<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!‘ร.ต.อ.’เครียดติดโควิดผูกคอเสียชีวิตคาห้องน้ำ รพ.ตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;21 เม.ย.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. ร่วมกับ พล.ต.ท.พรชัย สุธีรคุณ นายแพทย์ (สบ.8) รพ.ตำรวจ พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผผบก.น.6 และ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณีการเสียชีวิตของ ร.ต.อ.บุญชู พรรณกลิ่น รอง สวป.บก.รฟ. ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ฆ่าตัวตายด้วยการใช้เข็มขัดผูกคอเสียชีวิตภายในห้องน้ำ ขณะรักษาตัวที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.ตำรวจ เหตุเกิดวันที่ 20 เม.ย.เวลา 16.00 น. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.พรชัยเปิดเผยว่าก่อนที่ ร.ต.อ.บุญชู จะมารักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ได้ไปตรวจที่ รพ.พระมงกุฎวัฒนะ พบว่าติดเชื้อโควิด-19 จึงได้ประสานมาที่ รพ.ตำรวจเพื่อรับมามาดูแล ช่วงแรกที่มาถึง รพ.ตำรวจ วันที่ 18 เม.ย.ผู้ป่วยยังไม่มีอาการจึงให้พัก รพ.สนาม ของ รพ.ตำรวจ อยู่ได้ประมาณวันเศษมีอาการหายใจติดขัดจึงได้ย้ายผู้ป่วยเข้ารักษาที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อดูแลอย่างใกล้ชิดอาการยังไม่เข้าขั้นวิกฤติ และทราบว่าผู้ป่วยมีประวัติการักษาโรคเบาหวานอยู่และความดันโลหิต วันที่เกิดเหตุผู้ป่วยได้ไปเข้าห้องน้ำแล้วหายไปพยาบาลสงสัยหายตัวไปนานจึงตามไปดูก็พบว่าผู้ป่วยหยุดหายใจแล้วจึงพยายามให้ทีมแพทย์ทำการกูชีพแต่สุดท้ายไม่สามารถช่วยเหลือชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.เมธีเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งจากททาง รพ.ตำรวจว่า มีผู้เสียชีวิตจึงได้แจ้งให้ สน.ปทุมวัน ร่วมกับแพทย์เข้าทำการชันสูตร การเข้าชันสูตรเจ้าหน้าที่มีการสวมชุดป้องกันเชื้อโควิด-19 ตามมาตรฐานที่สาธารณะสุขได้กำหนด เราได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายครบถ้วน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน พ.ต.อ.พันษากล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากได้รับแจ้ง พนักงานสอบสวนได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์ เบื้องต้นที่คุยกับแพทย์สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการขาดอาหกาศหายใจไม่ได้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด -19 จึงได้ดำเนินการขั้นตอนและส่งศพไปยังนิติเวช รพ.ตำรวจ ส่วนมูลเหตุจูงใจจากการสอบสวนพบว่าผู้เสียชีวิตมีความเครียดจากการที่จะทำให้แม่ ภรรยา ลูกมีความเสี่ยงการติดเชื้อ โดยทั้งแม่ ภรรยาและลูกได้เข้าตรวที่ รพ.พระมงกุฎวัฒนะ เช่นเดียวกันต่ตัวผู้ตายยังไม่ทราบผล และตัวเขาเองมีปัญหาสุขภาพที่รักษา รพ.รามา คือ เบาหวานและความดันโลหิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนไม่กล้าโทรศัพท์ไปคุยกับแม่และภรรยาเพราะรักและห่วงรู้สึกละอายใจ แต่ได้โทรศัพท์ไปหาน้องบ่นว่า ทำไมต้องมีโรคนี้ด้วย สอดคล้องกับที่พูดคุยกับเพื่อนตำรวจที่รักษาอยู่ รพ.ตำรวจเช่นเดียวกันว่าฝากแม่และครอบครัวด้วย พูดแบบทีเล่นทีจริง กระทั่งถึงวันเกิดเหตุได้เข้าห้องน้ำตั้งแต่เวลา 15.00 น.จนถึงเวลา 16.00 มีโทรศัพท์ดังขึ้นหลายครั้งไม่มีคนรับ เพื่อนที่เป็นผู้ป่วยข้างเคียงได้เรียกหลายครั้งไม่มีการตอบรับจึงไปตามแพทย์และพยาบาลตรวจสอบก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว และจากการสอบสวนยาติไม่ติดใจการเสียชีวิตในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามกระบวนการสอบสวนต้องดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.พรชัย กล่าวถึงมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยทั้งที่ รพ.สนามและอาคาร รพ.ตำรวจ ว่า รพ.ตำรวจได้มีการยกระดับดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นอย่างดี มีการเตรียมการสำหรับห้องผู้ป่วยปกติเราแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ยังไม่มีอาการให้ผู้ป่วยรักษาที่ รพ.สนามก่อน ถ้าผู้ป่วยมีอาการมากขึ้นจึงจะย้ายไปยังหอผู้ป่วยเพื่อดูแลใกล้ชิดมากขึ้น เรามีเครื่องมือพร้อม แต่เตียงผู้ป่วยมีจำกัดเราไม่สามารถรับได้ทั้งหมด แต่ว่าเรามีปริมาณที่รับและดูแลได้ทุกรายมีมาตรฐานในการักษาดูแลเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนและข้าราชการตำรวจมีความเครียด รพ.ตำรวจมีกลุ่มงานจิตเวชดูแลอยู่ ถ้ามีความเครียดหรือซึมเศร้าสามารถโทรมาได้ตลอดเวลา แต่ตำรวจที่เสียชีวิตเราไม่ทราบว่ามีความเครียดเพราะพึ่งเข้ามารักษาตัวที่ รพ.ได้แค่ 2-3 วัน โดยช่วงแรกแพทย์ระมัดระวังคืออาการเจ็บป่วย จึงไม่ทันระวังเรื่องความเครียด อย่างไรก็ตามเราได้มีการเพิ่มมาตรการในการประเมิณความเครียดของผู้ป่วยมากขึ้น ที่จริงแล้วเรื่องความเครียดได้ดำเนินการมาตั้งแต่ระยะแรก แต่เนื่องจากช่วงหลังมีผู้ป่วยเข้ามาจำนวนมากเร็วกว่าที่เราคาดคิดไว้ จึงไม่สามารกรองทุกอย่างได้อย่างครบถ้วน และในปัจจุบันสังคมมีการเสพข่าวทางโซเชี่ยลมากในเชิงลบอาจจะกระทบต่อจิตใจเรื่องนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ขอให้สื่อมวลชนเสนอข่าวในแง่บวกบ้างเพื่อส่งเสริมให้คนมั่นใจในระบบการดูแลที่ดี ส่งเสริมให้ทุกคนดูแลตัวเองจะดีมากกว่า แต่ถ้าเครียดมาก รพ.ตำรวจก็พร้อมให้คำปรึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 0819320000&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวเสริมว่า ยืนยันว่าการชันสูตรของตำรวจพื้นที่และพยานแวดล้อม ผู้เสียชีวิตไม่ได้เสียชีวิตเพราะ โควิด แต่เสียชีวิตเพราะการทำให้ตัวเองเสียชีวิตเพราะความเครียดส่วนตัว ตำรวจ สน.ท้องที่ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชันสูตรตามระเบียบทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.มีความเป็นห่วงกำลังพลและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดไวรัสโควิด จึงได้สั่งการไปยังแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ระดมสรรกำลังอุปกรณ์และบุคคลากรทางการแพทย์ให้มาช่วยดูแลประชาชนข้าราชการตำรวจไม่ให้มีการแพร่ระบาดไปมากกว่านี้ อีกอย่างที่ ผบ.ตร.มีข้อห่วงใย การป้องกันตัวของตำรวจที่ออกพบปะปฏิบัติหน้าที่กับประชาชน และสถานที่ราชการกำชับต้องดูแลตัวเองตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรค เพื่อไม่ให้ตำรวจรับเชื้อเข้ามาและไม่หตำรวจแพร่เชื้อสู่ประชาชน พร้อมกันนี้ ผบ.ตร.ได้กำชับตำรวจไม่ให้เข้าไปอยู่ในแหล่งที่อาจมีความเสี่ยงเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคเพื่อเซฟกำลังพลให้ตำรวจสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;ขณะนี้ตัวเลขเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สรุปตัวเลขวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา 412 คน ทั้งรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ และตาม รพ.ต่างๆตามภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียนไปแล้วได้รับการดูเรื่องวัคซีนทั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นกลุ่มเสี่ยงยังไม่ได้รับการฉีดวัคซียน &amp;nbsp;พล.ต.ท.พรชัย ตอบว่า รพ.ตำรวจ ดำเนินการตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขตามปกติ ถ้าเป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง อายุเกิน 60 มีโรคแทรกซ็อน เบาหวาน ความดัน เราดูแลฉีดวัคซีนให้ตามปกติ ตำรวจเกษียนก็เป็นประชาชนคนหนึ่งและเป็นคนไข้ของ รพ.ตำรวจ ถ้ามีความเสี่ยงก็ต้องฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ขณะนี้การรักษาผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 มีเข้ามามากเกินกว่าที่กำหนดไว้ เราได้เพิ่มเตียงจากห้องที่มี 1 เตียงต้องเพิ่มเป็น2 หรือ 3 เตียง เพื่อรองรับให้ได้มากที่สุด ถ้าถามว่าเต็มหรือยังต้องบอกว่าเกือบเต็มแล้ว เราพยายามรักษาให้เต็มที่เคลีบร์เตียงให้เร็วเพื่อรองรับคนอื่นให้ได้มากขึ้น ส่วนตัวเลขความเสี่ยงของพยาบาล แพทย์ติดไวรัสโควิดมีนิดหน่อย แต่ไม่อยากให้ไปโฟกัสเรื่องนี้ เพราะเดียวไปกระทบเรื่องอื่น ตอนนี้เราเน้นดูแลทั้งหมด ทั้งผูป่วยและบุคลากรของเราเอง รพ.ตำรวจดูแลตัวเองอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100198</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, เครียด, โควิด-19, โฆษก ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fc6d16c4a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกตร.มั่นใจไม่มีตำรวจร่วม&#039;ม็อบล้มช้าง&#039; ทำผิดเสียเอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีม็อบราษฎร โพสต์ชักชวนร่วมม็อบตำรวจล้มช้าง ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00 น. ที่แยกราชประสงค์ ว่า ขอเรียนไปยังพี่น้องประชาชนที่จะมาร่วมชุมนุม ขณะนี้ยังอยู่ในห้วง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ หากมาชุมนุมจะเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ตำรวจจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ยืนยันว่าจะทำอย่างละมุนละม่อม ไม่ให้เกิดความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมในวันพรุ่งนี้มีการเชิญชวนให้ตำรวจออกมาร่วมชุมนุมด้วย พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า หากอยู่ในสภาวะปกติ คงเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ช่วงนี้การมารวมตัวชุมนุมเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย การที่ตำรวจจะมาเรียกร้องความเป็นธรรม แต่ทำผิดเสียเอง ตนคิดว่าทุกคนคงพิจารณาว่าควรจะมาหรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าจะไม่มีตำรวจเข้าร่วมชุมนุม ส่วนการมาสังเกตการณ์เพื่อทำตามหน้าที่ สามารถทำได้ และเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องมีนโยบายว่ามาได้หรือไม่ได้ เพราะกฎหมายบอกไว้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กรณีสภาอภิปรายเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย ผบ.ตร. จะมีนโยบายให้ตำรวจมั่นใจอย่างไรว่าในอนาคตจะเป็นไปตามขั้นตอน พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า นโยบายของนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. ที่ผ่านมาส่วนหนึ่งก็เป็นไปตามอาวุโส ที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กำหนด และส่วนหนึ่งก็เป็นไปตามผู้มีความรู้ความสามารถ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93828</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจล้มช้าง, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, ม็อบ, แยกราชประสงค์, โฆษก ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_60334754d607c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษก ตร.&#039;แจง&#039;โตโต้&#039;โพสต์ตำรวจคุกคามพ่อค้ากุ้งขายหน้าทำเนียบแค่ไปทำความเข้าใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.63-พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;โตโต้ ปิยรัฐ Piyarat Chongthep&amp;rdquo; ระบุมีการคุกคามผู้ประกอบการขนส่งกุ้งให้กับ Wevo เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา หน้าทำเนียบรัฐบาล มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นครปฐมติดตามไปถึงบ้านของพ่อค้า ในลักษณะมาเฟียในเครื่องแบบไปคุกคามประชาชนว่า ข้อเท็จจริงที่ได้รับรายงานจาก บช.ภ.7 ในวันเกิดเหตุ นายสำเริง สุดจิตต์กูล นางอนุรักษ์ สุดจิตต์กูล และนายเจษฎา สุดจิตต์กูล ได้ขับรถยนต์ทะเบียน บย 4128 นครปฐม ไปขายกุ้งที่บริเวณแยกพาณิชย์ หน้าทำเนียบจริง เพราะครอบครัวดังกล่าวประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้ง มีที่ทำกินอยู่ 5 ไร่ มีบ่อกุ้งอยู่ 1 บ่อ แต่ด้วยภัยโควิด-19 มีการปิดตลาดกุ้งที่จังหวัดสมุทรสาคร ทำให้ไม่สามารถขายกุ้งได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นต่อมามีข่าวจากแพสวนส้มในตลาดกลางมหาชัยว่าให้ไปขายที่ตลาดโพหัก และมีการบอกต่อกันเป็นทอดๆว่าหากไปขายที่หน้าทำเนียบจะขายได้ดี กลุ่มดังกล่าวจึงได้นำรถไปจอดขาย ปรากฏว่าวันนั้นขายได้เงินกว่า 140,000 บาท เมื่อกลับมาบ้านมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบของตำรวจภูธรภาค 7 จำนวน 2 คน เข้าไปชี้แจงและให้คำแนะนำว่าไม่ให้นำมาขายอีก เพราะหน้าทำเนียบรัฐบาลไม่ใช่ตลาดอาจจะไม่เหมาะสม โดยในระหว่างการพูดคุยก็เป็นเพียงการไปสอบถามหาสาเหตุและปัญหาที่นำกุ้งไปขายหน้าทำเนียบ ซึ่งขณะไปพบและพูดก็ไม่มีการโต้เถียงหรือมีการข่มขู่ และแสดงอาการไม่เหมาะสมแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นไปได้ว่านายเจษฎา ทำงานเป็นการ์ดกลุ่ม We volunteer จึงอาจนำเรื่องดังกล่าวไปสื่อสารให้ทางกลุ่มผู้ค้ากุ้งฟังและเกิดการเข้าใจผิดดังกล่าวขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88215</URL_LINK>
                <HASHTAG>โฆษก ตร., โตโต้ ปิยรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201228/image_big_5fe9a3b9d3ffd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภัยไม่ได้!สั่งสอบอมเบี้ยเลี้ยงโควิดตำรวจภายใน10วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2563 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง โฆษก ตร.เปิดเผยถึงกรณีที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ตำรวจชั้นผู้น้อยถูกอมเบี้ยเลี้ยงโควิดหลายพื้นที่ว่า พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือให้ตำรวจทุกหน่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้าพบว่ามีพฤติกรรมไปในทางทุจริตฟันไม่เลี้ยง ดำเนินการทั้งวินัยและคดีอาญา &amp;nbsp;เนื่องจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เห็นความสำคัญของกำลังพล โดยเฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อย ลำพังเงินเบี้ยเลี้ยงอาจจะดูไม่มากสำหรับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แต่มันคือปริมาณที่มากสำหรับตำรวจชั้นผู้น้อย โดยเฉพาะการทำงานในช่วงพิเศษตำรวจชั้นผู้น้อยต้องได้รับค่าตอบแทนเต็มที่ตามที่รัฐจัดให้ ยืนยันว่าถ้าผิดฟันไม่เลี้ยงแต่ถ้าเป็นความเข้าใจผิดผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยต้องออกมาชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวอีกว่า พล.ต.อ.วิสนุให้ออกรายงานผลการตรวจสอบภายใน 10 วัน พร้อมกันนี้ขอเปิดช่องในการร้องเรียนอีกช่องทางหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถร้องเรียนผ่านสื่อโซเชียล โดยมีการติดแฮดแท็ก&amp;rdquo;อมเบี้ยเลี้ยงโควิด&amp;rdquo; จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบกรองข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร เดี๋ยวนี้โลกออนไลน์เปิดจเรตำรวจมีทุกมุมของถนน รวมทั้งกล้องวงจรปิด สื่อนั้นก็คือจเรตำรวจ จะแจ้งมีทางไหนก็คนคอยสอดส่อง ขณะเดียวกันในทางลับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ได้สั่งให้มีการสืบสวนทางลับด้วยเช่นกันไม่ใช่เฉพาะที่เป็นหนังสือราชการ เงินส่วนนั้นเป็นของงบประมาณปี 2563 ได้จัดโอนไปหมดแล้ว ถ้าเป็นดั่งที่มีการแชร์หรือวิพากษ์วิจารณ์กันมันคือการทุจริตอภัยไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก ตร.เผยต่อว่า ส่วนจะไปบอกว่าใครผิดต้องรอผลการตรวจสอบจะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งเพราะถ้าด่วนไปอาจจะไม่เป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย เรื่องเงินเบี้ยเลี้ยงเป็นนโยบายของ ผบ.ตร. อะไรก็ตามที่เป็นสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ของตำรวจชั้นผู้น้อย แม้กระทั้งการพัฒนาด้านความรู้ พัฒนาคุณภาพชีวิต ผบ.ตร.ให้ความสำคัญเป็นเรื่องแรก เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติขับเคลื่อนโดยตำรวจชั้นประทวน เป็นคนที่คอยปะทะรับเรื่อง แก้ปัญหาให้กับตำรวจทั้งองค์กรถ้าเขายังไม่ได้รับความเป็นธรรมประชาชนจะได้รับความเป็นธรรมได้อย่างไร เรื่องนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ให้ความสำคัญอย่างสูง เรื่องนี้ต้องได้ผลปรากฏใครผิดต้องได้รับโทษ ถ้าเป็นความเข้าใจผิดต้องมาชี้แจงให้เป็นที่เข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมาทำไมตำรวจมีปัญหาเรื่องเบี้ยเลี้ยงอยู่บ่อยครั้ง พล.ต.ต.ยิ่งยศ ตอบว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้แถลงนโยบายไป ระบบจะดีจะเลวอย่างไรไม่สำคัญ มันสำคัญที่คน เวลานี้ ผบ.ตร.กำลังจัดการเรื่องคนก่อน ถึงแม้ระบบจะดีคนที่จะทำผิดก็พยายามหาช่องทางซิกแซ็กหาประโยชน์ก็มีอยู่วันยังค่ำ เพราะฉะนั้นผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ไปตรวจสอบตรงไหนบกพร่องก็ต้องมาแก้ไข
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79745</URL_LINK>
                <HASHTAG>จเรตำรวจแห่งชาติ, ตำรวจชั้นผู้น้อย, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, สังคมออนไลน์, อมเบี้ยเลี้ยงโควิด, โฆษก ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d5b5d3a0a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกตร.แจงด่านมั่นคง-ยาเสพติดยังอยู่ ยกเลิกแค่ด่านลอย รอ&#039;บิ๊กปั๊ด&#039;ออกระเบียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค. 63 - ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงถึงประเด็นการตั้งด่านตรวจตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า ด่านตรวจที่ได้รับอนุมัติตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีวัตถุประสงค์เฉพาะ และมีการกำหนดเวลาชัดเจน เช่น ด่านความมั่นคง ด่านป้องกันยาเสพติด หรือการตั้งจุดสกัดหลังเกิดเหตุ ยังคงดำเนินการตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในส่วนของจุดสกัดจุดสกัดที่มีการร้องเรียนในลักษณะของด่านลอย หรือ ตั้งจุดตรวจจุดสกัดโดยไม่ได้ขออนุญาต พล.ต.อ.สุวัฒน์ สั่งการให้ทุกกองบัญชาการ ยกเลิกพฤติกรรมดังกล่าว และจะมีการออกระเบียบข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79508</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านมั่นคง, ด่านลอย, ผบ.ตร., พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, โฆษก ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7a9b12b6b79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวตั้ง &#039;กองบัญชาการตำรวจไซเบอร์&#039; เข้าที่ประชุม &#039;ก.ตร.-กตช.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งกองบัญชาการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า หลังนำเรื่องเข้าที่ประชุมบริหาร ตร. โดยมี รอง ผบ.ตร. ทุกคนร่วมพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเป็นต้องมีหน่วยนี้ครอบคลุมภารกิจทั่วประเทศ ประสานงานโรงพัก ซึ่งพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้อนุมัติหลักการแล้ว ขณะนี้ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.(บร.) เป็นหัวหน้าทีมศึกษาวิเคราะห์จำนวนตำแหน่งที่เหมาะสม การกำหนดตำแหน่ง เพื่อนำเสนอคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) , คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) &amp;nbsp;และออกเป็นกฎกระทรวงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก ตร. กล่าวว่า จะดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อสอดรับกับการแก้ปัญหาให้ได้ แม้ขณะนี้ยังไม่มีกองบัญชาการดังกล่าว แต่การจับกุมอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์มี บก.ปอท. และบก.สืบสวนภาค ทำอยู่ ส่วนแรกเริ่มบุคลากรที่จะปฏิบัติงานในกองบัญชาการนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตร. ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและภาคเอกชน ทำงานร่วมกันเป็นแขนขาร่วมกันทั้ง ตร. และกระทรวงดิจิทัล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67188</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจไซเบอร์, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, โฆษก ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecf78f3507ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งสอบตร.เมากร่างขับเบนซ์ชนผู้หญิง ฮึ่่มผิดจริงฟันวินัย-อาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค. 62 &amp;ndash; พ.ต.อ.กฤษณะ&amp;nbsp; พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; กล่าวถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าว อ้างเป็นตำรวจขับรถเบนซ์ป้ายแดงชนผู้หญิง และกล่าวหาว่าโดดใส่รถเพื่อหวังทรัพย์ ในพื้นที่ สภ.เสม็ด&amp;nbsp; จ.ชลบุรี&amp;nbsp; ว่า&amp;nbsp; ได้รับรายงานจาก สภ.เสม็ด เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 62 ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างได้รับความเสียหาย บริเวณซอยโรงเรียนบูรพาฝั่งมุ่งหน้าหมู่บ้านกระโดน หมู่ที่ 1 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยมีผู้โดยสารรถจักรยานยนต์พ่วงข้างได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่ามีคู่กรณีฝ่ายที่หนึ่ง รถจักรยานยนต์พ่วงข้างยี่ห้อฮอนด้าสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กง-7229 จว.ตาก พบผู้โดยสารทราบชื่อ นางสุภาพ มูลหลวง ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่จึงประสานนำตัวส่งโรงพยาบาล&amp;nbsp; &amp;nbsp;คู่กรณีฝ่ายที่สอง รถยนต์เก๋งยี่ห้อ เบนซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ส-6420 กทม. ผู้ขับขี่คือนายสมชาติ นิพัทธ์วรนันท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ตามวันเวลาที่เกิดเหตุ นางสุภาพนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคันเกิดเหตุ ทันใดนั้นได้มีคู่กรณี คือนายสมชาติขับรถยนต์เก๋งตามหลังมาได้พยายามขับแซงขึ้นด้านหน้า จึงได้เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างได้รับความเสียหาย นางสุภาพ ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวน จึงได้ถ่ายภาพสถานที่เกิดเหตุ ทำแผนที่เกิดเหตุ นำรถคู่กรณีที่เกิดเหตุไปเก็บรักษาและได้ทำการเรียกผู้ขับขี่ดังกล่าวมาลงบันทึกประจำวัน และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ&amp;nbsp; ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ&amp;nbsp; ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาได้มีสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าวพร้อมคลิปในบางช่วงว่า มีชายเสื้อขาวที่อ้างตัวเป็นตำรวจอยู่ในลักษณะมึนเมาได้มีการโวยวาย และได้ตบศีรษะเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยนั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบชายดังกล่าวพบว่าเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจจริง โดยขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าวได้นั่งมากับนายสมชาติ ด้วย ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวน ได้มีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยรายดังกล่าว เพื่อมาสอบปากคำ และสืบหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยจะทำการประสานทั้งนายสมชาติ ผู้ขับขี่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าว มาเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดยหากตรวจพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าวกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการทางอาญา และมีการรายงานพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไปยังต้นสังกัด เพื่อให้ดำเนินการในทางวินัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวว่า คงต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; หากตรวจแล้วพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่ปรากฏในข่าวจริง และมีการกระทำความผิด&amp;nbsp; จะมีบทลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp; ซึ่งก็คงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผิดก็ว่าไปตามผิดไม่มีการให้ความช่วยเหลือกันอยู่แล้ว ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฏชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับที่กำหนด อย่างเคร่งครัด ส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือปฏิบัติงานไม่สนองนโยบายของผู้บังคับบัญชา ก็จะไม่เข้าข้างอยู่แล้ว หากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีความผิดก็จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับ หัวหน้าหน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ ให้มีการควบคุม ดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537 ในการ กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบกระทำด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากผลการตรวจสอบพบว่าได้กระทำผิดจริงให้ดำเนินทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51765</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตร., ตร.ขับเบนซ์ชนผู้หญิง, พ.ต.อ.กฤษณะ, สตช., โฆษก ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de7409e179b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
