<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลตรวจโควิดเป็นลบ &#039;เมญ่า&#039;กักตัวพร้อมลูกหลังกลับจากสเปน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องกักตัวทั้งแม่ทั้งลูกเพราะเพิ่งกลับมาจากสเปน สำหรับ เมญ่า-นนธวรรณทัศ บรามาซ และน้องเบฬิน ที่ล่าสุดผ่านมา 7 วันและผลการตรวจโควิด-19 ของทั้งคู่นั้นเบื้องต้นออกมาเป็นลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;Bath time conversations ผลตรวจโควิดรอบแรกออกแล้วผลเป็นลบ (ไม่มีโควิด) ทั้งแม่และลูก ผ่านมา 7วันแล้ว เหลืออีก 9วันจะเป็นอิสระแล้ว ลูกซนมากกกกกกกกกกก&amp;nbsp; ตอนถึงประเทศไทย เจอเรื่องเศร้าหนึ่งอย่างคือเบอร์โทรถูกดึงเข้าระบบแล้วกลายเป็นเบอร์เติมเงินไม่สามารถซื้อกลับมาได้ ตอนแรกเสียใจมาก ปรึกษาพี่แมน @man_karin เพราะเบอร์เก่าพี่แมนก็เลือกให้ ตอนนี้ได้เบอร์ใหม่ทั้งครอบครัว เพื่อเตรียมตัวรับปีใหม่หมดเคราะห์หมดทุกข์วางไว้ที่ปีนี้ ปีหน้าต้องไฉไลกว่าเดิม ขอบคุณพี่แมนมากนะคะ @man_karin #กักตัววันที่7&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม maeyagirl&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85057</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัว, น้องเบฬิน, สเปน, เมญ่า-นนธวรรณทัศ บรามาซ, โควิด-19, โคโรนาไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe60b040520.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โควิด-19กระโดด14ราย ทดลองวัคซีนในคนต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.เผยผู้ติดเชื้อโควิด-19 กระโดดไป 14 ราย ทั้งหมดเดินทางกลับจากต่างประเทศ และอยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐ&amp;nbsp; ส่วนในประเทศเป็น 0 ติดต่อกัน 47 วันแล้ว ภูเก็ตวางแผนเตรียมเปิดการท่องเที่ยว อนุญาตให้ 5 ประเทศเดินทางเข้าประเทศไทยได้ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง ประมาณเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 14 ราย อยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,216 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย อยู่ในสถานที่กักกันของรัฐ 279 ราย หายป่วยสะสม 3,088 ราย รักษาอยู่ 70 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย และประเทศไทยไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศติดต่อกัน 47 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยใหม่ รายที่ 1 เดินทางมาจากบาห์เรน เป็นหญิงไทย อายุ 42 ปี เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐจังหวัดชลบุรี และตรวจหาเชื้อในวันที่ 9 กรกฎาคม ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ, รายที่ 2 มาจากสหรัฐอเมริกา เป็นหญิงไทย อายุ 31 ปี อาชีพลูกเรือสำราญ เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ ที่กรุงเทพมหานคร และตรวจหาเชื้อในวันที่ 9 กรกฎาคม ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายที่ 3-14 มาจากซูดาน เป็นนักศึกษาชายไทย จำนวน 11 ราย อายุ 19-31 ปี และเด็กหญิงไทย 1 ราย อายุ 9 ขวบ (เดินทางมาพร้อมครอบครัว) ทั้งหมดเดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม โดยผ่านการคัดกรอง ณ ด่านควบคุมโรค พบว่าทั้งหมดมีอาการเข้าเกณฑ์ PUI คือ ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก จึงส่งตรวจหาเชื้อในวันที่ 10 กรกฎาคม ผลตรวจพบเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์โลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 12,625,155 ราย อาการรุนแรง 58,898 ราย รักษาหายแล้ว 7,360,954 ราย เสียชีวิต 562,769 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 3,291,786 ราย 2.บราซิล จำนวน 1,804,338 ราย 3.อินเดีย จำนวน 822,603 ราย 4.รัสเซีย จำนวน 713,936 ราย 5.เปรู จำนวน 319,646 ราย ส่วนประเทศไทย วันนี้อยู่ในอันดับที่ 100 จำนวน 3,216 ราย ทั้งนี้ สำหรับเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศวันที่ 11 ก.ค. มี 3 เที่ยวบิน จากเนเธอร์แลนด์ ไนจีเรีย มาเลเซีย และสหรัฐอเมริกา รวม 421 ราย
คนไทยการ์ดตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในระหว่างมาตรการผ่อนปรน เพื่อประเมินว่าคนไทยการ์ดตกหรือไม่ โดยพบว่าคนไทยยังมีความกังวลว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอก 2 ในประเทศ แต่ยังมั่นใจในมาตรการของรัฐบาลว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจยังพบว่าการป้องกันตนเองภาพรวมของประชาชนมีแนวโน้มลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลสามารถคลายมาตรการเฝ้าระวังโรคระบาดได้ เพราะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากประชาชนในการปฏิบัติตามข้อกำหนด รวมถึงป้องกันตัวเองจากความเสี่ยง แม้วันนี้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยจะคลี่คลายไปมากแล้ว แต่ในหลายประเทศยังอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง รัฐบาลจึงต้องขอความร่วมมือทุกคนให้ยังคงเฝ้าระวัง ป้องกันตัวเองจากความเสี่ยง เพื่อหลีกเลี่ยงการกลับมาแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 อันจะนำมาซึ่งผลกระทบหลายด้านตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลีกล่าวด้วยว่า ขอบคุณประชาชนที่เชื่อมั่นในมาตรการของรัฐบาลว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ ซึ่งรัฐบาลต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถและเสียสละ รวมถึงประชาชนที่มีส่วนสำคัญช่วยให้ประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ด้วยดี ทั้งนี้ แม้รัฐบาลจะผ่อนปรนมาตรการเฝ้าระวังต่างๆ ไปมาก เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ แต่เราทุกคนก็ยังต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันตัวเอง โดยใช้ชีวิตตามวิถีใหม่ new normal เพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตเผยว่า จังหวัดภูเก็ตไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกันมา 48 วัน (รายล่าสุดวันที่ 23 พฤษภาคม 2563) โดยตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม-9 กรกฎาคม 2563 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 จำนวน 227 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 224 ราย เสียชีวิต 3 ราย จำหน่าย&amp;nbsp; 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นับแต่ 1 กรกฎาคม ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายระยะที่ 5 โรงเรียนทุกสังกัดเปิดเทอม กลุ่มกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง กลับมาเปิดบริการได้ปกติภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมิวนิตี้มอลล์ เปิดได้ถึง 4 ทุ่ม ร้านสะดวกซื้อสามารถเปิดได้ 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทุกกิจการที่ได้รับอนุญาตให้เปิด ผู้ใช้บริการต้องลงทะเบียนเข้า-ออกด้วยแอปพลิเคชันไทยชนะอย่างเคร่งครัด เจ้าหน้าที่มีการติดตามประเมินผลอย่างเข้มงวด และมีบทลงโทษสำหรับผู้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข และอนุญาตให้บุคคล 6 กลุ่มเดินทางเข้าประเทศไทย เช่น กลุ่มนักธุรกิจและคู่สมรสของผู้มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย มีการวางแผนเตรียมเปิดการท่องเที่ยวอนุญาตให้ 5 ประเทศเดินทางเข้าประเทศไทยได้ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง ประมาณเดือนสิงหาคมนี้
เพิ่มคนเที่ยวเกาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมแกรนด์วิว รีสอร์ท เกาะเสม็ด จ.ระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ จ.ระยอง โดยเฉพาะเกาะเสม็ดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญว่า นับตั้งแต่ได้เริ่มการผ่อนคลายมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนทุกคนปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บรรดาร้านอาหารต่างๆ มีมาตรการเสริมจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ที่ห้ามมีการเล่นดนตรีในร้าน และให้เที่ยวบนชายหาดได้แค่เวลา 18.00 น. ซึ่งทุกคนก็ปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้ สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะให้เข้ามาเที่ยวในอุทยาน แบ่งเป็นพื้นที่เกาะเสม็ดให้เข้ามาประมาณ 2,700 คน ขณะที่เขาแหลมหญ้าและหาดแม่รำพึง แห่งละ 1,300 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นการคำนวณของแต่ละพื้นที่ แต่เกาะเสม็ดมีขนาดพื้นที่ที่กว้างขวางมาก ในอนาคตก็อาจจะมีการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ จึงคิดว่าอาจจะปรับเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้ในเดือน ส.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงแผนการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาจากการลงทะเบียนตามโครงการเที่ยวปันสุขตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.อย่างไร นายสาธิตกล่าวว่า จะมีการหารือกับ ผอ.อุทยานฯ จากนั้นจะไปหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดถึงเรื่องนี้ ทั้งนี้ เกาะเสม็ดเป็นพื้นที่เปิดโล่ง มีอากาศถ่ายเท พื้นที่กว้างขวาง ขณะที่เรายังคงให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย ตนจึงเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวในพื้นที่นี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.สาธารณสุขกล่าวต่อว่า สถานการณ์โรคโควิด -19 ในประเทศไทย โดยภาพรวมถือได้ว่าเราแทบจะไม่มีความเสี่ยงอีกแล้ว ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เรามั่นใจว่าระบบที่มีอยู่ทั้งสถานที่กักกัน ที่ทั้งรัฐบาลกำหนดให้ และที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง ซึ่งสามารถตรวจโรคจากบุคคลเหล่านั้นได้ แต่แนวทางเปิดประเทศท่องเที่ยวแบบจับคู่ระหว่างประเทศ (ทราเวลบับเบิล) จากที่เราได้พูดคุยกับกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีความเห็นว่าอาจจะต้องเลื่อนออกไปก่อน&amp;nbsp; เพราะประเทศที่ต้องการมาจับคู่กับประเทศไทย อาทิ จีน และเกาหลีใต้ ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเปลี่ยนแปลง เราจึงต้องดูสถานการณ์ของเขาไปอีกสักระยะ ขณะเดียวกันในส่วนของประเทศไทยจะต้องพิจารณาจำนวนห้องพักในสถานที่กักกันด้วยว่าเพียงพอกับการเพิ่มจำนวนให้คนเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นด้วย
อสม.เลือกโปรแกรมเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตกล่าวต่อว่า ส่วนโครงการให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้รับสิทธิไปท่องเที่ยวฟรีในแพ็กเกจ &amp;quot;กำลังใจ&amp;quot; นั้น มีหลักการให้บริษัทที่เป็นตัวแทนนำเที่ยว ต้องไปลงทะเบียน และต้องผ่านการตรวจสอบจากสภาการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ซึ่งบริษัทที่ผ่านการตรวจสอบแล้วจะส่งให้ อสม.เลือกบริษัทและโปรแกมเที่ยวเอง ทั้งนี้ ขอให้อสม.ใช้สิทธิของตัวเอง หากผู้ใดไม่ใช้สิทธินี้ก็ไม่ควรยกสิทธิให้คนอื่นใช้แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า การพัฒนายาใหม่หรือวัคซีน จะมีขั้นตอนและใช้เวลามาก เป็นเวลา 5 ถึง 10 ปี จากการเริ่มต้นศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการ เมื่อได้สารหรือยาหรือวัคซีน ก็จะต้องส่งต่อให้สถานที่มีมาตรฐานขยายจำนวนเพื่อมาศึกษาในสัตว์ทดลอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสัตว์ทดลองจะศึกษาความปลอดภัย และผลของยาหรือวัคซีนในสัตว์เล็กก่อน จะใช้หนูหรือกระต่าย ต่อมาจะใช้สัตว์ใหญ่เช่น ลิง ขั้นตอนต่างๆ ใช้เวลาเป็นปี ยาและวัคซีนจะต้องผลิตแบบมีมาตรฐาน ไม่ใช่ใน Lab ใส่ถุงมือกับเสื้อกาวน์อย่างเห็นในรูปสื่อไทยบ่อยๆ เมื่อผ่านการศึกษาความปลอดภัย และผล จะขอขึ้นทะเบียน IND (Investigation New Drug) จาก อย. เพื่อศึกษาวิจัยในคน ยาหรือวัคซีนนั้น จะต้องผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การศึกษาวิจัยในคน จะแบ่งเป็น 3 ระยะ 1.ศึกษาความปลอดภัย จะใช้กลุ่มอาสาสมัครขนาดน้อย เป็นหลักสิบหรือหลักร้อยต้น 2.ศึกษาผลของยาหรือวัคซีน จะใช้อาสาสมัครเป็นหลักร้อย 3.ศึกษาประสิทธิภาพ จะใช้อาสาสมัครเป็นหลักพันหลักหมื่น และมีการเปรียบเทียบกลุ่มที่ให้ยาหรือวัคซีน กับกลุ่มที่ให้ยาหลอก แต่ถ้ามียาหรือวัคซีนที่ใช้ได้ผลแล้ว จะต้องเอายาหรือวัคซีนนั้นมาเป็นตัวเปรียบเทียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนแต่ละขั้นตอนจะใช้เวลาเป็นปี และมีรายละเอียดมาก เราจะเห็นว่าเราพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปี 2009 ขณะนี้เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี โรงงานวัคซีนก็สร้างเสร็จแล้ว
ไม่อยู่ในภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การศึกษาวิจัยยังอยู่ในระยะที่ 3 ทั้งที่วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นวัคซีนที่ใช้กันมานานแล้ว ไม่ได้เป็นการคิดของใหม่ เนื่องจากโควิด-19 เป็นโรคใหม่ เรายังไม่รู้อะไรอีกมาก ขณะเดียวกัน การพัฒนายาหรือวัคซีนจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน ต้องทุ่มทรัพยากรทุกด้านจำนวนมาก มาแข่งกับเวลา ขั้นตอนต่างๆ จึงถือว่าไม่อยู่ในภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ยงเผยว่า ขั้นตอนบางขั้นตอนจึงทำเหลื่อมกัน โดยเฉพาะในสัตว์ทดลอง เพื่อลดระยะเวลาให้น้อยที่สุด ระยะเวลาไม่ถึง 6 เดือน มีวัคซีนบางตัวกำลังจะเข้าสู่การศึกษาในอาสาสมัครระยะที่ 3 แล้ว การศึกษาในระยะที่ 3 จะต้องใช้อาสาสมัครจำนวนมากที่อยู่ในแหล่งระบาดของโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปรียบเทียบจึงจะเห็นผลได้ง่าย ด้วยเหตุผลนี้ ทางประเทศจีนเองไม่สามารถทำการศึกษาระยะที่ 3 ในประเทศจีนเองได้ เพราะไม่มีโรคนี้มากเพียงพอ ต้องไปศึกษาในประเทศที่กำลังมีการระบาดโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การศึกษาในระยะที่ 3 จะต้องมีการลงทุนอย่างเป็นจำนวนมาก เพราะใช้อาสาสมัครเป็นหลักหมื่น ในอดีตที่ผ่านมา ในประเทศไทย หลังจากที่นักวิจัยพบสารหรือยาหรือวัคซีน ที่น่าจะมีประสิทธิภาพในการรักษาหรือป้องกัน ก็มักจะประกาศว่าจะได้ใช้ภายใน 2 ปีบ้าง 4 ปีบ้าง ที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดว่าทำไม่ได้ตามเป้าหมาย แล้วทุกคนก็ลืมไป&amp;quot; ศ.นพ.ยงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ว่าผลการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทย โดยใช้สารพันธุกรรมของเชื้อ &amp;ldquo;ชนิด mRNA&amp;rdquo; ในลิงที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งฉีดเข็มที่ 2 ไปเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อครบ 2 สัปดาห์ นักวิจัยได้เจาะเลือดมาทำการทดสอบการสร้างภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีชนิดที่ยับยั้งเชื้อ หรือ Neutralizing antibody นั้น พบว่าสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อได้ในระดับสูงเป็นที่น่าพอใจ และลิงทุกตัวมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีผลข้างเคียงจากวัคซีนดังกล่าว ดังนั้นจึงได้ตกลงเดินหน้าต่อไปตามแผนที่จะเริ่มทดสอบในมนุษย์ในเดือน ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การดำเนินการต่อไปนั้น ได้มีการดำเนินการคู่ขนานไปพร้อมกัน เพื่อให้ได้วัคซีนอย่างรวดเร็ว ซึ่งการทดสอบในมนุษย์ จะเริ่มสั่งการผลิตวัคซีนในสัปดาห์หน้า และเริ่มรับอาสาสมัครในเดือน ส.ค.-ก.ย. และจะฉีดเข็มแรกในมนุษย์ในเดือน ต.ค.นี้ ทั้งนี้ การทดสอบจะทำทั้งหมด 3 ระยะ รวมทั้งจะเตรียมการผลิตให้เพียงพอและเตรียมขึ้นทะเบียนวัคซีน โดยประสานกับผู้ผลิตวัคซีนทั้งในภาครัฐและเอกชน เพื่อให้มีความพร้อมที่จะผลิตให้พร้อมใช้ รวมทั้งร่วมมือถ่ายทอดเทคโนโลยีกับต่างประเทศด้วย
&amp;quot;เบตาดีน&amp;quot;โวปราบโควิดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวิทย์เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องวัคซีนอย่างมาก และได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ท่านได้มอบนโยบายเพื่อให้คนไทยสามารถมีวัคซีนอย่างรวดเร็วเป็นลำดับแรกๆ เมื่อสามารถพัฒนาวัคซีนได้สำเร็จ โดยมอบให้ อว.และกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันดำเนินงานในเชิงรุก ทั้งโดยการวิจัยและพัฒนาในประเทศ และร่วมมือกับต่างประเทศ รวมทั้งเตรียมการผลิตให้ทันท่วงทีและเพียงพอ ในขณะนี้ ยังได้เจรจาหารือกับต่างประเทศในการร่วมวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยีและเตรียมการผลิตไว้ด้วยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผอ.ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ และ ดร.สุจินดา มาลัยวิจิตรนนท์ ผอ.ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แจ้งว่า ผลการทดสอบที่น่าพอใจนี้ เป็นกำลังใจให้ทีมวิจัยว่าจะสามารถพัฒนาวัคซีนได้และแสดงศักยภาพการวิจัยและพัฒนาวัคซีนในประเทศไทย ที่นับว่าเป็นการวิจัยที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำได้ โดยก้าวต่อไปและรายละเอียดการวางแผนในการผลิต เพื่อทดสอบในอาสาสมัคร รวมทั้งการวางแผนในการผลิตในประเทศเพื่อใช้ให้เพียงพอในประเทศ จะมีการแถลงโดยละเอียดในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.00 น. ที่ตึกภูมิสิริ ชั้น 12 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บริษัท มุนดิฟาร์มา ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบตาดีน ประกาศว่า ผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการประเทศสิงคโปร์ได้ยืนยันประสิทธิภาพของเบตาดีนผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคในการฆ่าเชื้อโควิด-19 โดยผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่ Duke-NUS Medical School ในสิงคโปร์ ได้เผยให้เห็นฤทธิ์ในการทำลายเชื้อไวรัสอันแข็งแกร่งของเบตาดีนในหลอดทดลอง (in vitro) โดยฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้มากถึง 99.99% ในเวลา 30 วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรามาน ซิงห์ ซีอีโอของมุนดิฟาร์มาเผยว่า เมื่อใช้เบตาดีนอย่างเหมาะสมและควบคู่กับอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ เช่น ชุด PPE แล้ว สิ่งนี้จะมีบทบาทในการจำกัดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อต่างๆ ซึ่งรวมถึงโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการทดสอบ นักวิจัยได้ใช้ผลิตภัณฑ์หลายประเภทได้แก่ ยาฆ่าเชื้อเบตาดีน (Betadine Solution), น้ำยาล้างทำความสะอาดผิวหนัง (Skin Cleanser), น้ำยาบ้วนปาก (Gargle and Mouthwash) และสเปรย์พ่นปากและคอ (Throat Spray)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกเหนือจากผลการวิจัยที่สิงคโปร์แล้ว ยังมีผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่ศูนย์ Tropical Infectious Diseases Research and Education Center (TIDREC) ในสังกัดมหาวิทยาลัย University of Malaya ประเทศมาเลเซียด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผลการวิจัยของมาเลเซียเผยให้เห็นฤทธิ์ในการทำลายเชื้อไวรัสของน้ำยาบ้วนปากเบตาดีนในหลอดทดลอง โดยฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ 99.99% ในเวลา 15 วินาที โดยผลการวิจัยดังกล่าวได้เผยแพร่เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71160</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทั้งหมดเดินทางกลับจากต่างประเทศ, ผู้ติดเชื้อโควิด-19, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f09c5d297e12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์ราวีจีน/นายกฯรัสเซียติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะหาแพะให้ได้ &amp;quot;ประธานาธิบดีทรัมป์&amp;quot; ขู่จะใช้มาตรการภาษีศุลกากรลงโทษจีน อ้างมีหลักฐานชี้ชัดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำเนิดจากแล็บลับอู่ฮั่นของจีน แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ทั้งที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐเพิ่งบอกเองว่าไม่มีหลักฐานยืนยัน อนามัยโลกหวังจีนเชิญร่วมสอบหาสัตว์ต้นตอไวรัส เผยนายกฯ รัสเซียติดโควิด-19 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวโจมตีจีนหนักข้อขึ้นเรื่องการจัดการกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่ขณะนี้ได้คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐแล้วมากกว่า 63,000 ราย ทำให้เศรษฐกิจหดตัว มีชาวอเมริกันตกงานแล้ว 30 ล้านคนในช่วง 6 สัปดาห์ของการระบาด และคุกคามโอกาสที่เขาจะชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ปลายปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2563 ผู้นำสหรัฐยังคงแสดงความเชื่อมั่นว่า ไวรัสที่พบติดเชื้อในมนุษย์ครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่นของจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว มีต้นกำเนิดมาจากห้องปฏิบัติการทดลองของสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น โดยทรัมป์ยืนกรานว่าเขามีหลักฐานที่สนับสนุนความเชื่อมั่นอย่างสูงของเขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใช่ ผมมี แต่ผมบอกคุณไม่ได้ ผมไม่ได้รับอนุญาตให้บอกคุณ&amp;quot; และเมื่อถูกตั้งคำถามถึงรายงานข่าวที่ว่า เขาอาจยกเลิกการชำระหนี้ให้จีน ทรัมป์บอกว่า เขาจะไม่ทำแบบนั้น แต่จะใช้วิธีที่ตรงไปตรงมากว่า ด้วยการเพิ่มภาษีศุลกากร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวอย่างมั่นใจของทรัมป์ขัดแย้งกับทัศนะจากสำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งสหรัฐ ที่ระบุว่า นักวิเคราะห์จะตรวจสอบข้อมูลและข่าวกรองที่ปรากฏอย่างรอบคอบเพื่อระบุแหล่งกำเนิดของไวรัส และวันเดียวกัน ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ยอมรับว่า เขาไม่เห็นหลักฐานชี้ชัด &amp;quot;เราไม่รู้แน่ชัดว่ามันเริ่มต้นที่ไหน เราไม่รู้ว่ามันมาจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นหรือไม่ เราไม่รู้ว่ามันหลุดออกมาจากตลาดสด หรือจากสถานที่อื่นใด เราไม่รู้คำตอบเหล่านี้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ สกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ที่ทำให้ทางการจีนไม่พอใจก่อนหน้านี้จากการเรียกร้องให้ทั่วโลกร่วมกันสอบสวนการแพร่ระบาดในจีน ก็ยอมรับเมื่อวันศุกร์ว่า ออสเตรเลียไม่มีหลักฐานที่จะสนับสนุนทฤษฎีเรื่องไวรัสมาจากห้องแล็บอู่ฮั่น แต่รู้ว่าโรคนี้เริ่มต้นที่อู่ฮั่น และมีความเป็นไปได้มากที่สุดว่าจะเกี่ยวข้องกับตลาดสดค้าสัตว์ป่า ซึ่งก็ต้องสอบสวนกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่า ไวรัสมรณะที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกแล้วมากกว่า 233,700 ราย จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 3.27 ล้านราย ข้ามจากสัตว์มาติดมนุษย์ โดยแหล่งต้นตอการแพร่เชื้ออาจอยู่ที่ตลาดสดในเมืองอู่ฮั่นที่ลักลอบชำแหละเนื้อสัตว์ป่า แต่ทฤษฎีสมคบคิดที่แพร่สะพัดทางอินเทอร์เน็ตและกลุ่มขวาจัดกลับอ้างเรื่องไวรัสจากแล็บที่เป็นความลับสุดยอดของจีน และทรัมป์ก็ช่วยกระพือข้อกล่าวหานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีเมลที่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ตอบสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ กล่าวว่า ดับเบิลยูเอชโอหวังว่าจะได้รับคำเชิญจากรัฐบาลจีนให้เข้าร่วมการสอบสวนเกี่ยวกับสัตว์ต้นกำเนิดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งถึงขณะนี้ดับเบิลยูเอชโอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสอบสวนของจีนเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลแบบเรียลไทม์ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ มีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก &amp;nbsp;3,274,747 ราย สหรัฐติดเชื้อมากที่สุด 1,070,032 ราย, สเปน 213,435 ราย, อิตาลี 205,463 ราย, สหราชอาณาจักร 172,481 ราย, ฝรั่งเศส 167,301 ราย, เยอรมนี 163,00 ราย, ตุรกี 120,204 ราย, รัสเซีย 114,431 ราย, อิหร่าน 95,646 ราย และบราซิล 87,187 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิตทั่วโลก 233,792 ราย โดยใน 10 อันดับแรก สหรัฐมากที่สุด 63,019 ราย, อิตาลี 27,967 ราย, สหราชอาณาจักร 26,771 ราย, สเปน 24,543 ราย, ฝรั่งเศส 24,376 ราย, เบลเยียม 7,703 ราย, เยอรมนี 6,623 ราย, อิหร่าน 6,091 ราย, บราซิล 6,006 ราย และเนเธอร์แลนด์ 4,795 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีมิคาอิล มิชุสติน ของรัสเซีย เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนล่าสุดที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา เขารายงานต่อประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เรื่องนี้เมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากยอดผู้ติดเชื้อในรัสเซียพุ่งเกิน 100,000 ราย และปูตินยอมรับว่าสถานการณ์ในประเทศยังไม่ผ่านจุดสูงสุด โดยมิชุสตินแถลงว่าเขาจะแยกกักกันตนเอง และอันเดรย์ เบลูซอฟ รองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 จะทำหน้าที่แทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64825</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, มาตรการภาษีศุลกากร, ราวีจีน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หาแพะให้ได้, แล็บลับอู่ฮั่น, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, โดนัลด์ ทรัมป์, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eac1e9fef932.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทรัมป์’เรียกค่าเสียหาย จีนหละหลวมคุม‘โควิด’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; มาอีกแล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะเรียกค่าเสียหายจากจีนให้จงหนัก โทษฐานไม่สามารถควบคุมโควิด-19 ได้จนแพร่ระบาดไปทั่วโลก โฆษกจีนตอบโต้ลอยๆ นักการเมืองอเมริกันโกหกหน้าด้าน เบี่ยงเบนความสนใจจากความล้มเหลวในการควบคุมโรค ขณะยอดติดเชื้อทั่วโลกพุ่งเกิน 3 ล้านคน ส่วนสหรัฐอเมริกาจ่อหลักล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคารที่ 28 เมษายน 2563 ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กลับมาประจำการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อสรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าว ตอนหนึ่งผู้นำสหรัฐอเมริกาประกาศว่า จีนควรจะหยุดการระบาดของไวรัสโคโรนาได้ที่ต้นตอก่อนที่ไวรัสนี้จะระบาดไปทั่วโลก และรัฐบาลของเขากำลังสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง มีหลายทางเลือกที่ทำให้จีนต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่พอใจจีน&amp;quot; ทรัมป์กล่าว &amp;quot;เราไม่พอใจกับสถานการณ์โดยรวม เพราะเราเชื่อว่ามันควรหยุดได้ที่ต้นตอ มันควรหยุดได้โดยเร็ว และไม่ควรแพร่ระบาดไปทั่วโลก&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงนี้เป็นการพุ่งเป้าวิจารณ์จีนอีกครั้งของทรัมป์และรัฐบาลของเขาที่กล่าวโจมตีจีนอย่างหนักมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว ทั้งการเรียกไวรัสโคโรนาว่าไวรัสจีนหรือไวรัสอู่ฮั่น หรือการประกาศสอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่าไวรัสนี้มีต้นกำเนิดในแล็บไวรัสวิทยาของเมืองอู่ฮั่น ก่อนจะหลุดมาแพร่เชื้อติดมนุษย์เมื่อปลายปีที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังถูกตั้งคำถามถึงบทความในหนังสือพิมพ์เยอรมนีฉบับหนึ่ง ที่เรียกร้องให้จีนจ่ายค่าชดเชยแก่เยอรมนี 165,000 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากไวรัสนี้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจเยอรมนีอย่างรุนแรง &amp;nbsp;โดยนักข่าวถามว่าทรัมป์จะพิจารณาเรียกค่าเสียหายจากจีนด้วยหรือไม่ ซึ่งทรัมป์ตอบว่าสหรัฐอเมริกาสามารถทำสิ่งที่ง่ายกว่านั้น เรากำลังพูดถึงเงินจำนวนมากมายกว่าที่เยอรมนีพูดถึง เรายังไม่ได้ตัดสินใจจำนวนที่แน่นอน นี่ไม่เพียงเป็นความเสียหายต่อสหรัฐอเมริกา แต่เป็นความเสียหายต่อทั้งโลกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงปักกิ่งของจีนในวันอังคาร เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงข่าวประจำวัน ตอบโต้สหรัฐอเมริกาโดยไม่ได้ระบุชื่อบุคคลใดว่า &amp;quot;พวกนักการเมืองอเมริกันละเลยความจริงครั้งแล้วครั้งเล่าและกำลังโกหกหน้าด้านๆ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกจีนกล่าวอีกว่า พวกนักการเมืองอเมริกันมีวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวคือการหลบเลี่ยงความรับผิดชอบต่อมาตรการควบคุมและป้องกันที่ย่ำแย่ของพวกเขา และเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชน พวกเขาควรทบทวนปัญหาของตนเองแล้วหาวิธีการควบคุมการแพร่ระบาดโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐอเมริกาที่เผยแพร่ในเว็บไซต์เมื่อช่วงค่ำวันอังคารระบุว่า จีนแผ่นดินใหญ่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม 83,938 ราย เสียชีวิต 4,637 ราย โดยในจีนไม่มีผู้เสียชีวิตติดต่อ 13 วันแล้ว ในขณะที่อเมริกามีผู้ติดเชื้อสะสม 988,469 ราย เสียชีวิต 56,253 ราย ส่วนทั้งโลกมีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้แล้ว 3,057,957 ราย เสียชีวิต 211,894 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงท้ายของการแถลงข่าวที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ ทรัมป์กล่าวถึงวิกฤติทางเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกาด้วยว่าใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว และเขาทำนายว่าปีหน้าประเทศจะฟื้นตัวได้อย่างเหลือเชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดในหลายประเทศเริ่มดีขึ้นและรัฐบาลกำลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ในวันอังคารรัฐบาลฝรั่งเศสและสเปนซึ่งผ่อนปรนมาตรการแล้วบางส่วน เตรียมประกาศรายละเอียดแผนรองรับการยกเลิกล็อกดาวน์ ส่วนอิตาลีซึ่งเริ่มผ่อนปรนอย่างทีละน้อย ในสัปดาห์หน้ารัฐบาลจะอนุญาตให้ประชาชนออกกำลังกายนอกบ้านและไปเยี่ยมญาตได้ แต่บังคับให้สวมหน้ากากอนามัยและห้ามจับมือหรือกอดกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปนเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา โดยวันอังคารสเปนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 301 ราย เป็นยอดที่ต่ำกว่า 400 ศพติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ยอดเสียชีวิตรวมเป็น &amp;nbsp;23,822 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 232,128 ราย, อิตาลีมีผู้ติดเชื้อ 199,414 ราย เสียชีวิต 26,977 ราย, &amp;nbsp;ฝรั่งเศสมีผู้ติดเชื้อ 165,977 ราย เสียชีวิต 23,293 ราย, เยอรมนีติดเชื้อ 158,758 ราย เสียชีวิต 6,126 &amp;nbsp;ราย และสหราชอาณาจักรมีผู้ติดเชื้อ 158,348 ราย เสียชีวิต 21,092 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกลุ่มอาเซียน เมื่อวันอังคารสิงคโปร์รายงานมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 528 คน จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 14,951 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานข้ามชาติที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องและพักอาศัยอยู่ในหอพักแรงงานที่แออัด โดยมี 8 คนของผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นชาวสิงคโปร์หรือผู้มีถิ่นพำนักถาวร ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 14 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์แถลงว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศเพิ่มอีก 181 &amp;nbsp;ราย เสียชีวิตอีก 19 ราย ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของฟิลิปปินส์อยู่ที่ 7,958 ราย เสียชีวิต 530 ราย &amp;nbsp;ส่วนผู้ที่หายจากโรคแล้วมี 975 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียรายงานเมื่อวันอังคารว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 31 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในมาเลเซียเพิ่มเป็น 5,851 คน เสียชีวิต 100 คน ส่วนอินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อใหม่ &amp;nbsp;415 คน ยอดสะสมรวมเป็น 9,511 คน เสียชีวิตเพิ่ม 8 คน รวมเป็น 773 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64564</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ยอดติดเชื้อทั่วโลกพุ่งเกิน 3 ล้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรียกค่าเสียหายจากจีน, แพร่ระบาดไปทั่วโลก, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, โดนัลด์ ทรัมป์, ไม่สามารถควบคุมโควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea8306515fe4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านอ้างคนฆ่าตัวตายบีบเปิดสภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เมินการเมือง ไม่ใช่เรื่องสำคัญในช่วงสู้โควิด-19 &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; โวยรัฐบาลหนีสภา เดินหน้าล่าชื่อจะเปิดสภาสมัยวิสามัญถก พ.ร.ก.กู้เงินให้ได้ อ้างประชาชนฆ่าตัวตาย &amp;quot;นคร มาชิน&amp;quot; ซัดประธานสภาอย่าเป็นลูกไล่เผด็จการซ่อนรูป &amp;quot;กุนซือชวน&amp;quot; โต้ลั่นไม่มีวันเป็นลูกไล่ใคร หรือนักการเมืองขายตัวบางคน ไล่ไปช่วยฝ่ายค้านล่าชื่อ &amp;quot;ชวน&amp;quot; กรีดพวกว่างมากชอบวิจารณ์คนอื่น เผยอาจขอข้อยกเว้นให้ ส.ส.ประชุมช่วงเคอร์ฟิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 28 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม &amp;nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในส่วนการเมืองขออนุญาตไม่ตอบในช่วงนี้เพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ ช่วงนี้เป็นเรื่องการทำงานของเรามากกว่า ที่จะดูแลฟื้นฟูและคืนความสุขอะไรให้ประชาชนได้บ้างตามระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ ที่ถามมาหลายเรื่องเป็นเรื่องการเมือง ตนขอไม่ตอบดีกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีวิปรัฐบาลมีมติไม่ให้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญว่า ไม่ผิดหวัง เพราะคาดไม่ผิดมาแต่ต้นว่ารัฐบาลจะต้องหนีสภาอยู่แล้ว แม้สมัยประชุมปกตินายกฯ ก็หนีการประชุมตลอด แต่คราวนี้เสียดายโอกาสของประชาชนที่จะได้สะท้อนความทุกข์ยาก เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา ตลอดทั้งตรวจสอบการทำงาน ทุกคนควรตระหนักว่าขณะนี้เราอยู่สถานการณ์พิเศษ ปัญหาที่คุกคามเราใหญ่โต รุนแรงเกินกว่าที่คนใดคนหนึ่งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะรับมือได้ ต้องระดมความคิด เป็นภาระที่จะต้องเป็นหลักเป็นที่พึ่งให้ประชาชน ต้องจัดการปัญหาให้ทันเวลา จะนอนรอวันเปิดสภาปกติคงสายเกินไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จนป่านนี้เวลาล่วงเลยมาจะหนึ่งเดือนแล้ว เงินยังถึงมือประชาชนไม่ถึงครึ่ง ผู้คนก็เดือดร้อนหนักขึ้นทุกวัน ถือว่าล้มเหลวสอบตก พ.ร.บ.ถ่ายโอนงบประมาณเข้าสภา จะรอไปทำไมอีกเดือนกว่า คนไม่มีจะกินอย่าว่าแต่หนึ่งเดือนเลย หนึ่งวันก็อยากฆ่าตัวตายแล้ว &amp;nbsp;รัฐบาลจะกู้เงินครั้งมโหฬารมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เป็นการกู้แบบเร่งด่วน ไม่มีแผนงาน ใช้คณะบุคคลเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นเองมาบริหาร เป็นการเปิดช่องให้มีการทุจริตโดยง่าย อาจทำให้ฐานะการเงินประเทศต้องพังเพราะไปเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนใหญ่ ซึ่งเราเคยมีบทเรียนมาแล้วในอดีต วันนี้ออก พ.ร.ก.ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้าไปซื้อตราสารหนี้เอกชน คืออีกเรื่องใหญ่ที่คนในชาติยังกังวลและเห็นต่างกัน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า ข้ออ้างที่ว่าเกรงว่าการประชุมสภาจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด เป็นการฉวยโอกาสเอาโควิดเป็นข้ออ้างเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ เราตระหนักเรื่องนี้ดีและมองเห็นมาตรการป้องกันที่ทำได้เช่นเดียวกับประธานสภา ขอถามว่าถ้าโควิดยังทรงอยู่แบบนี้ไปอีก 1 ปี ก็จะไม่มีการประชุมสภาอีก 1 ปีใช่หรือไม่ ที่บอกถ้าเปิดสภาแล้วเชื้อโควิดกระจายใครรับผิดชอบ เป็นการหลับตาถามกวนๆ งั้นตนขอถามกลับให้คิด คนฆ่าตัวตายเพราะไม่มีกินรัฐบาลจะรับผิดชอบไหม ถ้ากู้มามโหฬารไม่ถามไม่ฟังใครอย่างนี้ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลรับผิดชอบหนี้ก้อนนี้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราเห็นตรงข้ามกับวิปรัฐบาลอย่างชัดเจน หากสามารถเลื่อนการประชุมได้เร็วขึ้นจากสมัยปกติในวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งกว่าจะเริ่มเปิดประชุมได้คือวันที่ 27 พ.ค. หาก พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาทผ่านการพิจารณาจากสภาได้เร็ว งบประมาณ 6 แสนล้านบาทที่จะนำไปใช้เยียวยาประชาชน และเม็ดเงินที่จะนำไปใช้สนับสนุนด้านการแพทย์และการสาธารณสุขอีก 4.5 หมื่นล้านบาท การนำเม็ดเงินไปใช้ก็จะรวดเร็ว เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในส่วนของการล่ารายชื่อ ส.ส.เพื่อเปิดประชุมวิสามัญนั้น เราไม่ท้อถอยและจะรวบรวมรายชื่อให้ได้ &amp;nbsp;โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านมี 213 คน ขณะที่ ส.ส.ท่านอื่นๆ ที่สนใจสามารถส่งรายชื่อให้ประธานสภาได้โดยตรง เพราะไม่มีการแจ้งแหล่งที่มา รวมทั้ง ส.ว.ด้วยซึ่งขณะนี้มี ส.ว.บางส่วนสนใจลงชื่อร่วมกับเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ ส.ส.ได้รับข้อเรียกร้องและข้อเสนอของประชาชนทุกภาคส่วน ซึ่งเราพร้อมที่จะนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ เราเห็นว่าวิกฤติโรคระบาดคุมได้ แต่วิกฤติจากการใช้มาตรการของรัฐ กำลังจะทำให้คนตาย แต่หากรัฐได้รับการเสนอแนะ ทุกข์ของประชาชนก็จะคลาย หากทุกข์ไม่คลาย ไม่ได้รับการแก้ไข ก็จะเกิดการลุกฮือต่อต้านและอาจจะปฏิเสธมาตรการทางแพทย์ เช่น ไม่สวมหน้ากากอนามัย การไม่ใช้เจลแอลกอฮอล์ การไม่รักษาระยะห่างทางสังคม เป็นต้น ก่อให้เกิดหายนะและโรคจะกลับมาระบาดอีกครั้ง&amp;quot; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;บ้านเมืองมีปัญหาใหญ่ๆ &amp;nbsp;เร่งด่วน หลายเรื่องที่จะต้องใช้รัฐสภาระดมสมอง ตรวจสอบ แก้ไข เช่น ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โควิด-19 &amp;nbsp;การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การประกาศเคอร์ฟิว ที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่โดยปกติของประชาชน พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านซึ่งยังไม่มีรายละเอียดของแหล่งเงินกู้ ฯลฯ เรื่องต่างๆ เหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญยิ่งใหญ่ เร่งด่วน กระทบต่อคนไทยทั้งประเทศ ฝ่ายค้านเสนอให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญ แต่ฝ่ายรัฐบาลพยายามขัดขวาง จึงอยากเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย จะต้องกล้าหาญ แสดงจุดยืนเอาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง อย่าทำตัวเป็นลูกไล่รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้ ให้มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อใช้รัฐสภาเป็นที่แสวงหาทางออกของประเทศและประชาชนต่อไป เว้นแต่ท่านจะเห็นแก่รัฐบาลเผด็จการ แต่ไม่เห็นปัญหาทุกข์ร้อนของประเทศชาติและประชาชน&amp;quot; นายนครระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงโต้นายนครว่า ด้วยศักดิ์ศรีของนายชวน ไม่มีวันที่จะเป็นลูกไล่ของใคร รวมถึงนักการเมืองขายตัวบางคน ประเด็นที่นายนครกล่าวหานายชวนนั้น เข้าใจว่าเป็นเพราะอ่านรัฐธรรมนูญไม่ชัดเจน ว่าอำนาจการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญนั้นเป็นอำนาจของนายชวน และความจริง ส.ส.ต้องเข้าชื่อเพื่อเสนอให้นายชวนดำเนินการเพื่อขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ดังนั้นหากฝ่ายค้านต้องการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญจริง นายนครควรนำเวลาไปช่วยล่ารายชื่อ ส.ส.ฝ่ายค้านให้ครบจำนวนจะดีกว่า สำหรับการเปิดประชุมสภาจำเป็นต้องหารือกับทุกฝ่ายให้รอบคอบเพื่อให้เกิดความปลอดภัยที่สุดต่อสุขภาพ ขณะเดียวกันต้องหารือกับรัฐบาลเพื่อผ่อนปรนให้การประชุมทำได้ตามกำหนดเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อโดยตรงจากฝ่ายใด ทราบแต่เพียงข่าวที่นำเสนอผ่านสื่อ แต่สภาเตรียมพร้อมตลอดเวลา อาทิ เรื่องการจัดสถานที่ที่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม ไม่นานมานี้ได้เชิญผู้รับผิดชอบเรื่องสถานที่มาหารือ และเตรียมนัดตัวแทนฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และพรรคการเมืองมาร่วมประชุม และไปดูสถานที่จริงว่ามีอะไรต้องแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ ยืนยันว่าการเปิดประชุมต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;คือ 1.รัฐบาลเป็นผู้กราบบังคมทูลฯ ให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ 2.ส.ส.หรือ ส.ส.กับ ส.ว.เข้าชื่อให้ได้ 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกเพื่อขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีมีการท้วงติงพาดพิงประธานสภาที่เพิกเฉยต่อการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ นายชวนกล่าวสวนทันทีว่า &amp;quot;ไปห้ามคนพวกนี้ไม่ได้ เวลามันว่างมาก มีเรื่องจะบ่นเพราะไม่ได้ทำอะไรก็มานั่งวิจารณ์คนอื่น แต่ในแง่คนทำงานก็ไม่มีโอกาสได้หยุดถึงจะปิดสมัยประชุม หน้าที่ก็ต้องมาทำทุกวัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีการประชุมสภาสมัยสามัญตามปกติในวันที่ 27-28 พ.ค. ซึ่งอยู่ในระหว่างการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะมีผลต่อการประชุมหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้หารือกับนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาคนที่หนึ่ง ซึ่งคาดว่าการพิจารณา พ.ร.ก.เกี่ยวกับการกู้เงินจะมี ส.ส.ใช้สิทธิ์อภิปรายจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องใช้เวลาอภิปรายนานพอสมควร อาจมีความเป็นไปได้ที่จะขอให้ ส.ส.ได้รับการยกเว้น โดยสามารถเดินทางในช่วงเวลาเคอร์ฟิวได้ เหมือนกับที่รัฐบาลได้กำหนดข้อยกเว้นให้บุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.ก.สามารถเดินทางได้ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ทั้งหมดคงต้องรอดูการประกาศของรัฐบาลอีกครั้งว่า เมื่อใกล้ถึงช่วงเวลาการประชุมสภาสมัยสามัญจะมีการประกาศผ่อนปรนเงื่อนไขหรือไม่ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64563</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ประชุมช่วงเคอร์ฟิว, พ.ร.ก.กู้เงิน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ล่าชื่อจะเปิดสภาสมัยวิสามัญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea8305830ee1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนตกทั่วฟ้าแจกเกษตรกร5พัน3ด.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.ทุ่ม 2.4 แสนล้านเยียวยาเพิ่มเป็น 16 ล้านคน พร้อมแจก 5 พัน 3 เดือนเกษตรกร 10 ล้านราย คนพิการ 1 พันบาทอีก 2 ล้านคน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นเข้าใจถึงความลำบากของประชาชน ขอรออีกนิดเช็กไม่ให้ซ้ำซ้อน &amp;quot;อุตตม&amp;quot; เผยครบ 1 เดือนโครงการเราไม่ทิ้งกันจ่ายแล้ว 7.5 ล้านราย หลังตรวจเข้มพบผ่านเกณฑ์ 10.6 ล้านราย กปน.เพิ่มมาตรการฟรีค่าน้ำ 10 คิวแรก ลด 20% ตั้งแต่คิวที่ 11&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 28 เมษายน เวลา&amp;nbsp;13.15&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;ถึงการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนว่า &amp;nbsp;ขณะนี้รัฐบาลช่วยเหลือทุกกลุ่มไม่ว่าเกษตรกร ประกันสังคม ทั้งในระบบ นอกระบบ หรืออาชีพอิสระ จนยอดจากเดิม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านคนเพิ่มมาเป็นหลายสิบล้านคนแล้ว จะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะดูแลประชาชนให้มากที่สุด รวมถึงคนพิการ แต่ทั้งนี้ต้องช่วยรัฐบาลด้วยในเรื่องของงบประมาณต่างๆ ที่เรามีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ผมทราบดีถึงความลำบากพี่น้องทุกคน ผมเคยเรียนไปแล้วว่า ท่านลำบาก ผมก็ลำบาก ผมเข้าใจดีถึงผู้มีรายได้น้อย ซึ่งรัฐบาลก็มีมาตรการหลายอย่างช่วยเหลือเยียวยา โดยครั้งแรกรัฐบาลประมาณการไว้เพียง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านคน แต่วันนี้มีจำนวนมาก รวมแล้วประมาณ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ล้านคน และยังมีเกษตรกรอีก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านครัวเรือน ซึ่งเกษตรกรบางส่วนอาจอยู่ในลักษณะหัวหน้าครอบครัว ที่เหลืออยู่ในส่วนของอาชีพอิสระ ซึ่งเขากำลังตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ไม่ให้ซ้ำซ้อนกันก็ขอให้เข้าใจด้วย และยังมีในส่วนของแรงงานในระบบประกันสังคมอีก&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ล้านคน รวมถึงกลุ่มเปราะบางก็กำลังพิจารณาอยู่ ก็ต้องทยอยดำเนินการไปตามสัดส่วนงบประมาณที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งในเรื่องของเงินรายจ่ายประจำ งบกลางที่เหลืออยู่ รวมถึงในส่วนที่เป็นพระราชกำหนดการกู้เงิน ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อให้ทันเยียวยาประชาชน ดังนั้นขอให้รอสักนิด รอให้การดำเนินการครบขั้นตอนก่อน ซึ่งต้องมีคณะกรรมการดำเนินการอีกขั้นหนึ่ง แต่ยืนยันว่าผมจะดูแลให้ดีที่สุดในทุกภาคส่วน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สำหรับงบประมาณที่เราเตรียมกู้ไว้ทั้งหมดมีแผนงานใช้จ่าย โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;โดยขอให้แยกแยะออกจากกันว่าอะไรคือผลกระทบที่เกิดจากโควิด-19&amp;nbsp;อะไรคือมาตรการปกติ ซึ่งหน่วยงานของรัฐจำเป็นต้องดูแลพื้นฐานก็ต้องดูแลการใช้จ่ายดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาและชดเชยให้แก่ภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;2 โครงการ ประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้ได้รับผลกระทบอื่นๆ จากเดิมจำนวน 14 &amp;nbsp;ล้าน เพิ่มเป็นไม่เกิน 16 ล้านราย วงเงินของโครงการไม่เกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;240,000 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ไม่เกิน 170,000 ล้านบาท และเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 รวมจำนวนไม่เกิน 70,000 ล้านบาท โดยจ่ายเงินช่วยเหลือโดยตรงรายละ 5,000 บาทต่อเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา 3 เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 24 &amp;nbsp;มี.ค.63 - 30 มิ.ย.63
เยียวยาเกษตรกร 10 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 2.มาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยให้ช่วยเหลือเหมือนเราไม่ทิ้งกัน คือจ่ายเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายคือเกษตรกร 10 &amp;nbsp;ล้านคน ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค.63 ประกอบด้วยกลุ่มเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้วที่กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง จำนวน 8.4 ล้านคน ที่เป็นเกษตรกรที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบการขึ้นทะเบียน 1.57 ล้านราย รวมวงเงินของโครงการไม่เกิน 150,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ ขอเงินเยียวยาเพื่อช่วยเหลือผู้พิการในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ให้แก่ผู้พิการที่มีบัตรผู้พิการ จำนวน 2 ล้านคน คนละ 1,000 บาท&amp;nbsp;รวมทั้งยังเห็นชอบเพิ่มเบี้ยผู้พิการให้แก่ผู้ถือบัตรผู้พิการ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี จำนวน 1.2 แสนคน จากเดือนละ &amp;nbsp;800 บาท เป็น 1,000 บาท เริ่มวันที่ 1 ต.ค.63 จากที่ ครม.เมื่อวันที่ 28 ม.ค.63 ได้มีมติเห็นชอบเพิ่มเบี้ยผู้พิการเป็น 1,000 บาท แก่ผู้ถือบัตรผู้พิการและมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อปี) จำนวน 1 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า ครม.อนุมัติยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีที่เรียกเก็บตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 ให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 ทุกขนาด เป็นเวลา 1 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;สืบเนื่องมาจากมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบกิจการโรงงานซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 ให้อุตสาหกรรมยกเลิกค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ โรงงานที่มีเครื่องจักรไม่เกิน 50 แรงม้า และคนงานไม่เกิน 50 &amp;nbsp;คน และเมื่อจะประกอบกิจการต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อน เช่น โรงงานเกี่ยวกับผลิตผลเกษตรกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง&amp;nbsp;อาทิ การเพาะเชื้อเห็ด กล้วยไม้ หรือถั่วงอก และผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 คือ โรงงานที่จะต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะดำเนินการได้ เช่น โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ ซึ่งมิใช่สัตว์น้ำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง เช่น การฆ่าสัตว์ โรงงานทุกขนาด โดยให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับโรงงานทุกขนาดทั่วประเทศเป็นเวลา 1 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้ประมาณการการสูญเสียรายได้อยู่ที่ 231,120,600 บาท แต่ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจะเป็นการลดภาระและบรรเทาผลกระทบแก่ผู้ประกอบกิจการโรงงาน จากภาวะเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้พยุงสถานะของโรงงานและประกอบกิจการได้อย่างต่อเนื่อง เป็นผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีมูลค่ามากกว่ารายได้ที่รัฐจะต้องสูญเสียไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการเยียวยา &amp;nbsp;5,000 บาท หลังดำเนินการมาแล้วครบ 1 เดือนว่า ภายหลังการปิดรับลงทะเบียนเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 28.8 ล้านราย โดยในจำนวนนี้เมื่อหักการลงทะเบียนซ้ำหลายครั้งออกจะเหลือผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 24 ล้านราย โดยพบว่าเป็นผู้ไม่ผ่านการยืนยันตัวตนจากฐานข้อมูลของกรมการปกครอง จำนวน 1.7 ล้านราย คงเหลือผู้ลงทะเบียนที่เข้าสู่ขั้นตอนการคัดกรองตามหลักเกณฑ์จำนวน 22.3 ล้านราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ใช้ฐานข้อมูลและระบบการคัดกรองคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน แล้วพบว่ามีผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติจะได้รับสิทธิ์ เนื่องจากมีสิทธิ์หรือเข้าข่ายจะได้รับสิทธิ์เยียวยาจากรัฐบาลผ่านทางกลไกอื่นอยู่แล้ว แบ่งเป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตรกรตามฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกร 4.2 ล้านราย เป็นข้าราชการ ข้าราชการบำนาญ หรือผู้รับเบี้ยหวัด และผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิ์ชดเชยรายได้ในระบบประกันสังคม จำนวน 1.1 ล้านราย และมีผู้ขอยกเลิกการลงทะเบียน 9.5 แสนราย
จ่าย 5 พันแล้ว 7.5 ล้านราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นจึงมีผู้ที่เข้าข่ายสามารถได้รับสิทธิ์การชดเชยรายได้ตามมาตรการเยียวยา 5,000 บาท &amp;nbsp;ประมาณ 16 ล้านราย ซึ่งเป็นผู้ผ่านเกณฑ์แล้วจำนวน 10.6 ล้านราย และกระทรวงการคลังได้โอนเงินเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ส่วนใหญ่จำนวน 7.5 ล้านรายอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 8-29 เม.ย. และในวันที่ 30 เม.ย.นี้จะมีการโอนเงินเยียวยาให้ผู้ได้รับสิทธิ์อีก 4.8 แสนราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เหลืออีก 2.6 ล้านรายจะเร่งโอนให้ภายในสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. กลุ่มนี้จะได้รับเงินเยียวยาของรอบเดือน เม.ย.ด้วยรวมเป็น 2 เดือน โดยขอให้ตรวจสอบสถานะล่าสุดได้ที่&amp;nbsp;www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. เวลา 06.00 น.เป็นต้นไป หากได้รับสิทธิ์จะพบข้อความว่า &amp;quot;ท่านได้รับสิทธิ์มาตรการเยียวยา 5,000 บาท กระทรวงการคลังจะดำเนินการโอนเงินให้ท่านโดยเร็วที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กลุ่มที่ขอข้อมูลการประกอบอาชีพเพิ่มเติมยังคงเหลือผู้ที่ไม่มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีก 1 ล้านราย &amp;nbsp;โปรดมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการรับสิทธิ์จากมาตรการเยียวยาอย่างรวดเร็ว และสำหรับผู้ที่ขอทบทวนสิทธิ์จำนวน 3.5 ล้านราย ทีมผู้พิทักษ์สิทธิ์อยู่ระหว่างการลงพื้นที่เพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบการประกอบอาชีพตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ ซึ่งกระทรวงการคลังจะเร่งดำเนินการให้ทราบผลโดยเร็วต่อไป&amp;quot; นายอุตตมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าประตู&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กระทรวงการคลัง เมื่อเวลา 14.30 น. ยังมีประชาชนทยอยเดินทางมาเพื่อเรียกร้องขอรับสิทธิ์เงินเยียวยา&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาทอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการดูแลของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกระทรวงการคลังอย่างเข้มงวด โดยไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาภายในกระทรวงการคลังทุกกรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในวันนี้มีนางวิไล จันทร์เพ็ง อายุ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ปี เดินทางมาจาก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ เมื่อเข้าไปภายในกระทรวงไม่ได้จึงนอนหน้ากระทรวง พร้อมระบุว่าจะนอนรอนายอุตตมและนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;(สศค.)&amp;nbsp;เพื่อขอคำชี้แจงว่าทำไมกระบวนการตรวจสอบผู้ได้รับสิทธิ์จึงมีความล่าช้า เนื่องจากได้ลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มี.ค. แต่ได้รับแจ้งว่าไม่ได้สิทธิ์เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการ จึงยื่นขอทบทวนสิทธิ์วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;จนถึงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เม.ย.ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่ตัวเองได้รับผลกระทบโดยตรงเพราะขายเสื้อผ้าแต่ตลาดนัดถูกปิด จึงขอให้เมตตาเพราะต้องเลี้ยงครอบครัว แต่จะให้ฆ่าตัวตายก่อนได้เงินเยียวยาไม่ถูกต้อง ซึ่งนายอุตตมเป็นตัวการ นิ่งเฉย ฆ่าประชาชนได้อย่างเลือดเย็น ตนมี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สิทธิ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เสียง เวลาหาเสียงไหว้ปลกๆ &amp;nbsp;เวลามาเรียกร้องมองเห็นบ้างไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากการประชุมบอร์ด กปน.เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้สนองนโยบายตามที่ให้ไว้ในเรื่องการบรรเทาความเดือดร้อนและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยเพิ่มมาตรการช่วยเหลือ &amp;nbsp;4+1 ได้แก่ 1.ใช้น้ำฟรี 10 คิวแรก ทุกครัวเรือน 2.ลดค่าน้ำประปา 20% ตั้งแต่คิวที่ 11 3.ขยายระยะเวลาชำระค่าน้ำเป็น 6 เดือน สำหรับกิจการโรงแรมและที่พักอาศัย 4.ยกเว้นการตัดน้ำนาน 6 เดือน &amp;nbsp;และเพิ่มอีก 1 มาตรการ คือ การคืนเงินประกันการใช้น้ำทุกราย ทั้งนี้จะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ใช้น้ำประปาในเขตรับผิดชอบของ กปน. (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ) โดยเพิ่มเติมจาก 4 มาตรการที่ กปน.ดำเนินการไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ระบบการคัดสรรสิทธิ์ในโครงการเราไม่ทิ้งกันโดยเอไอมีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้ถูกตัดสิทธิ์ตกไปทั้งที่เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 โดยตรง&amp;nbsp;จึงเป็นเหตุให้มีประชาชนจำนวนมากฆ่าตัวตายเพราะผิดหวัง รวมทั้งมีการกินยาเบื่อหนูหมายจะฆ่าตัวตายประชดรัฐบาล&amp;nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลไม่ควรนิ่งเฉยให้ภาพลักษณ์ตกต่ำต่อไป ควรสั่งปลดผู้อำนวยการโครงการและ รมว.การคลัง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64562</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คนพิการ, ความลำบากของประชาชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกษตรกร 10 ล้านราย, เยียวยาเพิ่ม, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea8304b414b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ็บปวดไปด้วยกัน ต่อพรก.ฉุกเฉิน1เดือนคลายล็อก4ระยะติดเชื้อต่ำสิบติดต่อ2วัน-การ์ดห้ามตก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รัฐบาลเคาะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน ส่วนการปลดล็อกกิจกรรมจะทยอยแจง ย้ำแบ่งเป็น 4 สี 4 ระยะ หากโควิด-19 หวนกลับมาก็ปิดเหมือนเดิม &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ลั่นยามนี้ประเทศต้องไม่มีข้างให้สมกับอัตลักษณ์สยามยามวิกฤติ &amp;ldquo;หมอทวีศิลป์&amp;rdquo; แจงข่าวดี 2 วันติดตัวเลขผู้ติดเชื้อต่ำสิบแค่ 7 ราย &amp;nbsp;แต่น่าห่วงผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่สัมผัสโรคคนใกล้ตัว แนะคนในครอบครัวก็ต้องป้องกันการ์ดห้ามตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 28 เม.ย. ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) &amp;nbsp;ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์&amp;nbsp;
โดยภายหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์แถลงว่า วันนี้รัฐบาลไม่ได้ทำแต่เรื่องโควิด-19 อย่างเดียว จำเป็นต้องดูแลเรื่องเศรษฐกิจต่างๆ และงบประมาณด้วย โดยรัฐบาลจำเป็นต้องต่ออายุพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินต่อไปอีก 1 เดือน คือตั้งแต่ 1 พ.ค.เป็นต้นไป &amp;nbsp;ส่วนข้อกำหนดต่างๆ ยังคงสภาพเดิมอยู่ ในการเคลื่อนย้าย ในการควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;อีกส่วนจะมีมาตรการผ่อนคลายปลดล็อกกิจกรรมต่างๆ ขณะนี้มีคณะกรรมการศึกษาทำรายละเอียดในเรื่องเหล่านี้ ว่ามีกิจกรรมใดที่ควรผ่อนปรนบ้างในตอนนี้และระยะต่อไป ขอให้ทุกคนรอฟังการแถลงอีกครั้งหนึ่ง โดยได้มอบนโยบายให้คณะกรรมการพิจารณาว่าต้องเอากิจการที่มีทั้งหมดในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมาดู โดยขณะนี้หลายมาตรการได้กำหนดลงไปในหลายจังหวัดแล้ว ส่วนมาตรฐานกลางก็มีข้อกำหนดลงไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การผ่อนปรนมาตรการต่างๆ เอากิจกรรมทั้งหมดมารวมกันแล้วคิดว่า 100% มีอะไรอยู่บ้าง แล้วเอามาแบ่งเป็น 4 ระยะ คือระยะที่ 1 ระยะที่ 2 ระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ซึ่งแต่ละระยะจะห่างกัน 14 วัน &amp;nbsp;เพื่อประเมินว่าหลังผ่อนปรนไปแล้วมีการแพร่ระบาดอะไรหรือไม่ หรือจำเป็นต้องปิดอีกหรือเปล่า ตรงนี้เราจะประกาศเมื่อถึงเวลาว่าอะไรจะผ่อนคลายในระยะที่ 1 บ้าง โดยคำนึงถึงผู้มีรายได้น้อย แต่ท่านก็ต้องร่วมมือกับรัฐบาลด้วย เราต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตประชาชนเป็นหลักด้วย สถานการณ์ด้านสาธารณสุขก็มีความสำคัญอยู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า อะไรที่ผ่อนคลายได้ก็ผ่อนคลายไป แต่หากผ่อนคลายไปแล้วหากมีการแพร่ระบาดอีกก็จำเป็นต้องปิดอีก ซึ่งไม่อยากให้ย้อนกลับไปจุดนั้น อยากขอความร่วมมือในระยะที่ 1 ขอให้ทุกคนทำให้ดีที่สุด ซึ่งเราได้แบ่งไว้เป็นสีขาว สีเขียว สีเหลือง และสีแดง ต้องเป็นตามระยะเวลาที่ 14 &amp;nbsp;วันเพื่อตรวจสอบก่อน ก็ต้องขอความร่วมมือจากสถานประกอบการต่างๆ ก็ขอให้ใจเย็นนิดหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ไหนๆ ท่านก็อดทนกับผมมาแล้ว ผมเองก็เจ็บปวดไปกับท่านนั้นแหละ ผมเข้ามาเพื่อทำงานตรงนี้ เพื่อดูแลประชาชน ซึ่งวันนี้สถานการณ์กดดันเราเข้ามามากมายหลายประการด้วยกัน และไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยประเทศเดียว ทั้งภูมิภาคทั้งโลกเดือดร้อนเรื่องโควิด-19 กันหมด&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ
ต่ออายุ พ.ร.ก.อีก 1 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ช่วงนี้ขออย่าละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เราปลอดภัยมาจนถึงวันนี้ &amp;nbsp;จนได้รับการชื่นชมจากต่างประเทศ และไม่ได้มีอะไรปิดบังทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลข้อเท็จจริงที่มีอยู่ ถ้าเรามัวแต่ติติงกันไปมากๆ โน่นนี่แสดงความคิดเห็นกัน บางทีไม่เป็นประโยชน์เลย ขัดแย้งไปทั้งหมดทำให้การแก้ปัญหาไปไม่ได้ ประเทศชาติก็เดินหน้าไม่ได้ ขอแค่ความร่วมมือความเข้าใจ อย่ามองในทางที่ผิดไปทั้งหมด เพราะเราพยายามทำในสิ่งที่ถูกต้องตลอดเวลาที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ย้ำอีกว่า การบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อ 1 เดือน มาตรการจำกัดการเข้าและออกในราชอาณาจักร ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ครม.ก็มีมติให้ขยายไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค.เช่นกัน ยกเว้นในเรื่องของการขนส่งสินค้า หรือการบริการรับ-ส่งในการนำคนไทยกลับ ส่วนเคอร์ฟิวก็ยังคงเวลาเดิมคือระหว่างช่วงเวลา 22.00-04.00 น. การงดหรือการชะลอข้ามพื้นที่จังหวัดก็ยังคงมีอยู่ ก็ขอฝากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นดูแล เพื่อลดการแพร่ระบาดจะได้มีการควบคุมและตรวจสอบได้&amp;nbsp;
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งที่มีความเป็นห่วงอีกประเด็นหนึ่งคือ เมื่อเราคลายล็อกไปแล้วก็ขอให้ประชาชนระมัดระวังการเข้าไปในพื้นที่ที่มีกิจกรรมแออัดมากๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางศาสนาหรือกิจกรรมใดๆ ก็ตาม ต้องระมัดระวังตัวเองทั้งหมดเพื่อตัวของพวกท่านเองและครอบครัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ขอร้องทุกคนอย่าเรียกร้องมากนัก วันนี้ขอให้เอาส่วนของตรงกลางมาพิจารณาในนโยบายก่อน ในส่วนของแนวปฏิบัตินั้นก็ต้องฟังจากท้องถิ่นและพื้นที่ด้วย โดยเฉพาะจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด แต่เราต้องระมัดระวังการแพร่ระบาดที่อาจจะกลับมาทำให้ทุกอย่างที่ทำไปนั้นเสียเปล่าโดยสิ้นเชิง ผมไม่ต้องการให้ย้อนกลับไป&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของวันหยุดราชการในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเดิมที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.เสนอให้เป็นวันทำงานนั้น ครม.ได้มีมติเห็นชอบให้ถือเป็นวันหยุดราชการเช่นเดิม รวมทั้งวันหยุดของรัฐวิสาหกิจ หรือแรงงานก็ขอให้ยึดหลักตามเดิม เพียงแต่ต้องมีมาตรการป้องกัน มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social &amp;nbsp;Distancing) ก็จำเป็นต้องทำอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการทำจดหมายเปิดผนึกไปถึง 20 มหาเศรษฐีว่า หลายคนคงอยากทราบว่าเดินหน้าไปถึงไหนแล้ว หรือว่าเลิกไปแล้ว ซึ่งได้รับฟังความคิดเห็นจากธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่ที่พูดไปแล้ว 20 ราย ซึ่งวันนี้ได้ทยอยส่งมาแล้ว ไม่เห็นมีใครมาให้เงินรัฐบาลเลย มีแต่เพียงบอกว่าเขาจะดูแลคนในห่วงโซ่ของเขาอย่างไร หางานให้ทำอย่างไร ลดการจ้างงานให้น้อยที่สุด และหาอาชีพเสริมให้ จนหลายคนกลัวว่าเมื่อถึงเวลาสถานการณ์ดีขึ้นจะไม่กลับมาทำงานตรงนี้ เพราะไปค้าขายออนไลน์กันหมดแล้ว ซึ่งตรงนี้ถือเป็นการช่วยในกลุ่มงานของเขาเอง&amp;nbsp;
วันนี้ไม่ควรมีข้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เขายังได้เสนอแนะในเรื่องเศรษฐกิจต่างๆ และมีความคิดเห็นค่อนข้างตรงกัน โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำต้องทำให้เกิดความทั่วถึง เขาพร้อมที่จะช่วยเหลือตรงนี้ในการสนับสนุนให้ประชาชนมีแหล่งน้ำ เขาสัญญาว่าจะดูแลประชาชนให้มากขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ลดปัญหาเชิงซ้อนและจะร่วมมือกับรัฐบาลต่อไปในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็ทำมามากพอสมควร ผมเพิ่งทราบหลายเรื่องเขาดูแลอยู่แล้ว แน่นอนว่ารัฐบาลไม่สามารถดูแลทุกคนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จำเป็นต้องอาศัยภาคส่วนต่างๆ มาร่วมดูด้วย ดังนั้นช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่พวกเราต้องร่วมมือกันให้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้มันไม่ควรมีข้างกัน ควรเป็นข้างเดียวกันหมดเพื่อที่จะดูแลประชาชนคนไทยให้ดีที่สุด ให้สมกับความเป็นคนไทย สมกับอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่มีน้ำใสใจคอเผื่อแผ่แบ่งปัน มีจิตสำนึก สิ่งที่เขาเสนอมาอีกอันหนึ่งที่มีความคิดเห็นตรงกับรัฐบาล โดยมองในมุมเดียวกันว่าโลกหลังจากนี้จะเปลี่ยนแปลงไปทุกภูมิภาค ทุกประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดในเรื่องการดำรงชีวิตและเรื่องต่างๆ เพราะทุกคนให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเราต้องสานต่อไปตามยุทธศาสตร์ที่มีอยู่เดิมทั้ง 6 &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ ในการพัฒนาประเทศอย่างเต็มรูปแบบและสูงสุดในอนาคต หลุดพ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งต้องอาศัยภาคธุรกิจเอกชนและประชาชน มีส่วนร่วมด้วยกันทั้งหมด ฉะนั้นต้องขอบคุณบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ 20 ท่านที่กรุณาเสนอข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์มา และไม่มีใครมาร้องขอผลประโยชน์อะไรกับผมสักคน ไม่มีใครจะให้เงินรัฐบาลสักอย่าง เพราะผมคงไปรับเงินจากท่านไม่ได้ ไม่ได้มีการตอบแทนผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน อันนี้ขออย่าไปรับฟังคำบิดเบือนต่างๆ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ต่ำสิบเป็นวันที่สอง โดยมี 7 ราย ผู้ป่วยสะสม 2,938 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 43 ราย หายป่วยสะสม 2,652 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 2 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 54 ราย โดยรายที่ 53 เป็นชายไทย อายุ 52 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ รายที่ 54 เป็นหญิงไทย อายุ 63 &amp;nbsp;ปี เป็นเจ้าของร้านอาหาร มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยในครอบครัว ซึ่งข้อมูลการติดเชื้อในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มที่พบมากสุดคือสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้าซึ่งมีถึง 151 คน จึงต้องให้ความสำคัญในการรักษาระยะห่างแม้เป็นคนในครอบครัว ใครเป็นญาติก็ต้องป้องกัน 100% ต้องทำให้เป็นวิถีชีวิตใหม่&amp;nbsp;
กทม.กลับมาติด 3 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ต้องระวังเพราะทุกคนมีโอกาสติดเชื้อทั้งสิ้น ทั้งนี้การมีผู้ป่วยต่ำสิบเป็นวันที่สองติดต่อกัน มีไม่กี่ประเทศในโลกที่จะเห็นภาพการติดเชื้อจำนวนน้อย แต่เกิดขึ้นในไทย ทำให้ภาคภูมิใจและให้กำลังใจในการรักษาระยะห่าง รักษาตัวให้ดีต่อไป การ์ดอย่าตก วันนี้เราทำได้เป็นผลมาจากพฤติกรรมเมื่อ 7-14 วันที่แล้ว แต่พฤติกรรมวันนี้จะปรากฏผลใน 7-14 วันข้างหน้า ถ้าทำไม่ได้ตัวเลขเพิ่มขึ้นแน่ๆ ขอแรงทุกคนยังต้องป้องกันตัวสม่ำเสมอ เข้มงวดอย่างนี้ตลอด เราจะได้อยู่รอดปลอดภัยทุกคน&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ผู้ป่วยรายใหม่ 7 ราย มาจาก กทม. 3 ราย นครราชสีมา 1 ราย ภูเก็ต 3 &amp;nbsp;ราย ในจำนวนนี้ 5 รายสัมผัสเป็นผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 1 รายซึ่งเป็นชาวจีน &amp;nbsp;และอีก 1 รายติดเชื้อจากการไปร่วมงานในพื้นที่แออัดใน กทม. ส่วนที่มีคำถามว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อใน &amp;nbsp;กทม.เมื่อวันที่ 27 เม.ย.เป็นศูนย์ และวันที่ 28 เม.ย.มี 3 ราย แม้ผู้ออกมาใช้ชีวิตมากขึ้นแต่ตัวเลขก็ลดลง จะนำมาซึ่งมาตรการคลายล็อกได้หรือไม่นั้น เราต้องชื่นชม แต่เบาใจไม่ได้ เพราะวันนี้ก็มีผู้ป่วยเพิ่ม &amp;nbsp;3 ราย เราต้องค้นหาให้ได้มากที่สุด จะเบาใจใช้ชีวิตเหมือนเดิมยังไม่ได้จนกว่าจะมีวัคซีนและยารักษาโรค ต้องเข้มข้นควบคุมตัวให้ดีต่อไป สำหรับข้อมูลของผู้ป่วยตั้งแต่เดือน ม.ค.-26 เม.ย. พบว่ามีผู้ป่วยสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 328 ราย หรือ 11% ของผู้ป่วยทั้งหมด ในจำนวนนี้เสียชีวิตถึง 21 ราย เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คนเหล่านี้ติดเชื้อคือพิธีกรรมทางศาสนา รองลงมาเกี่ยวกับสนามมวยและผู้ป่วยยืนยัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีขยายประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งคงมาตรการชะลอการเข้าประเทศ ทำให้คนไทยที่ซื้อตั๋วแล้วได้รับผลกระทบ รัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขออภัยในความไม่สะดวก &amp;nbsp;แต่เป็นมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อที่ทั่วโลกทำกัน ถ้าใครมีภารกิจจำเป็นเร่งด่วนสามารถติดต่อไปที่สถานกงสุลและสถานทูตไทยประจำประเทศต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กระทรวงสาธารณสุขจะออกข้อบังคับให้ร้านค้าต่างๆ ปฏิบัติตามมาตรการหลังมีการผ่อนปรนหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่าเรามีอยู่แล้ว ซึ่งอยู่ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ข้อ 11 มีมาตรการป้องกันโรค ซึ่งถือเป็นมาตรฐานกลางที่ทุกคนต้องทำและใช้ในการปฏิบัติ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64561</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, การ์ดห้ามตก, ติดตัวเลขผู้ติดเชื้อ, ปลดล็อกกิจกรรม, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea8303c34c60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
