<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กป้อม’บี้ส.ส.พปชร.เร่งลุยช่วยพื้นที่น้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.2564- ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค ได้กำชับ ส.ส.ของพรรคเร่งลงพื้นที่ ช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย จากอิทธิพลพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ในทุกพื้นที่ ทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค และอำนวยความสะดวกประชาชนให้ได้มากที่สุด &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังกำชับส.ส. กทม. ที่ต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำ บริเวณจุดเสี่ยงนอกแนวเขื่อน ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;หลังวันที่ 5 ตุลาคม &amp;nbsp;2564 นี้ ที่จะมีมวลน้ำสมทบ จากการระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านหัวหน้าพรรค ได้ขอให้ ส.ส.ทุกคน คอยเป็นหูเป็นตา สอดส่องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงให้กับประชาชน บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อรับมือปัญหา &amp;nbsp;พร้อมให้เสนอแผนระดับพื้นที่ &amp;nbsp;เพื่อรับมือปัญหาอุทกภัย ในระยะยาว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118937</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, น้ำท่วม, พปชร., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, ส.ส.กทม., โฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613d63076ed29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกพปชร. ร่วมคิกออฟ ‘Smart Safety Zone4.0’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ร่วมงานในพิธีเปิด &amp;quot;โครงการ Smart Safety Zone 4.0&amp;quot; โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน โดยนำร่องในพื้นที่แลนด์มาร์ค 15 สถานีตำรวจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ น.ส.พัชรินทร์ ยังได้ร่วมเป็นวิทยากรเสวนาในหัวข้อ &amp;quot;เปลี่ยนที่เปลี่ยวให้เป็นที่ปลอด (อาชญากรรม) ตามแนวทาง Smart City&amp;quot; โดยระบุว่า ในฐานะสุภาพสตรี แม้ปัจจุบันจะมีความเท่าเทียมกับผู้ชาย แต่ในเรื่องสรีระก็ยังถือว่าเป็นข้อจำกัด จึงมักตกเป็นเป้าหมายของการก่ออาชญากรรม ดังนั้นความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก ทั้งนี้จึงอยากขอบคุณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นเจ้าภาพในการดำเนินโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พัชรินทร์ ได้เสนอแนะ ถึงการบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม มีจุดศูนย์กลางให้ประชาชนสามารถแจ้งจุดเสี่ยงอันตรายได้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะระบบรับแจ้งเหตุที่ควรเป็นระบบเดียว จัดทำเป็นแอพพลิเคชั่นที่จะทำให้ประชาชนนึกถึง เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการความปลอดภัย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อพบเห็นจุดเสี่ยง จุดอันตราย ก็สามารถแจ้งเข้ามาทางแอพพลิเคชั่นนี้ได้ ซึ่งจะต้องดำเนินการแก้ไขอย่างทันท่วงที ก็จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พัชรินทร์ กล่าวว่า พร้อมสนับสนุนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่ได้เริ่มนำร่องโครงการดังกล่าว เพราะหากไม่เริ่มวันนี้ ความปลอดภัยก็คงจะยังไม่เกิดขึ้น วันนี้มีพื้นที่นำร่อง 15 แห่ง จุดไหนมีข้อบกพร่องก็ปรับปรุงให้เข้ากับพื้นที่นั้นๆ และขยายโมเดลต่อไปเพื่อใช้กับทั่วประเทศ ตนเชื่อมั่นว่า การใช้งบประมาณเพื่อป้องกันเหตุร้ายนั้น ดีกว่ามาแก้ไขปัญหาอาชญากรรมภายหลัง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117488</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, ส.ส.กทม., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, โครงการ Smart Safety Zone 4.0, โฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614a97a02b445.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พัชรินทร์&#039;หนุนสตช.ลุย &#039;Smart Safety Zone&#039;เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้คนกรุง-เมืองท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ระบุว่า ตนได้หารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น อาทิ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้เคยหารือกันไปก่อนหน้านี้ ในการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Smart Safety Zone) ทั่วประเทศ ซึ่งจะเริ่มต้นนำร่องใน 15 พื้นที่จุดเสี่ยง โดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่เป็นแลนด์มาร์ค และย่านเศรษฐกิจ เช่น พื้นที่ลุมพินี เขตปทุมวัน, เขตห้วยขวาง, เขตภาษีเจริญ ส่วนในต่างจังหวัด เช่น พัทยา และเชียงใหม่ เป็นต้น &amp;nbsp;โดย ดร.พัชรินทร์ ได้ยกตัวอย่างพื้นที่ลุมพินี เขตปทุมวัน ที่นับว่าเป็นย่านเศรษฐกิจ ใจกลางกรุงเทพมหานคร หากเกิดอาชญากรรมในพื้นที่ ก็จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และประชาชนในพื้นที่ จึงถูกหยิบยกขึ้นมานำร่องในโครงการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การสร้างพื้นที่ปลอดภัย จะเป็นการดำเนินการอย่างรอบด้าน อาทิ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมไม่ให้มีสภาพเป็นพื้นที่เสี่ยง เช่น การติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง การปิดอาคารร้างไม่ให้เป็นแหล่งซ่องสุมอาชญากร, การทำงานร่วมกันของบุคลากรเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจตราพื้นที่ ทั้งสายตรวจ อาสาสมัคร ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งเป็นผู้เข้าใจพื้นที่ดีที่สุด ว่าจุดใดที่อาจเป็นจุดเสี่ยงอันตราย โดยจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเฝ้าติดตามปัญหาอาชญากรรม เช่น การใช้กล้อง AI ควบคู่ไปกับกล้องของทุกหน่วยงาน ทั้งของ กทม. สตช. และภาคเอกชน รวมทั้งยังจัดช่องทางให้ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแส หรือแจ้งพิกัดพื้นที่อันตราย เช่น พบการมั่วสุม ไฟฟ้าดับ พื้นที่รกร้าง เป็นต้น เพื่อให้หน่วยงานเข้าดำเนินการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของประชาชนในทุกมิติ และรับเป็นเจ้าภาพในการดำเนินนโยบายนี้ โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ 9) &amp;nbsp;เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการนี้จนเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยล่าสุดตนได้ประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และพร้อมให้ความร่วมมือในการประสานงานผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชน ตามที่ตนได้ขับเคลื่อนผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาโดยตลอด และยังถือเป็นการพลิกวิกฤตในช่วงนี้ที่ผู้คนไม่ออกมาสัญจรมากนัก &amp;nbsp;ให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนาพื้นที่รกร้าง ให้กลับมาปลอดภัย ประชาชนสามารถสัญจรได้อย่างไม่ต้องเป็นกังวลในทุกตรอกซอกซอย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109320</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, สตช, สร้างพื้นที่ปลอดภัย (Smart Safety Zone), โฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076b74a0e220.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศปฉ.พปชร. โชว์ผลงาน55วันช่วยเหลือประชาชนป่วยโควิด369เคส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​20 มิ.ย. 2564 น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส. กทม. เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า การดำเนินงานของศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินสถานการณ์โควิด 19 &amp;nbsp;(ศปฉ.พปชร. ) ตั้งแต่เริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ 25 เมษายน &amp;nbsp;จนถึงวัน 18 มิถุนายน 2564 ทางศปฉ.พปชร. ได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ให้เข้าถึงความช่วยเหลือทางการแพทย์และสถานพยาบาลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและทันสถานการณ์พร้อมการบริการอื่นๆ อาทิ การพ่นฆ่าเชื้อในพื้นที่ต่างๆ เป็นต้น รวมจำนวนทั้งสิ้น 369 ราย &amp;nbsp;ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนภาครัฐให้การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19ของประเทศได้กลับมาสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​สำหรับการช่วยเหลือดังกล่าวแบ่งเป็น &amp;nbsp;การประสานส่งตัวผู้ป่วยเพื่อเข้ารับการรักษา ณ รพ.รัฐ-เอกชน รพ.สนาม และHospitel จำนวนทั้งสิ้น 273 ราย &amp;nbsp;ประสานหน่วยคัดกรองเพื่อตรวจหาเชื้อและติดตามผลตรวจเชื้อโควิด-19 จำนวน 61 ราย และประสานให้ความช่วยเหลือกรณีอื่นๆ จำนวน 35 ราย ทั้งนี้โดยความส่วนเหลือดังกล่าวส่วนใหญ่พบอยู่ในพื้นที่ กทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ทั้งนี้การปฏิบัติการของศูนย์ยังเข้าไปดำเนินเชิงรุกในการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่เป็นคลัสเตอร์การแพร่ระบาดใหญ่ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ตามนโยบาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคฯ ที่มอบหมายให้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการ ศปฉ.พปชร. เข้าไปดำเนินการจัดหาและส่งมอบถุงยังชีพให้กับหัวหน้าภาค และส.ส.ในพื้นที่ไปมอบให้กับประชาชนครอบคลุม ทั้งพื้นที่คลัสเตอร์และชุมชนอื่นๆ โดยเฉพาะในย่านคลองเตย บ่อนไก่ มหานาค สำเพ็ง บางแค และอื่นๆ เป็นต้น ส่วนในต่างจังหวัดได้เข้าไปมอบถุงยังชีพใน คลัสเตอร์ระดับจังหวัด อาทิ จ.นนทบุรี จ.นครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&amp;ldquo; ศูนย์ฯ ได้ดำเนินการเข้าช่วยเหลือได้ครบทุกเคสแล้วโดยได้รับความร่วมมือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพปชร. ในพื้นที่เข้าไปดำเนินการเพื่อให้ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างรวดเร็วและทั่วถึง และเรายังได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในในการดูแลความเป็นอยู่ การมอบถุงยังชีพผู้ที่กักตัวในบ้านในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการระบาดในระลอกแรกอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันโดยลงพื้นที่สนับสนุน พร้อมการแจกเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ ทั้งหน้ากากอนามัย เจล แอลกอฮอล์ล้างมือ &amp;nbsp;&amp;rdquo;น.ส.พัชรินทร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​อย่างไรก็ตาม ศปฉ.พปชร. ยังคงเปิดให้บริการประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องการแพร่ระบาดโควิด -19 สามารถแจ้งความประสงค์มาได้ต่อเนื่อง ผ่าน สายด่วน Call Center 02-939-1111 จำนวน 30 คู่สาย หรือ Inbox มาในเพจ Facebook ของพรรคพลังประชารัฐ โดยแจ้งรายละเอียดให้ชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของพรรค จะดำเนินการเข้าตรวจสอบ และเร่งนำข้อมูลส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106934</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, ศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินสถานการณ์โควิด 19  (ศปฉ.พปชร. ), โฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076b74a0e220.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก พปชร. ให้กำลังใจ &#039;2 รมต.&#039; ทำเพื่อบ้านเมือง เป็นลูกผู้ชายเดินหน้าสู่กระบวนการยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.64 - นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส. กทม. เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึง กรณีศาลอาญาพิพากษาจำคุก นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ซึ่งส่งผลให้ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี ตามมาตรา 160(7) ของรัฐธรรมนูญ นั้น ทางพรรคมีความห่วงใย และขอส่งกำลังใจให้กับทั้ง 2 ท่าน เพราะที่ผ่านมาท่านได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อชาติบ้านเมือง สมศักดิ์ศรี ที่ได้รับไว้วางใจจากประชาชน ทั้งนี้ ถือเป็นความรับผิดชอบต่อการกระทำในอดีตอย่างลูกผู้ชาย ที่พร้อมเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมบนพื้นฐานความเสมอภาค ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การว่างลงของ 2 ตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น จะไม่กระทบต่อการทำงานภายในของพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงรัฐบาล และมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะคัดสรร ผู้มีความรู้ความสามารถ มารับตำแหน่งต่อไป ในเร็ววันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94227</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับครม., พปชร., พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, โฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_60373e7382e2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสียงผู้หญิงถึงผู้หญิง!โฆษกพปชร.วอนโทรโข่งพท.หยุดด่ารัฐบาลรายวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส. กทม. เขต 2 ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ขอให้ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) หยุดความพยายามสื่อสารด้วยการโจมตีรัฐบาลรายวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ควรต้องแยกแยะระหว่างผลทางการเมือง กับความเดือดร้อนของประชาชน แล้วร่วมใจกันสื่อสารในสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน รวมทั้งเป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ที่เหน็ดเหนื่อยกับการทำหน้าที่อย่างทุ่มเท และเสียสละ มากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พัชรินทร์ย้ำว่าที่ผ่านมารัฐบาลเองก็พยายามแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และพยายามที่จะหาแนวทางในการเยียวยาให้ครอบคลุมในทุกกลุ่มเป้าหมาย แต่คงไม่มียาอะไรรักษาได้ทุกโรค จึงทยอยออกมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น มาตรการเราชนะที่จะออกมาเร็วๆนี้ ก็เพื่อเยียวยาประชาชน เพิ่มเติม &amp;nbsp;3,500 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน จึงอยากขอให้ท่านโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดใจรับในผลงานของรัฐบาลบ้าง ซึ่งเห็นได้จากผลสำรวจหลายครั้ง ที่หลายโครงการของรัฐบาลนี้ เป็นที่พอใจ และสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างตรงเป้าหมาย ไม่ใช่การลอกการบ้านเดิม &amp;nbsp;เพราะสิ่งใดที่เคยทำแล้วเกิดประโยชน์กับประชาชน เป็นเรื่องปกติที่รัฐบาลจะต้องนำมาพิจารณา และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การโจมตีรายวัน มีแต่จะทำให้เกิดการสับสนและเข้าใจผิดให้กับประชาชน รวมทั้งยังเป็นต้นตอของปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งทางฝั่งรัฐบาลเองก็มีความจำเป็นต้องชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริง เมื่อเกิดข้อมูลที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง ซึ่งที่ผ่านมาก็พยายามขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายออกมาสื่อสารในเรื่องที่เป็นประโยชน์ ขณะนี้ประชาชนก็ลำบากและเครียดกับปัญหา โควิด-19 และผลกระทบทางเศรษฐกิจมากพอแล้ว อย่าเพิ่มปัญหาทางการเมืองซ้ำเติม เพิ่มความเครียดให้กับประชาชนขึ้นอีกเลย จึงขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันนำพาประเทศอันเป็นที่รักของเรา ก้าวไปข้างหน้าดีกว่า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89644</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, น.ส.อรุณี กาสยานนท์, พท., พปชร., โฆษกพรรคพลังประชารัฐ, โฆษกพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffe4f380d2fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกพปชร.ปัดถ่วงเวลายันตั้งกมธ.ศึกษาแก้ไขรธน.1เดือนคุ้มค่าเปิดโอกาสศึกษาถี่ถ้วน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.63 - นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า การที่รัฐสภา ได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อศึกษาก่อนรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปอีก 30 วันนั้น ถือเป็นการเปิดโอกาส การทำงานร่วมกันของ 2 สภา ซึ่งต้องร่วมหารือ และให้เวลาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้ศึกษาก่อน เพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงการศึกษาในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เท่านั้น&amp;nbsp; ซึ่งส.ส. เอง ก็ไม่ได้มีโอกาสพิจารณาร่วมกับส.ว. หรือศึกษาร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐ จึงมองว่าการที่เราตั้งกรรมาธิการ ศึกษาก่อนรับร่างแก้รธน. ครั้งนี้ จะเป็นการเปิดกว้างให้ส.ว.ได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่&amp;nbsp; เพราะในการที่จะรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; โดยหลักการแล้ว ต้องใช้เสียงของส.ว. 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิก&amp;nbsp; ดังนั้นจึงต้องให้เวลากับ ส.ว. ในการศึกษาร่างอย่างถี่ถ้วนด้วย และถือเป็นความคุ้มค่า ที่จะได้อภิปรายอย่างหลากหลายมากขึ้น จากผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีจุดมุ่งหมายสิ่งเดียวกัน คือ เพื่อประเทศชาติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การตั้งกรรมาธิการ ศึกษาก่อนรับร่างแก้รธน. ไม่ได้มีความพยายามถ่วงเวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เรามองว่าสิ่งเหล่านี้ จะทำให้เกิดความเข้าใจถึงช่องว่างของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ก่อนที่จะมีการแก้ไข&amp;quot; โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวพัชรินทร์&amp;nbsp; ระบุว่า แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ทางฝ่ายค้าน ออกมาระบุที่จะไม่ร่วมสังฆกรรม กับกรรมาธิการชุดดังกล่าว&amp;nbsp; เพราะเราคาดหวังว่าการตั้งกรรมาธิการฯ ครั้งนี้ ทั้งฝั่งรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน จะได้นำร่างทั้งหมด เข้ามาหารือกันก่อน มารวมให้เกิดเป็นร่างเดียว ที่จะส่งเสนอสภาฯต่อไป จึงน่าเสียดาย ที่ฝ่ายค้าน จะไม่ให้ความร่วมมือในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78567</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมาธิการศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์, โฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50752e2339f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
