<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมช.คมนาคมแจงงานวันเกิด&#039;ภัทรมน​&#039;มีการฉีดแอลกอฮอล์ แขกแค่30คน ส.ส.ซัดกันเองเป็นเรื่องปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.62-นายอธิรัฐ​ รัตนเศรษฐ​ รมช.คมนาคม​ และ​ ส.ส.นครราชสีมา​ พรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์​ถึงความไม่เหมาะสมกรณีที่มีการจัดเลี้ยงวันคล้ายวันเกิด​นางภัทรมน​ เพ็งส้ม​ เลขานุการรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่​1​ ที่มี​ ส.ส.และสมาชิกพรรค​ พปชร.ไปร่วมจำนวนมาก​ ซึ่งขัดแย้งกับมาตรการและนโยบายของรัฐบาล​เรื่องการป้องกันไวรัสโควิด-19​ ว่า​ งานดังกล่าวจัดที่บ้านพักซึ่งเป็นพื้นที่เปิด​ จัดโต๊ะในระยะห่างพอสมควร ใช้เวลาอยู่ในงานไม่มากนัก​ และการรวมตัวกันก็ไม่มา​ก มีประมาณ​20-30​ คน​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้จัดงานรู้ถึงสถานการณ์​ แต่เป็นการจัดงานภายในเฉพาะคนที่สนิทกัน​ อีกทั้งก่อนเข้างานมีการฉีดแอลกอฮอล์เจลด้วย อย่่างไรก็ตาม​ เดิมทีงานดังกล่าวจะจัดใหญ่กว่านี้​ แต่เจ้าของงานลดขนาดลงมา​ เพื่อเป็นการให้ความร่วมมือกับรัฐบาล​ ส่วนที่มี​ ส.ส.ในพรรค​พปชร.บางส่วนไม่เห็นด้วย​ จนมีการตอบโต้กันเองในไลน์กลุ่ม​ ส.ส.พรรคนั้น​ เป็นความเห็นของสองคน​ ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นไปมา​ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในพรรคการเมืองขนาดใหญ่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60050</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานวันเกิด, รมช.คมนาคม, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ, โคอิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e707b9b548f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊หน่อย&#039;ทุบโต๊ะเปรี้ยง!&#039;บิ๊กตู่&#039;ต้องรับผิดชอบ พึ่งไม่ได้ ซักฟอกแล้วก็ยังไม่ปรับปรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63- ที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ นายชัยเกษม นิติสิริ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค ได้ร่วมประชุมหารือวาระพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ แถลงภายหลังการประชุมว่า เมื่อวันที่10มี.ค.มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์นัดพิเศษ โดยได้พิจารณาถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันเกิดวิกฤติทั้งด้านสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ประกอบกับที่ผ่านมา ฝ่ายค้านได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล มีทั้งเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ความล้มเหลว ความบกพร่อง ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลทั้งด้านเศรษฐกิจที่แย่ลง ปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด19 โดยมาตรการที่รัฐบาลออกมาแต่ละครั้งสับสน ไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้ประชาชนทั้งคนไทยหรือผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ หน้ากากอนามัย ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยตัวเอง มาตรการกักตัวก็ยังสับสน &amp;nbsp;จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นประธานติดตามตรวจสอบประเด็นหลังการอภิปราย รวบรวมเพื่อให้ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปยื่นเอาผิดทางกฎหมายตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ วันนี้ก่อให้เกิดความเดือดร้อน ปัญหาในบ้านเมือง เป็นฟางเส้นสุดท้าย แต่ไม่ได้รับการดูแลแก้ไข ด้วยรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ ในการจัดการปัญหาใดๆเลย หลังการอภิปราย ก็ยังไม่มีการปรับปรุง เห็นแต่ความล้มเหลวในการแก้ปัญหา ประชาชนพึ่งหวังไม่ได้ มีการจัดการปัญหาผิดพลาด พล.อ.ประยุทธ์ ควรแสดงควาวมรับผิดชอบกับสิ่งที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ ไวรัสโควิด19 ภัยแล้ง ให้ประชาชน ได้เลย จากวิกฤติที่เกิดขึ้นทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และขอเรียกร้องไปยังพรรคร่วมรัฐบาล การที่ยังร่วมงานกับรัฐบาลที่ไม่สามารถจัดการปัญหากับประชาชนได้นั้น ขอเรียกร้องจิตสำนึก พิจารณาว่าจะสนับสนุนรัฐบาลที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างไร ซึ่งทั้งหมดเป็นความเห็นจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่ได้มีการพูดคุยกัน&amp;rdquo;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59348</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, ซักฟอกรัฐบาล, เจ๊หน่อย, เพื่อไทย, โคอิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e67383b1e739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบผู้ป่วยโคอิด-19ในไทยเพิ่มอีก 3 คน ต้อตอจากอิตาลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63-ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข สรุปยอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 คน ทำให้ไทยมีผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็น 53 คน แบ่งเป็นหายดีกลับบ้านแล้ว 33 คน รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 19 คน และเสียชีวิต 1 ราย ส่วนผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนว่ามีความเสี่ยงมีจำนวน 4,682 คน หายดีกลับบ้านแล้ว 2,844 คน เหลือ 1,838 คน อยู่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ชี้แจงรายละเอียดผู้ป่วยรายใหม่ 3 คนว่า คนแรกเป็นหญิงไทย อายุ 41 ปี ไม่มีประวัติไปต่างประเทศแต่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยคนที่ 45 ที่เป็นชายไทยและป่วยไปก่อนหน้านี้ โดยหญิงไทยคนนี้เริ่มมีไข้แล้วเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถีเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ส่วนอีก 2 คน เป็นสามีภรรยากัน ภรรยาอายุ 46 ปี เพิ่งกลับจากประเทศอิตาลีถึงไทยเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่วนสามีไม่ได้ไปต่างประเทศด้วย แต่สัมผัสใกล้ชิดภรรยา ก่อนเริ่มป่วยเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ด้วยอาการปวดเมื่อยตามตัวและมีไข้ ผลตรวจยืนยันว่าพบเชื้อโควิด-19 ขณะนี้ทั้งสองคนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพนักงานแกร็บที่ป่วยเป็นโรคนี้หลังมาทำงานที่ไทย นพ.โสภณ บอกว่า เมื่อเทียบประวัติช่วงการเดินทางเข้าไทยและช่วงที่เริ่มป่วยแล้วไม่น่าติดเชื้อที่ไทย น่าจะติดมาจากประเทศอื่น ประกอบกับได้ตรวจสอบอาการเพื่อนร่วมงาน ก็ไม่พบว่ามีใครมีอาการป่วย แต่จะตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนเช่นเดียวกับกรณีที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ติดโรคนี้ก็จะรอดูผลทางห้องปฏิบัติการและผลการตรวจระบาดวิทยา คาดว่ากรณีเจ้าหน้าที่ตม. จะชัดเจนวันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าโรคโควิด-19 จะอยู่ในไทยอีกนานเท่าไร สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด และประชาชนต้องทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข, โคอิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e67343659ed2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
