<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กปั๊ด&#039;กำชับผู้บังคับบัญชาดูแลลูกน้องติดโควิดต้องได้รับการรักษาเร็วที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.64-พล.ต.ต.บุณยรัสน์ พุกกะเวส โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ พร้อมด้วยพล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีมีตำรวจรายหนึ่งตรวจพบเชื้อโควิด-19 แต่มีการรักษาที่ล่าช้าจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ว่า ตำรวจคนดังกล่าวมาตรวจในวันศุกร์ แต่ยังไม่มีอาการ ต่อมาวันเสาร์ครอบครัวได้พาลูกวัย 7 เดือนมาตรวจ แต่ทางภรรยาอาจมีการสื่อสารไม่เข้าใจเรื่องขั้นตอน จึงคิดว่าเป็นการตรวจล่าช้า ซึ่งผลการตรวจเด็กวัย 7 เดือนเป็นบวก และทราบภายหลังว่าภรรยาไปตรวจที่ รพ.อื่น ผลออกมาเป็นบวกเช่นกัน เลยประสานจัดเข้าคิวระบบ รพ.ตำรวจ เพื่อหาเตียง ซึ่งตนเข้าใจว่าทางครอบครัวคงกังวล เพราะลูกอายุน้อย อาจจะไม่เข้าใจขั้นตอนว่า รพ. กำลังจัดหาห้อง ซึ่งล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ได้จัดหาห้องให้อยู่ด้วยกันทั้ง 3 คน พ่อ แม่ ลูก เป็นที่เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอกสุข ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ เรียกประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในวันนี้ กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด หากมีตำรวจคนใดติดโควิด-19 ต้องเร่งดำเนินการประสานให้ความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100687</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, โควิด, โฆษกตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_608552702cb89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ตร.เตือนประชาชนโพสต์หรือแชร์ข้อความผิดกฎหมายมั่นคงเจอโทษสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.64 -&amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( โฆษก ตร.) เปิดเผยว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมามีการดำเนินคดีกับประชาชนที่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงหลายราย ส่วนใหญ่เป็นการโพสต์และแชร์ข้อความทางโชเชียลมิเดียที่ไปกระทบสิทธิคนที่สามที่เกี่ยวกับความมั่นคง จึงฝากเตือนไปยังประชาชนให้ระมัดระวัง การโพสหรือแชร์ข้อความต่างๆเพราะหากมีการแชร์ 1 ครั้งก็เป็นการกระทำผิดหนึ่งกรรม หากมีการโพสต์หรือแชร์ซ้ำๆ สะสมกรรมหรือกระทำผิดไปเรื่อยๆ การพิจารณาความผิดก็จะยิ่งทำให้โทษสูงขึ้น จึงฝากเตือนสังคมแม้จะไม่ได้เป็นคนจุดประเด็นเริ่มต้นเรื่องนั้นด้วยตนเอง หากแชร์ไปก็จะเกิดผลกับตัวท่านเอง ตำรวจจำเป็นต้องดำเนินการตามหน้าที่ เพราะหากมีการร้องทุกข์กล่าวโทษแล้วตำรวจไม่ดำเนินการอะไรก็เป็นความบกพร่องในหน้าที่ของตำรวจ ดังนั้นจึงต้องคิดให้รอบคอบก่อนจะโพสต์หรือแชร์ข้อความอะไรจะเกิดผลเสียหรือผลกระทบกับการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91402</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, โฆษกตร., โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_6013e04c9f8c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจฮึ่มมิจฉาชีพโพสต์รูปเด็กเสียชีวิตหลอกรับบริจาคโทษหนักคุก5ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีตามที่สื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอข่าว แม่โร่ร้องสื่อ! มิจฉาชีพนำภาพลูกตายไปแล้วโพสต์ขอรับเงินบริจาค ว่า โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นเหตุการณ์จากกรณีมีผู้ไม่หวังดีนำภาพและข้อความของแม่รายหนึ่งใน อ.บ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น ที่เคยขอรับความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญช่วยเหลือลูกชายวัย 4 ขวบ ป่วยเป็นโรคเมลิออยด์ ซึ่งปัจจุบันนี้ลูกชายได้เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2563 ที่ผ่านมาแต่ยังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำชื่อเลขบัญชีธนาคารไปเปิดรับบริจาคขอเงินช่วยเหลือจากประชาชนทั่วไปในโลกโซเชียลมีเดียอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า การกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าวในเบื้องต้นอาจจะเข้าข่ายความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ และความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มีโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;ทั้งนี้หากมีประชาชนหรือผู้เสียหายรายอื่นที่ถูกหลอกลวงในลักษณะเดียวกันก็สามารถรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในพื้นที่เกิดเหตุหรือใกล้บ้านเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในทุกกองบัญชาการที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ถึงพฤติการณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวที่ฉวยโอกาสกระทำความผิด สร้างความเดือดร้อน และซ้ำเติมประชาชนในช่วงสถานการ์ณเเพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;อีกทั้งขอฝากเตือนสร้างการรับรู้ให้ประชาชนทราบว่าหากพบการกระทำในลักษณะดังกล่าวขอให้ตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ดี ก่อนที่จะโอนเงินหรือบริจาคให้ความช่วยเหลือ หรือโทรสอบถามแจ้งเหตุได้ที่หมายเลขสายด่วน 191,1599 ,1155 (ศปอส.ตร.).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67431</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิจฉาชีพ, ศปอส.ตร., โฆษกตร., โพสต์รูปโซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed338bab4a7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัด1กองร้อยคุมเข้มรอบศาลรธน. ตำรวจชม&#039;ส้มหวาน&#039;เคารพกฎหมายไม่มีม็อบป่วนคดียุบพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย คดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ ในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.นี้ เวลา 15.00 ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร. รับผิดชอบงานความมั่นคง วางมาตรการป้องกันความแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย ทาง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. จัดกำลัง อคฝ.ทั้งชายและหญิง อำนวยความสะดวกและด แลความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการและมาให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ ทั้งนี้ฝากถึงกองเชียร์ขอให้ปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบกฎหมาย เคารพกฎกติกา อย่าทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง เพราะเมื่อกฎหมายเดินหน้าไปแล้วไม่สามารถหยุดได้ ส่วนการข่าวยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รองผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 วางกำลังตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 1 กองร้อย หรือประมาณ 150 นาย ส่วนบริเวณด้านในศาลรัฐธรรมนูญจะมีเจ้าหน้าที่ของศาลดูแล และกำหนดเขตอำนาจศาล พื้นที่สำหรับสื่อมวลชนและประชาชนที่จะมาให้กำลังใจพรรคเช่นเดียวกับครั้งก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเริ่มนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้ารักษาความปลอดภัย และตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ.เป็นต้นไป จนถึงหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย และจะมีการตั้งด่านตรวจความเรียบร้อยตามแผนของกองบังคับการตำรวจนครบาล 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สมประสงค์ กล่าวอีกว่า พรรคอนาคตใหม่ถือเป็นพรรคที่เคารพกฎหมายพอสมควร และอยู่ในกรอบของกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่กังวลเรื่องการชุมนุม เพราะจากการสืบสวนพบว่าผู้ชุมนุมและกลุ่มให้กำลังใจของพรรคอนาคตใหม่ จะไม่เดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนุญ แต่จะมีการรวมตัวกันที่ที่ทำการของพรรคอนาคตใหม่เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สน.มักกะสันและกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ซึ่งในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ได้เรียกประชุมร่วมตำรวจนครบาล 1 และ 2 เพื่อสรุปมาตรการรักษาความปลอดภัยในวันดังกล่าวอีกครั้ง ในเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทั้งนี้หากประชาชนต้องการไปให้กำลังใจ ไม่มีป้ายเรียกร้อง หรือรถขยายเสียง ก็จะไม่เข้าข่ายการชุมนุมตาม พ.ร.บ.ชุมนุม ก็สามารถกระทำได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจทราบ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและการอนุญาตจากศาลและอยู่ในพื้นที่ที่ศาลกำหนด ส่วนกลุ่มผู้ที่มีความคิดเห็นทางการเมืองไม่ว่าจะกลุ่มใดก็ตาม ก็ขอให้อยู่ภายในกรอบของกฎหมาย ไม่ลงมาชุมนุมเรียกร้องลงพื้นที่ถนน หากมีปัญหาก็ให้ใช้วิธีการถกเถียงกันในสภา หรือร้องเรียนตามหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57533</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูแลความปลอดภัย, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, ยุบพรรคอนาคตใหม่, ศาลรัฐธรรมนูญ, โฆษกตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4b9f99c6032.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ศรี&#039;จี้รองผบ.ตร.ตอบหลักฐานการ์ดกปปส.เต็มวัดอ้อน้อยอยู่ไหน!ถามปั้นเรื่องขอหมายจับ&#039;พุทธอิสระ&#039;ใช่หรือไม่?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง &amp;ldquo;ขอเรียกร้องให้รอง ผบ.ตร. โฆษก ตร.ตอบคำถามให้ชัดว่าวัดอ้อน้อยมีการ์ด กปปส. อาศัยอยู่ และมีอาวุธร้ายแรงจำนวนมากหรือไม่&amp;rdquo; ระบุว่า ตามที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. โฆษก ตร. แถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ พบว่า พื้นที่บริเวณวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่จำวัดของพระพุทธะอิสระนั้น มีการ์ดของ กปปส. อาศัยอยู่ และพบว่ามีอาวุธร้ายแรงจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงวางแผนใช้เจ้าหน้าที่ชุดที่มีอาวุธติดตัว นำกำลังเข้าจับกุม โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันตัวนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
แต่จากตามคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียในวันปฏิบัติการของตำรวจโดยนำกำลังคอมมานโดพร้อมอาวุธสงครามครบมือเข้าจับกุมพระพุทธอิสระ และต่อมาเมื่อวันที่ 25 พ.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. และหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชีและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นภายในวัดดังกล่าวอีกครั้ง พบแต่สัตว์ป่านานาชนิดที่ไม่ผิดกฎหมาย โดยที่ไม่พบอาวุธร้ายแรงจำนวนมากตามที่รอง ผบ.ตร. โฆษก ตร. กล่าวอ้างแต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
การออกมาแถลงข่าวของรอง ผบ.ตร. โฆษก ตร. จึงน่าจะมีเจตนาที่จะสร้างข่าวปั้นข้อมูลอันเป็นเท็จต่อสาธารณะชน เพื่อให้สังคมหวาดกลัวและเกลียดชังต่อพระพุทธอิสระหรือวัดอ้อน้อย หรือเป็นการปั้นแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อเสนอให้ศาลได้พิจารณาออกหมายจับพระพุทธะอิสระตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 66 วรรคแรก โดยไม่จำเป็นต้องใช้หมายเรียก ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 52 วรรคแรกหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไร ซึ่งรอง ผบ.ตร. โฆษก ตร. ต้องตอบสังคมให้ได้ว่าข้อมูลที่แถลงออกมานั้น ตกลงสถานที่จำวัดของพระพุทธะอิสระนั้น มีการ์ดของ กปปส. อาศัยอยู่ และพบว่ามีอาวุธร้ายแรงจำนวนมากจริงหรือไม่อย่างไร และถ้ามีจริงทำไมในวันปฏิบัติการจับกุมพระพุทธะอิสระจึงไม่จับกุมการ์ด กปปส.และตรวจยึดอาวุธร้ายแรงมาด้วย หรือมีเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่เช่นนั้นท่านและตำรวจที่เข้าจับกุมอาจเข้าข่ายความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 172 อันทำให้ผู้ที่เคยเป็นการ์ด กปปส.และวัดอ้อน้อยเสียหายได้ อันมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 พันถึง 2 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับได้ และทำให้สังคมมองภาพลักษณ์ของตำรวจทั่วประเทศไปในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งสมควรที่จะต้องมีการปฏิรูปตำรวจอย่างจริงจังเสียทีด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10234</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดกปปส., พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, พุทธะอิสระ, รองผบ.ตร., วัดอ้อน้อย, ศรีสุวรรณ จรรยา, โฆษกตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0cc5dce6ccd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
