<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กก.สิทธิฯกังวล กักเข้มต่างด้าว จี้ลดความเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมการสิทธิฯ กังวลโควิดส่งผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนในหลายมิติ การกักตัวแรงงานต่างด้าวในพื้นที่แออัดอาจทำให้ยากต่อการเข้าถึงการรักษาพยาบาล จี้รัฐหามาตรการเพื่อลดความเสี่ยง ให้กำลังใจ เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนของคนทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีความห่วงกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งได้ส่งผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในพื้นเสี่ยงเช่นจังหวัดสมุทรสาคร ที่มีคนไทยและแรงงานต่างด้าวได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งในมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ การจ้างงาน และการถูกเลือกปฏิบัติหรือถูกตีตราทางสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้เร่งสั่งการและยกระดับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่างรวดเร็ว เช่น การเร่งตรวจหาผู้ติดเชื้อในวงกว้าง การแยกกักผู้ติดเชื้อด้วยการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามตามขีดความสามารถในพื้นที่การระบาด และเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายได้ลงทะเบียนเพื่อรับการตรวจหาเชื้อและรักษาพยาบาล โดยยุติการจับกุมชั่วคราวเพื่อป้องกันการเคลื่อนย้าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี กสม.ยังมีความกังวลต่อการเข้าถึงการรักษาพยาบาลและมาตรการป้องกันด้านสาธารณสุขอย่างทั่วถึงของประชาชนทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวในพื้นที่การระบาดสูง โดยเฉพาะในกรณีที่มีการใช้มาตรการควบคุมการเข้า-ออกและการเคลื่อนย้ายที่ทำให้แรงงานต่างด้าวในพื้นที่ดังกล่าวอาจต้องถูกกักตัวอยู่ในสภาพแออัด และยังไม่สามารถแยกบุคคลที่อาจติดเชื้อและไม่ติดเชื้อออกจากกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางประกายรัตน์แนะนำว่า รัฐควรหามาตรการเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว รวมทั้งจัดให้มีช่องทางการสื่อสารเพื่อประชาสัมพันธ์ความรู้เรื่องการป้องกันโรคและมาตรการที่รัฐดำเนินการให้เป็นไปอย่างทั่วถึง และในรูปแบบที่สามารถเข้าใจได้ พร้อมสนับสนุนปัจจัยที่เพียงพอต่อการดำรงชีพแก่ประชาชนทุกคนในเขตพื้นที่การควบคุมสูงสุดโดยไม่มีความแตกต่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ทำหน้าที่แทนประธาน กสม.กล่าวว่า การประกันสิทธิในสุขภาพ (right to health) และการให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำ เป็นสิ่งสำคัญที่รัฐต้องให้ความคุ้มครองแก่คนทุกคนในยามนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือแรงงานต่างด้าว ทั้งในแง่การมีอยู่หรือจัดหาให้มี (availability) การเข้าถึง (accessibility) การปรับให้เข้ากับสถานการณ์ (adaptability) และการเป็นที่ยอมรับ (acceptability) เช่น ให้การดูแลรักษาพยาบาลที่เหมาะสมและสอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรม เป็นต้น นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้สังคมเข้าใจ ให้ความช่วยเหลือกัน ไม่ตีตรา เหมารวม และเลือกปฏิบัติต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ว่าจะเป็นผู้ติดเชื้อทั้งคนไทยและคนต่างด้าว หรือแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องตรวจรักษาผู้ป่วยในพื้นที่ และขอให้ร่วมกันส่งกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อ ให้สามารถก้าวผ่านวิกฤติระลอกนี้ไปได้ด้วยกัน ด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนของคนทุกคน&amp;rdquo; นางประกายรัตน์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88070</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรักษาพยาบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หามาตรการเพื่อลดความเสี่ยง, แรงงานต่างด้าว, โควิดส่งผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f634d9245f1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
