<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2019 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2019 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039; ยิ้มสู้ปีใหม่ ด้วยไฟแห่งความคับแค้นใจและความหวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.62-พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pannika Chor Wanich ระบุว่า ยิ้มสู้ปีใหม่ ด้วยไฟแห่งความคับแค้นใจและความหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2019 เป็นปีที่เข้มข้น หนักหนาสาหัสทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง ถ้าดูข่าวจากหน้าสื่อ อาจดูเหมือนว่ามีแต่เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น ทั้งการเลือกตั้งที่ไม่ได้นำมาซึ่งรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างที่หลายคนคาดหวัง สภาที่แทบไม่ได้ผ่านกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน การเมืองที่เต็มไปด้วยการประหัตประหาร มุ่งทำลายคนเห็นต่างด้วยวาทะเกลียดชังและข่าวปลอม ภัยแล้ง-น้ำท่วมที่ซ้ำเติมเศรษฐกิจรากหญ้า ปัญหาฝุ่นละออง pm2.5 ที่กำลังกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ผ่านเรื่องราวดีๆมาไม่น้อย ปีนี้มีคนไทยถึง 3 คนได้ติดอันดับบุคคลแห่งอนาคตของ Time นิตยสารระดับโลก น้องมิลค์ เด็กไทยวัยเพียง 12 ปี ชนะเลิศการแข่งโดรนชิงแชมป์โลกเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน ธีราทร บุญมาทัน พาทีมโยโกฮามาคว้าแชมป์เจลีก สร้างประวัติศาสตร์เป็นคนไทยคนแรกที่ได้ครองแชมป์ลีกสูงสุดของญี่ปุ่น เราได้เห็นสภากลับมาทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอีกครั้งผ่านการตั้งกระทู้ถามครม. ได้เห็นกรรมาธิการทำงานอย่างแข็งขันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ช่วยบรรเทาคลี่คลายปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชน เติมไฟแห่งความคับแค้นใจ ผลักดันเราให้ก้าวต่อไปเพื่อคลี่คลายปัญหา สร้างสังคมที่ดีกว่าให้กับลูกหลานรุ่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความสำเร็จและความเปลี่ยนแปลงที่ดี เติมไฟแห่งความหวัง ผลักดันให้เราก้าวต่อไปด้วยความเชื่อมั่นว่าหนทางที่เราเดินเป็นทางที่ถูกต้อง และมีคนมากมายร่วมทางไปกับเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;No matter how dark the year appears to be, the spirit of human endeavour remains undimmed.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงปีที่ผ่านมาจะดูมืดมนเพียงใด แต่จิตวิญญาณแห่งความมุ่งมั่นของมนุษยชาติก็ยังคงเปล่งประกายเสมอ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ พรรณิการ์ วานิช, ปีใหม่, โฆษกพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0aca41eac21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่างอํามหิต!&#039;ช่อ&#039;ลั่นไล่4ส.ส.ออกถือว่าคุ้ม เสียงที่ไม่เป็นไปตามอุดมการณ์พรรคไม่จำเป็นต้องรักษาไว้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ธ.ค.62- &amp;nbsp; น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีการประชุมวิสามัญของพรรคในวานนี้ (16ธ.ค.) มีมติ 250 ต่อ 5 เสียง ให้ขับส.ส. 4 คน คือ 1.น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ 2.นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี 3.พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี และ 4.น.ส.กวินนาท ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี เนื่องจากมีประพฤติกรรมสวนทางอุดมการณ์พรรค ว่า ตามข้อบังคับของพรรคที่ระบุเอาไว้ การขับส.ส.ออกจากพรรค จะไม่ใช่มติของที่ประชุมวิสามัญ แต่จะเป็นมติของกรรมการบริหารร่วมกับที่ประชุมส.ส. เพื่อมีมติเสียงส่วนมากเพื่อขับส.ส.ออกจากพรรค ส่วนที่ประชุมวานนี้ถือเป็นตัวตั้งเรื่องนี้เท่านั้น เพราะที่ผ่านมามีปัญหากันเยอะ จึงส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามาหลายเดือนนับตั้งแต่เริ่มมีการโหวตสวนมติพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนโยบายกมธ.วิสามัญ การศึกษาผลกระทบมาตรา 44 ซึ่งในวันนี้จะมีผลสรุปจากการประชุมกรรมการบริหารและส.ส. อย่างเป็นทางการว่าขับส.ส. ทั้ง 4 ออกจากพรรค จากนั้นทางพรรคจะมีหนังสือไปยังส.ส. และแจ้งไปยังคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการขับส.ส.ในครั้งนี้ ถือเป็นบรรทัดฐานในการทำงานของพรรคอนาคตใหม่ด้วยหรือไม่ น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราพยายามทำตามกฎระเบียบของพรรคมากที่สุด แต่เมื่อมีการโหวตสวนมติพรรคเกิดขึ้น เราให้คณะกรรมการวินัยตั้งสอบเรื่องการโหวตสวนมติพรรค และการนำความลับของที่ประชุมไปเปิดเผย และให้สัมภาษณ์ทำให้เพื่อนสมาชิกและพรรคเสื่อมชื่อเสียง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้นำไปสู่การภาคทัณฑ์ในครั้งแรก แต่ก็ยังมีการกระทำผิดซ้ำ ดังนั้นการทำผิดครั้งที่ 2 จึงต้องมีมาตรการเพิ่มขึ้นและนำมาซึ่งการขับออกจากพรรค และนี่คือขั้นตอนตามระเบียบข้อบังคับของพรรค ไม่ใช่การตัดสินใจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่ส.ส.โหวตสวนมติพรรค แล้วเราจะขับออกจากพรรคคงไม่ใช่ เพราะเราอภิบายเสมอว่าก่อนจะโหวตแต่ละครั้ง ที่ประชุมส.ส.จะคุยกันก่อน เพื่อนำไปสู่ข้อสรุป และบางครั้งส.ส.บางท่านขอสงวนสิทธิ เช่น กมธ.เรื่องความหลากหลายทางเพศ แต่ส.ส.บางคนมีข้อจำกัดทางศาสนา ก็ของสงวนสิทธิ ทางพรรคก็เข้าใจ ไม่มีการลงโทษใดๆ ทั้งสิ้น แต่ในกรณีการขับ 4 ส.ส. ออก คือ การโหวตสวนมติพรรค โดยเฉพาะนโยบายที่พรรคหาเสียง คือ การล้างมรดก คสช. ซึ่งเป็นนโยบายที่ประชาชนเลือกคุณมา ดังนั้นถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรง&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวถึงการคำนวนคะแนนเสียงเมื่อขับ 4 ส.ส.ออกไป ว่า เราคำนวณทิศทางที่จะเป็นไปได้ ซึ่งมี 2 ทาง ว่า กกต.จะตีความยังไง ซึ่ง 4 คน เป็นส.ส.เขต รวมคะแนนประมาณ 1.6 แสนคะแนน 1.คะแนนดังกล่าวยังเป็นของพรรค รวมเป็น 6.2 ล้านคะแนน ส.ส.พึงมีจะเป็น 81 คน ส่วนส.ส. มี 80 คนขับออกไป 4 คน เหลือ 76 คน จึงต้องมีปาร์ตี้ลิสต์ให้ครบ 81 คน โดยไปตัดปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคอื่นออก เพราะส.ส.ในสภาต้องมีแค่ 500 คน แต่กรณีที่กกต.ตีความว่า คะแนนไปกับส.ส. ด้วย เราก็ยังมีส.ส.พึงมี 78 ที่นั่ง เราจะหายไป 2 เสียงเรื่องนี้เมื่อเทียบกับบรรทัดฐานที่พรรคต้องดำเนินการ ก็ถือว่าคุ้มค่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อว่า เรื่องที่ต้องจับตาคือ พรรคใดที่รับส.ส.เหล่านี้ไป ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง ว่าที่ผ่านมามีแต่คนพูดว่า ให้กล้วยรับกล้วย แต่คราวนี้จะได้ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือ อุดมการณ์ของพรรค ซึ่งหากเสียงที่มีอยู่ไม่ได้เป็นไปตามอุดมการณ์ของพรรค เราก็ไม่จำเป็นต้องรักษาเสียงเหล่านั้นไว้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52678</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 ส.ส.งูเห่า, ช่อ พรรณิการ์ วานิช, โฆษกพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df881cc937b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัวที่ไหน!&#039;ช่อ&#039;ขำถูกแจ้งเอาผิดพ.ร.บ.คอมพ์ เหน็บศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์ไร้อารมณ์ขัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ธ.ค.62- &amp;nbsp; นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดว่ามีนิตกรของสำนักนายกรัฐมนตรีไปแจ้งความเอาผิด ตามที่ศูนย์ต้านเฟคนิวส์ระบุ ส่วนตัว ตนเข้าใจว่าประชาชนทุกคน ที่ได้เห็นทวิต ข้อความดังกล่าว ก็คงเข้าใจเหมือนกันว่า เป็นมุขตลก และภาพดังกล่าวก็ไม่ใช่ตนที่เป็นคนตัดต่อ ขณะที่ข้อความ ที่ระบุว่า&amp;ldquo;เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย&amp;rdquo; และอย่าลืมไปสกายวอร์คพรุ่งนี้ ต่อท้ายนั้น ตนก็เข้าใจว่าเป็นเพียงเรื่องตลก เท่านั้น นอกจากนี้ โพสต์ดังกล่าว ก็มีเขียนในวงเล็บไว้ว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้กล่าวไว้ พอรู้ว่าโดนแจ้งก็รู้สึกตลก และคิดว่า ทางผู้แจ้งและศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์ น่าจะมีอารมณ์ขันมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราติดตามการทำงานของศูนย์ต้านเฟคนิวส์ มาอย่างต่อเนื่อง ว่ามีกลไกลการทำงานที่เป็นอิสระหรือไม่ ถ้าจะใช้จัดงานแบบให้มีประสิทธิภาพรัฐเองก็ควรกลั่นกรองไม่ว่าจะเป็นข่าวของฝ่ายใด โดยเฉพาะเมื่อรัฐเองมีอำนาจในตัดสินว่าเรื่องไหนคือความจริง หากจะตัดสินเฉพาะข่าวที่ได้รับผลกระทบเฉพาะฝ่ายตัวเองนั้น จะเข้าข่ายการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่ เชื่อว่าประชาชนทุกคนคงจะตอบได้ พฤติกรรมดังกล่างยิ่งเป็นการตอกย้ำ หน่วยงานที่ตั้งขึ้นมา รัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่ไม่ได้ทำเพื่อจัดการปัญหาข่าวปลอมที่เป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังจับตา แต่กลับใช้เป็นเครื่องมือกำจัดฝ่ายตรงข้าม&amp;rdquo;นางสาวพรรณิการ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52674</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ พรรณิการ์ วานิช, เฟคนิวส์, โฆษกพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191215/image_big_5df5d064ea010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ดีดปาก&#039;ช่อ&#039;!กางไทม์ไลน์&#039;คดีทอนปล่อยกู้ส้มหวาน&#039;ทำตามกฎหมายทุกขั้นตอนไร้ใบสั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.62- หลังนางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พิจารณาการกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่เป็นไปโดยมีธงทางการเมือง หรือมีใบสั่งทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากมีเอกสารความเห็นของบุคคลระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ชี้นำในสำนวนไว้แล้วว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ปี 2560 โดยความเห็นนี้มีมาตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2562 แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งมาเรียกพยานหลักฐานในเดือนตุลาคม 2562 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงาน กกต.ชี้แจงว่า การแถลงข่าวข้างต้นคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับความเป็นจริง ในการนี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ข้อมูลการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีขั้นตอนการพิจารณาตามกฎหมายมาเป็นลำดับ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด ปี 2561 เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องมีความเห็นในสำนวนการสืบสวนเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งกรณีนี้เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีความเห็นเมื่อวันที่20 กันยายน 2562 ตามที่ปรากฏเป็นข่าวข้างตัน โดยการเสนอความเห็นในสำนวนเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบ ไม่ใช่การชี้นำในสำนวนการสืบสวนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า กรณีพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินอยู่ในขั้นตอนของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหา หรือข้อโต้แย้งเพื่อพิจารณาและมีความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งตามระเบียบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ในการตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 และวันที่ 23 ตุลาคม 2562 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ได้ให้ข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องละปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบและไม่ได้มีการเร่งรัดแต่อย่างใด โดยคณะอนุกรรมการ ฯ ได้ขอเอกสารจากพรรคอนาคตใหม่ เพื่อประกอบการพิจารณาแต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้จัดส่งเอกสารตามที่ขอ คณะอนุกรรมการฯ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่มีอยู่ เพื่อจัดทำความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาตามระเบียบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ภายหลังจากที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งได้พิจารณาและมีความเห็น และมีการเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติเมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562 ให้หมายเรียกขอเอกสารที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งเคยขอจากพรรคอนาคตใหม่ แต่พรรคอนาคตใหม่ได้จัดส่งเอกสารที่ขอให้บางส่วนและขอขยายเวลาการจัดส่งเอกสารที่ยังไม่ได้จัดส่งออกไปอีก 120 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีมติมือวันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2562 ให้หมายเรียกขอเอกสารที่พรรคอนาคตใหม่ ยังไม่ได้จัดส่งอีกครั้ง โดยให้พรรคอนาคตใหม่จัดส่งเอกสารภายในวันที่2 ธันวาคม 2562 หากพรรคอนาคตใหม่ ไม่จัดส่งเอกสารภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ถือว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ติดใจที่จะส่งเอกสารตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งร้องขอ และจะพิจารณาเอกสารเท่าที่มีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน และให้โอกาสผู้ที่เกี่ยวข้องตามควรแก่กรณี ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการในเรื่องนี้มาเป็นลำดับปรากฏตามเอกสารแนบนี้ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งมิได้มีความเห็นตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2562 ตามที่มีการกล่าวอ้าง และไม่ได้มีเหตุจูงใจทางการเมืองแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52167</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คดีเงินกู้อนาคตใหม่, ช่อ พรรณิการ์, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, โฆษกพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5def321044b52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ช่อ” เผยเตรียมเชือดงูเห่าสีส้ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2562 นางสาวพรรริการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณี การโหวตผ่านร่าง พรบ.งบประมาณของ นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ &amp;nbsp;ส.ส.เขต 7 จ.ชลบุรี ว่า ตอนนี้พรรคอนาคตใหม่อยู่ระหว่างการทุ่มสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อการเลือกตั้งนครปฐม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ต.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อการเลือกตั้งนครปฐมเสร็จสิ้น จะมีการประชุมระหว่างกรรมการบริหารพรรคอีกครั้ง ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อกรณีนี้ ในส่วนของคนอื่นนั้น เบื้องต้นเท่าที่ทราบตอนนี้ มีปรากฎชื่อมาแค่คนเดียว เท่านั้น ซึ่งคาดว่ากรณีนี้จะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48442</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรริการ์ วาณิช, โฆษกพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da9c6bb0d667.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039;ดับไฟใต้!ชำแหละงบ&#039;เติมเชื้อไฟ&#039;ประเคนกอ.รมน.2พันล้าน แต่ให้กรรมการสิทธิฯแค่5แสนบาท สันติภาพแบบไหนกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อมาเวลา 18.55 น. น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายงบประมาณด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ความไม่สงบใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าสู่ปีที่ 16 แล้ว เป็นหนึ่งในความขัดแย้งที่นองเลือดที่สุดในโลก &amp;nbsp;มีผู้เสียชีวิตกว่า 4 พันคน ประเทศชาติสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;สมควรเป็นผู้เชี่ยวชาญในปัญหานี้มากที่สุด เพราะท่านเป็นนายกฯที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดในระหว่างความขัดแย้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อว่าอย่างไรก็ตาม ใน 5 ปีงบประมาณที่ผ่านมา ท่านใช้งบในการจัดการปัญหาภาคใต้ไปถึง 81,924 ล้านบาท เฉลี่ยภาษีที่ประชาชนเสียไปให้รัฐบาลวันละ 56 ล้านบาท และจากการฟังคำชี้แจงของนายกฯเมื่อวานนี้ ทำให้ตนคิดว่าปัญหาสำคัญที่ทำให้เราไม่สามารถดับไฟใต้น่าจะอยู่ที่วิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศ สิ่งหนึ่งที่รู้สึกติดใจจากคำชี้แจงของนายกฯคือท่านมองว่ารากฐานของปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเพราะประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน ทำให้เกิดความไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่รัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งต้องถามว่าจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมที่อ.ตากใบ เมื่อเกือบ 15 ปีที่แล้ว ซึ่งทหารตัดสินใจใช้กระสุนจริง &amp;nbsp;หรือกรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่ออกมาจากค่ายอิงคยุทธบริหารในสภาพเจ้าชายนิทรา หากครอบครัวของผู้เสียชีวิตเหล่านี้ไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่รัฐ ท่านคิดว่าเป็นเพราะพวกเขาได้รับข้อมูลที่บิดเบือนหรือไม่ ดังนั้น ถ้ารัฐบาลยังมองว่าปัญหาใน 3 จังหวัดเกิดจากสาเหตุนี้ จะไม่มีวันแก้ปัญหานี้ได้ไม่ว่าจะใช้งบประมาณแค่ไหน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อไปว่า แม้ความรุนแรงในภาคใต้ลดลง แต่คุณภาพชีวิตของประชาชนและความเชื่อมั่นต่อรัฐยังไม่ดีขึ้น โดยงบในการแก้ปัญหาภาคใต้ไม่ใช่จำนวน 1 หมื่นล้านในแผนบูรณาการ แต่คือ 3 หมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งปัญหาแรกของการจัดทำงบ คืออำนาจในการจัดสรรงบประมาณและความผิดปกติของการใช้งบประมาณ กอ.รมน. ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญที่รัฐใช้ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาชายแดนใต้มีอำนาจในการแทรกแซงการใช้งบจำนวน 3 หมื่นล้านนี้ โดยเฉพาะงบจังหวัด ทั้งที่กอ.รมน.ยังไม่สามารถเบิกจ่ายงบของหน่วยงานตัวเองได้เต็มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกปัญหาคือในพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ 2561 ให้อำนาจครม.ในการโยกงบของหน่วยงานในแผนบูรณาการเดียวกันไปยังหน่วยงานอื่นได้ เท่ากับท่านใช้อำนาจฝ่ายบริหารข้ามหัวสภาฯ เพราะพ.ร.บ.งบฯผ่านการพิจารณาของสภาฯไปแล้วว่างบแต่ละอย่างจะใช้ทำอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า รัฐบาลอยากดับไฟ แต่ยังไม่รู้ว่าไฟอยู่ตรงไหน น้้ำมีเท่าไหร่ ตัวชี้วัดที่ผิดนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด ผลสัมฤทธิ์ที่ตั้งไว้ไม่ตรงกับสิ่งที่ควรจะเป็น เช่น ตั้งเป้าว่าประชาชนปรับเปลี่ยนทัศนคติและมีความรู้สึกดีต่อหน่วยงานทหาร หรือตั้งเป้าว่าจีดีพีในจังหวัดชายแดนใต้โต 10 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ทั้งประเทศโตแค่กว่า 2 เปอร์เซนต์ เราพูดถึงการสร้างสันติภาพ แต่ตอนนี้ไม่มีตัวชี้วัดในการพูดคุยสันติภาพแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทหาร กอ.รมน.ได้งบ 2,200 ล้าน แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้เพียง 5 แสนบาท ตกลงว่าสันติภาพนี้สร้างบนปลายกระบอกปืนหรือการเคารพสิทธิมนุษยชน การแก้ปัญหาภาคใต้ที่ยั่งยืนคือการอำนวยยุติธรรม แต่มีงบเพียง 1 เปอร์เซนต์ ส่วนงบวัฒนธรรมมีเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ภาครัฐพูดถึงสังคมพหุวัฒนธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าวอีกไป &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีโครงการสร้างสายข่าวงบประมาณ 932 ล้านบาท ซึ่งเพิ่งมาโผล่ในงบประมาณปี 2563 &amp;nbsp;ขณะที่งบกลุ่มจังหวัดบวกงบจังหวัดยะลาปัตตานีนราธิวาส รวมไม่ถึง 600 ล้านบาท แสดงว่างบที่ใช้บริหารจัดการพื้นที่ 3 จังหวัด คิดเป็นเพียง 2 ใน 3 ของงบสร้างสายข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งหมดนี้ไม่ได้ดับไฟใต้ &amp;nbsp;มีแต่เติมเชื้อไฟ เช่น งบสร้างสายข่าว &amp;nbsp;ท่านมองปัญหาเป็นเรื่องความมั่นคง ไฟใต้จะดับได้ต้องจับโจรที่ทำผิดกฎหมายและแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งไม่ได้ผิด แต่ไม่ครบ ตัวแปรสำคัญขาดไป เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาความมั่นคง แต่คือปัญหาการเมือง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่าถ้าดูงบที่ใช้กับโครงการต่างๆ 4 ส่วน แบ่งเป็นความความมั่นคงร้อยละ 36 โฆษณาชวนเชื่อร้อยละ 42 แต่ใช้กับการเยียวยาฟื้นฟูกระบวนการสันติภาพและการพัฒนาเพียงร้อยละ 14 และร้อยละ 6 งบส่วนใหญ่ 3 ใน 4 &amp;nbsp;เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ คือการสร้างความจริงแลัวยัดเยียดให้ประชาชนเชื่อ ไม่ใช่การยอมรับความจริงแล้วแก้ไขมัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น ขอเสนองบดับไฟใต้แบบอนาคตใหม่ คือตัดงบโฆษณาชวนเชื่อ แล้วไปเกลี่ยให้การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ขอให้ปีนี้เป็นปีเริ่มต้นของเส้นทางไปสู่เส้นทางสันติภาพ ไม่ใช่การเดินทางไปอีก 15 ปีเแล้วพบว่าใช้งบไปโดยการแก้ปัญหาไฟใต้ไปไม่ถึงไหน&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงว่าตนไม่อยากพูดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนโยบายในอดีตเป็นอย่างไร มีการปฏิบัติถูกต้องหรือไม่ โดยแผนบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ 2563 เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันของ 17 กระทรวง 53 หน่วยงาน เป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาความรุนแรง สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สร้างชุมชนเข้มแข็ง และสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งการจัดงบประมาณในแผนบูรณาการเกี่ยวกับงานด้านความมั่นคงตั้งไว้ 10,865 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงานด้านการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดตั้งไว้ 5,319 ล้านบาท เป้าหมายเพื่อให้เด็ก เยาวชน ผู้ใช้แรงงาน และประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีภูมิคุ้มกันภัยจากยาเสพติด และให้เกิดการพัฒนาในทุกๆเรื่อง ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องการอำนวยความยุติธรรม และการเยียวยาด้วย ส่วนผลสัมฤทธิ์จากการตั้งงบประมาณครั้งนี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48358</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้, ช่อ, พรรณิการ์ วานิช, โฆษกพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da9c6bb0d667.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2019 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039;ให้จับตาคดีพรรคอนาคตใหม่ กระบวนการยุติธรรมจะปลอดจากการเมืองหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค&amp;nbsp;62 - นางสาวพรรณิการ์​ วานิช​ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ได้แสดงความคิดเห็นหลังอัยการมีความเห็นไม่สั่งฟ้อง​ในคดีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ , นายไกลก้อง ไวทยการ นายทะเบียนพรรค และ น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรค ตกเป็นผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ.2560) มาตรา 14 (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จากกรณีผู้ต้องหาร่วมกันจัดรายการ &amp;ldquo;คืนวันศุกร์ให้ประชาชน&amp;rdquo; ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ในแฟนเพจเฟซบุ๊กของพรรคอนาคตใหม่ และแฟนเพจเฟซบุ๊กของ นายธนาธร วิจารณ์กระแสข่าวกรณีพลังดูดของ คสช.
ว่า​ ตนและพรรคอนาคตใหม่ไม่แปลกใจที่อัยการมีความเห็นไม่สั่งฟ้องคดีนี้ เพราะเชื่อมั่นว่าเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการวิจารณ์รัฐบาลทหาร ที่ใช้ภาษีประชาชนโดยขาดการตรวจสอบถ่วงดุลจากสภา เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ และพรรคการเมืองยิ่งควรทำ ในฐานะตัวแทนของประชาชน

&amp;ldquo;นี่เป็นคดีแรกที่แกนนำพรรคอนาคตใหม่ถูกยกฟ้อง แต่ยังมีอีกหลายคดีขอให้ประชาชนช่วยกันจับตา เพราะการตัดสินใจของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกกระบวนการของคดี จะเป็นบทพิสูจน์ว่ากระบวนการยุติธรรมไทย ปกป้องคุ้มครองประชาชนได้จริงหรือไม่ ปลอดจากการแทรกแซงทางการเมืองจริงหรือไม่&amp;rdquo; นางสาวพรรณิการ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อ พรรณิการ์, พรรคอนาคตใหม่, พรรณิการ์​ วานิช​, โฆษกพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190916/image_big_5d7f76b17367d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
