<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2020 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เผยติดเชื้อโควิดเพิ่ม 7 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 7 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,438 ราย ยอดหายป่วยสะสมรวม 3,279 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 101 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่มาจากอินโดนีเซีย1ราย สหรัฐอเมริกา 1 ราย รัสเซีย 2 ราย อินเดีย 2 ราย และบังกลาเทศ 1 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76561</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค., โควิด-19, โคโรนา, โรคระบาด, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200905/image_big_5f531663af197.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2020 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2020 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เผยพบผู้ติดเชื้อโควิดใหม่ 1 รายในสถานที่กักตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค. 63 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 1 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,411 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 5 ราย ยอดหายป่วยสะสมรวม 3,242 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 111 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่มาจากเนเธอร์แลนด์ เป็นหญิงไทย อายุ 30 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 15 ส.ค. เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐจ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 วันที่ 26 ส.ค.ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 24,906,503 ราย อาการรุนแรง 61,188 ราย รักษาหายแล้ว 17,296,990 ราย เสียชีวิต 841,290 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 6,096,235 ราย 2. บราซิล จำนวน 3,812,605 ราย 3. อินเดีย จำนวน 3,461,240 ราย 4. รัสเซีย จำนวน 980,405 ราย 5. เปรู จำนวน 629,961 ราย ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 121 จำนวน 3,411 ราย ส่วนเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศ วันที่ 29 ส.ค. จำนวน 539 คน จากเนเธอแลนด์ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ และฮ่องกง ขณะวันที่ 30 ส.ค. จำนวน 499 คน จากบาห์เรน เนปาล นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ และเวียดนาม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75880</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค., สาธารณสุข, โควิด, โคโรนา, โรคติดต่อ, โรคระบาด, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200829/image_big_5f49d061d478e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 19:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 19:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯสมช.ระบุหากปลดล็อกกิจการเฟส 5 จะเปิดบริการได้ 1 กรกฎา คาด &#039;ทราเวิล บับเบิ้ล&#039; ต้องรอหลังสิงหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.63 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช)​ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ​ สมช. ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯว่า &amp;nbsp;กิจกรรมและกิจการบางประเภทที่จะได้รับการผ่อนคลายมาตรการ ในระยะที่ 5 จะประกอบด้วย​ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ต สถานบริการอาบอบนวดและโรงน้ำชา ซึ่งจะสามารถเปิดบริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ &amp;nbsp;โดยจากการพูดคุยกับผู้ประกอบการที่ผ่านมา ได้วางมาตรการในการเฝ้าระวังและป้องกันอย่างเป็นขั้นตอน และจะนำข้อหารือทั้งหมดในการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ รายงานต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ชุดใหญ่ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบตามข้อเสนอ จะสามารถอนุญาตให้กลับมาเปิดบริการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ หลังจากนั้นจะเหลือกรณีของสนามกีฬาที่มีคนเข้าชมการแข่งขันเท่านั้นที่ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาฯสมช.กล่าวว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ได้หารือถึงการจับคู่ประเทศที่สามารถจัดการโรคโควิด-19 ได้ดี เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกัน (ทราเวิล บับเบิล) ในเบื้องต้น คาดว่าจะเกิดขึ้นไม่เร็วกว่าเดือน ส.ค.นี้ เนื่องจากต้องพิจารณาปัจจัยการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในทั่วโลก ความพร้อมของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจประเทศต้นทาง &amp;nbsp;ส่วนการพิจารณาว่าหลังครบกำหนดการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ​ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน วันที่ 30 มิ.ย.นี้แล้วจะต่ออายุการบังคับใช้อีกหรือไม่นั้น สมช.จะมีการประชุมกันในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ แล้วจะนำผลการพิจารณารายงานต่อ ศบค.ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ ก่อนจะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม. ) ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69622</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, สมช., โควิด-19, โคโรนา, โรคติดต่อ, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec1321a0f942.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 07:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สหรัฐ&#039;อาการยังน่าห่วง&#039;บราซิล&#039;ผู้ติดเชื้อใกล้ถึงล้านราย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.2563 - &amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ทั่วโลกเมื่อเวลา 07.30 น. พบว่ามี 213 ประเทศและดินแดนที่ติดเชื้อ โดยมีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 8,251,068 ราย เพิ่มขึ้น 142,401 รายเสียชีวิต 445,185 ราย เพิ่มขึ้น 6,589 ราย และรักษาหายแล้ว 4,299,222 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา ซึ่งสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น โดยมีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 2,208,244 ราย เพิ่มขึ้น 25,294 ราย เสียชีวิต 119,129 ราย เพิ่มขึ้น 846 ราย ตามมาด้วยประเทศบราซิลมีผู้ติดเชื้อ 928,834 ราย เพิ่มขึ้น 37,278 ราย เสียชีวิต 45,456 ราย เพิ่มขึ้น 1,338 ราย อันดับ 3 เป็นประเทศรัสเซียมีผู้ติดเชื้อ 545,458 ราย เพิ่มขึ้น 8,248 ราย เสียชีวิต 7,284 ราย เพิ่มขึ้น 193 ราย ส่วนอันดับสี่คือ อินเดียที่มีผู้ติดเชื้อ 354,161 ราย เพิ่มขึ้น 11,135 ราย เสียชีวิต &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;11,921 ราย เพิ่มขึ้น 2,006 ราย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68907</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, สหรัฐอเมริกา, อินเดีย, โควิด-19, โคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee967758fc01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เผยติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 5 ราย  เดินทางกลับจากซาอุฯทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)​ ได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบ่ดของเชื้อโควิด-19 ในวันนี้ โดยผู้ติดเชื้อเพิ่ม 5 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่เดินทางจากแระเทศซาอุดิอาระเบียทั้งหมด รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม&amp;nbsp; 3,134 ราย โดยติดเชื้อในประเทศสะสม 2,444 ราย ผู้ป่วยยืนยันอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้สะสม 197&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราย&amp;nbsp; ยอดผู้ป่วยรักษาหายแล้วสะสม&amp;nbsp; &amp;nbsp;2,987 ราย&amp;nbsp; อยู่ระหว่างการรักษา 89&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยอดผู้เสียชีวิตสะสม&amp;nbsp;&amp;nbsp;58 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศบค., สาธารณสุข, โควิด, โคโรนา, โรคติดต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee45baa130cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิ่งกว่ากูรู!&#039;หม่อมปลื้ม&#039;บอกอย่าโดนรัฐบาลหลอกวัคซีนกันโคโรนาไม่มีจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.63-หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ &amp;quot;คุณปลื้ม&amp;quot; พิธีกร และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า อย่าโดนรัฐบาลหลอก โอกาสน้อยมากที่จะมีวัคซีนที่ใช้ได้จริง อาจไม่มีเลย ปกติวัคซีนกันโคโรน่าจะบกพร่องในการป้องกันการติดเชื้อที่เยื่อบุจมูกเสมอ ยากที่จะมีวัคซีนจริง เเละต่อให้มีก็ไม่สามารถป้องกันได้ดีนัก (ไม่ได้ใกล้เคียงร้อยเปอร์เซ็นต์เเม้เเต่นิด) ในกรณีที่ไวรัสสายพันธุ์นี้กลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง (ซึ่งมันกลายพันธุ์เเน่นอนเมื่อกลับมา)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ถ้าประเมินจากประวัติศาสตร์ของโรคระบาดในโลกมนุษย์ อย่างน้อยเเค่ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมานี้เชื้อไวรัสเริ่มเข้าสู่สภาวะที่เสื่อมสมรรถภาพลงเเละพยายามที่จะทำให้ตนเองอ่อนเเอลงเพื่อ Naturally Select ตนเองให้อยู่รอดได้ในร่างของโฮสต์ของไวรัส มีความเป็นไปได้สูงมากกว่าว่าระลอกสองจะไม่รุนเเรงหรือไม่ก็ไม่มีระลอกสองเลยในช่วง 1 ปีหรือ 2 นี้ อย่างไรก็ดีสิ่งที่น่าคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นคือภายใน 4 หรือ 5 ปีข้างหน้าก็คงจะมีไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์อื่นหลุดเเละระบาดออกมาจากจีนอีก ไทยต้องเตรียมการที่จะรับมืออย่างทันท่วงทีในเหตุการณ์นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปิดท้ายนี้เเค่อยากบอกว่าการที่รัฐบอกว่าให้รอวัคซีนก่อนจนกว่าจะเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินแปลว่ารัฐกำลังดูถูกความรู้ของประชาชนอย่างมากเพราะทุกคนที่มีการศึกษาเกี่ยวกับวัคซีนก็จะเข้าใจดีว่ามีโอกาสน้อยมากหรืออาจไม่มีเลยด้วยซ้ำไปที่มนุษย์จะมีวัคซีนไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์นี้หรือเวอร์ชั่นกลายพันธุ์ที่ประชากรสามารถฉีดได้เเละชัวร์ว่ามีภูมิคุ้มกัน เเละถ้าจะมีจริงก็คงจะต้องใช้เวลาหลายปี เเละก็ไม่มีอะไรพิสูจน์ว่าจะป้องกันได้จริงในฤดูที่นำมาใช้ เอาจริงๆคงไม่มีวัคซีนหรอกในเวลาอันใกล้ อย่าไปรอ วิกฤตินี้จะจบเมื่อประชาชนตัดสินเองว่าจบเเละไม่ปล่อยให้ภาครัฐคุมชีวิตเรา สัปดาห์หน้าจะนำบทสัมภาษณ์จาก Unherd ของศ.ดร. สุเนตรา กุปต้ามาเล่าสู่กันฟัง เธอมองว่าวิกฤติรอบนี้กำลังจะจบเเล้ว เธอสอนอยู่ที่ ม.Oxford&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66797</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, รัฐบาล, หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล, โคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca41073e288.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2020 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2020 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอบุ๋ม&#039; ผู้ช่วยโฆษกศบค. แถลงผู้ป่วยโควิดรายใหม่เพิ่มอีก 3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.63 - เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงว่า &amp;nbsp;6&amp;nbsp;วันหลังสถานการณ์ผ่อนคลายระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งสิ้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย ผู้ป่วยสะสม&amp;nbsp;3,040&amp;nbsp;ราย ผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย รวมเป็น&amp;nbsp;2,916&amp;nbsp;ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล&amp;nbsp;68&amp;nbsp;ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ผู้เสียชีวิตสะสมเท่าเดิม&amp;nbsp;56&amp;nbsp;ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่เป็นคนไทยที่กลับจากต่างประเทศ อยู่ใน&amp;nbsp;State Quarantine&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย และเป็นผู้ป่วยที่ไปสถานที่ชุมชน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย ผู้ที่ไปสถานที่ชุมชนเป็นชายสัญชาติอิตาลี อายุ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;ปี อาศัยอยู่ที่ จ.ภูเก็ต เข้ารับการตรวจหาเชื้อในวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;พ.ค. ไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ป่วยที่กลับจากต่างประเทศ เป็นชายไทยอายุ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ปี นักศึกษา เดินทางกลับจากประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;พ.ค. เข้าพัก&amp;nbsp;State Quarantine&amp;nbsp;จ.ชลบุรี และวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พ.ค. มีอาการไข้ ไอ และท้องเสีย พร้อมเข้ารับการตรวจหาเชื้อ แต่ไม่พบเชื้อ และตรวจหาเชื้อใหม่ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แล้วพบเชื้อ ในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;กับผู้ป่วยหญิงไทย อายุ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ปี พนักงานสปา เดินทางกลับจากประเทศอินเดีย เมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;พ.ค. เข้าพัก&amp;nbsp;State Quarantine&amp;nbsp;จ.ชลบุรี และวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พ.ค. มีอาการไข้ ไอ ปวดศีรษะ คลื่นไส้และไม่ได้กลิ่น พร้อมเข้ารับการตรวจหาเชื้อแล้วพบเชื้อ ในวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.พรรณประภา กล่าวด้วยว่า หลังจากการประกาศเคอร์ฟิว มีมาตรการผ่อนคลายระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังเป็นตัวเลขตัวเดียว อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ อย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในการป้องกันการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย การรักษาระยะห่างทางสังคม การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ เพื่อให้เราเข้าสู่มาตรการผ่อนคลายระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ติดเชื้อในสถานที่กักกันของรัฐ ตั้งแต่ ก.พ. -&amp;nbsp;23&amp;nbsp;พ.ค.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;104&amp;nbsp;ราย เพศชายมากกว่าหญิง อัตราป่วยในกลุ่มผู้เข้ากักโรค&amp;nbsp;0.43&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ มีผู้ป่วยติดเชื้อจากต้นทางมากที่สุดคือประเทศอินโดนีเซีย ปากีสถาน คาซักสถาน ส่วนจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด จำแนกตามปัจจัยเสี่ยง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์ล่าสุด มากที่สุดเป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้า&amp;nbsp;State Quarantine&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ราย สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยก่อนหน้า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย ไปสถานที่ชุมชน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย อาชีพเสี่ยง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66700</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรณประภา ยงค์ตระกูล, ศบค., โควิด-19, โคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200523/image_big_5ec8ab0ccf857.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
