<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดเรือนจำ หายป่วยมากกว่าติดเชื้อเพิ่ม ยอดรักษาหายสะสม 87 %</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.64 - นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่าข้อมูลวันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 16.00 น.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 270 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 235 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 35 ราย) รักษาหายเพิ่ม 432 ราย เสียชีวิต 2 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 5,968 ราย (กลุ่มสีเขียว 86.6% สีเหลือง 12.9% และสีแดง 0.5%) เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 219 ราย ปริมณฑล 1,708 ราย และต่างจังหวัด 4,041 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันนี้(14 ส.ค.)​มีเรือนจำที่พ้นการระบาดเพิ่ม 2 แห่ง คือ เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร และเรือนจำจังหวัดสงขลา อีกทั้งไม่พบเรือนจำระบาดเพิ่ม ทำให้มีเรือนจำสีแดงที่พบการระบาดลดลงอยู่ที่ 34 แห่ง และเรือนจำสีขาวที่ไม่มีการแพร่ระบาด 108 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 46,220 ราย หรือ 87.3% ของผู้ติดเชื้อสะสม 52,923 ราย เสียชีวิตสะสม 84 ราย คิดเป็นอัตรา 0.16% ของผู้ติดเชื้อสะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เสียชีวิต เป็นผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางสมุทรสงครามและเรือนจำกลางปัตตานี ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง และมีโรคประจำตัว แม้ว่าได้ดูแลรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานโดยทีมแพทย์ และส่งต่อการรักษายังโรงพยาบาลภายนอกแล้ว แต่อาการยังคงไม่ดีขึ้น จนกระทั่งได้เสียชีวิตลง กรมราชทัณฑ์ ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไป มา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ ได้ประสานญาติเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามวิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;มีแนวโน้มที่ดีขึ้นค่อนข้างมาก โดยจะพบว่าสถิติย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1-14 ส.ค. 2564 มีจำนวนผู้ติดเชื้อระหว่างรักษา ลดลงไปกว่า 44.5% ขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัด ลดลงเพียง 9.3% เนื่องจากเป็นพื้นที่พบการระบาดใหม่ทำให้ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเร่งตรวจคัดกรองเชิงรุก เพื่อให้เข้าสู่แผนการรักษา และแผนการสิ้นสุดการระบาดของโรค หรือ EXIT ได้อย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบัน มีเรือนจำสีแดงที่เข้าสู่แผน EXIT แล้ว จำนวน 18 แห่ง ซึ่งได้เริ่มทยอย EXIT ไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนส.ค.เป็นต้นมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113278</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, โควิดเรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f615e3f5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชทัณฑ์&#039; แจงโควิดเรือนจำพื้นที่กทม.เริ่มดีขึ้น ยังต้องเร่งคุมระบาดในปริมณฑล-ต่างจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.64 - นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่าข้อมูล ณ วันที่&amp;nbsp;30 ก.ค. 2564 เวลา 16.00 น.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 810 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 743 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 67 ราย) รักษาหายเพิ่ม 375 ราย และเสียชีวิต 2 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อ ที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 7,683 ราย (กลุ่มสีเขียว 83.3% สีเหลือง 16.3% และสีแดง 0.4%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันนี้ พบเรือนจำที่แพร่ระบาดเพิ่ม 1 แห่ง คือ เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้มีเรือนจำสีแดงเพิ่มขึ้นรวม 28 แห่ง เรือนจำสีขาวที่ไม่พบการระบาดลดลงอยู่ที่ 107 แห่ง และสิ้นสุดการระบาดแล้ว 7 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 38,748 ราย หรือ 82.5% ของผู้ติดเชื้อสะสม 46,983 ราย เสียชีวิตสะสมรวม 60 ราย คิดเป็นอัตรา 0.1%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เสียชีวิต 2 รายในวันนี้ เป็นผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางบางขวาง และเรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี จากข้อมูลพบว่าเป็นผู้ป่วยสูงอายุ มีโรคประจำตัว และอาการอื่นร่วม ทำให้มีความรุนแรงของโรคมากกว่าปกติ ผู้ป่วยได้รับรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานโดยทีมแพทย์ แต่อาการยังคงไม่ดีขึ้น จนกระทั่งเสียชีวิตลงในที่สุด กรมราชทัณฑ์ ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไป โดยได้ประสานญาติเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตามวิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ของเรือนจำโดยรวม พบว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครดีขึ้น มีจำนวนผู้ติดเชื้อระหว่างรักษา 1,303 ราย ขณะที่ปริมณฑล 2,126 ราย และพื้นที่ต่างจังหวัด 4,254 ราย ทั้งนี้ ยังคงอยู่ระหว่างการเร่งค้นหาผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมตามแนวทางสาธารณสุข คือ การคัดกรองรวดเร็ว (Early Detection) ตรวจวินิจฉัยรวดเร็ว (Early Diagnosis) รักษารวดเร็ว (Early Treatment) ซึ่งจะช่วยให้ควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว (Early Containment) ทั้งด้วยวิธี RT-PCR, Antigen Test Kit (ATK) และการเอกซเรย์ ที่ได้จัดส่งไปตามเรือนจำที่แพร่ระบาด พร้อมด้วยยา เวชภัณฑ์ และบุคลากรเพื่อช่วยปฏิบัติงาน ภายใต้การประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลแม่ข่าย สำนักงานสาธารณสุข และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้สามารถควบคุมโรคและการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111748</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, โควิด, โควิดเรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f615e3f5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลัสเตอร์เรือนจำขอนแก่น ติดเชื้อรวมทะลุ 929 ราย ระดมรถเอกซเรย์ปอดนักโทษทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 - นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ภายหลังจากการพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นกลุ่มนักโทษที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำขอนแก่น จนกลายเป็นคลัสเตอร์เรือนจำขอนแก่นเกิดขึ้นในขณะนี้ ทีมสอบสวนโรคได้ระดมทีมตรวจคัดกรองนักโทษ 1,620 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง จากนักโทษในเรือนจำกลางขอนแก่นทั้งหมด 4,458 คน และจากการตรวจเชิงลึกทั้ง 1,620 คน พบว่าผลการตรวจออกมาติดเชื้อเพิ่มสะสมรวมล่าสุดอยู่ที่ 929 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีแผนที่จะย้ายนักโทษหญิงจากเรือนจำกลางขอนแก่นไปยังเรือนจำข้างเคียง โดยผลตรวจในกลุ่มนักโทษหญิงมีการตรวจพบว่าติดเชื้อช่นกัน จึงได้มีการสั่งปรับแผนในการจัดการควบคุมโรค โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวดทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้การบริหารจัดการเหตุการณ์ที่เรือนจำกลางขอนแก่น ประกอบด้วยส่วนที่ 1 คือการทำบับเบิลแอนด์ซีล ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดคือเจ้าหน้าที่เรือนจำทั้งหมด 135 คน ที่จะต้องมีการอยู่เวรยามและใช้ระบบ 727 คืออยู่เวร 7 วัน พัก 2 วัน และอยู่เวรต่ออีก 7 วัน เป็น 2 ผลัด หลังจากนั้นจะให้มีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้กับบุคลากรของเรือนจำ และในส่วนของผู้ต้องขังที่ป่วย 929 คน จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง จะต้องถูกปรับย้ายไปอยู่แดนหอประชุมกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากกลุ่มนี้ จะจัดให้อยู่อีกจุดที่เรือนจำกำหนด สำหรับผู้ต้องขังหญิงจากการคัดกรองพบว่า ผลเป็นบวก 5 คน จะไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายใดๆ และจะใช้หอพักเรือนจำเป็นที่รักษา ส่วนนักโทษชาย-หญิงที่เหลืออีก 2,838 คน จะไม่มีการตรวจหาเชื้อแบบสวอปเพิ่ม แต่จะระดมรถเอกซเรย์ในเขตจังหวัดที่มีอยู่มาทำการเอกซเรย์ปอด หากเอกซเรย์แล้วปอดมีฝ้าจึงจะทำการสวอปซ้ำ หากผลเป็นบวกจะทำการรักษาต่อไป แต่หากผลเป็นลบ จะแยกกักตัวเนื่องจากมีความเสี่ยง และวางแผนที่จะใช้หอเรือนนอนในการแยกกลุ่มเป็นที่พักรักษา และได้ให้กรมราชทัณฑ์ขอสนับสนุนวัคซีนในนามกรมราชทัณฑ์เพิ่มเติม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมชายโชติ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ สสจ.ขอนแก่นได้ประสานขอรับการสนับสนุนยาต้านไวรัสเพิ่มเติม และการสนับสนุนรถเอกซเรย์ในการช่วยตรวจ และจะมีการเชื่อมต่อระบบบริการของ รพ.ขอนแก่น ในเบื้องต้นจะใช้กรณีศึกษาของเรือนจำ จัดทำเป็นโมเดล เพื่อให้เรือนจำดูแลผู้ป่วยในทุกระดับยกเว้นผู้ป่วยสีแดง หากเป็นผู้ป่วยสีเหลืองก็จะมีการเพิ่มเครื่องออกซิเจนเข้าไป เนื่องจากถ้าหากให้ผู้ต้องขังออกมาด้านนอกจะมีประเด็นเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่ต้องมีการกักตัว รวมถึง รพ.ขอนแก่น ขณะนี้เตียงผู้ป่วยโควิดแน่นอยู่แล้ว แต่หาก รพ.มีเตียงเพียงพอ ก็พร้อมที่จะรับผู้ป่วยในกลุ่มนักโทษมารักษาทันที ซึ่งยอมรับว่าคลัสเตอร์เรือนจำขอนแก่นเป็นสิ่งที่ท้าทาย ทำให้ขณะนี้ต้องมีการหารือในกลุ่มสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก หรือกลุ่มโรงงาน หรือกลุ่มที่มีคนอยู่จำนวนมาก ที่จะต้องมีระบบการคัดกรองที่ดีกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่ามีการรับเชื้อมาจากไหน เพราะจากการวัดระดับค่าแลปได้ค่าประมาณ 38 ซึ่งหมายความว่ามีการติดเชื้อมาเป็นเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เมื่อมีการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าไม่ได้สัมผัสอะไร และจากผลการตรวจเชื้อจากผู้คุมผลเป็นลบทั้งหมด ขณะที่จากการตรวจสอบระบบของเรือนจำ พบว่าผู้ต้องขังรายใหม่นั้นได้มีการกักตัว 21-28 วัน ซึ่งอาจจะมีบางคนที่กักตัวครบแต่ไม่ได้ตรวจซ้ำ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110899</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, สสจ.ขอนแก่น, โควิด, โควิดเรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60facc9aedc46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชทัณฑ์&#039; เผยโควิดเรือนจำรักษาหายสะสม 94% ส่วนใหญ่เหลือผู้ป่วยสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64 - นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า ข้อมูล ณ วันที่&amp;nbsp;14 ก.ค. 2564 เวลา 16.00 น.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 79 ราย หายป่วยเพิ่ม 218 ราย รวมยังมีผู้ต้องขังติดเชื้อที่อยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 1,814 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตติดต่อกันเป็นวันที่ 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า สถานะเรือนจำในวันนี้ยังคงเดิมต่อเนื่อง คือ เรือนจำสีขาวไม่พบการระบาด 120 แห่ง และเรือนจำสีแดงที่พบการระบาด 13 แห่ง โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จากเรือนจำสีแดง 29 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 50 ราย มีผู้ป่วยที่รักษาหายสะสม 35,857 ราย หรือ 94.3% ของผู้ติดเชื้อสะสม 38,006 ราย สำหรับผู้ต้องขังที่ยังรักษาตัวอยู่ เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว 68.9% สีเหลือง 30.4% และสีแดง 0.7% ผู้เสียชีวิตสะสม 47 ราย หรือ 0.1% ของผู้ติดเชื้อสะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน มีเรือนจำสีแดงที่ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9 แห่ง คือ เรือนจำกลางสมุทรปราการ เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร เรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี เรือนจำกลางสงขลา ทัณฑสถานหญิงสงขลา เรือนจำกลางนครปฐม เรือนจำพิเศษมีนบุรี สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี และเรือนจำอำเภอธัญบุรี นอกจากนี้ มีอีก 4 แห่ง ที่ควบคุมการระบาดได้แล้วและคาดว่าจะปรับลดสถานะจากเรือนจำสีแดงได้เร็วๆ นี้ คือ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา และทัณฑสถานหญิงกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรือนจำสีขาว ได้เน้นย้ำการเฝ้าระวังเชื้อจากภายนอกเป็นพิเศษ 3 ด้าน คือ 1.ด้านการป้องกัน ทั้งจากเจ้าหน้าที่โดยการสลับเวรปฏิบัติงานแยกเป็นชุด และการกักโรค/คัดกรองโรคในผู้ต้องขังรับใหม่ที่ต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด 2.ด้านการเตรียมแผนรับมือ ทั้งในกรณีที่เกิดการระบาดภายใน หรือการติดเชื้อจากผู้ต้องขังเข้าใหม่ในห้องแยกกักโรค และ 3.ด้านการบริหารจัดการวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังที่ต้องครบตามแผน รวมถึงการพิจารณาแนวทางเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ในการป้องกันเชื้อได้อย่างครอบคลุม ตามแนวทางระบาดวิทยาของเชื้อที่มีมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109800</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, โควิดเรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f615e3f5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยธ. เตรียม รพ.สนามนอกเรือนจำ รองรับผู้ต้องขังใหม่ติดเชื้อจากภายนอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;12 ก.ค. 64 - ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานตาม 5 แผนงานการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ Covid-19 ภายในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ครั้งที่ 39/2564 โดยมี นางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม นายนิยม เติมศรีสุข รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ฯ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ผ่านระบบการประชุมทางไกล ร่วมกับผู้บัญชาการเรือนจำในจังหวัดที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม หรือ ศบค.ยธ. เผย ภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ภาพรวมการระบาดยังดีขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ กทม.-นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายวัลลภ กล่าวว่า ภาพรวมการระบาดของกรมราชทัณฑ์ ปัจจุบันมีเรือนจำสีขาวที่ไม่พบการระบาด 120 แห่ง และเรือนจำสีแดงที่พบการระบาด 13 แห่ง โดยมีเรือนจำอำเภอธัญบุรี และสถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี ที่พบระบาดเพิ่มจากการรายงานครั้งก่อน และในวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายยังมีต่อเนื่อง รวมหายสะสม 35,472 ราย หรือ 94.2% ของจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด มีผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างรักษารวม 1,862 ราย เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว 71.4% สีเหลือง 28.1% และสีแดง 0.5% ผู้เสียชีวิตสะสม 47 ราย หรือ 0.1% ของผู้ติดเชื้อสะสม&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;โดยพบว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี ที่ถือว่าเกือบจะเป็นปกติแล้ว ปัจจุบัน มีผู้ต้องขังที่ยังอยู่ระหว่างรักษารวมอยู่ที่ 470 ราย มีเพียงเรือนจำพิเศษมีนบุรี ที่ยังอยู่ระหว่างการควบคุมโรคซึ่งพบการระบาดในบางแดนเท่านั้น เช่นเดียวกับเรือนจำและทัณฑสถานในเขตพื้นที่ปริมณฑลและต่างจังหวัด รวมถึงเรือนจำแพร่ระบาดใหม่ ที่ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเล็กน้อย ซึ่งสถานการณ์โดยรวมยังถือว่าไม่น่าเป็นห่วง เพราะทุกฝ่ายได้เตรียมแผนรองรับการแพร่ระบาด รวมถึงการเตรียมยา เวชภัณฑ์ และบุคลากรเพื่อปฏิบัติงาน ภายใต้การประสานงานกับโรงพยาบาลแม่ข่ายและสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่อย่างเป็นระบบเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุม ศบค.ยธ. โดยท่านปลัดกระทรวงยุติธรรมในฐานะประธานการประชุม ยังคงเน้นย้ำการเฝ้าระวัง ป้องกัน และรักษาผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็ว และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างรอบคอบในทุกจุด โดยเฉพาะการเตรียมรับมือกับการระบาดภายนอกอย่างใกล้ชิด และเร่งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามภายนอกเรือนจำเพื่อรองรับผู้ต้องขังที่ติดเชื้อระหว่างการกักโรคในเรือนจำสีขาวที่ยังไม่พบการระบาด โดยเฉพาะในสภาวะที่การระบาดของเชื้อที่มากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ผู้ต้องขังเข้าใหม่มีความเสี่ยงที่จะนำเชื้อเข้าสู่เรือนจำและทัณฑสถานที่มากขึ้น จนอาจจะทำให้โรงพยาบาลภายนอกไม่สามารถรองรับการรักษาได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนประจำวันจันทร์ที่ 12 ก.ค. พบผู้ติดเชื้อเพิ่มจำนวน 1 ราย ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ ณ ชั้น 6 ของอาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ จากเดิมมีผู้ติดเชื้อเป็นเจ้าหน้าที่อยู่เเล้ว 4 ราย รวมผู้ติดเชื้อใหม่เป็นทั้งสิ้น 5 ราย โดยทั้งหมดอยู่ระหว่างการรักษาตัว พร้อมกันนี้กรมพินิจฯ ได้สั่งปิดที่ทำการทั้งชั้น 6 และ 7 บางส่วน เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณดังกล่าว ด้านผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อหรือกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงกรมได้ดำเนินการคัดแยก และทำการตรวจหาเชื้อเเล้ว จำนวนทั้งสิ้นกว่า 50 ราย ซึ่งเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่กลุ่มเสี่ยงดังกล่าวได้เข้าตรวจหาเชื้อแล้ว และผลการตรวจจะออกในวันอังคารที่ 13 ก.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;สำหรับผลการดำเนินงานสถานพินิจฯและศูนย์ฝึกและอบรมฯ สีขาว ลดเหลือ 38 แห่ง จากทั้งหมด 56 แห่ง หรือคิดเป็น 68% และอีก 18 แห่งนั้น อยู่ระหว่างการรอตรวจและรอผล 7 แห่ง หมดสถานะ 4 แห่ง และติดเชื้อ 7 แห่ง ขณะที่สถิติการฉีดวัคซีนของเด็กและเยาวชน รวมทั้งสิ้น 111 ราย หรือคิดเป็น 2.5% จากทั้งหมด 4,369 ราย และเจ้าหน้าที่ได้รับการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นเป็น 3,506 ราย หรือคิดเป็น 79.5% ของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 4,409 ราย ทั้งนี้กรมได้มีความเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่ดูแลเด็กและเยาวชนทุกคน เนื่องจากสถานการณ์ของโรคระบาดโควิด-19 มีความรุนแรงมากขึ้น และห่วงจะนำเชื้อไปสู่เด็กและเยาวชนในสถานที่ควบคุมได้ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่อาศัยอยู่กับครอบครัวจำนวนหลายคน จึงขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติตนตามมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด พร้อมงดเว้นการเดินทางออกนอกพื้นที่ และให้ปฏิบัติงาน Work From Home เพิ่มขึ้นเป็น 85% เพื่อระงับและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109475</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, กระทรวงยุติธรรม, โควิด, โควิดเรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ec1ba9a4e5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชทัณฑ์&#039; ยังไม่วางใจแม้โควิดเรือนจำลดฮวบ เตรียมแผนรับมือไวรัสกลายพันธุ์ระบาดรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.64 - นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่าข้อมูล ณ วันที่&amp;nbsp;6 ก.ค. 2564 เวลา 16.00 น.พบผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ 55 ราย รักษาหายเพิ่ม 78 ราย รวมมีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 1,615 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า ภาพรวมสถานะของเรือนจำสีแดงและสีขาวยังคงที่ มีเรือนจำสีขาวที่ไม่พบการระบาด 122 แห่ง และเรือนจำสีแดงที่พบการระบาด 11 แห่ง โดยวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จากแดนในของเรือนจำสีแดง 53 ราย และในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 2 ราย มีผู้ป่วยที่รักษาหายเพิ่ม 78 ราย รวมหายสะสม 35,005 ราย หรือ 94.8% ของจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 36,927 ราย มีผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างรักษารวม 1,615 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว 63.7% สีเหลือง 35.4% และสีแดง 0.9% ผู้เสียชีวิตสะสม 46 ราย หรือ 0.1% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวต่อว่า แม้สถานการณ์จะมีแนวโน้มดีขึ้น โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่ำกว่า 100 คน ติดต่อกันเป็นวันที่ 4 แต่กรมราชทัณฑ์ยังต้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างเข้มข้น ทั้งการป้องกันเชื้อจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน การรับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่ การจัดทำระบบห้องกักโรคที่ได้มาตรฐานตามหลักระบาดวิทยา รวมถึงการรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางและผู้มีโรคประจำตัวเพื่อลดความรุนแรงของโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การระบาดของเชื้อต่อจากนี้ คาดว่าจะมีการพัฒนาสายพันธุ์ที่รุนแรงมากขึ้น ทั้งในแง่ของการกระจายเชื้อที่รวดเร็ว ระยะฟักตัวที่นาน และมีความรุนแรงของโรคที่มากกว่าเดิม เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังจึงต้องเข้าใจและรู้เท่าทันต่อสถานการณ์ รวมทั้งเข้าใจหลักระบาดวิทยาของโรค เพื่อให้สามารถป้องกันและเฝ้าระวังได้อย่างตรงจุด ถือเป็นหลักที่ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จนกลายเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่ หรือ New Normal ในเรือนจำ ที่สำคัญ คือ เจ้าหน้าที่ต้องมีวินัยในการปฏิบัติงานและการป้องกันเชื้ออย่างเคร่งครัด&amp;rdquo; นายอายุตม์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ต่อจากนี้ กรมราชทัณฑ์ ได้รับมอบนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้จัดสรรพื้นที่เพื่อดำเนินการปลูกต้นฟ้าทะลายโจร และประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกเพื่อเข้าให้ความรู้ ทั้งในการปลูก การเก็บรักษา และการแปรรูปที่นอกจากจะช่วยเพิ่มยารักษาโรคแล้ว ยังสามารถต่อยอดเพื่อพัฒนาเป็นอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับผู้ต้องขังต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108966</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, โควิดเรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f615e3f5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชทัณฑ์&#039; ปรับลดเรือนจำสีแดง 3 แห่ง ชี้แนวโน้มระบาดคุกกทม. ดีขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.64 - นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า ข้อมูล ณ วันที่&amp;nbsp;29 มิ.ย. 2564 เวลา 16.00 น. พบผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ 127 ราย รักษาหายเพิ่ม 90 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมมีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 2,921 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาพรวมของสถานการณ์ในวันนี้ มีเรือนจำสีขาวที่ไม่พบการแพร่ระบาด 125 แห่งเท่าเดิม ขณะที่เรือนจำสีแดงที่พบการแพร่ระบาดลดเหลือ 9 แห่ง เนื่องจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรือนจำกลางบางขวาง และทัณฑสถานหญิงธนบุรี ไม่มีผู้ติดเชื้อแล้ว ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นการติดเชื้อจากแดนในของเรือนจำสีแดง 125 ราย ตรวจพบเชื้อในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 2 ราย (เรือนจำอำเภอธัญบุรี และเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แห่งละ 1 ราย) โดยมีจำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายสะสม 32,954 ราย หรือ 91% เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมทั้งสิ้น 41 ราย หรือ 0.1% ของจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิต 1 รายในวันนี้ เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 82 ปี จากทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง มีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง เก๊าต์ เข้ารักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ พบปอดอักเสบ แพทย์จึงได้ให้การรักษาด้วยยาฟาวิพ​ิ​ราเวีย​ ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ยาโรคประจำตัว และให้ออกซิเจน พร้อมปรับเพิ่มเครื่อง HFNC flow จนกระทั่งในวันที่ 29 มิ.ย. ผู้ป่วยซึมลง ตรวจไม่พบสัญญาณชีพ รักษาโดยใส่ท่อช่วยหายใจ ช่วยชีวิตขั้นสูง ให้ยากระตุ้นการเต้นของหัวใจ แต่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองและเสียชีวิตในเวลาต่อมา กรมราชทัณฑ์ขอแสดงความเสียใจต่อญาติและครอบครัวของผู้ต้องขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเรือนจำพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบผู้ติดเชื้อลดลงและมีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนเรือนจำพื้นที่ปริมณฑลและต่างจังหวัด 4 แห่ง ที่ยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกันหลายวัน คือ เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร เรือนจำกลางนครปฐม เรือนจำกลางสงขลา และทัณฑสถานหญิงสงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้น ได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามเรือนจำเพื่อรองรับและคัดแยกกลุ่มผู้ติดเชื้อพร้อมทั้งกลุ่มเสี่ยงออกจากผู้ต้องขังกลุ่มอื่น รวมถึงการจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์พระราชทาน การสนับสนุนยา เวชภัณฑ์ รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเข้าช่วยเหลือในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ได้เน้นย้ำให้เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่ง บริหารจัดการพื้นที่เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดตามข้อสั่งการของท่านปลัดกระทรวงยุติธรรมอย่างเคร่งครัด ภายใต้กรอบการดำเนินการ 4 อย่าง คือ การป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าภายใน การค้นหาผู้ติดเชื้อให้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว การป้องกันไม่ให้นำเชื้อจากเรือนจำออกภายนอก และการสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ และบุคลากรทุกฝ่ายต่างร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อลดโอกาสที่เชื้อจะถูกนำเข้าสู่เรือนจำทัณฑสถานให้มากที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108195</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, โควิด, โควิดเรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a795883e5f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
