<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 22:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 22:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน องค์การอนามัยโลกอนุมัติวัคซีน&#039;ซิโนแวค&#039;แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประกาศในแถลงการณ์เมื่อวันอังคารว่า ได้อนุมัติการใช้งานฉุกเฉินวัคซีนซิโนแวคของจีนแล้ว เป็นวัคซีนโควิดจากจีนชนิดที่ 2 ที่ผ่านการอนุมัติใช้งานแบบฉุกเฉิน คำแนะนำระบุซิโนแวคป้องกันโควิดขั้นรุนแรงและการรักษาในโรงพยาบาลได้ 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า วัคซีนโควิด-19 โคโรนาแวค ของบริษัท ซิโนแวคไบโอเทค เป็นวัคซีนยี่ห้อที่ 2 ของจีนต่อจากซิโนฟาร์ม ที่ได้รับไฟเขียวจากองค์การอนามัยโลกให้ใช้งานแบบฉุกเฉินได้เมื่อเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของดับเบิลยูเอชโอออกที่นครเจนีวากล่าวว่า วันนี้ดับเบิลยูเอชโอได้ให้การรับรองวัคซีนโควิด-19 ซิโนแวค-โคโรนาแวค สำหรับการใช้แบบฉุกเฉินแล้ว เพื่อให้การรับประกันต่อประเทศต่างๆ, ผู้ให้ทุน, หน่วยงานจัดหา และชุมชนต่างๆ ว่าวัคซีนชนิดนี้ได้มาตรการสากลด้านความปลอดภัย, ประสิทธิภาพ และด้านการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนโควิดของบริษัทอื่นที่ดับเบิลยูเอชโอให้การรับรองการใช้งานแบบฉุกเฉินก่อนหน้านี้ได้แก่ ไฟเซอร์/ไบออนเทค, โมเดอร์นา, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในอินเดีย, เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอนุมัติวัคซีนเหล่านี้ขององค์การนี้เปิดทางให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกอนุมัติและนำเข้าวัคซีนเพื่อแจกจ่าย โดยเฉพาะในประเทศที่ไม่มีหน่วยงานตรวจสอบของตนเองที่ได้มาตรฐานสากล อีกทั้งยังเปิดประตูสำหรับการนำวัคซีนดังกล่าวเข้าสู่โครงการโคแวกซ์ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเข้าถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียมกันทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศยากจน ปัจจุบันมีเพียงวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าและของไฟเซอร์บางส่วนที่อยู่ในโครงการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลของเอเอฟพีระบุว่า ขณะนี้วัคซีนซิโนแวคใช้งานแล้วใน 22 ประเทศและดินแดนทั่วโลก นอกเหนือจากจีน ยังมีอาทิ ชิลี, บราซิล, อินโดนีเซีย, เม็กซิโก, ตุรกี และไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันของดับเบิลยูเอชโอได้ตรวจสอบวัคซีนซิโนแวคและเผยแพร่คำแนะนำการใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า ดับเบิลยูเอชโอแนะนำให้ใช้วัคซีนนี้กับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 2 โดส ในเวลาห่างกัน 2-4 สัปดาห์ ผลลัพธ์ประสิทธิภาพของวัคซีนแสดงให้เห็นว่า วัคซีนนี้ป้องกันโรคที่แสดงอาการได้ 51% ในกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีน และป้องกันโควิด-19 ขั้นรุนแรงและการรักษาในโรงพยาบาลได้ 100% ในกลุ่มประชากรที่ได้ทำการศึกษา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104968</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, วัคซีนจีน, วัคซีนโควิด, องค์การอนามัยโลก, อนุมัติซิโนแวค, โควิด-19, โคโรนาแวค, ใช้งานฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b650ee80004.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 23:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 23:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุ่นใจได้ อินโดนีเซียพบซิโนแวคป้องกันตายเพราะโควิดถึง98%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผลการศึกษากับบุคลากรทางการแพทย์ของอินโดนีเซียที่ได้รับวัคซีนแล้วพบว่า วัคซีนโควิด-19 ของบริษัท ซิโนแวคไบโอเทค จากจีน มีประสิทธิภาพสูงถึง 98% ในการป้องกันการเสียชีวิต และ 96% ในการป้องกันการป่วยนอนโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การศึกษาของกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียที่เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ 12 พฤษภาคม อ้างอิงข้อมูลที่ได้จากบุคลากรทางการแพทย์ 120,000 คนในกรุงจาการ์ตา ที่ได้รับการฉีดวัคซีนของซิโนแวค หรือที่เรียกว่าโคโรนาแวค ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคมปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการทดลองระยะที่ 3 ของโคโรนาแวคทั่วโลกนั้นให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป แต่สำหรับอินโดนีเซีย ปันจี เดวันตารา นักวิจัยและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กล่าวในการแถลงข่าวครั้งนี้่ว่า ผลการศึกษาพบว่าวัคซีนชนิดนี้สามารถป้องกันโรคโควิด-19 ที่แสดงอาการในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ได้ถึง 94%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิตี นาเดีย ทาร์มิซี เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้จากคณะทำงานเฉพาะกิจชี้ให้เห็นว่า อุบัติการณ์ของการเกิดโรคและการตายในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์มีแนวโน้มลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า มีข้อมูลอีกชุดจากแพทยสมาคมอินโดนีเซีย แสดงให้เห็นว่า จำนวนของแพทย์ที่เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญนับแต่อินโดนีเซียเริ่มโครงการฉีดวัคซีนในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมกราคม มีรายงานว่าแพทย์เสียชีวิตเพราะโรคทางเดินหายใจนี้ 64 ราย เป็นอัตราสูงสุดนับแต่โควิดเริ่มระบาดในประเทศ ตัวเลขนี้ลดลงครึ่งหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ และลดลงเหลือ 8 รายในเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการศึกษาที่ให้ความหวังนี้มีออกมาภายหลังการทดลองระยะที่ 3 ของอินโดนีเซียเผยว่า วัคซีนซิโนแวคมีประสิทธิภาพ 65% ในการป้องกันการติดเชื้อ ส่วนผลการศึกษาในตุรกีกลับได้ตัวเลขประสิทธิภาพ 91.25% ขณะที่นักวิจัยในบราซิลกล่าวว่า ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อโควิดที่ไม่แสดงอาการนั้นมีเพียง 50.4%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลกเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า โคโรนาแวคให้ผลเป็นที่พอใจในการป้องกันโควิด-19 ในกลุ่มผู้ใหญ่อายุน้อยกว่า 60 ปี แต่ยังขาดข้อมูลคุณภาพบางอย่างเกี่ยวกับความเสี่ยงของผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียพยายามอย่างหนักในการจัดหาวัคซีนเพื่อให้เพียงพอกับประชากรจำนวนมากของประเทศ แต่ถึงขณะนี้ยังต้องพึ่งวัคซีนซิโนแวคของจีนเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากปัญหาด้านซัพพลายทั่วโลก ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า มีผู้ได้รับวัคซีนแล้วเกือบ 9 ล้านคน แต่อินโดนีเซียตั้งเป้าจะฉีดวัคซีนให้ได้ 181 ล้านคนภายในเดือนมกราคมปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากไวรัส Sars-CoV-2 มากที่สุดในภูมิภาคนี้ โดยติดเชื้อมากกว่า 1.7 ล้านคน และเสียชีวิต 45,090 คน บุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักมาก ข้อมูลจาก Lapor-Covid-19 ที่เป็นความริเริ่มข้อมูลไวรัสโคโรนาอิสระ กล่าวว่า ถึงวันที่ 22 เมษายน มีบุคลากรทางการแพทย์อินโดนีเซียเสียชีวิตเพราะโควิด-19 แล้วไม่น้อยกว่า 900 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102743</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, ป้องกันตายได้98%, ผลการศึกษากับบุคลากรทางการแพทย์, อินโดนีเซีย, โควิด-19, โคโรนาแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609bfe7e1cd91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิดของ&#039;ซิโนแวค&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฟิลิปปินส์เริ่มโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันจันทร์ บุคลากรทางการแพทย์ ทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐบาลเป็นกลุ่มแรกที่ได้ฉีด แม้จะมีความกังวลเรื่องประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวคจากจีนก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารฟิลิปปินส์รับวัคซีนโควิด-19 ที่โรงพยาบาลวิกตอเรียโนลูนาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2564 ฟิลิปปินส์เป็นประเทศสุดท้ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับวัคซีน (Photo by Dante Diosina Jr/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเริ่มต้นโครงการนี้เกิดในช่วงยามที่สถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด-19 ในฟิลิปปินส์ยังน่าเป็นห่วง ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดในรอบ 4 เดือน โดยผู้ติดเชื้อยอดสะสมมีมากกว่า 576,000 คน และเสียชีวิต 12,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนที่ใช้ฉีดครั้งนี้เป็นวัคซีนโคโรนาแวคของบริษัทซิโนแวคที่ได้รับบริจาคจากจีน 600,000 โดส โดยแฮร์รี โรเก โฆษกของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวว่า หลังจากตกอยู่ในความมืดมิดมาเกือบ 1 ปี เขาหวังว่าวัคซีนนี้จะให้แสงสว่างได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยคนสำคัญของดูเตร์เตหลายรายอยู่ในบุคคลกลุ่มแรกหลายร้อยคนที่ได้รับวัคซีน ท่ามกลางความคลางแคลงต่อประสิทธิภาพของวัคซีนจากจีนชนิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาร์ลิโต กัลเวซ หัวหน้าผู้แทนเจรจาเพื่อจัดหาวัคซีนของดูเตร์เต ตอบโต้พวกที่วิจารณ์ประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวคว่า กำลังเผยแพร่ &amp;quot;ข่าวปลอม&amp;quot; และว่า การฉีดวัคซีนเป็นหน้าที่ทางศีลธรรมสำหรับทุกคน เราไม่ต้องรอคอยสิ่งที่เรียกกันว่าวัคซีนที่ดีที่สุด เพราะไม่มีวัคซีนที่ว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางการฟิลิปปินส์เพิ่งอนุมัติการใช้งานโคโรนาแวคแบบฉุกเฉินไม่กี่วันก่อนได้รับส่งมอบวัคซีนจากจีน ตามแผนเดิมนั้นไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนซิโนแวคแก่บุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากประสิทธิภาพของวัคซีนนี้ค่อนข้างต่ำ แม้ต่อมารัฐบาลอนุญาตให้ฉีดวัคซีนแก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ประสงค์จะรับวัคซีน แต่พยาบาลและแพทย์หลายคนเลือกที่จะรอวัคซีนชนิดอื่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94655</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, ฟิลิปปินส์, วัคซีนจีน, วัคซีนโควิด-19, โคโรนาแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603cdc400c666.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 23:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 23:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์อนุมัติวัคซีนซิโนแวค แต่ยังไม่ฉีดให้บุคลากรแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการฟิลิปปินส์อนุมัติการใช้งานแบบฉุกเฉินของวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตโดยบริษัท ซิโนแวค ของจีนแล้วเมื่อวันจันทร์ คาดวัคซีนโดสแรกมาถึงสัปดาห์นี้ แต่จะเลือกฉีดให้ทหารและแรงงานที่สำคัญต่อเศรษฐกิจก่อน โดยยังไม่ฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์เนื่องจากประสิทธิภาพของวัคซีนนี้ค่อนข้างต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า วัคซีนโคโรนาแวคที่ผลิตโดยบริษัท ซิโนแวค ของจีน เป็นวัคซีนชนิดที่ 3 ที่ได้รับอนุมัติการใช้งานแบบฉุกเฉินจากทางการฟิลิปปินส์ แม้ว่าจนถึงขณะนี้ฟิลิปปินส์ยังไม่เริ่มฉีดวัคซีนเลย และรัฐบาลของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กำลังถูกวิจารณ์เรื่องความล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า รัฐบาลจีนตกลงบริจาควัคซีนแก่ฟิลิปปินส์ 600,000 โดส ซึ่งจะมาถึงภายใน 3-5 วัน แม้ว่าจะยังมีความคลางแคลงเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิผลของวัคซีนจากจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น เอริก โดมิงโก ประธานคณะกรรมการอาหารและยาของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ได้ตัดสินใจแล้วว่า ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนมีมากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหรือที่รู้กันอยู่แล้ว โคโรนาแวคสามารถฉีดให้แก่ผู้ใหญ่สุขภาพดีที่อายุระหว่าง 18-59 ปี แต่ไม่แนะนำสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานด่านหน้าหรือผู้ที่สูงอายุกว่าเกณฑ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์รี โรเก โฆษกของประธานาธิบดี กล่าวว่า แรงงานที่มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจและทหารน่าจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้การทดลองในตุรกีจะพบว่าโคโรนาแวคมีประสิทธิภาพ 91.25% แต่การทดลองที่บราซิลกลับมีประสิทธิภาพในอัตราแค่ประมาณ 50% โฆษกประธานาธิบดีฟิลิปปินส์กล่าวปกป้องการผลักดันวัคซีนของซิโนแวคว่า มันยังดีกว่าที่ไม่ได้มีการป้องกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำของหลายประเทศเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ฉีดวัคซีนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในหมู่ประชาชน แต่โรเกกล่าวว่า ดูเตร์เตอยากรอวัคซีนอีกชนิดหนึ่งของจีนที่ผลิตโดยบริษัท ซิโนฟาร์ม มากกว่า เหตุผลเนื่องจากอายุที่มากของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนของซิโนฟาร์มเคยถูกลอบฉีดให้แก่ทีมอารักขาของดูเตร์เตอย่างลับๆ เมื่อปีที่แล้ว ในเวลานั้นวัคซีนนี้ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากทางการฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลฟิลิปปินส์เจรจากับผู้ผลิตวัคซีน 6 ราย รวมถึงซิโนแวค โดยหวังว่าจะจัดหาวัคซีนให้ได้สำหรับประชากร 60 ล้านคน หรือราว 60% ของประชากรทั้งประเทศ ภายในปีนี้ แต่การขาดความโปร่งใสและการส่งมอบวัคซีนชุดแรกที่ล่าช้าทำให้รัฐบาลโดนวิจารณ์เรื่องการจัดการกับวิกฤติโรคระบาดนี้ ซึ่งได้คร่าชีวิตผู้ป่วยในฟิลิปปินส์แล้วเกิน 12,000 คน จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 560,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคยคาดว่า วัคซีนอีกมากกว่า 100,000 โดสของไฟเซอร์-ไบออนเทค จะส่งถึงฟิลิปปินส์กลางเดือนนี้ ผ่านโครงการวัคซีนโคแวกซ์ แต่การจัดส่งล่าช้าเพราะข้อตกลงเรื่องค่าสินไหมทดแทนที่จะคุ้มครองผู้ผลิตวัคซีนไม่ให้โดนฟ้องร้องเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93912</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, ฟิลิปปินส์, อนุมัติวัคซีน, โคโรนาแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcdd6af33c25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 21:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดนีเซียติดเชื้อโควิดสูงสุดรายวัน จ่อเพิ่มมาตรการคุมเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เมื่อวันพุธถึง 8,854 คน เป็นสถิติสูงสุดของประเทศ ทำให้ยอดสะสมของอินโดนีเซียเพิ่มเป็น 788,402 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียเคลื่อนย้ายกล่องบรรจุวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค ที่ส่งมาถึงเมืองปาลูเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานเฉพาะกิจโควิด-19 ของอินโดนีเซียแถลงเมื่อวันพุธที่ 6 มกราคมว่า อินโดนีเซียตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่อีก 8,854 คน และมีผู้ป่วยเสียชีวิตอีก 187 คน ทำให้ตัวเลขล่าสุดอินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อ 788,402 คน และเสียชีวิต 23,296 คน เป็นจำนวนสูงสุดของภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศเพื่อนบ้านที่สถานการณ์รุนแรงรองลงมาได้แก่ ฟิลิปปินส์ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,047 คน ยอดสะสมเป็น 480,737 คน และมีผู้เสียชีวิตอีก 26 คน ยอดรวมเป็น 9,347 คน, เมียนมามีผู้ติดเชื้อสะสม 127,584 คน เสียชีวิต 2,766 คน, มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,593 คน ยอดสะสมเพิ่มเป็น 125,438 คน และมีผู้เสียชีวิตอีก 4 คน ยอดรวมเป็น 513 คน ส่วนสิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 31 คน ยอดสะสม 58,780 คน เสียชีวิต 29 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานว่า ก่อนหน้านี้ในวันพุธ แอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีประสานงานด้านกิจการเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย กล่าวว่า อินโดนีเซียจะเพิ่มมาตรการควบคุมนาน 2 สัปดาห์ในหลายพื้นที่ของเกาะชวาและเกาะบาหลี ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลและลดอัตราการเสียชีวิต บางมาตรการที่รัฐบาลจะบังคับใช้เพิ่มเติมมีอาทิ การเปลี่ยนเวลาปิด-เปิดศูนย์การค้า และจำกัดที่นั่งของร้านอาหารและศาสนสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร บูดี กูนาดี ซาดิคิน รัฐมนตรีสาธารณสุขของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า อินโดนีเซียจะเริ่มโครงการฉีดวัคซีนโควิดทั่วประเทศในวันพุธที่ 13 มกราคม เริ่มที่กรุงจาการ์ตาโดยประธานาธิบดีโจโก วิโดโด จะได้รับการฉีดวัคซีนเป็นคนแรกของประเทศ ส่วนภูมิภาคอื่นๆ จะเริ่มต้นในอีก 2 วันถัดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียได้รับวัคซีนโคโรนาแวคของบริษัท ซิโนแวคไบโอเทค จากจีนแล้ว 3 ล้านโดส รัฐบาลกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ผู้ปฏิบัติงานสาธารณสุขด่านหน้า 1.3 ล้านคนจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับวัคซีนนี้ บูดีบอกด้วยว่า หลังจากนั้น ผู้ว่าราชการในภูมิภาคต่างๆ ควรฉีดวัคซีนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแผน กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ประชาชน 181.5 ล้านคน หรือราว 67% ของประชากร เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันระดับชุมชน โดยประชาชนจะได้รับการฉีดวัคซีนฟรี คาดว่าจะใช้เวลา 15 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ไบโอฟาร์มา ผู้ผลิตยาของรัฐบาลอินโดนีเซีย ได้จัดส่งวัคซีนของซิโนแวคมากกว่า 760,000 โดสไปยัง 34 จังหวัดแล้วในวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้อินโดนีเซียจองวัคซีนไว้แล้วมากกว่า 329 ล้านโดส ส่วนใหญ่เป็นวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทค และออกซ์ฟอร์ด-แอสตราเซเนกา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89030</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่, วัคซีนซิโนแวค, อินโดนีเซีย, โควิด-19, โคโรนาแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff5c8650df62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 22:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดนีเซียเล็งเริ่มฉีดวัคซีนของจีนสัปดาห์หน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอินโดนีเซียมีแผนจะเริ่มโครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนในสัปดาห์หน้า โดยส่งวัคซีนราว 700,000 โดสกระจายไปทั่วประเทศแล้วระหว่างรอให้สำนักงานอาหารและยาอนุมัติการใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ขนย้ายวัคซีนซิโนแวคลงจากรถห้องเย็นที่เมืองปาเลมบัง เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้อินโดนีเซีย ซึ่งมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วมากกว่า 772,000 ราย และเสียชีวิตเกือบ 23,000 ราย จับจองวัคซีนไว้แล้ว 329 ล้านโดส ส่วนใหญ่จากไฟเซอร์และแอสตราเซเนกา แต่รอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า วัคซีนที่อินโดนีเซียเตรียมจะฉีดให้ประชาชนเฟสแรกนั้นเป็นวัคซีนโคโรนาแวค ของบริษัท ซิโนแวค จากจีน ที่อินโดนีเซียจะได้ 3 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต หัวหน้ารัฐมนตรีเศรษฐกิจ กล่าวว่า โครงการฉีดวัคซีนจะเริ่มต้นสัปดาห์หน้า โดยยังต้องรอการอนุมัติจากสำนักงานอาหารและยา (BPOM) ที่กำลังรอผลการทดลองทางคลินิกจากบราซิลและตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐมนตรีคลัง สรี มุลยานี อินทราวาตี กล่าวว่า ประชาชนจะได้รับการฉีดวัคซีนฟรี โดยคาดว่าโครงการฉีดวัคซีนจะเสร็จสิ้นภายใน 15 เดือน และจะใช้งบประมาณมากกว่า 74 ล้านล้านรูเปียห์
(1.59 แสนล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ไบโอฟาร์มา ผู้ผลิตยาของทางการอินโดนีเซีย ได้จัดสิ่งวัคซีนโคโรนาแวคประมาณ 714,000 โดสไปยัง 32 จังหวัดของอินโดนีเซียแล้ว เพื่อประหยัดเวลาและเตรียมพร้อมสำหรับเริ่มฉีดวัคซีนได้ทันทีที่ BPOM อนุมัติการใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูเซีย ริซกา อันดาลูเซีย เจ้าหน้าที่อาวุโสของ BPOM กล่าวว่า ข้อมูลเฉพาะกาลจากการทดลองทางคลินิกระยะปลายในชวาตะวันตก บวกกับผลที่ได้จากบราซิลและตุรกี ยังต้องนำมาศึกษาเพิ่มเติม แต่เธอหวังว่าวัคซีนนี้จะได้รับการอนุมัติให้ใช้งานกรณีฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลลัพธ์เบื้องต้นจากการทดลองโคโรนาแวคเผยว่า วัคซีนนี้มีประสิทธิผล 91.25% ขณะที่นักวิจัยในบราซิลกล่าวว่า ประสิทธิผลอยู่ที่มากกว่า 50% แม้ผลลัพธ์ฉบับสมบูรณ์จะยังไม่ได้รับการเปิดเผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีสาธารณสุข บูดี กูนาดี ซาดิคิน กล่าวว่า อินโดนีเซียจะต้องฉีดวัคซีนให้ประชาชนประมาณ 181 ล้านคน หรือราว 67% ของประชากร เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันระดับชุมชน โดยผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข 1.3 ล้านคนจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับวัคซีน ตามด้วยข้าราชการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88832</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, วัคซีนโควิด, อินโดนีเซีย, โควิด-19, โคโรนาแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff3302a99503.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
