<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 07:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 07:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกสธ.ยัน&#039;แอสตร้าฯ&#039;มาแน่มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.2564 &amp;ndash; นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง (รก.11) หัวหน้าสำนักวิชาการสาธารณสุข ในฐานะ
โฆษกกระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กถึงการจัดสรรวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าที่พบว่าต่างจังหวัดมีปริมาณสูง แม้ไม่ได้เป็นพื้นที่ระบาด ว่าเนื่องจากจัดสรรตามกลุ่มอายุประชากรผู้สูงอายุ และ 7 โรคเสี่ยง อย่างในจังหวัดสกลนครเป็นเมืองผู้สูงอายุ จึงมีการจัดสรรวัคซีนไปเพื่อผู้สูงอายุตามจำนวนที่ปรากฏในทะเบียนราษฎร์ ส่วนจังหวัดนนทบุรี แม้เป็นพื้นที่สีแดง แต่ผู้สูงอายุมีจำนวนน้อย จึงจัดสรรเท่าจำนวนจริงของผู้สูงอายุ แต่ขณะเดียวกัน ก็มีการจัดสรรวัคซีนซิโนแวคไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเอกสารดังกล่าวระบุเฉพาะวัคซีนแอสตราเซเนกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีหน่วยบริการหลายแห่งเลื่อนการฉีดแอสตราเซเนกาเข็มที่ 2 ออกไป เนื่องจากกังวลเรื่องวัคซีนจะมาไม่ทันตามกำหนดนั้น &amp;nbsp;บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ไม่ได้กำหนดส่งในวันที่ 1 มิ.ย. แต่จะเริ่มจัดส่งภายในเดือน มิ.ย. และบริษัทก็รับทราบกำหนดการที่รัฐบาลวางแผนฉีดวัคซีนแบบปูพรมอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณี นพ.สรุพงษ์ สืบวงศ์ลี &amp;nbsp;แกนนำกลุ่มแคร์ตั้งข้อสังเกตถึงระบบสาธารณสุข กทม. ที่ถูกเรียกว่า เป็นเขตปลอดกระทรวงสาธารณสุข เพราะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ที่มีทรัพยากรมาก แต่ด้านของสาธารณสุขกลับมีความเข้มแข็งน้อยกว่าต่างจังหวัดหลายเท่าตัวนั้น นพ.รุ่งเรือง ยอมรับว่า เหตุผลหนึ่งคือสัดส่วนของโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ 70% เป็นโรงพยาบาลในภาคเอกชน ส่วนอีก 30% เป็นของหน่วยงานรัฐและแบ่งแยกย่อยกันไปตามสังกัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลสังกัด กทม. และโรงพยาบาลของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ปรึกษาระดับกระทรวง (รก.11), นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ, วัคซีน, แอสตราเซเนก้า, โฆษกกระทรวงสาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ad9255c41a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกสธ.ยกผลประเมินWHOวัคซีนซิโนแวคปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.2564 - นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง (11) หัวหน้าสำนักวิชาการสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุขโพสต์เฟซบุ๊กพร้อมรูปว่า ผลการประเมิน Sinovac ของ WHO ในผู้ใหญ่อายุ 18-59 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การฉีดครบ 2 เข็ม สามารถใช้ป้องกันการมีอาการป่วยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มีโอกาสน้อยที่จะพบอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง หลังฉีดเข็มที่ 1 หรือ 2 ในผู้ใหญ่อายุ 60 ปีขึ้นไป หรือ มีโรคประจำตัวเรื้อรังต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การฉีดครบ 2 เข็ม สามารถใช้ป้องกันการมีอาการป่วยโควิด-19 และตรวจพบเชื้อด้วยวิธี PCR&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มีโอกาสน้อยที่จะพบอาการไม่พึงประสงค์รุนแรง หลังฉีดเข็มที่ 1 หรือ 2) ขอบคุณและขอเผยแพร่ข้อมูล ที่มีประโยชน์มากๆครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101793</URL_LINK>
                <HASHTAG>Sinovac, ที่ปรึกษาระดับกระทรวง, นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ, เฟซบุ๊ก, โฆษกกระทรวงสาธารณสุข, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6091fc03b9487.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกสธ.เชื่อทำ4ข้อปลายเดือนม.ค.โควิดลดวูบแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.2564 &amp;ndash; นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าสำนักวิชาการสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอทุกๆท่าน ช่วยกัน 4 ข้อนี้ เรามาถูกทางแล้วครับ...ปลายเดือนมกราคมนี้ ผู้ติดเชื้อโควิด 19 จะลดลง ลดลง และลดลง ขณะนี้ผู้ติดเชื้อรายใหม่แนวโน้มลดและชะลอตัวลง ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 0.1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ทุกๆ &amp;ldquo;พลังความร่วมมือ&amp;rdquo; ทุกๆกำลังใจจากทุกภาคส่วนสำคัญที่สุด เราจะเดินหน้าต่อไป &amp;ldquo;เราทุกคน&amp;rdquo; ...ผู้บริหารที่อุทิศตนทุ่มเท มดงาน และนักรบชุดขาว ร่วมต่อสู้ร่วมกับพลังทุกภาคส่วน และพลังพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) &amp;ldquo;ปัจจัยเสี่ยง&amp;rdquo; ของการระบาดเป็นวงกว้างในระลอกนี้ คือ การเข้าเมืองผิดกฎหมาย การอยู่ในสถานที่ที่มีคนแออัดอยู่ใกล้ชิดกัน และไม่สวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า ปัญหาพฤติกรรมสุขภาพ ขอพลังความร่วมมือพี่น้องประชาชน และทุกภาคส่วน ปฏิบัติตาม &amp;ldquo;หลักปฏิบัติที่ดี วิถีชีวิตใหม่ (New Normal) นะครับ&amp;rdquo; จะควบคุมการระบาดระลอกนี้ได้ และป้องกันระลอกถัดระบบฯ..ต้องควบคุมการเข้ามาของแรงงานต่างด้าวนอกระบบ คนลักลอบเดินทางเข้าออกประเทศ ทั้งปัจจุบันและอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) &amp;ldquo;วัคซีน&amp;rdquo; กำลังมา วัคซีนจะมีส่วนสำคัญมากในการควบคุมโรคโควิด 19 วัคซีนมีคุณภาพและปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขวางระบบที่ดีเพื่อประชาชน แต่ &amp;ldquo;มิใช่คำตอบทั้งหมด&amp;rdquo; นะครับ การที่ &amp;ldquo;พี่น้องประชาชน ดูแลสุขภาพ มีทัศนคติ ความรู้ และพฤติกรรมสุขภาพที่ดี&amp;rdquo; สำคัญที่สุด เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบสุขภาพที่ดี ยั่งยืน และพึ่งตนเองได้ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) &amp;ldquo;สุขภาพ&amp;rdquo; คือ ทุกมิติ มิใช่แค่โรคภัยไข้เจ็บ แต่รวมถึง ความสุข ความรัก เมตตา สวัสดิภาพ ความปลอดภัย ปากท้อง สังคม คุณธรรมและความเป็นมนุษย์ครับ สุขภาพที่ดีเป็นหน้าที่ทุกคน และทุกภาคส่วน ครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89664</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุข, นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ, หัวหน้าสำนักวิชาการสาธารณสุข, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โฆษกกระทรวงสาธารณสุข, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffe6a02ae659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยติดเชื้อโควิด-19ใกล้ถึงพันราย!ล่าสุดเพิ่มอีก107ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2563 - นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19 ว่า &amp;nbsp;ในวันนี้ไทยมีผู้ป่วยเพิ่ม &amp;nbsp;107 ราย รวมยอดสะสม 934 ราย กลับบ้านได้ 13 ราย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มแรกผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้จำนวน &amp;nbsp;27 &amp;nbsp;ราย ซึ่งมีทั้งสนามมวย 4 ราย เป็นพนักงานขับรถ บขส. รับจ้าง อยู่กทม และสมุทรสาคร สถานบันเทิง 5 ราย เป็นนักท่องเที่ยว นักร้อง นักดนตรี ประชาสัมพันธ์รวมถึงเจ้าของ สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาก่อนหน้านี้ 14 ราย ทำอาชีพรับจ้าง ค้าขาย พนักงานบริษัท นักศึกษา คนขับรถแท็กซี่ ผู้ต้องขัง และตำรวจ อยู่พื้นที่จ.เพชรบุรี ฉะเฉิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ภูเก็ต และกทม. รวมถึงผู้ที่ร่วมพิธีทางศาสนาในประเทศมาเลเซีย 4 ราย โดยอยู่ใน สงขลา และยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 2 รายใหม่ 13 ราย โดยเป็นผู้ดินทางมาจากต่างประเทศต่างประเทศ โดยเป็นคนไทย และชาวต่างชาติ รวม 6 ราย โดยชาวต่างชาติมีอังกฤษ ฟินแลนด์ เยอรมัน &amp;nbsp;และสหรัฐอเมริกา ผู้ทำงานหรืออาศัยในสถานที่แออัด 5 ราย พนักงานบริษัท พนักงานร้านนวด แคชเชียร์ และเจ้าหน้าที่สนามบิน และแพทย์ 2 ราย ซึ่งพบว่าเป็นแพทย์ใช้ทุน และทำงานอยู่โรงพยาบาล และมีบุคลากรทางการแพทย์ที่สัมผัสร่วมกันจำนวนรวม 25 คน โดยต้องสั่งให้พักงานก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และกลุ่มที่ 3 ผู้ที่แพทย์พบเชื้อ ซึ่งต้องรอสอบประวัติและแต่ต้องรอสอบสวนโรคจำนวน &amp;nbsp;67 ราย ในส่วนผู้ป่วยที่มีอาการหนักจำนวน 4 ราย ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยสรุปภาพรวมมีผู้ป่วยที่ติดสะสมจำนวน 934 ราย กลับบ้านได้แล้ว 70 ราย กำลังรักษาอยู่ 860 ราย และเสียชีวิต 4 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60842</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, สธ., แพร่ระบาดโรค, โควิด-19, โฆษกกระทรวงสาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d0745ce24bcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2019 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2019 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะ6กลุ่มกินน้ำ-ทาครีมกันแดดช่วงหน้าโคตรร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2562 - นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงนี้สภาพอากาศร้อนจัด แดดแรง ประชาชนอาจได้รับความร้อนมากเกินไป มีภาวะขาดน้ำ เสี่ยงต่อการเกิดโรคลมแดดหรือฮีสโตรก (Heat Stroke) โรคเพลียแดด (Heat Exhaustion) โรคตะคริวแดด (Heat Cramps) นอกจากนี้ รังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีในแสงแดด ซึ่งมีความสำคัญในการสังเคราะห์วิตามินดีที่ผิวหนัง และการสร้างเสริมเนื้อเยื่อกระดูก แต่ก็อาจทำให้ผิวหนังไหม้แดด (Sunburn) และเกิดอันตรายต่อดวงตาได้หากไม่มีการป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.กล่าวต่อว่า ในการดูแลตนเองในสภาพอากาศร้อน แดดแรง ขอแนะนำประชาชน โดยเฉพาะ 6 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1.ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด 2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีและผู้สูงอายุ &amp;nbsp;3.ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง 4.คนอ้วน 5.ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ และ 6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดด โดยเฉพาะช่วง 10.00 น. - 14.00 น. ซึ่งอากาศจะร้อนจัด แดดแรง มีปริมาณรังสียูวีเข้มข้น และจะเข้มข้นมากที่สุดในช่วงเที่ยงวัน ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตร สวมใส่เสื้อผ้ามีสีอ่อน ไม่หนา ระบายความร้อนได้ดี สวมแว่นกันแดด สวมหมวก กางร่ม ทาโลชั่นกันแดด หากจำเป็นต้องทำงานกลางแจ้งหรือกลางแดด ขอให้ดื่มน้ำ 1-2 แก้วก่อนออกจากบ้าน และดื่มน้ำเย็น 2 - 4 แก้วทุกชั่วโมง หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดให้เหมาะกับสภาพผิว ซึ่งมีทั้งชนิดครีม โลชั่น เจล บางชนิดมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ คนที่มีผิวค่อนข้างมันหรือเป็นสิว ควรเลือกใช้ชนิดที่เป็นโลชั่นหรือเจล เพราะไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ ส่วนคนที่มีผิวแห้งควรเลือกใช้ชนิดครีม ซึ่งมีส่วนที่เป็นน้ำมันช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น ไม่ควรใช้ชนิดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น และการเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดให้ดูค่า SPF ที่แสดงถึงความสามารถในการป้องกันการไหม้แดงของผิวหนังจากรังสียูวีบี ซึ่งควรมีค่า 30 ขึ้นไป และค่า PA แสดงถึงความสามารถในการป้องกันการดำคล้ำของผิวหนังจากรังสียูวีเอ ให้มีค่า PA ++ ถึง PA+++ และควรเลือกครีมกันแดดที่มีความทนน้ำทนเหงื่อได้ (water resistant) โดยทาก่อนออกแดด 30 นาที และต้องทาซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมงในขณะที่ยังอยู่กลางแจ้ง หรือทาซ้ำทันทีหลังจากที่เหงื่อออกหรือขึ้นจากสระว่ายน้ำ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34617</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาวะขาดน้ำ, รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, อากาศร้อนจัด, ฮีสโตรก, แดดแรง, โฆษกกระทรวงสาธารณสุข, โรคลมแดด, ไพศาล ดั่นคุ้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190428/image_big_5cc525174910c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
