ยง และประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนทันทีที่ได้ข้อมูล (พวกเราทำงาน&amp;nbsp;24ชั่วโมง ดึกแค่ไหนหากได้ข้อมูลผมจะแจ้งในทันทีครับ)&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;ตั้งด่านบูรณาการตรวจสอบการเดินทางเข้ามาในพื้นที่ของแรงงานต่างชาติิ&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;ฆ่าเชื้อทำความสะอาดในพื้นที่ที่ผู้ติดเชื้อเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยขอให้พี่น้องชาวอ่างทองมั่นใจว่าจะไม่มีการปกปิดข้อมูลอย่างแน่นอน เพื่อให้ทุกคนได้ระวังและป้องกันตัวเอง และขอให้ติดตาม ข่าวสารได้ที่เพจของผม หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง เท่านั้นครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87843</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอ่างทอง, โควิด19, โควิดรอบ2, โควิดระบาดรอบใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe345f28af9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมุทรสาคร&#039; ติดเชื้อโควิดแล้ว 1,192 คน หลังค้นหาเชิงรุก &#039;ตลาดกลางค้ากุ้ง&#039; มากสุด 901 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23&amp;nbsp;ธ.ค.63 - เวลา&amp;nbsp;16.30 น.&amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไปกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าการตรวจหาผุ้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ว่าจากการค้นหาเชิงรุกในจ.สมุทรสาคร ขณะนี้ มีผู้ติดเชื้อแบ่งเป็นพื้นที่ต่างๆดังนี้&amp;nbsp;ตลาดกลางค้ากุ้งติดเชื้อ&amp;nbsp;901&amp;nbsp;คน จากการตรวจ&amp;nbsp;2,052&amp;nbsp;คน ชุมชนซอยเศรษฐกิจ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ติดเชื้อจำนวน&amp;nbsp;134&amp;nbsp;คน จากการตรวจ&amp;nbsp;2,074&amp;nbsp;คน ตลาดทะเลไทยติดเชื้อ&amp;nbsp;137&amp;nbsp;คนจากการตรวจ&amp;nbsp;653&amp;nbsp;คน สะพานปลา ติดเชื้อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนจากการตรวจ&amp;nbsp;491&amp;nbsp;คน ชุมชนท่าจีน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;คน จากการตรวจ&amp;nbsp;449&amp;nbsp;คน รวมมีการติดเชื้อแล้วทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,192&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังเหลืออีกสำหรับการแพร่กระจายติดเชื้อรับการรักษาที่สถานพยาบาลในจังหวัดต่างๆ นอกจากจังหวัดสมุทรสาคร ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1-22&amp;nbsp;ธ.ค. ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อแล้วจำนวน&amp;nbsp;65&amp;nbsp;คน ใน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;จังหวัด ดังนี้ กรุงเทพฯ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;คน นครปฐม&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คนสมุทรปราการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน สระบุรี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน ปทุมธานี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน กำแพงเพชร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน นนทบุรี&amp;nbsp;2คน ปราจีนบุรี&amp;nbsp;2คน พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน &amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน ขอนแก่น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน นครราชสีมา&amp;nbsp;1คน เพชรบุรี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน เพชรบูรณ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน ภูเก็ต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน สุพรรณบุรี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน อุตรดิตถ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน สุราษฏ์ธานี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน ชัยนาท&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87817</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, จังหวัดสมุทรสาคร, ตลาดกลางกุ้ง, โควิด - 19, โควิด-19, โควิด19, โควิดรอบ2, โควิดระบาดรอบใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdeeb6acaa9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำรวจบริเวณกักตัว &#039;แรงงานเมียนมา&#039; ด้านหลังตลาดกุ้ง ยันมีหลบหนีจริง (มีคลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค.63 - จากกรณีเหตุการณ์ที่สร้างความวิตกกังวลให้กับชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร&amp;nbsp;เมื่อมีกระแสข่าวว่า ชาวเมียนมาได้ทุบกำแพงหลบหนีออกมา ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปดูในบริเวณดังกล่าวเห็นชาวเมียนมาที่อยู่ภายในกำลังเดินออกมาหลายคน เมื่อคนเหล่านั้นเห็นผู้สื่อข่าวต่างวิ่งหนีกันออกมาอย่างรวดเร็วส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่งต่างกรูกันกลับเข้าไปภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรสาครรายงานได้เดินทางไปถ่ายคลิปในพื้นที่หลังตลาดกุ้ง ซึ่งเป็นสถานที่กักตัวแรงงาน พร้อมกับรายงานว่า สำหรับประเด็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกำแพงดังกล่าวได้สอบถามชาวบ้านทราบว่า พังทลายลงมานานแล้ว จุดดังกล่าวชาวบ้านใช้สัญจรประมาณ 1 ปีแต่ภายหลังมีการกักตัวแรงงาน เจ้าหน้าที่นำรั้วลวดหนามมาป้องกันไว้&amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตามยืนยันว่า มีแรงงานเมียนมาที่กักตัวอยู่ด้านในหลบหนีทางนี้ออกมาหลายคน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Thananya Chuenjai เผยแพร่ภาพอาคารที่แรงงานชาวเมียนมาพักอาศัยอยู่และเจ้าหน้าที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวรอตรวจโควิด บริเวณหลังตลาดกุ้ง พร้อมระบุว่าชาวเมียนมาลอบพังกำแพงและหลบหนีออกมาจากอาคาร ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าตรวจสอบและนำลวดหนามมาวางขวางไว้ ก่อนจะลบโพสต์ดังกล่าวออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า สำหรับโพสต์ที่บอกว่ามีพม่าพังกำแพงหนี ขอโทษทีค่ะที่โพสต์ไป ไม่นึกว่าจะมีคนแชร์เยอะ &amp;quot;เรื่องมีคนหนีออกไปจริง&amp;quot; แต่พังกำแพงมีคนพื้นที่ด้านในมาบอกว่าไม่ได้พังกำแพงค่ะ แค่น่าจะหนีออกทางนั้นมากกว่า ขอโทษนะคะที่ไม่กรองข่าวให้ดีก่อน&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87683</URL_LINK>
                <HASHTAG>แรงงานเมียนมา, โควิด19, โควิดรอบ2, โควิดระบาดรอบใหม่, โควิดสมุทรสาคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe1b1139b299.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอเหรียญทอง&#039; สุดมั่นใจ &#039;บิ๊กตู่&#039; จะนำพาประเทศไทยประสบชัยชนะในสงครามชีวภาพโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค.63 -&amp;nbsp;พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า เมื่อเริ่มระบาดโควิด-19 ระลอกแรกเดือน ก.พ.63 ผมนี่แหละที่ได้โพสต์ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้นำที่สามารถนำพาประเทศและคนในชาติรอดปลอดภัยจากสถานการณ์ระบาด ด้วยภาวะผู้นำและความสามารถในการนำหน่วยและบริหารจัดการซึ่งก็ได้พิสูจน์จนเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ในครั้งนี้ ถึงแม้จะแตกต่างจากการระบาดระลอกแรก เนื่องจากเป็นการรั่วไหลแทรกซึมผ่านช่องทางแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ราชอาณาจักรไทยแล้ว และถึงแม้สถานการณ์ในครั้งนี้จะไม่ใช่สถานการณ์ที่จะควบคุมการระบาดให้เป็นศูนย์ได้ดังเช่นระลอกแรก โดยจะเป็นสถานการณ์ที่มีการติดเชื้อกระจัดกระจาย แต่จะอยู่ในความสามารถของโรงพยาบาลทั่วราชอาณาจักรที่จะรองรับผู้ป่วยได้ จากการที่ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วในช่วงการรบหน่วงเวลาในการระบาดระลอกแรกที่นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จนทำให้ รพ.ต่างๆทั่วราชอาณาจักรมีความรู้ ความเข้าใจ และเตรียมการรองรับที่สามารถยกระดับการเผชิญสถานการณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคนในชาติต้องร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติตามมาตรการระวังป้องกันส่วนบุคคลและมาตรการส่วนรวมด้วยความเคร่งครัดครับ และด้วยภาวะผู้นำและความสามารถของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการบริหารจัดการอย่างมียุทธศาสตร์ มีแผนการปฏิบัติที่ยืดหยุ่นปรับตัวได้อย่างสอดคล้องกับสถานการณ์จึงทำให้พร้อมรบกับสถานการณ์ระบาดโรคที่เปรียบเสมือนสถานการณ์สงครามชีวภาพครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประสบชัยชนะในสงครามชีวภาพโควิด-19 ในครั้งนี้อีกครั้ง เพียงแต่สงครามชีวภาพโควิด-19 จากนี้อาจไม่ได้เห็นการติดเชื้อเป็นศูนย์และอาจจะมีการติดเชื้ออย่างต่อเนื่องแต่ยังอยู่ในวิสัยการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาล ถึงแม้อาจจะชุลมุนวุ่นวายบ้างก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมคนหนึ่งที่จะร่วมมือกับรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยการทำหน้าที่ของผมในการนำหน่วยของผม คือ รพ.มงกุฎวัฒนะ รพ.เอกชนเล็กๆแห่งหนึ่งให้พร้อมเผชิญสถานการณ์ระบาดระลอกใหม่เพื่อการรักษาชีวิตพสกนิกรภายใต้ร่มพระบารมีอย่างเต็มกำลังครับ
พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา
ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ
22 ธ.ค.63 เวลา 13.44 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเริ่มระบาดโควิด-19 ระลอกแรกเดือน ก.พ.63 ผมนี่แหละที่ได้โพสต์ว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้นำที่สามารถนำพาประเทศและคนในชาติรอดปลอดภัยจากสถานการณ์ระบาด ด้วยภาวะผู้นำและความสามารถในการนำหน่วยและบริหารจัดการซึ่งก็ได้พิสูจน์จนเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้ว
สถานการณ์ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ในครั้งนี้ ถึงแม้จะแตกต่างจากการระบาดระลอกแรกเนื่องจากเป็นการรั่วไหลแทรกซึมผ่านช่องทางแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ราชอาณาจักรไทยแล้วและถึงแม้สถานการณ์ในครั้งนี้จะไม่ใช่สถานการณ์ที่จะควบคุมการระบาดให้เป็นศูนย์ได้ดังเช่นระลอกแรกโดยจะเป็นสถานการณ์ที่มีการติดเชื้อกระจัดกระจาย แต่จะอยู่ในความสามารถของโรงพยาบาลทั่วราชอาณาจักรที่จะรองรับผู้ป่วยได้จากการที่ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วในช่วงการรบหน่วงเวลาในการระบาดระลอกแรกที่นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนทำให้ รพ.ต่างๆทั่วราชอาณาจักรมีความรู้ ความเข้าใจ และเตรียมการรองรับที่สามารถยกระดับการเผชิญสถานการณ์ได้ อย่างไรก็ตามคนในชาติต้องร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติตามมาตรการระวังป้องกันส่วนบุคคลและมาตรการส่วนรวมด้วยความเคร่งครัดครับ และด้วยภาวะผู้นำและความสามารถของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการบริหารจัดการอย่างมียุทธศาสตร์ มีแผนการปฏิบัติที่ยืดหยุ่นปรับตัวได้อย่างสอดคล้องกับสถานการณ์จึงทำให้พร้อมรบกับสถานการณ์ระบาดโรคที่เปรียบเสมือนสถานการณ์สงครามชีวภาพครับ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประสบชัยชนะในสงครามชีวภาพโควิด-19 ในครั้งนี้อีกครั้ง เพียงแต่สงครามชีวภาพโควิด-19 จากนี้อาจไม่ได้เห็นการติดเชื้อเป็นศูนย์และอาจจะมีการติดเชื้ออย่างต่อเนื่องแต่ยังอยู่ในวิสัยการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาล ถึงแม้อาจจะชุลมุนวุ่นวายบ้างก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้ครับ
ผมคนหนึ่งที่จะร่วมมือกับรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยการทำหน้าที่ของผมในการนำหน่วยของผม คือ รพ.มงกุฎวัฒนะ รพ.เอกชนเล็กๆแห่งหนึ่งให้พร้อมเผชิญสถานการณ์ระบาดระลอกใหม่เพื่อการรักษาชีวิตพสกนิกรภายใต้ร่มพระบารมีอย่างเต็มกำลังครับ
พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา
ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ
22 ธ.ค.63 เวลา 13.44 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87675</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เหรียญทอง แน่นหนา, โควิด19, โควิดระบาดรอบใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e75852cdc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ซูเปอร์โพลเผยประชาชนวิตกกังวลโควิดระบาดรอบใหม่แนะมีจิตสำนึกไม่ไปม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 ธ.ค.63 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ทางแก้วิกฤต โควิดระบาด กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,154 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 &amp;ndash; 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความวิตกกังวลของประชาชนต่อ โควิดระบาดรอบใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.2 วิตกกังวล ในขณะที่ร้อยละ 3.8 ไม่วิตกกังวล นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.3 กลัวต่อโควิดระบาดรอบใหม่ ในขณะที่ร้อยละ 4.7 ไม่กลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงแนวทางป้องกันแก้ไขวิกฤตโควิดระบาดรอบใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.5 ระบุ ทุกคนต้องมีจิตสำนึก รับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม ช่วยกันป้องกัน แก้ไข ไม่ซ้ำเติมวิกฤตโควิด ไม่ซ้ำเติมความทุกข์ของราษฎร ในขณะที่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.1 ระบุ ไม่ไปม็อบ ไม่ไปที่ที่เพิ่มความเสี่ยงแพร่ระบาดโควิดให้ราษฎรและประเทศชาติ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.4 ระบุ ต้องช่วยกันเข้มงวด เคร่งครัด การตั้งด่าน จุดตรวจคัดกรองโควิด นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.3 ระบุ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ใช้มาตรการ ทำงานที่บ้าน Work from Home รีเทิร์น และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.7 ระบุใช้เทคโนโลยี แอพพลิเคชั่น ให้ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง ราษฎร หลีกเลี่ยงแพร่ระบาดโควิดรอบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.6 พอใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุดต่อการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในการแก้ปัญหาวิกฤตโควิดที่ผ่านมา ในขณะที่ ร้อยละ 11.4 พอใจค่อนข้างน้อย ถึง ไม่พอใจเลย นอกจากนี้ เมื่อถามถึง ความพอใจต่อ แนวทางช่วยแก้วิกฤตโควิดที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.8 พอใจต่อการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข บุคลากรการแพทย์ อสม. และ อุปกรณ์การแพทย์พระราชทาน ร้อยละ 73.2 พอใจกองทัพ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง การตั้งด่านตรวจ สกัดโควิด ร้อยละ 70.4 พอใจความเคร่งครัด สกัดโควิดของ สถานประกอบการ ห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิงและอื่น ๆ ร้อยละ 65.8 พอใจต่อความเคร่งครัด สกัดโควิดของ รถตู้ รถทัวร์ และขนส่งสาธารณ และร้อยละ 63.9 พอใจต่อ สังคม ชุมชนโดยรวม ช่วยกันดูแล ป้องกัน การแพร่ระบาดโควิด ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้ชี้ชัดเจนว่า ประชาชนพอใจต่อทุกภาคส่วนทุกระดับในโครงสร้างของสังคมไทยตั้งแต่พระมหากรุณาธิคุณที่คนไทยทั้งประเทศได้รับเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์พระราชทาน การทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทรวงสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ อสม. และทุกภาคส่วน นี่คืออัตลักษ์ที่ดีของความเป็นคนไทยที่แตกต่างจากคนในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่ควรจะช่วยกันรักษาไว้ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ความกลัวเกิดขึ้นในหมู่ประชาชนต่อปรากฏการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โควิด ซูเปอร์สเปรดเดอร์ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากกิจกรรมของประชาชนในการรวมตัวกันของคนหมู่มาก เช่น การไปม็อบ และอื่น ๆ ที่อาจจะนำเชื้อโควิดเข้าแพร่ะกระจายสู่คนในครอบครัว ในบ้าน ในที่ทำงาน และในสังคมชุมชนส่วนรวมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า ทางแก้วิกฤต โควิดระบาด คือ ทุกคนต้องมีจิตสำนึก รับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม ช่วยกันป้องกันแก้ไข ไม่ซ้ำเติมวิกฤตโควิด ไม่ซ้ำเติมความทุกข์ของราษฎร ไม่ไปม็อบ ไม่ไปที่ที่เพิ่มความเสี่ยงแพร่ระบาดโควิดให้ราษฎรและประเทศชาติ ต้องช่วยกันเข้มงวด เคร่งครัด การตั้งด่าน จุดตรวจคัดกรองโควิด อยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ ใช้มาตรการ ทำงานที่บ้าน Work from Home กลับมาอีกครั้ง และใช้เทคโนโลยี แอพพลิเคชั่น ให้ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง แบบเรียลไทม์ ประชาชนจะรู้ล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงพื้นที่แพร่ระบาดโควิดรอบใหม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85926</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ม็อบคณะราษฎร, โควิดระบาดรอบใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fc9979930440.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
