<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดสายพันธุ์เดลต้าระบาดกทม.เกิน 50% เผย 5 เขตเจอหนักต้องเร่งตรวจเชิงรุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าการแพร่เชื้อใน กทม.เป็นการระบาดของสายพันธุ์เดลต้าเกิน 50% ในหลายจุด โดยเฉพาะในเขตจตุจักร บางรัก จอมทอง คลองเตย และหลักสี่ ทำให้ กทม.พุ่งเป้าการจัดทีมป้องกัน และแก้ปัญหาโควิด-19 เชิงรุกในชุมชน หรือทีม&amp;nbsp;CCRT&amp;nbsp;ที่จะไปค้นหาผู้ติดเชื้อในชุมชนให้ได้รับการรักษาให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผลดำเนินการระหว่างวันที่ 15-20 ก.ค. มีการลงพื้นที่เดินเท้าเคาะประตูบ้านไปแล้ว 139 ชุมชน มีผู้รับบริการ 4,583 ราย เฉพาะวันที่ 20 ก.ค.วันเดียว มีการตรวจแรพิด แอนติเจน เทสต์ คิท 383 ราย พบเชื้อ 37 ราย โดยแยกกักตัวที่บ้าน 31 ราย แยกกักที่ศูนย์พักคอยในชุมชน 3 ราย ส่งโรงพยาบาล 3 ราย และมีผู้สัมผัสใกล้ชิด 134 ราย ส่วนนี้จะให้กักตัวที่บ้านต่อไป นอกจากนี้ ทีมดังกล่าวยังมีบริการฉีดวัคซีนไปแล้ว 4,070 โดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110577</URL_LINK>
                <HASHTAG>โควิดกทม., โควิดสายพันธุ์เดลต้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60f01082baf29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039; ยันปลอดภัยฉีดวัคซีนสลับชนิด ภูมิต้านทานสายพันธุ์เดลต้าเทียบแอสตราฯ 2 เข็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;13 ก.ค.64 - เวลา 13.30น. ที่กระทรวง​สาธารณสุข​ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ​ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวถึงวัคซีนปป้องกันไวรัสโควิด-19 ว่า ประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนมาตั้งแต่ 28 ก.พ.2564 หลังจากนั้นเราก็รณรงค์​การฉีดวัคซีนกันเรื่อยมา วันนี้เรายังฉีดวัคซีนไม่ถึง 13 ล้านโดส เนื่องจากปริมาณ​วัคซีน​มีจำกัด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบริหารวัคซีนให้ไเ้ประโยชน์​สูงสุด โดยการศึกษาวิจัยรูปแบบการให้วัคซีน​ในประเทศไทยจึงมีความจำเป็น ระยะแรกวัคซีนทุกบริษัท​ผลิตมาจากต้นแบบสายพันธุ์ไวรัสโคโรนาที่มีต้นกำเนิดมาจากอู่ฮั่น​ ซึ่งการผลิตออกมาได้ใช้​เวลาร่วม 1 ปี แต่ในระยะเวลา 1 ปีไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงตัวมันเอง มีการกลายพันธุ์​เพื่อหนีออกจากระบบภูมิต้านทานของเรา จึงเห็นว่าบริษัทไหนก็ตามแต่ที่ผลิตวัคซีนได้ก่อน การศึกษาในประสิทธิภาพ​วัคซีนด็จะได้สูง แต่ถ้าบริษัทไหนที่ใช้สายพันธุ์​เดิม แล้วมาศึกษาวิจัยในระยะหลังๆ ประสิทธิภาพ​วัคซีนจะเริ่มต่ำลง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ศ.นพ.ยง กล่าวว่า ในประเทศไทยเมื่อมีข้อจำกัดเรื่องวัคซีนที่ใช้ในขณะนี้ เราใช้วัคซีนรูปแบบเชื้อตาย กับรูปแบบไวรัสเวกเตอร์ โดยวัคซีนเชื้อตายเป็นของซิโนแวค ส่วนไวรัสเวกเตอร์ คือแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ ซึ่งวัคซีนทั้ง 2 รูปแบบต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยไวรัสเชื้อตายจะทำมาโดยวิธีโบราณ ที่ทำมากว่า 50 ปีแล้ว ซึ่งเพาะเลี้ยงไวรัสบนเซลล์เพาะเลี้ยง เช่นเดียวกับ โปลิโอ เชื้อพิษสุนัขบ้า​แล้วมาฆ่าทำลายด้วยสารเคมี หลังจากนั้นทำให้บริสุทธิ์​ แล้วจึงมาทำในรูปแบบวัคซีนโดยใส่ตัวเร่งภูมิต้านทานที่เรียกว่า เกลืออลูมิเนียม​ ส่วนไวรัสเวกเตอร์​เป็นเทคโนโลยี​ใหม่ที่ใช้ดีเอ็นเอที่มีรหัสพันธุกรรม​ แปลโค๊ด​เดียวกันกับพันธุกรรม​ส่วนของโปรตีนโคโรนาไวรัส ใส่เข้าไปในเอนเทอโรไวรัสของลิงชิมแปนซี​ โดยเหตุผลที่ใช้ลิงชิมแปนซี เพราะว่าไม่อยากใช้ Human Antino ไวรัส เนื่องจากถ้ามนุษย์เรามีภูมิต้านทานต่อ Human Antino ไวรัส เมื่อฉีดเข้าไป ภูมิต้านทานจะทำลายตัว Antino ไวรัสตัวนั้น ถ้าใช้ชิมแปนซี โอกาสที่จะถูกทำลายมีน้อย ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้วไวรัสตัวดังกล่าวก็จะติดเชื้อในร่างกายเรา แต่แพร่ออกจำนวนไม่ได้ เรียกได้ว่าไวรัสถูกทำหมั้นไปแล้วเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;เปรียบเสมือนว่า ถ้าเราฉีดไวรัสของชิมแปนซี เราก็เป็นไข้หวัดชิมแปนซี แน่นอนมีอาการปวดเมื่อย มีอาการไข้บ้าง แต่ไวรัสตัวนี้ไม่สามารถแพร่พันธุ์​ได้ เจริญเติบโตไม่ได้ ก่อโรครุนแรงไม่ได้ และไปแพร่สู่คนอื่นก็ไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน​ก็จะสร้างโปรตีนในส่วนที่เรียกว่าคล้ายกับโคโรนาไวรัสที่เราใส่เข้าไป กระตุ้นให้ร่างกายเราสร้างภูมิ​ต้านทาน ​ไวรัสเวกเตอร์นี้จะบอกว่าเป็นวัคซีนใหม่ก็ไม่​ใช่ ในกลุ่มวัคซีนเวกเตอร์​ที่มีการใช้ในมนุษย์​มาก่อนคือวัคซีน​อีโบลา​ที่ใช้มากว่า 5 ปี จึงเห็นว่าตัวนี้ไม่ใช่ตัวแรก&amp;quot; ศ.นพ.ยง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ศ.นพ.ยง กล่าวอีกว่า แต่เดิมจะเห็นได้ว่าวัคซีน​ชนิดเชื้อตาย การกระตุ้นภูมิต้านทาน​จริงๆได้น้อยกว่า การกระตุ้นภูมิต้านทาน​ของไวรัสเวกเตอร์ เพราะถึงแม้ไวรัสเวกเตอร์​จะไม่สามารถ​แพร่พันธุ์​ได้ แต่จะต้องมีการให้ติดเชื้อ​ในเซลล์​ก่อน จึงสามารถกระตุ้น​ภูมิต้านทาน​โดยก่อกำเนิดมาจากเซลล์​ของเรา สร้างโปรตีนที่เป็นแอนติเจนมากระตุ้นภูมิต้านทาน ซึ่งภูมิต้านทานที่ได้มาจากไวรัสเวกเตอร์ จึงสูงกว่าภูมิต้านทานที่เกิดจากเชื้อตาย เดิมทีวัคซีนซิโนแวคต้องยอมรับว่าการกระตุ้นภูมิต้านทาน​สูงเท่าเทียม หรือสูงกว่าภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากคนที่หายป่วยแล้ว เพราะฉะนั้นภูมิต้านคนที่ป่วยสูงขนาดนี้ เมื่อฉีดวัคซีน​เชื้อตายเข้าไปจึงมีภูมิต้านทานสูงกว่าหรือเท่าเทียม จึงสามารถป้องกันโรคได้ แต่ตอนเริ่มต้นเมื่อใช้วัคซีน​ชนิดนี้ไป การป้องกันโรคก็จะสูง แต่อย่าลืมว่าไวรัสมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา จึงต้องการภูมิต้านทานที่สูงขึ้น ทำให้สามารถหลบหลีกวัคซีนเชื้อตายที่ต่ำกว่าได้ง่ายกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ศ.นพ.ยง กล่าวเพิ่มเติม​ว่า ปัจจุบันนี้การศึกษาของเราทำให้รู้ว่าเมื่อให้ครบ 2 เข็มของวัคซีนเชื้อตายนี้แล้วภูมิต้านทานได้เท่ากับคนที่หายจากโรคโดยเฉพาะหายจากการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อู่ฮั่นดั้งเดิม แต่เมื่อมาติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ไม่ว่า อัลฟ่าหรือเดลต้า มันต้องการภูมิต้านทานที่สูงขึ้นจึงทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีน ลดลงและลดลงทุกตัว ของวัคซีนที่ผลิตมาจากสายพันธุ์อู่ฮั่น แต่เนื่องจากวัคซีนบางตัวมีภูมิต้านทานที่สูงกว่า เมื่อลดลงแล้วก็ยังพอที่จะป้องกันได้ เพราฉะนั้นในทางปฏิบัติ​จึงต้องพิจารณา​ดูว่า ถ้าเราฉีดวัคซีนแอสต​ร้า​ฯ 2 เข็ม ห่างกัน 10 สัปดาห์​ เรารู้ว่าถ้าฉีดไวรัส​เวกเตอร์​ 2 เข็ม ห่างกันน้อยกว่า 6 สัปดาห์​ภูมิต้านทานที่กระตุ้นขึ้นสูงไม่ดี เท่ากับที่ห่างกันเกินกว่า 6 สัปดาห์​ ยิ่งห่างนานเท่าไหร่ยิ่งดี ซึ่งแต่เดิมคิดว่าไวรัสเวกเตอร์ หรือแอนตร้าฯเข็มเดียว ก็เพียงพอที่สามารถป้องกันไวรัสสายพัน​ธุ์อู่เดิมได้ แต่พอมาเจอไวรัสเดลต้าเข้า วัคซีนแอสตร้าฯเข็มเดียว ไม่สามารถป้องกันได้ แต่กว่าจะรอใช้เวลากว่า 10 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้น จึงสามารถป้องกันได้ จึงเป็นที่มาของการหาจุดสมดุลว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยมีภูมิคุ้มกัน​เกิดขึ้นเร็วที่สุด ในขณะที่ไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม​ไปมาก&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;เรารู้ว่าถ้าใช้วัคซีนเชื้อตายซิโนแ​วค​ 2 เข็ม ภูมิต้านทานสูงไม่พอที่จะป้องกันไวรัสที่มีการกลายพันธุ์มาถึงเดลต้าแล้ว แต่ในขณะเดียวกันแอตร้าฯเข็มเดียวก็ไม่เพียงพอป้องกันไวรัสเดลต้า กว่าจะรอ 2 เข็มก็ช้าไป จีงเป็นที่มาของการทำการศึกษาว่า ถ้าเช่นนั้นเราจึงฉีดวัคซีนเชื้อตายก่อนค่อยตามด้วยไวรัสเวกเตอร์​ ซึ่งการฉีดไวรัสเชื้อตายก่อนเปรียบเสมือนทำให้ร่างกายเราติดเชื้อ แล้วไปสอนนักรบ หรือสอนหน่วยความจำของร่างกายไว้ หลังจากนั้น 3-4 สัปดาห์​ค่อยไปกระตุ้นด้วยวัคซีนที่เป็นไวรัสเวกเตอร์ที่มีอำนาจในการกระตุ้น​เซลล์​ของร่างกายมากกว่า ผลปรากฎ​ว่าผลกระตุ้นสูงกว่า และเร็วกว่าที่เราคาดคิดไว้ ถึงแม้จะกระตุ้นได้ไม่เท่า แอสตร้าฯ 2 เข็ม แต่ก็จะให้ภูมิต้านทานที่สูงในเวลาแค่ 6 สัปดาห์&amp;quot;ศ.นพ.ยง ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ศ.นพ.ยง ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้คนไข้เรามากกว่า 40 คนที่เราได้ติดตามมา จะเห็นได้ว่ากลุ่มก้อนแรกถ้าเราฉีดซิ​โน​แวค 2 เข็ม ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจะสูงเท่ากับคนไข้ที่หายแล้ว แต่เนื่องจากปัจจุบันเป็นสายพันธุ์​เดลต้า จึงทำให้ภูมิในขณะนี้ป้องกันไม่ได้ แต่ถ้าเราฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็มแล้ววัดภูมิต้านทานอีก 1 เดือนหลังจากนั้น แสดงว่าห่างกัน 10 สัปดาห์​ แล้ววัดที่ 14 สัปดาห์​ ภูมิต้านทาน​จะสูงเพียงพอ หรือพอสมควรป้องกันไวรัสที่กลายพันธุ์​ได้ แต่เราต้องใช้เวลาถึง 14 สัปดาห์​จึงทำ​ให้​ภูมิสูงขนาดนั้น แต่ถ้าเรามาฉีดวัคซีน 2 เข็มที่สลับกัน โดยวัคซีนเข็มแรกเป็นซิโนแวค แล้วเข็มสอง เป็นแอสตร้าฯ จะเห็นได้ว่าภูมิต้านทานขึ้นมาใกล้เคียงกับการฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็ม ถึงแม้จะน้อยกว่ากันนิดเดียวโดยฉีดแอสตร้า 2 เข็มภูมิต้านทานอยู่ที่ 900 แต่ถ้าฉีดสลับกันเหมือนที่กล่าวข้างต้นภูมิต้านทานอยู่ที่ 800 ซึ่งเปรียบเทียบกับการฉีดซิโนแวค 2 เข็มอยู่ที่ประมาณ 100 แต่ถ้าการติดเชื้อในธรรมชาติจะอยู่ระหว่าง 70-80 ถ้าเป็นแบบนี้ไวรัสที่กลายพันธุ์​ก็มีโอกาสป้องกันได้มีมากกว่า แล้วผลสัมฤทธิ์​ในระดับภูมิต้านของร่างกายให้สูงขึ้นใช้เวลาเพียง 6 สัปดาห์&amp;nbsp; เพราะฉะนั้นในสถานการณ์​ในการระบาดของโรคที่เป็นไปอย่างรุนแรง เรารอเวลา 12 สัปดาห์ไม่ได้ การที่ต้องการให้ภูมิสูงขึ้นเร็ว การฉีดวัคซีนสลับเข็มเรามีภูมิที่สูงใกล้เคียงกับวัคซีนที่ใช้เวลาถึง 12 สัปดาห์​ จึงน่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับประเทศไทย ณ เวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;แต่ในอนาคตถ้ามีวัคซีนอื่นที่ดีกว่า พัฒนาที่ดีกว่า เราค่อยหาวิธีการที่ดีกว่า หรือไวรัสกลายพันธุ์​ไปมากกว่านี้ก็อาจจะมีวัคซีนที่จำเพาะเจาะจงกับสายพันธุ์​นั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น ไข้หวัดใหญ่ที่ต้องมีการฉีดทุกปี เพราะฉะนั้นเวลาทุกวันของเรามีค่ามากในการต่อสู้กับโรคร้าย จึงขอ​สนับสนุนให้เห็นว่าข้อมูลทางวิชาการที่ศึกษามาจะเป็นประโยชน์ในการใช้จริง&amp;quot;ศ.นพ.ยง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;เมื่อถามว่า เชื้อกลายพันธุ์​ในขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างไร และมีผลต่อการฉีดวัคซีนในไทยหรือไม่ ศ.นพ.ยง กล่าวว่า เราได้ทดสอบการ Blocking antibody จะเห็นได้ว่าการเปรียบเทียบซิโนแวค 2 เข็มกับซิโนแวคบวกกับแอตร้าฯที่สลับกันแล้ว เปอร์เซ็นต์​การขัดขวางตัวไวรัส ขึ้นไปได้ถึงสูงทีเดียว แต่ทั้งนี้ความปลอดภัยต้องมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;จากการศึกษาเรื่องความปลอดภัยเบื้องต้น มีการฉีดวัคซีน​สลับกันแบบนี้ในประเทศไทยมากกว่า 1,200 คนแล้ว ที่ฉีดมากที่สุดคือ รพ.จุฬาลงกรณ์​โดยที่ถูกลงบันทึกในแอพฯหมอพร้อม โดยให้บันทึกอาการข้างเคียงลงไป ปรากฏว่าไม่มีใครในจำนวนนี้มีอาการข้างเคียงรุนแรง เพราะฉะนั้นจึงยืนยันว่าการให้วัคซีนที่สลับกันมีความปลอดภัยในชีวิตจริง ส่วนการศึกษาของเราจะมีการนำออกมาอีกครั้งหนึ่ง ขอให้ผู้ปฏิบัติสบายใจว่า เราไม่ได้มีการฉีดสลับเป็นคนแรก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109562</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, โควิด, โควิดสายพันธุ์เดลต้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed5979f028d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดสายพันธุ์เดลต้ากระจายทั่วกทม. 52% สธ. รับมาเร็วกว่าคาดการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5&amp;nbsp;ก.ค.64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงความคืบหน้าสายพันธุ์โควิด-19&amp;nbsp;ที่ระบาดในประเทศไทยขณะนี้ โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) ว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตรวจสายพันธุ์ในภาพรวมประเทศพบว่าสายพันธุ์เดลตาขึ้นมาเป็น&amp;nbsp;32.2%&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ อยู่ในกทม. และจังหวัดปริมณฑล ซึ่งกทม.พบสัดส่วนเพิ่มมากถึง&amp;nbsp;52.2%&amp;nbsp;มากกว่าสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ)&amp;nbsp;ถือว่าเป็นการเข้ามาค่อนข้างเร็วกว่าที่คาดการณ์เล็กน้อย ในขณะที่ต่างจังหวัดก็ขึ้นค่อนข้างเร็วพบแล้ว&amp;nbsp;18%&amp;nbsp;ของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยพบใน&amp;nbsp;47&amp;nbsp;จังหวัด อย่างพื้นที่ ภาคใต้เดิมไม่มีเดลตา ล่าสุด ก็พบอยู่ในหลายจังหวัดเช่น สุราษฎร์ธานี เป็นต้น ขณะที่ภาคอีสานโดยเฉพาะจังหวัดอุดรธานีที่พบค่อนข้ามมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า เชื้อเดลตาในพื้นที่กทม.&amp;nbsp;52%&amp;nbsp;กระจายอยู่ในทุกเขต ทางตอนเหนือจากแคมป์หลักสี่ ไปทางทิศตะวันตกตอนล่างมากพอสมควรและกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ดังนั้นค่อนข้างจะบอกได้ว่าสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในกรุงเทพฯ ขณะนี้คือ สายพันธุ์อินเดียหรือสายพันธุ์เดลตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสายพันธุ์เบต้า (แอฟริกาใต้)&amp;nbsp;สัปดาห์นี้เพิ่มมา&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กว่ารายแต่ยังจำกัดวงอยู่ที่จังหวัดนราธิวาสมีกระจายไปจังหวัดใกล้เคียงอยู่พอสมควรที่ สุราษฎร์ธานี มีคอนเฟิร์ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รายกระบี่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย ส่วนกรุงเทพฯ เพิ่มอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายซึ่งเป็นญาติของรายแรกที่พบการติดเชื้อนี่ หมายความว่า พื้นที่กรุงเทพฯ ยังไม่ได้มีการกระจายไปไหนแต่ยังเป็นผู้ที่ติดจากจังหวัดนราธิวาส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108690</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์, โควิดสายพันธุ์เดลต้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d316d11481d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
