<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กบี้&#039; กำชับทุกหน่วยทหารพิจารณาปรับงบดูแลสถานการณ์โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 -&amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกที่ยังมีอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ว่า ภาพรวมเจตนาการใช้งบประมาณของกองทัพบก คือจะต้องใช้งบประมาณตามที่ได้รับการจัดสรรให้ดีที่สุด โดยล่าสุดพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กำชับทุกหน่วยทหารว่างบประมาณอะไรที่สามารถปรับมาใช้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ก็ขอให้พิจารณา แต่อะไรที่เป็นเรื่องของการดำรงความพร้อมทางด้านความมั่นคงของประเทศ และมีความจำเป็น รวมถึงผ่านการเห็นชอบในระดับสายการบังคับบัญชาและรัฐบาลแล้ว คงจำเป็นต้องเดินหน้า ภายใต้ข้อผูกพันธ์ต่างๆที่มี ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเสริมสร้างความพร้อมรบ ความแข็งแกร่ง และศักยภาพความมั่นคงของประเทศในภาพรวม แต่ยังไม่ขอลงในรายละเอียดในแต่ละโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงข้อเสนอของน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เสนอให้กองทัพยกเลิกโครงการจัดซื้ออาวุธ ถ้าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของความคิดเห็น เราก็รับฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ถ้ารับฟังแล้วกองทัพบกจะทบทวนหรือไม่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า การบริหารงบประมาณของกองทัพบก มีการอนุมัติ และพิจารณาเห็นชอบจากหลายส่วนแล้ว เจตนารมณ์ของกองทัพบกนอกจากจะใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ตรงกับความต้องการ เสริมสร้างความแข็งแกร่งงานความมั่นคง อะไรที่สามารถผ่องถ่ายไปช่วยเหลือประชาชน หรือปรับไปเพื่อดูแลสถานการณ์โควิด ทางกองทัพบกก็ดำเนินการอยู่ แต่ในรายละเอียดไม่ได้มีการตีแผ่ให้ส่วนต่างๆได้รับทราบ จึงขอให้มั่นใจว่ากองทัพบกจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเรื่องโควิดอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100807</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, โฆษกกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086a19949e6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ. เติม 5 กองร้อยคุมชายแดนยาวกว่า 5 พันกม. &#039;ตาก-เชียงราย-กาญจนบุรี&#039; ต่างด้าวลอบเข้าเยอะสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค.63 - เวลา 15.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา 2019 ของกองทัพบก (ศบค.ทบ.)กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่จ.สมุทรสาคร ทางพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มีข้อสั่งการไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการเพิ่มมาตรการป้องกันชายแดนอย่างเต็มที่ ทั้งทหารหลัก ทหารพราน และตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) แต่ต้องยอมรับว่าพื้นที่ชายแดนมีความยาวถึง 5,526 กม. ในขณะที่กองทัพบกมี 7 กองกำลังป้องกันชายแดน ประกอบด้วย กองทัพภาคที่ 1 มีกกล.บูรพา และกกล.สุรสีห์ กองทัพภาคที่ 2 มีกกล.สุรนารี และกกล.สุรศักดิ์มนตรี กองทัพภาคที่ 3 มีกกล.นเรศวร และกกล.ผาเมือง กองทัพภาคที่ 4 มีกกล.เทพสตรี นอกจากนี้ยังมีกำลังกองทัพเรือคือศร.ชล. ที่ผ่านมาผบ.ทบ.ได้สั่งเพิ่มเติมกำลังไปแล้ว 5 กองร้อย รวมถึงเพิ่มมาตรการในการปฏิบัติ เช่น เพิ่มจุดเฝ้าระวังในพื้นที่ที่เป็นช่องทางธรรมชาติและเดินข้ามได้สะดวกด้วยการวางเครื่องกีดขวาง อาทิ ลวดหนามหีบเพลง ไม้กั้น รวมถึงเพิ่มกำลังลาดตระเวน อาทิ การเดินเท้า การใช้รถจักรยานยนต์ การใช้รถยนต์ และเรือ การใช้โดรนบินลาดตระเวน พร้อมตรวจจุดพักพิงตามแนวชายแดนให้มากขึ้น ขณะเดียวกันผบ.ทบ.ได้กำชับกำลังพลทั้ง 7 กองกำลังให้ปฏิบัติงานโดยมีมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังใช้กลไกประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านคณะกรรมการชายแดนท้องถิ่น โดยได้ประสานกับประเทศเมียนมา เพื่อรับคนไทยที่เดินทางไปทำงานกลับเข้ามา เบื้องต้นมีคนไทยประสานมา 278 คน เดินทางกลับมาแล้ว 201 คน และอยู่ระหว่างการกักตัว 14 วัน มีผู้ตกค้าง 77 คน ส่วนผลการจับกุมผู้ลักลอบเข้าประเทศมี 138 ครั้ง จำนวน 279 คน พบมากสุดที่จ.ตาก เชียงราย และกาญจนบุรี โดยผู้ที่เป็นแรงงานต่างด้าวได้มีการผลักดันออกนอกประเทศเรียบร้อยแล้ว รวมถึงยังมีชุดกิจการพลเรือนกองทัพบก374 ชุด ลงพื้นที่ประสานงานกับอาสาสมัครกรมกิจการพลเรือนกองทัพบกที่มีเครือข่ายภาคประชาชน 11,730 คน เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนทั่วประเทศในการสร้างความรู้ป้องกันโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตามสำหรับการดูแลพื้นที่จ.สมุทรสาครนั้น กองทัพบกได้จัดกำลังพล 2 กองร้อยจากกรมทหารสื่อสารที่ 1 จ.สมุทรสาคร ร่วมตั้งจุดตรวจและจุดสกัดกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลพื้นที่จ.สมุทรสาคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แรงงานต่างด้าวที่ตลาดกุ้งในจ.สมุทรสาครลักลอบเข้าประเทศไทยมาจากพื้นที่ใด พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า ทหารปฏิบัติงานร่วมกับหลายฝ่าย หน้าที่โดยตรงคือการป้องกันชายแดน รวมทั้งดูแลงานด้านการข่าว ยืนยันว่ากองทัพบกทำงานเต็มที่ ทั้งนี้การนำเชื้อเข้ามาได้ 3 ทางคือทางอากาศ พื้นดินและทางน้ำ ซึ่งทั้ง 7 กองกำลังได้ทำงานเต็มที่แล้ว แต่ต้องเข้าใจว่าพื้นที่ชายแดน 5,526 กม.ยาวและไกลมาก เชื่อว่ามีหลุดรอดได้ เพราะชายแดนบางพื้นที่สามารถเดินผ่านเข้าออกได้ตลอด ในส่วนของลำน้ำก็โดยสารทางเรือหรือสามารถลอยคอเข้ามาได้ ถือเป็นเรื่องที่หนักใจของกองกำลังป้องกันชายแดนว่าจะทำอย่างไรให้สามารถเดินตรวจตราได้ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเป็นเพราะมีเจ้าหน้าที่รับสินบนนำเข้าแรงงานต่างด้าว พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า ผบ.ทบ.ได้ยืนยันแล้วว่าไม่มี เมื่อถามว่า ขณะนี้แรงงานต่างด้าวทะลุแผนกำแพง 3 ชั้นในการสกัดโควิด-19 กองทัพบกแล้ว จะมีการปรับแผนงานอย่างไร พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า ทุกส่วนปฏิบัติงานเต็มที่ ส่วนผู้ที่มีหน้าที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์คือผู้ว่าฯที่ต้องประสานทหาร ตำรวจ และกองกำลังในพื้นที่เพื่อสร้างความร่วมมือร่วมกัน เมื่อถามอีกว่า กองทัพบกได้ทุ่มสรรพกำลังเต็มที่ เพื่อป้องกันแนวชายแดนแต่เอาไม่อยู่ใช่หรือไม่ ยืนยันว่ากองทัพบกใช้กำลังเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แรงงานต่างด้าวที่จ.สมุทรสาคร เป็นการทยอยลักลอบเดินทางเข้ามาหรือไม่ พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า จากสถิติไทยมีแรงงานต่างด้าว 2.4 ล้านคน ซึ่งเข้ามาแบบถูกต้องโดยจ.สมุทรสาคร ถือเป็นแหล่งที่มีชาวเมียนมาเข้ามาประกอบอาชีพเป็นจำนวนมากเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากเป็นแรงงานถูกกฎหมายแล้วเชื้อเข้ามาได้อย่างไร พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของศบค.และเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวน ส่วนจะมีผู้ลักลอบแฝงเข้ามาด้วยหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นในการตรวจสอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87581</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ, ศบค.ทบ., โควิด-19, โควิด19, โฆษกกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe0699c8a737.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ให้ทุกส่วนรอฟังศาล รธน.วินิจฉัยปมบ้านพักนายกฯ ยันมีระเบียบอยู่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.63 - พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยกรณีการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องบ้านพักของนายกรัฐมนตรีว่า&amp;nbsp;ขณะนี้เรื่องดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการและรอการวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ ที่นัดแถลงในเดือน ธ.ค.63&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงขอให้ทุกส่วนรอผลคำวินิจฉัยน่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุด&amp;nbsp;ทั้งนี้การเข้าพักอาศัยในอาคารบ้านพักของทางราชการนั้น&amp;nbsp;กองทัพบกมีระเบียบปฏิบัติ ยึดถือตามหลักการอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82906</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบ้านพักทหาร, พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง, ศาลรัฐธรรมนูญ, โฆษกกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c821c8cb3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสธ.ต๊อด&#039; ขยับขึ้นดูภาพรวมพีอาร์ ทบ. เปิดตัวทีมโฆษกทบ เน้นทำงานเป็นทีมเพิ่มช่องทางสื่อสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันเอกวินธัย สุวารี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.63 - พลโทสันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองเสนาธิการทหารบก พร้อมด้วยทีมโฆษกกองทัพบก มาแนะนำตัวกับสื่อมวลชน โดยระบุถึงแนวทางด้านการประชาสัมพันธ์ของกองทัพบกต่อจากนี้ว่า ซึ่งเป็นไปตามโครงสร้างการทำงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้มีคณะที่บอกเล่าเรื่องจริงข้อมูล ให้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ต้องการสื่อสารกับประชาชน โดยพิจารณาให้เกิดความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังต้องการให้ช่องทางที่เป็นสื่อให้กับกองทัพบกมีอยู่นำข้อมูลต่างๆ ไปสู่ประชาชนด้วยความถูกต้องรวดเร็ว โดยปกติเราก็ทำอยู่ โดยเฉพาะภารกิจช่วยเหลือประชาชน และ บรรเทาสาธารณภัย ส่วนประเด็นใดที่มีผลกระทบต่อกองทัพ ทีมโฆษกก็จะดำเนินการหาข้อมูลมาตอบอย่างเร็วที่สุด ด้วยการทำงานเป็นทีม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมย้ำว่าการทำงานอย่างเป็นทางการและรายละเอียดจะชี้แจงอีกครั้ง หลังผู้บัญชาการทหารบกได้เป็นประธานการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ครั้งแรกและรับมอบนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพันเอกวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ผู้บัญชาการทหารบก ให้มาดูแลภาพรวมหัวหน้าคณะประชาสัมพันธ์งานของกองทัพบกทั้งหมดและในส่วนที่ทำหน้าที่ของกร.รมน.ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79308</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทบ., วินธัย สุวารี, โฆษกกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c6159f6b091f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ตั้ง&#039;บิ๊กติ่ง&#039;นั่งโฆษกฯแทน&#039;เสธ.ต๊อด&#039; รวมทีมทหารหญิงสวยเก่งร่วมทีมโฆษกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ต.ค.63 - มีรายงานข่าว จากกองบัญชาการกองทัพบกว่า พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีปรับเปลี่ยนทีมโฆษกกองทัพบก โดยให้ พลโทสันติพงษ์ ธรรมปิยะ หรือ &amp;quot;บิ๊กติ่ง&amp;quot; รองเสนาธิการทหารบก เป็นโฆษกกองทัพบก คนใหม่ แทน พันเอกวินธัย สุวารี หรือ เสธต๊อด ซึ่งคาดว่าจะมีคำสั่งออกมาภายในวันนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ที่มีการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล มาดำรงตำแหน่งโฆษกทบ. เป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บทบาทของพันเอกวินธัย จะได้พัก และไปเป็นทีมงานสนับสนุนข้อมูลทีมโฆษกทบ. แทน เนื่องจาก ทั้งคู่ ได้ทำงานในทีมโฆษกมานานเกือบ 10 ปี แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังตั้งทีมโฆษกเป็นทหารหญิงทั้งหมด ประกอบด้วย พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก ทบ. ร้อยเอกหญิง กัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษก ทบ. พันตรีหญิง พัชรินทร์ บุศยกุล ผู้ช่วยโฆษก ทบ. พันตรีหญิง จุฑาทิพย์ วุฒิรณฤทธิ์ ผู้ช่วยโฆษก ทบ. พันตรีหญิง ปวีณา ศรีบัวชุม ผู้ช่วยโฆษก ทบ. และพันโทหญิง นุชระวี แจ่มจำรัส ผู้ช่วยโฆษก ทบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79284</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลโทสันติพงษ์ ธรรมปิยะ, พันเอกวินธัย สุวารี, พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง, โฆษกกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76a1781d0f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ. ป้อง &#039;ผู้พันเจี๊ยบ&#039; ไม่ลงโทษวินัย ชี้เป็นการแสดงความคิดเห็นตามสิทธิประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.63 - พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีการแสดงความเห็น ในเฟซบุ๊ก &amp;quot;Nusra Vorapatratorn&amp;quot; ของ พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร นายทหารประจำกรมยุทธการทหารบกนั้นเป็นลักษณะส่วนบุคคล ในฐานะประชาชนในสังคมไทย ปัจจุบันเจ้าตัวไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ รองโฆษกกองทัพบกแล้ว สำหรับเนื้อหาที่โพสต์ แม้อาจไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย หรือ สร้างความเสียหายให้กับสังคมหรือประเทศชาติก็ตาม แต่ด้วยเนื้อหาอาจทำให้บางบุคคลบางกลุ่มไม่สบายใจ โดยเฉพาะการพยายามนำไปเชื่อมโยงกับตัวองค์กรหน่วยงาน&amp;nbsp;ซึ่งทางเจ้าตัวได้ตัดสินใจลบโพสต์ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบางบุคคลนำไปใช้ขยายผลในแง่มุมต่างๆ รวมถึงไม่ต้องการให้มีการโพสต์ข้อความ ภาพที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิด พ.ร.บ.คอมฯ ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของตนเอง จึงให้สังคมได้พิจารณาจากข้อเท็จจริง ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.วินธัย กล่าวว่า วอนสังคมอย่าเชื่อมโยงประเด็นนี้กับองค์กร เนื่องจากในระยะหลังพบว่ามีบางกลุ่มบางบุคคลพยายามแสดงความเห็นต่อกองทัพบก รวมถึงผู้บังคับบัญชาในลักษณะเชิงอคติและไม่เป็นธรรม อย่างเช่น กรณีข่าวใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่มีการโพสต์แสดงความคิดเห็นทำนองชี้นำปั่นกระแสให้เกิดภาพลบต่อผู้บังคับบัญชาและ งค์กร ในช่วงระยะนี้จึงขอให้สังคมได้ใช้วิจารณญาณในการบริโภคข่าวสารให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ทางต้นสังกัดได้ตักเตือนหรือลงโทษทางวินัย ผู้พันเจี๊ยบหรือไม่ เพราะกองทัพบกห้ามไม่ให้กำลังพลวิจารณ์เรื่องการเมือง พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ต้องพิจารณาใน 3 ประเด็นหลักคือ 1.ผิดกฎหมายหรือไม่ 2.กระทบต่อสัมคมและประเทศชาติหรือไม่ และ 3.กระทบต่อภาพลักษณ์กขององค์กรหรือไม่ ซึ่งหากพิจารณาในเนื้อหาของโพสต์ จะเห็นได้ว่าเป็นการแสดงความห่วงใยในฐานะผู้ใหญ่ ซึ่งคนในสังคมหลายเห็นก็มีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ต่อไปนี้ ทหารในกองทัพทุกคนสามารถโพสต์แสดงความคิดเห็นเรื่องการชุมนุมได้ทุกคนหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนจะสามารถโพสต์อะไรได้ ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลไป ซึ่งหากการโพสต์ของผู้พันเจี๊ยบผิดกฎหมาย เจ้าตัวก็ต้องรับผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เข้าข่ายข้อ 3 กระทบต่อภาพลักษณ์กองทัพบก หรือไม่ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจะมารวมตัวกันที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบกวันนี้ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่า จะมากันหรือไม่ เมื่อถามย้ำว่า กลุ่มผู้ชุมนุม มาแน่นอน พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีการชุมนุมของกลุ่มต่างๆตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แม้ไม่มีกรณี ผู้พันเจี๊ยบ มองว่า ม็อบก็ต้องหาเงื่อนไขมาชุมนุมที่หน้ากองทัพบกอยู่แล้ว ใช่หรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าเช่นนั้น เพียงแต่การชุมนุมเกิดขึ้นอยู่แล้วในห้วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กองทัพบก ไม่ได้ห้ามให้กำลังโพสต์แสดงความคิดเห็นในเชิงที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ การไปห้ามเท่ากับไปทำให้เขาเสียสิทธิในฐานะที่เป็นประชาชน คนหนึ่งหรือไม่&amp;rdquo; พ.อ.วินธัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า การโพสต์ของผู้พันเจี๊ยบ เป็นการแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ใช่หรือไม่ พ.อ. วินธัย กล่าวว่า ไม่ได้มองเช่นนั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72000</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้พันเจี๊ยบ, พ.อ.วินธัย สุวารี, พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร, โฆษกกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c260f0c8b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 07:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.หนุนดำเนินคดีคนฉ้อโกง หากกำลังพลถูกเอาเปรียบกู้ยืมเงินบ้านสวัสดิการ ชี้ส่วนใหญ่คนนอกก่อเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.63-พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเสนอข้อมูลว่ามีทหารบางนายไม่ได้รับความเป็นธรรมในการกู้ยืมเงินสวัสดิการโครงการบ้านสวัสดิการนั้นว่า บางครั้งเกิดจากผู้ประกอบการที่เป็นเอกชนไปดำเนินการไม่ซื่อตรงในรูปแบบต่างๆ ที่มีการไปว่าจ้างคนไม่มีคุณภาพ หรือถูกเอารัดเอาเปรียบไม่ทำให้ตามสัญญาหรือตามแบบ ซึ่งก็ต้องมีการคืนเงินผู้ว่าจ้าง ถือเป็นกลไกการรับเหมาทั่วไป ซึ่งข้อขัดแย้งตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นกับข้าราชการหรือพ่อค้าทั่วไปก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการในระบบก่อน หากเข้าข่ายการฉ้อโกง เราสนับสนุนให้ไปดำเนินคดี และดูว่ากองทัพจะช่วยเหลืออย่างไรได้ หากคนนั้นเป็นข้าราชการอยู่หน่วยไหน กรมไหน สังกัดกระทรวงไหนก็ช่วยดำเนินการทางวินัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงโครงการบ้านสวัสดิการกองทัพบกที่ถูกมองว่ามีปัญหา พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นปัญหากับคนภายนอกที่อาจมีความสัมพันธ์เป็นแฟน หรือเป็นญาติทหารต่างๆมากกว่า แต่ถ้าทำไม่ถูกต้องต่อกำลังพลของเรา เขาเหล่านั้นก็ต้องถูกดำเนินการทางกฎหมาย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57484</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชั่น, พ.อ.วินธัย สุวารี, สวัสดิการทหาร, โฆษกกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa8de2f640c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
