<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาลเผย&#039;ดีอีเอส&#039;ตรวจสอบระบบความมั่นคงปลอดภัยของธนาคารยังแข็งแรง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64- &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงประชาชนหลังมีการร้องเรียนว่าถูกหักเงินจากบัญชีธนาคาร บัญชีบัตรเครดิต หรือบัญชีบัตรเดบิต อย่างผิดปกติจำนวนมาก อย่างไม่ทราบที่มา ซึ่งแบงก์ชาติ สมาคมธนาคาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ดีอีเอส) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตช.) พร้อมรับบัญชานายกรัฐมนตรี แก้ไขและเร่งสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มิได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร แต่เป็นรายการที่ เกิดจากการทำธุรกรรมชำระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่และ ไม่ใช่แอปฯ ดูดเงินตามที่ปรากฏเป็นข่าว โดยธนาคารเจ้าของบัตรได้ดำเนินการระงับการใช้บัตรของลูกค้าที่มีรายการผิดปกติ และติดต่อลูกค้า รวมทั้งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบร้านค้าที่มีธุรกรรมที่ผิดปกติแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านดีอีเอส ตรวจสอบระบบความมั่นคงปลอดภัยของธนาคารยังแข็งแรง โดยระบบของทุกธนาคารยังมีความมั่นคงปลอดภัยดี ไม่ได้ถูกบุกรุกหรือโจมตีระบบจากแฮกเกอร์ และได้ประสานงานผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อขอให้ธนาคารดูแลการทำระบบให้รัดกุมยิ่งขึ้น ในส่วนที่เป็นระบบการชำระเงินกับร้านค้า และทำให้มีมาตรฐานมากขึ้น ไม่ให้มีการตัดบัญชีกันได้โดยง่าย และ ขณะนี้ กำลังอยู่ในระหว่างเตรียมยกร่าง ร่าง พรฎ. ว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ โดยแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีการทำธุรกิจออนไลน์ มีการซื้อขาย มีการโอนเงิน ต้องมาจดแจ้งการประกอบธุรกิจกับภาครัฐและมีการยืนยันตัวตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้เร่งสั่งการทุกหน่วยในสังกัดที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนสอบสวน จับกุม ปราบปราม ภัยทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกรูปแบบ พร้อมขยายผลถึงเครือข่ายของผู้กระทำความผิดตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งได้ประสาน กสทช. และผู้ประกอบการทุกเครือข่าย กวดขันการส่งข้อความสั้น sms ปล่อยเงินกู้ / ชวนเล่นพนันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีฝากเตือนภัย ปัจจุบัน รูปแบบของมิจฉาชีพในออนไลน์เปลี่ยนแปลงไปมาก ดังนั้น ขอให้ประชาชนต้องระมัดระวัง และตรวจสอบ การใช้จ่าย ผ่านระบบออนไลน์ให้ดี หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมที่ไม่น่าเชื่อถือผ่านทางออนไลน์ หากพบปัญหาโปรดแจ้ง ธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อแจ้งตรวจสอบและยืนยันการทำธุรกรรมในทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สายด่วน 1212 เว็บไซต์ &amp;gt; https://www.1212occ.com และหากพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120172</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, หักเงินจากบัญชีธนาคาร, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c988af3b8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯรำลึก&#039;ครูจูหลิง&#039;สดุดีครูวีรชนใต้ ส่ง&#039;ตรีนุช&#039;มอบเงินเยียวยาครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 -&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมาย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้แทนมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษา &amp;ldquo;ครูจูหลิง ปงกันมูล&amp;rdquo; ที่ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกฯยังได้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ไปในงานดังกล่าว&amp;nbsp; พร้อมกล่าวเชิดชูครูจูหลิง และครูวีรชนผู้ล่วงลับจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า นับเป็นเวลากว่า 14 ปี ของการสูญเสียบุคลากรทางการศึกษา ที่เปรียบไปด้วยจิตวิญญาณและความรักในอาชีพของความเป็นครู ครูจูหลิงต้องออกจากบ้านเกิดของตนจากพื้นที่ตอนเหนือสุดของประเทศไปสู่พื้นที่ตอนใต้ เพื่ออุดมการณ์ที่จะช่วยเหลือเด็กๆ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้รับความรู้เทียบเท่ากับกับเด็กในภูมิภาคอื่นๆ นับเป็นความเสียสละและสมควรได้รับการยกย่องให้เป็นแม่พิมพ์ของชาติอย่างแท้จริง ที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งรัดให้ส่วนราชการดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่นายสูน และนางคำมี ปงกันมูล บิดา มารดา ของครูจูหลิง ปงกันมูล จำนวน 2,742,000 บาท ในส่วนรายที่เหลือรัฐบาลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ&amp;nbsp; กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรียังชื่นชมและให้กำลังใจต่อเพื่อนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและอดทน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และแสดงความเสียใจต่อญาติของคุรุวีรชนผู้เสียชีวิตทุกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120057</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูจูหลิง, ตรีนุช, นายกฯ, บิ๊กตู่, เยียวยา, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616cf0cd523c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาลชี้นายกฯแถลงเปิดประเทศ ถือเป็นการส่งสัญญาณไปทั่วโลกมาไทยไม่ต้องกักตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64- นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2564 วางเป้าหมาย ประเทศไทยจะเริ่มเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป โดยไม่ต้องกักตัว ภายใต้ข้อกำหนดเงื่อนไขที่คำนึงถึงความปลอดภัยสาธารณสุขคนไทยและชาวต่างชาติ อาทิ ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว และเดินทางเข้าประเทศไทยโดยทางอากาศจากประเทศที่กำหนดว่า เป็นประเทศความเสี่ยงต่ำ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นการสร้างบรรยากาศและส่งสัญญาณให้นานาชาติตลอดจนนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพของประเทศไทย อย่างไรก็ตามขอเน้นย้ำกับประชาชนคนไทยทุกคนซึ่งแม้ว่ารัฐบาลจะมีการเตรียมเปิดประเทศ แต่ก็ขอให้ยังคงระมัดระวังและป้องกันตนเอง &amp;quot;การ์ดอย่าตก&amp;quot; ยังต้องยึดหลักอนามัยส่วนบุคคล ดูแลตัวเองแบบครอบจักรวาล รวมทั้งผู้ประกอบการ ชุมชน ตลาด ต้องปฏิบัติตามมาตรการ COVID-Free Setting อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า รัฐบาลกำลังเร่งทำงานโดยเร่งการฉีดวัคซีนให้ประชาชน การจัดหาวัคซีนตลอดจนการรับส่งมอบวัคซีนของไทยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในสิ้นปีนี้ ไทยจะได้รับมอบวัคซีนถึง 178.2 ล้านโดส อีกทั้ง ยอดการฉีดวัคซีนสะสมของไทยวันนี้ ยังมากกว่า 61 ล้านโดส มั่นใจไทยบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนครอบคลุมร้อยละ 70 ของกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านนายกฯ ฝากเน้นย้ำให้คนไทยทุกภาคส่วนเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อม รับผิดชอบร่วมกัน ช่วยกันสร้างความมั่นใจในการเปิดประเทศ ในฐานะเจ้าของบ้านร่วมกัน ด้วยการที่ประชาชนทั่วไปต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันส่วนบุคคล อาทิ Universal Prevention ผู้ประกอบการ โรงงานภาคอุตสาหกรรม ดำเนินการตามมาตรการ COVID-Free Setting อย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันผลักดันเศรษฐกิจสู่การเปิดประเทศที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน รวมทั้งยังสอดคล้องกับมาตรการผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรม ในปลายปีนี้ด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119505</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร, เปิดประเทศ, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c988af3b8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาลแจงร้านค้า ปมเรียกเงินคืน&#039;โครงการเราชนะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ตามที่มีกระแสในโลกออนไลน์กรณีกระทรวงการคลังได้ตรวจสอบผู้ประกอบการที่ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของผู้ประกอบการในโครงการเยียวยาของรัฐ โครงการเราชนะ ตรวจพบลักษณะธุรกรรมที่ผิดเงื่อนไข อาทิ ร้านค้ารับสแกนแล้วแลกเป็นเงินสด มีการสแกนเงินเต็มจำนวนวงเงินสิทธิ (1,000 2,000 บาท เป็นต้น) จำนวนมากและร้านค้าออนไลน์ที่รับสแกนซื้อ-ขายข้ามจังหวัด ทำให้จุดรับเงินขยับไปมาเกิน 7,000 กิโลเมตรใน 1 วัน หรือบางรายอยู่นอกพื้นที่ในเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะการประกอบกิจการของผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับโครงการฯ จึงจำเป็นต้องมีหนังสือประทับตราแจ้งคำสั่งผลการพิจารณาให้ผู้ประกอบการ 2,099 ราย ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการเราชนะ ผู้ประกอบการที่ขาดคุณสมบัติการเข้าร่วมโครงการเราชนะ (เป็นร้านค้าจากโครงการคนละครึ่ง แต่มีสถานะเป็นนิติบุคคล) ผู้ประกอบการที่ชี้แจงแล้วแต่ไม่สอดคล้องกับธุรกรรมที่ตรวจพบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่ง พร้อมแสดงหลักฐานให้ทบทวนผลการพิจารณาต่อผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งกระทรวงการคลังมีขั้นตอนการดำเนินงานกับผู้ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไข ตั้งแต่การระงับสิทธิการใช้แอปพลิเคชัน &amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo; ชั่วคราวจนถึงการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามลำดับ รวมทั้ง ยังได้มีการจัดตั้งคณะทำงานพิจารณาตรวจสอบข้อมูลและเรื่องร้องเรียนสำหรับโครงการเราชนะ เพื่อติดตามตรวจสอบการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ อย่างใกล้ชิดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิงวอนขอให้เห็นใจการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ทุกอย่างต้องยึดตามระเบียบและกฎหมายรองรับ ซึ่งผู้ประกอบการที่สมัครใจร่วมโครงการ ฯ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนด ตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการ ฯ ด้วย หากมีการดำเนินการที่ละเมิดกติกาหรือผิดวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ส่วนราชการที่รับผิดชอบก็มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามข้อบังคับ เพื่อปกป้องและรักษาสิทธิของประชาชน และให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคำยินยอม เนื่องจากเงินทุกบาทที่นำใช้จ่ายมาจากภาษีของคนไทยทุกคน ขณะเดียวกันก็ฝากย้ำเตือนไปยังผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ฯ อย่าได้มีธุรกรรมเสี่ยง เพราะพบว่ามีการผิดเงื่อนไข อาจเสียสิทธิในการเข้าร่วมโครงการหรือมาตรการอื่นของรัฐอื่นๆ ในอนาคตด้วย&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119399</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, ธนกร  วังบุญคงชนะ, เราชนะ, เรียกเงินคืน, โควิด, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_613752f672877.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล เผย S&amp;P คงอันดับความน่าเชื่อถือไทยที่ BBB+</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64- นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&amp;amp;P Global Ratings (S&amp;amp;P) &amp;nbsp;คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) โดยยังเป็นระดับเดียวกับปี 2563 ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโต (GDP Growth) ประมาณร้อยละ 1.1 &amp;nbsp;และในช่วงปี 2565-2567 ร้อยละ 3.6 ต่อปีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&amp;amp;P Global Ratings (S&amp;amp;P) &amp;nbsp;ได้เผยแพร่รายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย เมื่อวานนี้ ( 4 ตุลาคม 2564) &amp;nbsp;คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ที่ BBB+ และมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปี 2563 สาระสำคัญ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ภาคการคลังสาธารณะ (Public Finance มีความเข้มแข็ง แม้ว่าไทยจะขาดดุลงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564-2565 และหนี้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น จากการดำเนินนโยบายการคลังของภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;แต่ S&amp;amp;P คาดว่า ปีนี้ &amp;nbsp;GDP จะเติบโตที่ประมาณร้อยละ 1.1 และในช่วงปี 2565-2567 จะเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 3.6 ต่อปี จากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากสามารถควบคุมการระบาดของ COVID-19 และประชาชนได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงและคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับไปอยู่ที่ระดับเดิมก่อนเกิด COVID-19 ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป จากการที่รัฐบาลยังสนับสนุนการลงทุนอย่างต่อเนื่องให้เป็นไปตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ อาทิ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชน (PPP) ที่ช่วยลดความเสี่ยงทางการคลังของรัฐและเป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลังของภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2. ภาคการเงินต่างประเทศ (External Finance) ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยดุลบัญชีเดินสะพัด
เกินดุล &amp;nbsp;ไทยมีสภาพคล่องและทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง และสภาพคล่องต่างประเทศ (External Liquidity) ของไทยยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล &amp;nbsp;รวมทั้งการดำเนินนโยบายทางการเงินและการรักษาเสถียรภาพด้านราคายังเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า ทั้งนี้ &amp;nbsp;S&amp;amp;P จะติดตามการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นรูปธรรม รวมถึงเสถียรภาพทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยและการคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยของ S&amp;amp;P &amp;nbsp;สะท้อนว่า การบริหารงานและมาตรการของรัฐภายใต้การกำกับของพลเอก ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;เดินมาถูกทาง ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ และนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศว่า เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องด้วย&amp;quot; นายธนกร กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118807</URL_LINK>
                <HASHTAG>BBB+, S&amp;P Global Ratings (S&amp;P), คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย, ธนกร วังบุญคงชนะ, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c988af3b8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ยังเป็นนายกฯพปชร. ไม่มีแนวคิดย้ายสังกัด เมินยุบสภา-ปรับครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังเป็นนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ ตามที่พรรคได้เสนอชื่อจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่มีแนวคิดเรื่องการจะไปสังกัดพรรคการเมืองไหนทั้งสิ้น เพราะตอนนี้ นายกฯ ยังไม่อยากคิดเรื่องการเมืองใดๆ นอกจากการคิดที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะปัญหาโควิด-19 รวมถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย การเยียวยาฟื้นฟูเร่งฟื้นเศรษฐกิจและการพลิกโฉมประเทศเท่านั้น ดังนั้น ไม่อยากให้มีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาขยายผลวิพากษ์วิจารณ์ หรือสร้างความสับสนให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ชี้แจงไปแล้วว่า เรื่องการจะยุบสภาฯ หรือเรื่องการปรับ ครม. นั้น ท่านนายกฯ ยังไม่ได้คิดทำอะไรทั้งสิ้นในเวลานี้ ทั้งนี้ ไม่อยากมองว่ามีความพยายามจากนักการเมืองหรือพรรคการเมืองบางกลุ่ม ที่ต้องการแสวงหาประโยชน์ทางการเมืองจากเรื่องนี้หรือไม่ ซึ่งถ้าหากเป็นเรื่องจริงนั้น อยากให้ไปเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะมีขึ้นในเดือนหน้าก่อนจะดีกว่า อย่าสร้างความวุ่นวาย หรือทำให้สังคมและประชาชนต้องสับสนไปกว่านี้เลย&amp;rdquo; โฆษกรัฐบาล ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118679</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นายกฯ, บิ๊กตู่, พปชร., โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_613752f672877.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯขอบคุณประชาชนร่วมใจทำยอดผู้ป่วยโควิดต่ำกว่าหมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 28 กันยายน 2564 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 9,489 คน แบ่งเป็น ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 269 รายผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 8,823 ราย ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 387 ราย และผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 10 ราย โดยผู้เสียชีวิต 129 ราย และหายป่วยกลับบ้าน 12,805 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ 1 เม.ย. 2564 จำนวน 1,552,552 และยอดหายป่วยสะสม 1,420,780 ราย ซึ่งตั้งแต่ภายหลังการปรับมาตรการของ ศบค. ยอดผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ในระดับคงที่และมีแนวโน้มลดลง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ขอบคุณความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนที่ปฏิบัติามมาตรการ COVID-Free Setting และ Universal Prevention จนเห็นผลสัมฤทธ์ อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้ยอดผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ต่ำกว่าหมื่นในช่วงหลายสัปดาห์ และมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้รักษาหายป่วยกลับบ้านมากกว่ายอดผู้ป่วยติดเชื้อรายวัน แสดงถึงศักยภาพของสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการปรับมาตรการควบคุมโรคที่ได้ผลและความร่วมมือร่วมใจของประชาชนในปฏิบัติตามมาตรการ อย่างไรก็ตาม ที่การประชุม ศบค. วันที่ 27 กันยายน ได้ปรับมาตรการกิจการ/กิจกรรมให้สามารถกลับมาดำเนินการได้ ขอให้ประชาชนและผู้ประกอบการทุกภาคส่วนอย่าประมาท ป้องกันตัวเองอยู่เสมอด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายสู่คนใกล้ชิด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118068</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นายกฯ, โควิด, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149a9b5227b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
