<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรซานตาปล้นแบงก์โปรยทานวันคริสต์มาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อสหรัฐรายงานเกิดเหตุการณ์โจรเคราขาวปล้นธนาคารแห่งหนึ่งในรัฐโคโลราโดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แล้วนำเงินที่ปล้นได้มาโปรยแจกผู้ที่สัญจรผ่านไปมา พร้อมกับอวยพร &amp;quot;สุขสันต์วันคริสต์มาส&amp;quot; สุดท้ายยังยอมให้ตำรวจรวบตัวแต่โดยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมตำรวจโคโลราโดสปริงส์เผยแพร่ภาพเดวิด เวย์น โอลิเวอร์ โจรปล้นแบงก์โปรยทาน เมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวของเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 25 ธันวาคม อ้างข่าวของสื่อท้องถิ่นและตำรวจรัฐโคโลราโดของสหรัฐว่า ชายผิวขาวมีอายุคนนี้ปล้นเงินจากธนาคารอะคาเดมี ในเมืองโคโลราโดสปริงส์ ช่วงกลางวันแสกๆ ของวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเขาขู่พนักงานว่าตนเองมีอาวุธซึ่งไม่ระบุว่าคืออะไร เขาได้เงินไปจำนวนหนึ่ง แต่พยานที่เห็นเหตุการณ์ ชื่อดีออน ปาสเคล บอกกับสถานีข่าว เคเคทีวี 11 ว่าชายคนนี้นำเงินที่ปล้นมาได้โปรยแจกผู้คนพร้อมกับบอกว่า &amp;quot;สุขสันต์วันคริสต์มาส&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจโคโลราโดระบุว่า โจรรายนี้ชื่อเดวิด เวย์น โอลิเวอร์ อายุ 65 ปี เขาถูกจับกุมที่ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ที่อยู่ใกล้กัน โดยไม่ได้ขัดขืน ตำรวจเผยกับสื่อท้องถิ่นด้วยว่า ไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าเขามีอาวุธขณะถูกตำรวจจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานอ้างคำกล่าวของพยานอีกว่า ผู้คนที่สัญจรไปมาพยายามเก็บเงินส่วนหนึ่งคืนให้ธนาคาร แต่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอกกับเดนเวอร์โพสต์ว่า ยังมีเงินหายไปนับหมื่นดอลลาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53266</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปล้นแบงก์, สุขสันต์วันคริสต์มาส, เมอร์รีคริสต์มาส, โคโลราโด, โจรซานตา, โปรยทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e036553ca45f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นร. 2 คนกราดยิงในโรงเรียนใกล้ &#039;โคลัมไบน์&#039; ตาย 1 เจ็บ 7</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักเรียน 2 คนก่อเหตุยิงเพื่อนเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 7 คนในโรงเรียนแห่งหนึ่งใกล้กับโรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์ รัฐโคโลราโด ที่เคยเกิดเหตุกราดยิง 13 ศพเมื่อ 20 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเรียนและครูเดินชูมือเรียงแถวออกจากอาคารที่เกิดเหตุเมื่อตำรวจมาถึง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอดักลาสเคาน์ตีแถลงยืนยันทางทวิตเตอร์ว่า มีนักเรียนวัย 18 ปีเสียชีวิต 1 รายจากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนสเต็ม ในเมืองไฮแลนด์แรนช์ รัฐโคโลราโด ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองเดนเวอร์ เมื่อวันอังคารที่ 7 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทนี สเปอร์ล็อก นายอำเภอดักลาสเคาน์ตี เผยก่อนหน้านี้ว่า เหตุกราดยิงในโรงเรียนสเต็มมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 8 ราย หลายคนอาการสาหัสต้องเข้ารับการผ่าตัด นักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บอายุน้อยที่สุดคือ 15 ปี มือปืนที่ก่อเหตุเป็นนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ ตำรวจจับตัวมือปืนทั้ง 2 คนในที่เกิดเหตุได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มือปืนรายหนึ่งคือ เดวอน อีริกสัน อายุ 18 ปี ส่วนอีกคนเป็นเยาวชนชาย ทั้งสองคนเดินเข้ามาในโรงเรียนสเต็มก่อนเวลา 14.00 น. และแยกไปก่อเหตุที่ห้องเรียน 2 ห้อง ยังไม่มีข้อมูลว่ามือปืนมีเป้าหมายต้องการสังหารผู้ใด มือปืนทั้งสองรายไม่ได้เป็นผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่เฝ้าจับตา และพบปืนพก 1&amp;nbsp; กระบอกในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำเภอผู้นี้เผยด้วยว่า หลังเกิดเหตุกราดยิงโรงเรียนได้แจ้งเหตุฉุกเฉินกับตำรวจเกือบจะโดยทันที และเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุใน 2 นาที เชื่อว่าทำให้ช่วยชีวิตนักเรียนไว้ได้หลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟอร์นันโด มอนโตยา ผู้ปกครองของนักเรียนคนหนึ่งเผยกับช่องเดนเวอร์ 7 ว่า มือปืนซ่อนปืนพกเอาไว้ในกล่องกีตาร์ ลูกชายวัย 17 ปีของเขาถูกยิง 3 นัด อาการสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียนสเต็มแห่งนี้เปิดการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมปลาย มีนักเรียนทั้งหมดราว 1,800 คน&amp;nbsp; อยู่ห่างเพียง 8 กิโลเมตรจากโรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์ที่เคยเกิดเหตุวัยรุ่น 2 คนก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2542 สังหารนักเรียนไป 12 คนและครู 1 คน ซึ่งครบ 20 ปีในปีนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35355</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, สหรัฐ, โคลัมไบน์, โคโลราโด, โรงเรียนสเต็ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd2e4fa6478e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชฟโรเลตเผย 10 เคล็ดลับ การขับรถกลางคืนให้ปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;จากการวิจัยของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย ระบุว่า การขับรถท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มืดมิดในเวลากลางคืนอาจเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่ได้ เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ ภาวะของสายตาและการมองเห็นในเวลากลางคืน ปัญหาการจราจรแออัดในชั่วโมงเร่งด่วน สภาพร่างกายที่อ่อนเพลียและเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และการขับรถในเวลากลางคืนนั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตสูงกว่าเวลาอื่นๆ ถึง 3 เท่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;เชฟโรเลต ประเทศไทยได้พัฒนาและติดตั้งเครื่องมือในรถกระบะ โคโลราโด และรถอเนกประสงค์ เทรลเบลเซอร์ (ในรุ่นแอลทีแซดและรุ่นที่สูงขึ้น) เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ โดยมีไฟเบรกท้ายรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีหลอดไฟแอลอีดี รวมถึงไฟส่องสว่างแอลอีดีขณะขับขี่ในเวลากลางวัน ทำให้สามารถมองเห็นรถยนต์ได้อย่างชัดเจนในทุกช่วงเวลาทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ตัวอย่างเช่น ไฟเบรกท้ายรถยนต์แบบแอลอีดีสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการชนทางด้านหลังของรถยนต์ได้ เนื่องจากไฟส่องสว่างจะสว่างเต็มที่ เร็วกว่าหลอดไฟประเภทหลอดไส้ร้อนแบบธรรมดา (Incandescent Bulb) เมื่อขับรถด้วยความเร็วสูงจะใช้ระยะเบรกมากกว่า 60 เมตร ดังนั้น การที่รถยนต์ของคุณมีไฟเบรกแบบแอลอีดีจะช่วยเตือนให้ผู้ที่ขับรถยนต์ตามหลังรถยนต์ของคุณเห็นรถของคุณได้เร็วขึ้น ซึ่งช่วยให้ระยะห่างในการหยุดรถมีมากขึ้น 6 เมตร จากข้อมูลของหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางจราจรบนถนนหลวงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Highway Traffic Safety Administration - NHTSA) ระบุว่า เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้มาก นอกจากรถยนต์ที่ติดตั้งไฟเบรกแบบแอลอีดีแล้ว เชฟโรเลตยังมีเคล็ดลับ 9 ข้อสำหรับการขับรถยนต์ในเวลากลางคืนอย่างไร ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;หากรถยนต์ของคุณมีสวิตช์หรี่ไฟแผงหน้าปัด คุณควรใช้สวิตช์นี้ เพราะความสว่างที่เกินความจำเป็นของแผงหน้าปัดแอลอีดีและหน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ที่แสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์สามารถรบกวนผู้ขับทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง และการหรี่ไฟที่แผงหน้าปัดช่วยกำจัดแสงสะท้อนบนกระจกได้ช่วยให้ตาของคุณสามารถปรับแสงให้เหมาะสมกับความมืดบนเส้นทางข้างหน้า ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น ในขณะที่คุณขับรถยนต์ไปยังสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด แสงสว่างอื่นๆ ภายในรถยนต์ อย่างเช่น ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารสามารถรบกวนทัศนวิสัยของผู้ขับได้ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ ควรปิดไฟเหล่านั้นขณะขับรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;เมื่อขับรถไปต่างจังหวัด ผู้ขับมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ไฟสูง แต่ให้พึงระลึกไว้เสมอว่า ควรเปลี่ยนเป็นไฟต่ำเมื่อมีรถยนต์สวนมา นอกจากนี้คุณควรใช้ไฟต่ำเสมอเมื่อขับรถตามหลังรถยนต์คันอื่น มิเช่นนั้นจะทำให้คนขับรถคันข้างหน้าของคุณมองไม่เห็นเส้นทาง และสำหรับการขับรถยนต์ในเมืองโดยทั่วไปผู้ขับมักจะลืมเปิดไฟหน้ารถยนต์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าทำการเปิดไฟหน้าก่อนจะขับรถยนต์รวมทั้งในช่วงเวลาเช้ามืดและเวลาเย็นก่อนค่ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;แว่นตา ทั้งแว่นสายตาที่จักษุแพทย์สั่งหรือแว่นอื่นๆ นั้นเพิ่มพื้นผิวที่มีการสะท้อนแสงระหว่างสายตาของผู้ขับและถนนได้ ดังนั้น การเลือกใส่แว่นตาที่เหมาะสมจะช่วยทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นในเวลากลางคืนดีขึ้น ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการเลือกแว่นตาที่ใช้เลนส์ที่เคลือบสารกันสะท้อน (Anti-reflective coating หรือ AR-coating) นี้จะช่วยลดแสงที่เกิดจากการสะท้อนภายในผิวเลนส์ของแว่น และปล่อยให้แสงผ่านเข้ามาได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ควรทำความสะอาดไฟหน้า ไฟท้าย ไฟสัญญาณต่างๆ กระจกหน้าต่าง และกระจกรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ โดยควรทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง หรืออาจจะบ่อยกว่านั้นหากมีความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ กระจกหน้ารถยนต์ที่ดูสะอาดในช่วงกลางวัน อาจเผยให้เห็นรอยขีดข่วนที่อาจทำให้เกิดแสงสะท้อนในเวลากลางคืน ควรพกผ้าไมโครไฟเบอร์หรือหนังสือพิมพ์ไว้ในรถยนต์ เพื่อเช็ดทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ติดกระจกหน้ารถยนต์และกระจกหน้าต่าง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสและจับผิวด้านในของกระจกหน้ารถยนต์ กระจกหน้าต่างด้านข้าง หรือกระจกอื่นๆ ด้วยมือเปล่าของคุณ เพราะความมันจากผิวของคุณอาจจะทำให้กระจกรถยนต์เป็นรอยเปื้อนได้ ซึ่งจะเห็นเป็นฝ้าที่กระจก เมื่อมีแสงไฟจากภายนอกหรือภายในรถยนต์มากระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;แม้ว่าไฟหน้ารถยนต์จะได้รับการปรับตั้งมาอย่างถูกต้องจากโรงประกอบรถยนต์แล้วก็ตาม แต่การมีช่างเทคนิคคอยทำการตรวจสอบการฉายลำแสงจากไฟหน้ารถยนต์ เพื่อให้มั่นใจว่าไฟหน้ารถยนต์จะส่องถนนในทิศทางที่ถูกต้อง โดยที่ไม่แยงตาผู้ขับรถสวนมา เช่นเดียวกันคุณสามารถหลีกเลี่ยงสภาวะ &amp;ldquo;มองไม่เห็น&amp;rdquo; โดยการปรับกระจกมองข้างรถยนต์ของคุณลงเล็กน้อย เพื่อช่วยให้คุณมองเห็นรถยนต์ที่อยู่ด้านหลังโดยไม่มีแสงจ้าจากไฟหน้าของรถคันดังกล่าวสะท้อนมาเข้าตา นอกจากนี้ การปรับกระจกมองหลังภายในรถยนต์ไปที่โหมดกลางคืน หรือ Auto Dim ซึ่งทำให้กระจกมืดเพื่อป้องกันแสงจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ผู้ขับควรชะลอความเร็วในการขับรถยนต์และทิ้งระยะห่างจากคันหน้าให้มากขึ้นหากขับรถในความมืด การกะความเร็วและระยะของรถคันหน้าในเวลากลางคืนเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากการรับรู้ความใกล้ไกล การจำแนกสี และความสามารถในการมองเห็นรอบๆ จะตอบสนองช้าลงหากอยู่ในความมืด และปฏิกิริยาการตอบสนองของผู้ขับประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นอยู่กับการมองเห็น แม้ว่าไฟหน้ารถยนต์จะส่องแสงสว่างให้มองเห็นถนนด้านหน้า แต่ไฟต่ำทั่วไปมีระยะส่องสว่างจากด้านหน้ารถยนต์ของคุณ ตั้งแต่ 50-75 เมตร ขณะที่ไฟสูงจะมีระยะส่องแสงสว่างประมาณ 100-150 เมตร เมื่อขับรถยนต์ด้วยความเร็ว ระยะหยุดรถที่ปลอดภัยจะต้องใช้มากกว่า 60 เมตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;การขับรถยนต์ในเวลากลางคืนบางครั้งผู้ขับอาจต้องพบเจอและชนสัตว์ต่างๆ ที่อยู่บนถนน ในเมืองนั้นคุณอาจพบเจอสุนัขจรจัด อย่างไรก็ตาม ตามถนนในต่างจังหวัดคุณอาจพบเจอสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่า เช่น วัวป่าหรือแม้แต่ช้าง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายร้ายแรง แม้ว่าไฟสูงหน้ารถยนต์ของคุณไม่สามารถส่องสว่างได้ไกลเกินกว่าระยะทางที่ใช้หยุดรถหรือบริเวณรอบๆทางโค้ง แต่คุณก็สามารถหลีกเลี่ยงการชนสัตว์ได้ โดยสังเกตจากไฟหน้ารถยนต์ของคุณที่สะท้อนออกมาจากดวงตาของพวกสัตว์ จุดสว่างเล็กๆ เหล่านี้มักจะปรากฎอยู่บนถนนทำให้ผู้ขับมีเวลามากขึ้นในการชะลอหรือหยุดรถยนต์ได้ทันเวลา เมื่อพบเจอกับสัตว์ใหญ่ที่อยู่ใกล้ถนนหรือบนถนน วิธีที่ดีที่สุดคือควรขับรถยนต์ให้ช้าลงโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเลนหรือขับรถยนต์ออกนอกเลน ตัวอย่างเช่น กวางมักจะชอบติดตามไฟหน้ารถยนต์และเคลื่อนที่ไปอยู่ด้านหน้ารถยนต์ของคุณ ดังนั้น การหักเลี้ยวพวงมาลัยอาจเพิ่มความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ควรขับรถยนต์อย่างระมัดระวังและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีสัตว์ต่างๆ สัญจรบนถนน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ ทานยาที่แพทย์สั่งจ่าย และสมุนไพรบางชนิดอาจทำให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ลดลง เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เป็นเครื่องดื่มชนิดเดียวที่ทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการง่วงนอนและอ่อนเพลียจากฤทธิ์กล่อมประสาท การดื่มแอลกอฮอลล์ยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการชนร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตและมีอัตราการเสียชีวิตเกินกว่าครึ่งหนึ่งของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ทั้งหมด นอกจากนี้ ผู้ขับควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ขณะที่คุณขับรถยนต์อยู่ การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายต่อดวงตา ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อการสายตาของผู้ขับขี่ หนึ่งในผลกระทบจากสารนิโคตินในบุหรี่ยับยั้งการผลิตสารเคมีสำคัญที่ช่วยในการมองเห็นในเวลากลางคืน จากการศึกษา ระบุว่า ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากควันบุหรี่ทำให้การมองเห็นลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า การขับรถยนต์ในขณะที่ผู้ขับง่วงนอนเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนได้มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ อุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับความเหนื่อยล้าส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน และความเหนื่อยล้าเป็นปัจจัยสำคัญเกือบ 1 ใน 3 ของอุบัติเหตุรถชนในต่างจังหวัด คนทั่วไปไม่รู้สึกเหนื่อยจากการขับรถยนต์ แต่พวกเขาน่าจะเหนื่อยล้าเมื่อขับรถเป็นเวลานานๆ การทำงานหนักหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ควรทำตามคำแนะนำเหล่านี้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ควรนอนหลับให้เพียงพอก่อนที่จะขับรถยนต์ไม่ควรขับรถยนต์เกิน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน ควรหยุดพักเป็นระยะ อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง สลับกันขับหากเป็นไปได้ไม่ควรขับรถยนต์ในเวลาที่คุณรู้สึกง่วงนอน หากคุณรู้สึกง่วงนอนให้หาสถานที่ปลอดภัยในการจอดรถยนต์ และงีบหลับประมาณ 15 นาที ควรรักษาความชุ่มชื้นในร่างกายอยู่เสมอด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ และทานของว่างที่ให้พลังงานสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt 36pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30424</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถกลางคืน, ข่าวรถไทยโพสต์, ทดลองขับ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว, เชฟโรเลต, เทรลเบลเซอร์, โคโลราโด, ไทยโพสต์.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7c9d5daa1da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกอร์ลีย์&#039; วิ่งเกมเดียว 208 หลาพา แรมส์ บุกดับ บรองโกส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท็อดด์ เกอร์ลีย์ วิ่งเกมเดียว 208 หลามากที่สุดในการเล่นอาชีพพร้อมทำ 2 ทัชดาวน์พา &amp;quot;แกะเขาเหล็ก&amp;quot; ลอสแองเจลิส แรมส์ บุกเฉือน &amp;quot;ม้าป่าพยศ&amp;quot; เดนเวอร์ บรองโกส์ 23-20 ถึงถิ่นบรองโกส์ สเตเดียม แอม ไมล์ไฮ ในโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ในศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล สัปดาห์ที่ 6 เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา โดน แรมส์ ปรับสถิติเป็น 6-0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19960</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนชนคน, ท็อดด์ เกอร์ลีย์, บรองโกส์ สเตเดียม แอท ไมล์ไฮ, ม้าป่าพยศ, ลอสแองเจลิส แรมส์, สหรัฐอเมริกา, อเมริกันฟุตบอล, อเมริกันเกมส์, เจ้าม้าป่า, เดนเวอร์, เดนเวอร์ บรองโกส์, เอ็นเอฟแอล, แกะเขาเหล็ก, โคโลราโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc45c959c688.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2018 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โคโลราโด รุ่นปี 2019 พร้อมขายทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถกระบะซูเปอร์ฮีโร่พันธุ์ใหม่ของเชฟโรเลต &amp;ldquo;โคโลราโด&amp;rdquo; รุ่นปี 2019 &amp;nbsp; ทุกรุ่น พร้อมจำหน่ายแล้วที่ผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลตทั่วประเทศ นำโดยรถกระบะรุ่นสูงสุดของเชฟโรเลต &amp;ldquo;โคโลราโด ไฮ คันทรี สตอร์ม ปี 2019&amp;rdquo; ที่มาพร้อมกับสีใหม่ สีส้ม &amp;ldquo;Orange Crush&amp;rdquo; และสีเทาน้ำเงิน &amp;ldquo;Dark Shadow Metallic&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังมีชุดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม &amp;ldquo;ธันเดอร์&amp;rdquo; ให้ลูกค้าได้เลือกตกแต่งตามสไตล์ของตัวเอง รถกระบะ &amp;ldquo;โคโลราโด&amp;rdquo; รุ่นปี 2019 มาพร้อมสมรรถนะที่ทนทาน รูปแบบการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังจากรถกระบะเชฟโรเลต รวมถึงเชฟโรเลตยังได้เปิดตัวโปรแกรมการบำรุงรักษาใหม่สำหรับรถรุ่นนี้ ที่จะช่วยให้ลูกค้าเชฟโรเลตมีทางเลือกในการใช้บริการมากยิ่งขึ้น และมอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้ซื้อรถกระบะโคโลราโดรุ่นใหม่ในประเทศไทยอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วรพรรณ พันธุ์แมน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาหลังการขาย บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อลูกค้าตัดสินใจที่จะซื้อรถยนต์ใหม่สักคัน ลูกค้าไม่ได้มองถึงเรื่องราคาของรถยนต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมองถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการเป็นเจ้าของรถยนต์ในระยะยาวอีกด้วย เป็นที่ทราบกันดีว่ารถยนต์ของเชฟโรเลตมีประวัติอันยาวนานในด้านความแข็งแกร่ง ความทนทาน และความน่าเชื่อถือมาโดยตลอด แต่รถยนต์ทุกคันจำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาตามระยะทางหรือระยะเวลาที่กำหนด และลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาดังกล่าวมีความเหมาะสมและคุ้มค่า ดังนั้น เราจึงได้นำเสนอโปรแกรมการบำรุงรักษาแบบใหม่ ซึ่งถือเป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้แก่ลูกค้า ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงเกือบ 40% โดยเฉลี่ยต่อการใช้บริการเช็คระยะ 1 ครั้ง สำหรับรถกระบะ &amp;lsquo;โคโลราโด&amp;rsquo; รุ่นปี 2019 ทุกรุ่น* ซึ่งค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถกระบะ &amp;lsquo;โคโลราโด&amp;rsquo; รุ่นใหม่นี้ ถือว่ามีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าผู้ประกอบการรถยนต์หลักรายอื่น ไม่ว่าจะเป็นค่าชิ้นส่วนอะไหล่ และค่าแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน ปิยะนุช จตุรภัทร์ ผู้อำนวยการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด&amp;nbsp; เปิดเผยว่า เรามีความยินดีที่รถกระบะ &amp;lsquo;โคโลราโด&amp;rsquo; รุ่นใหม่ พร้อมจำหน่ายแล้วที่โชว์รูมผู้จัดจำหน่ายของเราทั่วประเทศ &amp;lsquo;โคโลราโด&amp;rsquo; ถือเป็นรถกระบะระดับโลกที่ลูกค้าชื่นชอบ จากคำมั่นสัญญาของเราที่มุ่งให้ความสำคัญกับการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าในทุกด้าน นอกเหนือจากการซื้อรถเพียงอย่างเดียว ดังนั้น เชฟโรเลตจึงได้มอบประสบการณ์แบบ 360 องศาให้แก่ลูกค้าที่เลือก &amp;lsquo;โคโลราโด&amp;rsquo; ซึ่งถือว่าเป็นรถกระบะที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดยานยนต์ โดยลูกค้าสามารถเลือกสรรชุดอุปกรณ์ตกแต่งรถกระบะในสไตล์ของตัวเองได้ ทั้งนี้ เราต้องการมอบความคุ้มค่าและความอุ่นใจในการบำรุงรักษาและการบริการ ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของเราที่จะดูแลลูกค้าตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เชฟโรเลตได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ &amp;ldquo;Chevrolet Enjoy Service 2018&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ชวนลูกค้าเข้าศูนย์ฯ ช่วงนี้มีแต่รอยยิ้ม&amp;rdquo; ซึ่งเป็นแคมเปญที่มุ่งเน้นการให้บริการสำหรับลูกค้าเชฟโรเลต พร้อมชวนเจ้าของรถยนต์เชฟโรเลตทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน นำรถของท่านเข้าไปใช้บริการที่ศูนย์บริการเชฟโรเลตทั่วประเทศ เพื่อรับสิทธิประโยชน์มากมาย ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2561 ณ ศูนย์บริการ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เชฟโรเลตทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9321</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ข่าวรถยนต์, ยานยนต์, ยานยนต์ไทยโพสต์, เชฟโรเลต, โคโลราโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afbf3a6cd10e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
