<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลแจงปล่อย‘รุ้ง’หนียาก! กำกับดูแลสอดส่องผู้ต้องหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศาลเผยเบื้องหลังขั้นตอนก่อนปล่อยตัว &amp;ldquo;รุ้ง ปนัสยา&amp;rdquo; ใช้ &amp;ldquo;การกำกับดูแล&amp;rdquo; ประกอบดุลพินิจทำคำสั่ง ชี้เป็นมาตรการแทนหลักประกันลดความเหลื่อมล้ำ จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตรายได้ดีกว่า ให้อำนาจศาลตั้งผู้กำกับดูแลคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ถูกปล่อยออกไป ทำไปแล้ว 2,362 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยกรณีที่ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2564 ซึ่งในรายละเอียดของคำสั่งศาลมีการระบุถึงการวางเงื่อนไขตามที่ น.ส.ปนัสยาแถลงไว้ต่อศาลว่า ในระหว่างที่ได้ประกันตัวจะไม่กระทำการใดๆ ที่จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จะไม่เดินทางออกนอกประเทศ และมาศาลตามกำหนดนัด โดยมีบิดามารดาและอาจารย์ของ น.ส.ปนัสยา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาแถลงรับรองต่อศาลว่าจะดูแลให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยโฆษกศาลยุติธรรมกล่าวว่า ขอถือโอกาสนี้ทำความเข้าใจถึงแนวคิดและมาตรการที่สำคัญซึ่งศาลยุติธรรมนำมาใช้ในการปล่อยชั่วคราวในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาได้รับการปล่อยชั่วคราวมากที่สุด โดยที่ไม่หลบหนีและไม่เป็นอันตรายต่อผู้เสียหาย พยาน และสังคมโดยรวม ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานในการดำเนินคดีอาญาที่จะต้องคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลควบคู่ไปกับความปลอดภัยและความสงบสุขของสังคมเสมอ ไม่สุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง เพราะคงรับกันไม่ได้หากจะคำนึงถึงแต่ความสงบเรียบร้อย โดยละเลยสิทธิเสรีภาพของผู้ถูกคุมขังทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษาว่าเขากระทำความผิด หรือให้ความสำคัญต่อสิทธิเสรีภาพจนเกินเลย ทั้งที่ทราบดีว่าหากปล่อยออกไปผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นจะหลบหนีหรือจะไปก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายต่อสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการใหม่ที่กำลังกล่าวถึงคือ &amp;ldquo;การกำกับดูแลในระหว่างที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราว&amp;rdquo; เพราะเดิมเมื่อมีการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดีจะต้องมีการวางหลักประกัน โดยเข้าใจว่าคงไม่มีผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใดคิดจะหลบหนีหรือไปก่อความเสียหาย เพราะเกรงจะถูกริบหลักประกัน ทำให้บุคคลทั่วไปแทนที่จะเรียกกระบวนการนี้ว่า &amp;ldquo;การปล่อยชั่วคราว&amp;rdquo; กลับเรียกกันว่า &amp;ldquo;การประกันตัว&amp;rdquo; ทั้งที่ไม่ใช่คำในกฎหมาย เพราะไม่ว่าคดีอุกฉกรรจ์หรือคดีอัตราโทษเล็กน้อย การจะปล่อยชั่วคราวต้องวางหลักประกันแทบทั้งสิ้น จะต่างกันก็เพียงมูลค่าของหลักประกัน แม้จะเป็นวิธีการที่ใช้กันมานาน แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าการใช้หลักประกันไม่อาจเหนี่ยวรั้งการหลบหนีหรือการคุกคามบุคคลอื่นได้เลย โดยเฉพาะกับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่มีฐานะดี ตรงกันข้ามกลับก่อความเดือดร้อนแสนสาหัสแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ยากจนต้องกู้หนี้ยืมสินมาวางเป็นหลักประกัน และยังถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายประกันอาชีพ จนเกิดวาทกรรมทำนองประชดประชัน เช่น คุกมีไว้ขังคนจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์กล่าวว่า ทางสำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้พยายามแสวงหาวิธีการใหม่ที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;ระบบกำกับดูแล&amp;rdquo; มาใช้แทนการเรียกหลักประกัน ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตรายได้ดีกว่าการเรียกให้วางหลักประกัน เพราะระบบนี้ให้อำนาจศาลที่จะตั้งผู้กำกับดูแลคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ถูกปล่อยออกไปได้ด้วย เพื่อลดโอกาสหรือความเสี่ยงที่ผู้นั้นจะหลบหนีหรือไปก่อภัยอันตราย และเมื่อใดที่ผู้กำกับดูแลเห็นว่าผู้นั้นมีพฤติการณ์ดังกล่าว ก็จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเป็นเช่นนี้ การเรียกหลักประกันน่าจะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ทำให้โอกาสของคนจนที่จะได้รับการปล่อยชั่วคราวไม่แตกต่างจากคนรวย เพราะทุกคนมีโอกาสได้รับการปล่อยชั่วคราวภายใต้หลักเกณฑ์ที่สามารถปฏิบัติได้เท่าเทียมกัน ไม่ขึ้นกับฐานะ และสามารถลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างแท้จริง การให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้อำนาจเจ้าพนักงานหรือศาลที่สั่งประกันกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับที่อยู่ หรือเงื่อนไขอื่นใดให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยปฏิบัติเพื่อป้องกันการหลบหนี หรือป้องกันภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คดีใดต้องวางเงื่อนไขในการให้ประกันหรือไม่ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์และความจำเป็นในคดีนั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องวางเงื่อนไขในการประกันตัวทุกคดี การทำความเข้าใจขั้นตอนปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ต้องย้อนกลับไปดูหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ประกันตัวว่าในเวลาที่ศาลตัดสินใจว่าจะให้ประกันผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใด กฎหมายกำหนดให้ศาลต้องพิจารณาข้อมูลหลายประการ เช่น ความหนักเบาของข้อหาที่ถูกดำเนินคดี พฤติการณ์ต่างๆ แห่งคดีเป็นอย่างไร ผู้ต้องหาหรือจำเลยน่าจะหลบหนีหรือไม่ รวมถึงภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวมีเพียงใดด้วย เรื่องที่ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนีหรือไม่ หรือจะมีภัยอันตรายหรือความเสียหายเกิดขึ้นจากการปล่อยหรือไม่ล้วนแต่เป็นเรื่องในอนาคต คือเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ขึ้นในวันข้างหน้าทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกศาลยุติธรรมเผยว่า การพิจารณาระดับความเสี่ยงดังกล่าวต้องอาศัยข้อมูลปัจจุบัน รวมถึงพฤติการณ์แห่งคดี เรียกว่าการประเมินความเสี่ยงในการให้ประกันตัว ศาลยุติธรรมได้นำแนวคิดและวิธีการประเมินความเสี่ยงมาใช้ในการพิจารณาให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาหลายปีแล้ว เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสขอประกันตัวของผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ไม่สามารถหาหลักทรัพย์มายื่นขอประกัน และเป็นการคุ้มครองความสงบสุขของสังคม การที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัวแสดงว่าความเสี่ยงของการหลบหนีหรือก่อภัยอันตรายของผู้ต้องหาหรือจำเลยอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ หากยังมีความเสี่ยงอยู่กฎหมายได้ให้อำนาจศาลวางมาตรการหรือเงื่อนไขเพื่อควบคุมความเสี่ยงนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น การห้ามเดินทางออกนอกประเทศ การให้ไปรายงานตัวต่อศาลหรือเจ้าหน้าที่เป็นระยะเพื่อป้องกันการหลบหนี การห้ามไม่ให้ผู้ต้องหาเข้าใกล้ผู้เสียหาย หรือห้ามไม่ให้กระทำการบางอย่างไว้ชั่วคราว การจะวางเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยปฏิบัติระหว่างที่ได้ประกันหรือไม่ หรือจะวางเงื่อนไขมากน้อยอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละคนในแต่ละคดี ซึ่งศาลพิจารณาอย่างรอบด้าน บางคดีศาลอาจไม่วางเงื่อนไขเลยก็ได้ การวางเงื่อนไขให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติระหว่างได้ประกันจึงเป็นกลไกของกฎหมายในการควบคุมความเสี่ยงทั้งในเรื่องการหลบหนีรวมไปถึงการก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายประการอื่นระหว่างการปล่อยชั่วคราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในกรณีของรุ้ง เงื่อนไขที่ศาลกำหนดให้ปฏิบัติเป็นไปตามที่รุ้งแถลงไว้ต่อศาล นอกจากนี้ยังมีบิดามารดาและอาจารย์ของรุ้งมายืนยันกับศาลว่าจะช่วยกำกับดูแลให้รุ้งปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ยิ่งทำให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น และนำมาสู่คำสั่งให้ประกันตัวในที่สุด แสดงว่าเงื่อนไขรวมถึงคำมั่นของตัวรุ้งเองและการสอดส่องดูแลโดยบิดามารดาและครูอาจารย์ที่รับอาสาเพียงพอในการกำกับดูแลแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวว่า สำหรับแนวคิดการมีผู้กำกับดูแลผู้ที่ศาลให้ประกันตัว เป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้ประกันตัวไป และทำให้สังคมมั่นใจได้ว่ามีจะไม่มีความเสียหายใดเกิดขึ้นระหว่างการให้ประกัน เพราะมีผู้ที่ช่วยสอดส่องดูแลให้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งสอดรับกับหลักเกณฑ์การให้ประกันตัวตามกฎหมาย หากมีการฝ่าฝืนเงื่อนไข ผู้กำกับดูแลจะต้องรายงานศาลหรือเจ้าพนักงานเพื่อหามาตรการแก้ไขที่เหมาะสมและทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์เผยว่า ที่ผ่านมาศาลยุติธรรมได้ตั้งผู้กำกับดูแลผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ศาลให้ประกันตัวไปแล้วทั้งสิ้น 2,362 คน การให้ประกันตัวโดยมีการตั้งบุคคลเป็นผู้กำกับดูแลผู้ต้องหาหรือจำเลยระหว่างปล่อย เป็นมาตรการของกฎหมายตามพระราชบัญญัติมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ.2560 เป็นการให้ประกันตัวโดยที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยอาจไม่ต้องหาหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันไว้ต่อศาล ไม่มีการนำทรัพย์สินมาเป็นเงื่อนไขในการให้ประกัน โดยให้ชุมชนหรือสังคมมีส่วนร่วมในการสอดส่องในฐานะผู้กำกับดูแลถือเป็นวิธีการใหม่ที่สำนักงานศาลยุติธรรมส่งเสริมให้นำมาใช้ในการปล่อยชั่วคราวเพื่อทดแทนการใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกัน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และลดความเหลื่อมล้ำที่ศาลยุติธรรมดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยถึงแนวทางการยื่นประกันตัวนายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ หรือขนุน อายุ 20 ปี แกนนำกลุ่ม มศว คนรุ่นเปลี่ยน คดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ตาม ป.อาญา ม.112 ว่า ขณะนี้กำลังปรึกษากับทางทีมทนายความและญาติของจำเลยอยู่ ว่าเราจะทำอย่างไรกันต่อในการยื่นประกันตัวจำเลยออกมาสู้คดีข้างนอก โดยเราได้ศึกษาจากเคสอื่นๆ เช่น กรณีที่ศาลอาญาธนบุรีให้ประกัน น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือตี้ พะเยา แกนนำกลุ่มราษฎรเอ้ย ซึ่งจะเห็นว่าศาลได้มีการวางแนวทางไว้แล้ว เราก็จะต้องมาประเมินปรึกษาว่าเราจะทำอย่างไรต่อ จะใช้วิธียื่นประกันใหม่ต่อศาลชั้นต้นอีกครั้ง หรือยื่นอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลอุทธรณ์ และเงื่อนไขที่เราจะเสนอไปจะมีอะไรบ้าง โดยขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาว่าจะยื่นประกันอีกครั้งเมื่อไหร่ ต้องประชุมคุยกันถึงแนวทางให้เสร็จสิ้นก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102244</URL_LINK>
                <HASHTAG>รุ้ง ปนัสยา, สอดส่องพฤติกรรมของผู้ต้องหา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำนาจศาล, โฆษกศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093dc5d32467.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2018 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2018 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกศาลแจงครม.เสนอเพิ่มเงินเดือนศาลไม่กระทบงบประมาณ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค. 61 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ขึ้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการศาลและองค์กรอิสระ&amp;nbsp;ว่า ก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือน ธ.ค. 2557 ที่ผ่านมามีการปรับเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐทั่วประเทศ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ในส่วนของศาลยุติธรรมไม่ได้มีการปรับขึ้นเงินเดือนในครั้งนั้นเเต่อย่างใด ได้เป็นเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์แทน การที่คณะรัฐมนตรีเสนอให้มีการปรับขึ้นเงินเดือนในครั้งนี้โดยเเก้ไขร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งผ่านการทำประชาพิจารณ์ไปแล้ว ก็เป็นเพียงการนำ 10 เปอร์เซ็นต์ที่มีการจ่ายเป็นเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวซึ่งได้รับอยู่แล้วมาเปลี่ยนเป็นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมแทน และแม้จะมีผลย้อนหลังไปถึง ธ.ค.2557 ก็เพียงแค่ให้สอดคล้องกับช่วงเวลาเดียวกับข้าราชการอื่น ในภาพรวมจึงไม่เป็นภาระงบประมาณของประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12937</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นเงินเดือนตุลาการ, องค์กรอิสระ, โฆษกศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b40a45bc9ab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 06:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2018 19:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกศาลยันไม่มีนโยบายขัดแย้งปชช. ย้ำบ้านพักศาลให้นายกฯชี้ขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย. 61- นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนออกมาประกาศเจตนารมณ์ทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพโดยมีกิจกรรมขบวนจักรยานแสดงพลังประชาชนคนหัวใจสีเขียว เรียกร้องนายกรัฐมนตรี ให้รื้อบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพโดยมีการขอให้ใช้อำนาจมาตรา 44 สั่งให้ยกเลิกโดยจะให้เวลานายกฯ อีก 7 วันเพื่อที่จะตอบว่าจะดำเนินการเช่นไร ว่า ทางสำนักงานศาลยุติธรรมยังยืนตามมติของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ที่มีมติให้กราบเรียนนายกรัฐมนตรีและฝ่ายบริหารว่าจะพิจารณาดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งหากได้ผลประการใดทางสำนักงานศาลยุติธรรมก็ไม่ขัดข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยันห์ กล่าวต่อว่าที่ผ่านมาแม้จะมีบางกลุ่มออกมายั่วยุด้วยถ้อยคำหยาบคาย แต่สำนักงานศาลยุติธรรมนั้นไม่มีนโยบายหรือแนวคิดที่จะมาเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน แต่ขอให้อยู่ในกรอบแห่งกฎหมายและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ฉะนั้น เรื่องบ้านพักตุลาการจึงขอให้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกฯ และฝ่ายบริหารในการตัดสินใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8115</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดค้านก่อนสร้างบ้านพักตุลาการ, บ้านดอยสุเทพ, บ้านพักศาล, โฆษกศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad85deb2be17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2018 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2018 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนง.ศาลยุติธรรมโยนนายกฯเคลียร์ปมร้อนบ้านพักตุลาการ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย. 61 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีคณะทำงานร่วมภาครัฐและภาคประชาสังคมได้มีการประชุมร่วมหารือกรณีการแก้ไขปัญหาบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 สรุปแนวทางยืนยันให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และเสนอ 4 แนวทางในการป้องกันปัญหา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ทางคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ได้มีการประชุมกันและมีมติว่า เรื่องนี้หากมีการรับฟังความเห็นทุกฝ่าย แล้วได้ความเห็นนั้นส่งไปยัง&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;มีการตัดสินใจอย่างไรโดยถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย ทางสำนักงานศาลยุติธรรมจะไม่ขัดข้อง&amp;nbsp;เรายังยืนยันตามเดิมจากที่ ก.บ.ศ.ได้เคยมีหนังสือเรียน พล.อ.ประยุทธ์ ไปก่อนหน้านี้แล้ว จากนี้ก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีและฝ่ายบริหารว่าจะพิจารณาดำเนินการอย่างไรต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7545</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดค้านก่อนสร้างบ้านพักตุลาการ, ดอยสุเทพ, บิ๊กตู่, บ้านพักขรก.ศาล, บ้านพักตุลาการ, โฆษกศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb2dd579cbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2018 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2018 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกศาลฯเตือน &#039;เปรมชัย&#039; ผิดเงื่อนไขศาลสั่งถอนประกันได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.61 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวชี้แจงขั้นตอนการรายงานตัวของผู้ต้องหาในชั้นฝากขัง กรณีของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบมจ.อิตาเลียน-ไทย และพวกรวม 4 คน ที่จะครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 1 ในวันนี้ คดีร่วมกันล่าสัตว์ป่า และข้อหาอื่นๆ ว่า หลังจากพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกนายเปรมชัยกับพวกรวม 4 คน ไปเมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา และทั้งหมดก็ได้ประกันตัวไป โดยยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดซึ่งศาลตีราคาประกันคนละ 150,000 บาท แล้ววันเสาร์ที่ 17 ก.พ.นี้ จะครบกำหนดฝากขังครั้งแรกซึ่งหากพนักงานสอบสวนยังมีความจำเป็นต้องยื่นคำร้องฝากขังต่อเป็นครั้งที่ 2 มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลในวันทำการวันศุกร์ที่ 16 ก.พ.นี้ได้ โดยขอฝากขังต่อได้อีก 12 วันนับตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. หลังจากครบฝากแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยันตห์ กล่าวว่า ขณะที่ข้อกล่าวหาคดีนี้พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ มีสิทธิยื่นคำร้องฝากขังตามกฎหมายได้ 7 ครั้ง รวม 84 วันเพราะมีบางข้อหามีโทษจำคุกอย่างสูงถึง 10 ปี อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้เมื่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ อนุญาตให้ในฝากขังผู้ต้องหาทั้งสี่คนแล้ว ก็ได้กำหนดนัดให้นายประกันส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมด รายงานตัวต่อศาลในวันที่ 26 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น.ตามสัญญาประกัน โดยที่ศาลไม่ได้กำหนดนัดให้ผู้ต้องหามารายงานตัวเมื่อครบฝากขังครั้งแรกนั้น ก็เป็นไปตาม &amp;quot;โครงการลดระยะเวลาในการมารายงานตัวชั้นสอบสวน&amp;quot; ซึ่งศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2556 แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยัณห์ กล่าวถึงโครงการลดระยะเวลาในการมารายงานตัวชั้นสอบสวนว่า หลักการนี้ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้เริ่มมาจากแผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม ปี 2553-2556 ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการพัฒนาศักยภาพอำนวยความสะดวกและการบริการให้กับประชาชนที่มาติดต่อราชการศาล โดยศาลจังหวัดทองผาภูมิมีเหตุผลว่า อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว ผู้ต้องหาที่มากระทำผิดในเขตอำนาจศาลจังหวัดทองผาภูมิ ก็ไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ หากต้องมาศาลเพื่อรายงานตัวทุกครั้งที่ครบกำหนด ทำให้เสียเวลาและขาดรายได้ ดังนั้นเพื่อเป็นประโยชน์ของผู้ต้องหาที่ไม่ต้องเสียเวลา ลดภาระในเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่ไม่ต้องหยุดงานทุก 12 วัน ศาลจังหวัดทองผาภูมิจึงได้ดำเนินการโครงการนี้ขึ้นมา และปฏิบัติกับผู้ต้องหาทุกคนอย่างเท่าเทียมกันมาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโครงการนี้กำหนดนัดส่งตัวผู้ต้องหา ให้มารายงานตัวกับศาลจังหวัดทองผาภูมิไว้ในวันที่ยื่นฝากขังครั้งแรก ตัวผู้ต้องหาต้องมาศาลพร้อมกับพนักงานสอบสวนที่มายื่นคำร้องฝากขัง แล้วเมื่อยื่นฝากขังครั้งที่ 2,3,4 ครั้งละ 12 &amp;nbsp;วันผู้ต้องหายังไม่ต้องเดินทางมาศาล แต่ให้ผู้ต้องหาเดินทางมาศาลโดยนายประกันเป็นผู้นำตัวมาส่ง ในวันที่ 49 นับแต่วันฝากขังครั้งแรก หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่การฝากขังครั้งที่ 5,6,7 แล้วผู้ต้องหาต้องมารายงานตัวต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิทุกครั้ง โดยระหว่างการฝากขัง 3 ครั้งสุดท้ายนี้ ให้มารายงานตัววันรุ่งขึ้นถัดจากวันที่ครบฝากขังนั้น กล่าวคือ หากฝากขังครั้งที่ 5 ครบกำหนดที่ 60 วัน ก็ต้องมารายงานตัวในวันที่ 61, ครั้งที่ 6 &amp;nbsp;มารายงานตัววันที่ 73 และครั้งที่ 7 มารายงานตัววันที่ 85 เป็นต้น ซึ่งหากวันที่ต้องรายงานตัวนั้นตรงกับวันหยุดราชการ ก็ให้ผู้ต้องหามารายงานตัวในวันรุ่งขึ้น ทั้งนี้ระยะเวลาอาจเป็นไปตามดุลพินิจที่ศาลจะกำหนดตามกรอบของกฎหมายด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าระหว่างนั้น หากกระบวนการสอบสวนของตำรวจและการพิจารณาสั่งฟ้องของพนักงานอัยการเสร็จสิ้นเมื่อใด ก็สามารถแจ้งผู้ต้องหาและนายประกันทราบ พร้อมกับนำตัวมาฟ้องต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิได้ก่อนวันนัดรายงานตัว โดยไม่ต้องรอให้ครบวันตามที่กฎหมายกำหนดสูงสุดไว้ ทั้งนี้ ในการรายงานตัวหากผู้ต้องหาและนายประกันไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ก็ถือว่าผิดสัญญาประกัน ศาลก็จะพิจารณาสั่งเรื่องการปล่อยชั่วคราวต่อไป โดยสั่งถอนประกันตัวและปรับนายประกันได้ตามสัญญา&amp;rdquo;นายสุริยัณห์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3240</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนประกัน, ล่าสัตว์, เปรมชัย กรรณสูต, โฆษกศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a8655e22a6cb.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
