<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย &#039;ศาล จ.สกลนคร&#039; ไต่สวนตั้งผู้จัดการมรดกผ่านไลน์วันเดียวเสร็จ 30 คดี รวดเร็ว ประหยัด ปชช.พอใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค.64 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานในศาลต่างๆ หลังจากสำนักงานศาลยุติธรรมออกประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์&amp;nbsp; วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไปแล้ว 3 ฉบับว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา นายเด่น จันทร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดอุทัยธานี ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสกลนคร มอบหมายให้ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสกลนครไต่สวนคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกที่ไม่มีผู้คัดค้าน ตามประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทางอิเล็กทรอนิกส์ (แอพพลิเคชั่นไลน์วิดีโอคอล) โดยได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในวันดังกล่าว มีการไต่สวนคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกพร้อมกันทั้ง 4 บัลลังก์ รวม 30 คดี ผลการไต่สวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยที่คู่ความไม่ต้องเดินทางมาศาล และศาลมีคำสั่งตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ทำให้ประชาชนได้รับความพึงพอใจ เพราะสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เป็นการลดการแออัดของประชาชนที่มาติดต่อราชการศาลลงได้อย่างมาก ทั้งเป็นไปตามนโยบายในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในการนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ศาล ทนายความและคู่ความเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันเดียวกัน&amp;nbsp; ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 1 และ 2 ของศาลจังหวัดพล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ศาลจังหวัดพลได้ดำเนินการพิจารณาคดีผู้บริโภคผ่านแอปพลิเคชันไลน์ตามประกาศศาลจังหวัดพล เรื่อง การใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ลงวันที่ 27 เม.ย. 2564 เพื่อแก้ปัญหาการขาดความต่อเนื่องในการพิจารณาคดีในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ลดปริมาณคดีที่ค้างพิจารณาที่ศาลและเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ไม่สะดวกในการเดินทางมาพิจารณาคดีที่ศาล โดยมีคดีที่พิจารณาโดยวิธีการดังกล่าวทั้งหมด 33 คดี เสร็จการพิจารณา 20 คดี คู่ความตกลงกันได้ จึงเลื่อนนัดเพื่อไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความจำนวน 13 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศาลยุติธรรม ระบุว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ทำให้ประชาชนมีข้อจำกัดในการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่มีคดีอาจเกิดความกังวลว่าศาลจะเลื่อนคดีออกไปหรือไม่ หรือถึงแม้ไม่เลื่อนคดี การเดินทางไปศาลก็เป็นความเสี่ยงที่จะสัมผัสเชื้อ ศาลยุติธรรมคำนึงถึงความปลอดภัยและข้อกังวลของประชาชนดังกล่าว จึงนำวิธีการดำเนินคดีทางอิเล็กทรอนิกส์หรือทางออนไลน์มาอำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยออกเป็นประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม 3 ฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปสาระสำคัญของประกาศทั้ง 3 ฉบับ คือ ให้คู่ความสามารถร้องขอให้ศาลไต่สวนคดีหรือสืบพยานในคดีแพ่งทางออนไลน์ โดยที่คู่ความหรือพยานไม่ต้องเดินทางไปที่ศาล แต่จะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชั่นสื่อสารหรือประชุมออนไลน์ต่างๆ ที่ประชาชนสามารถเข้าระบบเองได้ไม่ยาก และไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบ&amp;nbsp; เมื่อศาลพิจารณาคดีเสร็จจะส่งคำสั่งศาลให้คู่ความทางระบบออนไลน์&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไปศาลแม้แต่ครั้งเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีที่เปิดให้ใช้วิธีไต่สวนหรือสืบพยานทางออนไลน์ตามประกาศดังกล่าว&amp;nbsp; ได้แก่ คดีผู้บริโภค คดีมโนสาเร่ คดีไม่มีข้อยุ่งยากที่จำเลยไม่ต่อสู้คดี รวมถึงการไต่สวนคำร้องต่างๆ ในคดีแพ่ง เช่น คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก หรือคำร้องขอรับรองบุตร เป็นต้น แต่ไม่ใช้กับการดำเนินคดีอาญาและไม่ใช้กับกรณีที่คู่ความหรือพยานมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ โจทก์หรือผู้ร้องที่ต้องการใช้วิธีพิจารณาคดีทางออนไลน์ อาจร้องขอต่อศาลในตอนที่ยื่นคำฟ้องหรือคำร้อง โดยต้องระบุสถานที่และแอปพลิเคชั่นที่จะใช้มาให้ศาลทราบล่วงหน้า จำเลยก็ขอใช้วิธีพิจารณาคดีทางออนไลน์เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลยุติธรรมได้นำวิธีการฟ้องคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Filing มาให้บริการประชาชนในการยื่นฟ้องคดีแพ่งทางออนไลน์ได้. โดยไม่ต้องเดินทางมายื่นฟ้องศาลมาระยะหนึ่งแล้ว ผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากทนายความเป็นอย่างดี ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนำวิธีการทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่นมาใช้ในขั้นตอนการพิจารณาคดี ทำให้ประชาชนสามารถดำเนินคดีทางออนไลน์ได้ครบวงจร ตั้งแต่การยื่นฟ้อง การพิจารณาคดีสืบพยาน และการรับคำสั่งศาล สามารถดำเนินการทางออนไลน์ได้ตั้งแต่ต้นจบจบกระบวนการ ถือเป็นมาตรการที่ศาลยุติธรรมนำมาอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มีอรรถคดี โดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพและยังคงมาตรฐานการอำนวยความยุติธรรม เพื่อให้กระบวนการศาลสามารถดำเนินอย่างต่อเนื่องแม้ในภาวะวิกฤตที่มีอุปสรรคหลายประการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101731</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีแพ่ง, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, โฆษกศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088e9af25169.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิโธ่!ฟ้องศาลคดีไม่ใส่แมสก์แล้ว8รายปรับจริงแค่1-2พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;28 เม.ย. 2564 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงภาพรวมของการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมทั่วประเทศกรณีไม่สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกเคหสถานหรือสถานที่พำนัก อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศของจังหวัดต่าง ๆ ว่าศาลยุติธรรมได้เริ่มรวบรวมสถิติคดีลักษณะดังกล่าวแล้ว นอกจากที่มีการฟ้องคดีและมีคำพิพากษาไปแล้วในส่วนของศาลแขวงสุราษฎร์ธานี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจำนวน 1 คดี จำเลย 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดตั้งแต่วันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2564 มีรายงานคดีเข้ามาอีกในศาลเขตพื้นที่ต่าง ๆ &amp;nbsp;รวม 4 ศาล จำนวน 8 คดีด้วยกัน โดยมีศาลจังหวัดเวียงสระ รายงานว่าเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2564 มีฟ้องเข้ามา 1 คดี จำเลย 2 คน ศาลลงโทษปรับคนละ 2,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ 1,000 บาท และเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2564 มีรายงานว่าที่ศาลจังหวัดเวียงสระมีฟ้องเข้ามาอีก 1 คดี จำเลย 1 คน ศาลลงโทษเท่ากันกับเมื่อวันก่อน (26 เมษายน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในวันที่ 27 เมษายน ยังมีที่ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ฟ้อง 2 คดี จำเลยคดีละ 1 คน รวม 2 คน ศาลลงโทษปรับจำเลยคนละ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับคนละ 2,000 บาท
ศาลจังหวัดยะลาฟ้อง 2 คดี จำเลยคดีละ 1 คน รวม 2 คน ศาลลงโทษปรับจำเลยคนละ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กี่งหนึ่งคงปรับคนละ 2,000 บาท และศาลจังหวัดเบตงฟ้อง 2 คดี จำเลยคดีละ 1 คน รวม 2 คน ศาลลงโทษปรับจำเลยคนละ 2,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับคนละ 1,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงโทษที่มีข้อแตกต่างกันนั้น เนื่องจากผู้พิพากษาสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาตามพฤติการณ์แห่งคดีของแต่ละคดี ซึ่งอาจมีรายละเอียดและความหนักเบาแห่งการกระทำความผิดที่แตกต่างกัน การลงโทษจึงเป็นไปได้ที่จะไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม ขอย้ำกับประชาชนทั่วประเทศว่า ขอให้ติดตามข่าวสารการประกาศของทางราชการอยู่เสมอเพื่อจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งได้อย่างถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยทั้งของตัวเองและของผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของศาลยุติธรรมนั้น ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สำนักงานศาลยุติธรรมมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อช่วยสนับสนุนงานการพิจารณาตัดสินคดีของผู้พิพากษา เพื่อลดการเดินทางของคู่ความที่จะต้องเดินทางมาศาลในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ในชั้นของการยื่นคำร้อง คำขอต่าง ๆ ไปจนกระทั่งถึงการสืบพยานสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมได้ออกประกาศแนวทางการปฏิบัติให้ศาลยุติธรรมทั่วประเทศดำเนินการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการพิจารณาของศาลนั้น จะลงโทษตามระวางโทษที่กฎหมายกำหนด ส่วนบัญชีอัตราเปรียบเทียบแนบท้ายระเบียบ ฯ นั้น ใช้สำหรับผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ ซึ่งตามคำสั่งกรมควบคุมโรครวมถึงพนักงานสอบสวนด้วย บัญชีนี้ไม่ผูกพันให้ศาลต้องใช้ตามเกณฑ์ที่กำหนดว่าครั้งแรกต้องปรับ 6,000 บาท ศาลจึงยังคงมีอำนาจในการใช้ดุลพินิจลงโทษได้ไม่เกิน 20,000 บาท ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ซึ่งเมื่อพิจารณาตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว อาจเกินกว่าหรือต่ำกว่า 6,000 บาท ก็ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101031</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล, ศาลยุติธรรม, โฆษกศาลยุติธรรม, ไม่สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088e9af25169.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกศาลฯ แจงปมขอประกันตัว &#039;ไผ่-ไมค์-รุ้ง&#039; เสร็จทุกขั้นตอน พร้อมเชิญทนายมารับฟังจนเข้าใจแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.64 - ภายหลังจากที่มีการนำเสนอข่าวทนายความให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการพิจารณาไม่ให้ประกันตัว 3 แกนนำกลุ่มราษฎร ทำนองว่า ขณะทำเรื่องประกันตัวซึ่งกระบวนการยื่นประกันยังไม่เสร็จสิ้น ยังมีเวลาอยู่ แต่ทางราชทัณฑ์ได้นำตัว น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, นายภาณุพงศ์ จาดนอก และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา จำเลย ขึ้นรถไปควบคุมยังเรือนจำ เมื่อวานนี้ (8 มี.ค.) ซึ่งกรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาในศาลอาญา ที่อาจสร้างความเข้าใจผิดหรือเกิดความคลาดเคลื่อนสงสัยในกระบวนการยุติธรรมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม อธิบายถึงขั้นตอนการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวและการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวคดีกลุ่ม 18 แกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร ว่า โดยหลักปฏิบัติ (ทุกคดี) เมื่ออัยการนำตัวจำเลยมายื่นฟ้องต่อศาลแล้ว หากศาลมีคำสั่งประทับฟ้อง จะสั่งต่อไปด้วยว่า ให้หมายขัง เว้นแต่จะมีประกัน ซึ่งหมายความว่า เมื่อศาลรับฟ้องแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ออกหมายขังจำเลยไว้ระหว่างพิจารณา หากมีการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว และศาลพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว ศาลก็จะออกหมายปล่อยต่อไป โดยผู้ที่มีอำนาจหน้าที่บังคับตามหมายคือราชทัณฑ์ ซึ่งการบริหารจัดการในแง่ของการนำตัวจำเลยไปควบคุมตัวนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของราชทัณฑ์ว่าจะนำตัวไปเมื่อใด อย่างไร สำหรับการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวนั้น ตามกฎหมายคนที่มีสิทธิยื่นคือ ผู้ต้องหา (กรณีอยู่ระหว่างการสอบสวน), จำเลย (กรณีศาลประทับฟ้องแล้ว) และผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นในขั้นตอนขอปล่อยชั่วคราวเมื่อวานดังกล่าว เป็นการยื่นโดยผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ไม่ใช่จำเลย เมื่อได้รับคำร้องแล้วเจ้าหน้าที่ก็นำไปลงระบบในช่วงเวลา 13.00 น.เศษ จากนั้นรีบนำเสนอผู้พิพากษาที่มีหน้าที่พิจารณาคำร้องโดยเร็ว การทำงานของศาลอาญาขั้นตอนใดที่กฎหมายไม่ได้บังคับ ศาลก็พยายามจะทำให้สั้นและกระชับที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด เมื่อผู้พิพากษาพิจารณาคำร้องเสร็จแล้ว จึงไปถึงขั้นตอนการแจ้งคำสั่งให้ผู้ร้องขอทราบต่อไป ส่วนราชทัณฑ์ซึ่งมีหน้าที่บังคับตามหมายขัง ก็จะต้องดำเนินการนำตัวจำเลยไปควบคุมที่เรือนจำต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอยืนยันว่า แม้ราชทัณฑ์จะมีอำนาจปฏิบัติตามหมายขังระหว่างพิจารณาได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งในเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ศาลได้พิจารณาและมีคำสั่งในคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว ราชทัณฑ์จึงมีการนำตัวจำเลยไป อีกทั้งในวันนี้ (9 มี.ค.) ทางศาลอาญาได้เชิญทนายจำเลยมาอธิบายถึงขั้นตอนและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจนเป็นที่เข้าใจแล้ว สิ่งสำคัญที่สุด ขอยืนยันว่าศาลปฏิบัติกับคู่ความทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีการปฏิบัติที่แตกต่างกันแต่อย่างใดๆ&amp;quot; โฆษกศาลฯ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95495</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรา112, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, โฆษกศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_6047247146d0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2021 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเพชรบุรีให้ประกันตัว 22 ชาวบ้านบางกลอยแล้ว กำหนดเงื่อนไขห้ามเข้าพื้นที่อุทยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 2564 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ตามที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาซึ่งกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2564 ด้วยศาลยุติธรรมมีนโยบายให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีวันหยุด ในวันที่&amp;nbsp;7 มี.ค.&amp;nbsp;ศาลจังหวัดเพชรบุรีจึงได้ดำเนินการสอบถามความประสงค์ขอปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหาทั้ง 22 ราย จากนั้นศาลจึงจัดทำคำร้องขอปล่อยชั่วคราวส่งไปให้ผู้ต้องหาทั้งหมดลงลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วส่งผ่านสถานที่คุมขังกลับมายังศาลจังหวัดเพชรบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลจังหวัดเพชรบุรีพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน โดยมีเงื่อนไขว่า &amp;ldquo;ห้ามผู้ต้องหากลับเข้าไปในพื้นที่ที่ถูกจับ และพื้นที่อุทยานที่ไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมในระหว่างการพิจารณาคดี และแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็นผู้กำกับดูแล เพื่อให้ผู้ต้องหาทั้ง 22 คนปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวด้วยว่า การใช้วิธีการตั้งผู้กำกับดูแลดังกล่าวแทนการเรียกหลักประกันเป็นมาตรการใหม่ที่ศาลยุติธรรมนำมาใช้ เพื่อให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยเข้าถึงสิทธิที่จะได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยไม่ต้องวางหลักประกันใดๆ ขณะเดียวกันเป็นการลดความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยอาจหลบหนีหรือไปก่อความเสียหายในระหว่างที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าการเรียกให้วางหลักประกันเช่นที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95286</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวบ้านบางกลอย, นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล, โฆษกศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc9e7d8a0c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเพชรบุรีให้ประกันตัว 22 ชาวบ้านบางกลอยแล้ว กำหนดเงื่อนไขห้ามเข้าพื้นที่อุทยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 2564 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ตามที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาซึ่งกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2564 ด้วยศาลยุติธรรมมีนโยบายให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีวันหยุด ในวันที่&amp;nbsp;7 มี.ค.&amp;nbsp;ศาลจังหวัดเพชรบุรีจึงได้ดำเนินการสอบถามความประสงค์ขอปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหาทั้ง 22 ราย จากนั้นศาลจึงจัดทำคำร้องขอปล่อยชั่วคราวส่งไปให้ผู้ต้องหาทั้งหมดลงลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วส่งผ่านสถานที่คุมขังกลับมายังศาลจังหวัดเพชรบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลจังหวัดเพชรบุรีพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน โดยมีเงื่อนไขว่า &amp;ldquo;ห้ามผู้ต้องหากลับเข้าไปในพื้นที่ที่ถูกจับ และพื้นที่อุทยานที่ไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมในระหว่างการพิจารณาคดี และแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็นผู้กำกับดูแล เพื่อให้ผู้ต้องหาทั้ง 22 คนปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวด้วยว่า การใช้วิธีการตั้งผู้กำกับดูแลดังกล่าวแทนการเรียกหลักประกันเป็นมาตรการใหม่ที่ศาลยุติธรรมนำมาใช้ เพื่อให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยเข้าถึงสิทธิที่จะได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยไม่ต้องวางหลักประกันใดๆ ขณะเดียวกันเป็นการลดความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยอาจหลบหนีหรือไปก่อความเสียหายในระหว่างที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าการเรียกให้วางหลักประกันเช่นที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95285</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวบ้านบางกลอย, นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล, โฆษกศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc9e7d8a0c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธ.ศาลฎีกา ออกระเบียบ ศาลชั้นต้นเลื่อนคดี มี.ค.-พ.ค.ได้ วางแผนทำงานที่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.63- &amp;nbsp;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) มีมติเมื่อวานนี้ (23 มี.ค.) ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาเลื่อนวันนัดพิจารณาที่กำหนดระหว่างวันที่ 24 มี.ค.-31 พ.ค.นี้ โดยให้กำหนดนัดใหม่ที่เหมาะสมได้ ช่วงสถานกาณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) นั้น วันนี้ (24 มี.ค.) นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ได้ลงนามออกเป็นประกาศคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เรื่อง การบริหารจัดการคดีภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ที่จะนำมาใช้เป็นแนวปฏิบัติของศาลชั้นต้นทั่วประเทศแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในส่วนของสำนักงานศาลยุติธรรม วันนี้นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ประชุมวางแนวทางการบริหารงานบุคลากรในหน่วยงานสังกัดสำนักงานศาลฯ ช่วงสถานการณ์นี้ ซึ่งกำลังพิจารณาการให้บุคลากร สังกัดสำนักงานศาลฯ ทำงานที่บ้านลักษณะ work &amp;nbsp;from home ได้ โดยจะต้องไม่กระทบประสิทธิภาพการทำงานและจะต้องทำงานได้อย่างต่อเนื่องซึ่งแนวทางนี้ที่ประชุม ก.บ.ศ.ได้รับทราบตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากมติ ก.บ.ศ.ที่ผ่านให้ศาลชั้นต้นเลื่อนวันนัดพิจารณาคดีได้ช่วงนี้ เพื่อเลี่ยงการแพร่ระบาดของโรคนั้น นายสราวุธ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ออกหนังสือเวียนถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม ลงวันที่ 23 มี.ค. 2563 เรื่องซักซ้อมการนำนวัตกรรมมาใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยว่า ขณะนี้มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในปัจจุบันมีระยะของการระบาดอยู่ในระยะที่ 2 โดยทุกภาคส่วนล้วนต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดมาตรการที่เหมาะสมหรือแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปสู่การบริหารงานของทุกหน่วยงานในสังกัดของตนให้ดำเนินต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานศาลยุติธรรมพิจารณาแล้ว เห็นว่า ในสภาวการณ์เช่นนี้ ขอซักซ้อมและทำความเข้าใจให้หน่วยงานในสังกัด นำนวัตกรรมที่สำนักงานศาลยุติธรรมเคยกำหนดให้นำไปปฏิบัติแล้ว มาใช้ในการปฏิบัติงานอย่างจริงจังและเคร่งครัดเพื่อเป็นการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดอีกทางหนึ่ง เนื่องจากนวัตกรรมต่างๆ ล้วนมีส่วนที่ทำให้ประชาชนหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีไม่จำเป็นต้องเดินทางมาศาล ลดโอกาสการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างกันอันเป็นช่องทางที่สุ่มเสี่ยงที่สุดในการแพร่เชื้อของโรคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นวัตกรรมสำคัญๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ดังกล่าวมีดังนี้ 1.ระบบการยื่นส่ง-รับคำคู่ความและเอกสาร ทางอิเล็กทรอนิกส์ e-Filing ที่เป็นระบบบริการได้ทุกที่ ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง และขอคัดถ่ายเอกสารต่างๆ ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการลดการเดินทางมายังศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การขอจัดตั้งผู้จัดการมรดกข้ามเขต และไต่สวนผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (VDO Conference) โดยการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก สามารถยื่นต่อพนักงานอัยการ ณ สำนักงานอัยการฯ ได้ทุกจังหวัดโดยไม่จำเป็นต้องยื่นคำร้องที่ศาลที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายและไต่สวนผ่าน VDO Conference ซึ่งเป็นการลดการเดินทางระหว่างจังหวัดพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่เสี่ยงภัยต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การจ่ายคืนเงินในคดีให้แก่คู่ความผ่านระบบ Corporate Banking การจ่ายคืนเงินค่าธรรมเนียมศาลเงินกลางและเงินค่าปรับในคดีให้แก่คู่ความผ่านระบบ Corporate Banking คู่ความจะได้รับเงินเข้าบัญชีธนาคารได้ทันที และมี SMS แจ้งเตือน ซึ่งมีข้อดีกว่าวิธีการคืนเงินคู่ความโดยจ่ายเช็คหรือจ่ายเป็นเงินสดเพราะคู่ความไม่ต้องเดินทางมาศาลเพื่อรับเช็คและนำเช็คไปขึ้นเงินที่ธนาคารเป็นการลดขั้นตอนลดการเดินทางและลดความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การขอคัดถ่ายเอกสารในสำนวนคดีและการขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดผ่านระบบ CIOS โดยคู่ความสามารถขอคัดถ่ายเอกสารในสำนวนคดีและสามารถเลือกรูปแบบการขอรับสำเนาเอกสารโดยศาลจะจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ หรือส่งไฟล์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามความประสงค์ ส่วนการขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดศาลจะจัดส่งให้ทางไปรษณีย์โดยสามารถยื่นคำร้องขอผ่านระบบบริการข้อมูลคดีศาลยุติธรรม (CIOS) โดยไม่ต้องเดินทางมาศาลที่ https://cios.coj.go.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การขอคัดถ่ายคำพิพากษาระหว่างศาลยุติธรรมทั่วประเทศ โดยคู่ความสามารถเดินทางไปยื่นคำร้องยังศาลที่ใกล้และสะดวกที่สุดเพื่อขอคัดถ่ายคำพิพากษาระหว่างศาลยุติธรรมได้ทุกศาลทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.การคัดถ่ายคำพิพากษาด้วยเครื่องอัตโนมัติด้วยตนเอง โดยคู่ความที่เดินทางมาศาลสามารถตรวจสอบและคัดถ่ายสำเนาคำพิพากษาได้ด้วยตนเองผ่านโปรแกรมที่ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องระบบสัมผัส (KIOSK) ของศาลโดยไม่ต้องไปติดต่อเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ระบบการส่งเอกสารและการประกาศนัดไต่สวนโดยวิธีการลงโฆษณาทางสื่อเทคโนโลยีหรือ e-Notice System โดยพนักงานอัยการคู่ความและประชาชนสามารถดูประกาศนัดไต่สวนของศาลและประกาศให้รับเอกสารท้ายฟ้องคืนเมื่อเสร็จคดีได้ทางเครื่องคอมพิวเตอร์ PC และเครื่องมือสื่อสารระบบ Smart phone โดยไม่ต้องลงทะเบียนไม่ต้องเดินทางมาศาลซึ่งการเข้าใช้งานเป็นไปโดยง่ายด้วยการค้นหาผ่าน google โดยระบุคำค้นหาว่า;&amp;ldquo;ประกาศนัดไต่สวน&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ระบบ e-Notice System&amp;rdquo; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.ระบบติดตามสำนวนคดี หรือ Tracking System โดยพนักงานอัยการคู่ความและประชาชนสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของสำนวนคดีและข้อมูลคดีเบื้องต้นประกอบด้วย วันที่รับฟ้อง , วันนัดพิจารณาคดี, ผลการส่งหมาย , วันที่ครบกำหนดยื่นอุทธรณ์/ฎีกา , วันที่ยื่นอุทธรณ์/ฎีกา , วันที่ส่งศาลอุทธรณ์/ฎีกา , วันที่อ่านอุทธรณ์/ฎีกา , วันนัดฟังคำพิพากษา , ผลคำพิพากษาโดยไม่ต้องลงทะเบียนและไม่ต้องเดินทางมาศาลซึ่งการเข้าใช้งานเป็นไปโดยง่ายด้วยการค้นหาผ่าน google โดยระบุคำค้นหาว่า &amp;ldquo;ติดตามสำนวนคดี Tracking System ศาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.การอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นคู่ความไม่ต้องเดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีแพ่งในวันนัด โดยให้เจ้าหน้าที่ทำการส่งไฟล์คำพิพากษาได้อย่างช้า 10 วันทำการหลังจากวันอ่านคำพิพากษาผ่านระบบ CIOS และคู่ความสามารถขอคัดถ่ายคำพิพากษาผ่านระบบ CIOS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.การไกล่เกลี่ยออนไลน์คู่ความ สามารถใช้ช่องทางในการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องหรือคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลแล้ว ผ่านระบบออนไลน์ได้หลากหลายช่องทางเช่น Line , VDO Conference เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.สารบบความอิเล็กทรอนิกส์โปรแกรมจัดเก็บสำนวนคดีอิเล็กทรอนิกส์ (Scan master) เป็นโปรแกรมที่จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนการทำงานของศาลและการให้บริการออนไลน์แก่ประชาชนโดยเป็นโปรแกรมที่สนับสนุนการดำเนินงานของระบบอื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเช่นระบบบริการข้อมูลคดีศาลยุติธรรม (CIOS) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12.การผัดฟ้องฝากขังผู้ต้องหา ผ่านระบบการประชุมทางจอภาพ นอกจากจะเป็นการลดการเดินทางมาศาลของผู้ต้องขังและผู้ควบคุมตลอดจนเป็นการป้องกันรักษาความปลอดภัยแล้ว ยังสามารถลดโอกาสการรวมกลุ่มกันของบุคคลจำนวนมากในพื้นที่จำกัดอันเป็นการเพิ่มโอกาสให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 แก่บุคคลเหล่านั้น รวมถึงข้าราชการศาลยุติธรรมและผู้พิพากษาซึ่งเข้าไปปฏิบัติงานในขั้นตอนการดำเนินการพิจารณาในชั้นผัดฟ้องฝากขังด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสถานการณ์เช่นนี้ นับว่ามีเหตุอย่างอื่นที่น่ากลัวว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น ซึ่งต้องด้วยข้อยกเว้นของข้อ 3 แห่งข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการสอบถามผู้ต้องหาหรือทำการไต่สวนพยานหลักฐานในการออกหมายขังผู้ต้องหาในลักษณะการประชุมทางจอภาพ พ.ศ.2556 หากผู้ต้องหาไม่ได้คัดค้าน ศาลอาจจะมีคำสั่งให้สอบผู้ต้องหาผ่านระบบการประชุมทางจอภาพในการยื่นคำร้องขอหมายขังผู้ต้องหาครั้งแรกก็ได้ โดยใช้วิธีปฏิบัติในทางธุรการตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการสอบถามผู้ต้องหาหรือทำการไต่สวนพยานหลักฐานในการออกหมายขังผู้ต้องหาในลักษณะการประชุมทางจอภาพ พ.ศ.2556 ข้อ 1 มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการเพื่อคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพของข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและประชาชนเป็นประการสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13.การออกหมายจับผ่านระบบฐานข้อมูลหมายจับ (AWIS) ซึ่งเป็นการดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 59 วรรคสาม , ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือหมายอาญา พ.ศ.2548 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 พ.ศ.2561 , ประกาศสำนักงานศาลยุติธรรมเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานเกี่ยวกับหมายจับผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันหากมีการนำวิธีการไต่สวนคำร้องขอออกหมายจับผ่านระบบการประชุมทางจอภาพมาปรับใช้ น่าจะเกิดประโยชน์แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายโดยมีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ดำเนินการดังกล่าวจนประสบความสำเร็จแล้ว ทั้งนี้ศาลที่สนใจสามารถศึกษาแนวทางการดำเนินการด้วยการสแกน QR-code ท้ายหนังสือฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้เพื่อเป็นช่องทางในการประสานงานและรับฟังปัญหาข้อขัดข้องของศาลยุติธรรมทั่วประเทศ จึงขอเชิญชวนให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมโอเพนแชท ด้วยการสแกน QR-code&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยัณห์ &amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับการใช้เทคโนโลยีและระบบอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยอำนวยความสะดวกบริการข้อมูลคดี ให้กับคู่ความ-ทนายความ-ประชาชนที่ติดต่อราชการคดีของศาลนั้น สามารถที่จะดาวน์โหลด Application ตัวใหม่ ชื่อ &amp;ldquo;COJ APP&amp;rdquo; ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมได้เริ่มเผยแพร่ไปล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มี.ค.โดยสามารถดาวน์โหลด App ดังกล่าวได้ฟรีทั้งระบบ iOS (iOS : shorturl.at/cdvxA หรือเปิด App Store ค้นชื่อ &amp;quot;cojapp&amp;quot;) และระบบ Android (Android : shorturl.at/cyEM0 หรือเปิด Play Store ค้นชื่อ &amp;quot;cojapp&amp;quot;) โดยบริการข้อมูลคดีผ่าน App นี้ จะช่วยลดการเดินทางมาศาลในสถานการณ์เช่นนี้ที่จะหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของโรคได้อีกทางหนึ่งด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60738</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุริยันต์ หงษ์วิไล, ออกระเบียบแล้วศาลชั้นต้นเลื่อนคดี, โควิด-19, โฆษกศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2d7ac368607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2019 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2019 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาศาลฯกำชับเจ้าหน้าที่เข้มงวดรักษาความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 17 พ.ย. นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าของมาตรการรักษาความปลอดภัยความเรียบร้อยบริเวณศาล หลังจากที่ นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ลงนามในคำสั่งด่วนที่สุด เรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณศาล ส่งเป็นหนังสือเวียนถึงถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมให้ใช้เป็นแนวทางและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด ภายหลังเกิดเหตุยิงกันที่ศาลจังหวัดจันทบุรี และเหตุอื่นก่อนหน้านี้ว่า ภายหลังจากที่นายสราวุธ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมได้ออกมาตรการ ทุกศาลทั่วประเทศได้มีการตื่นตัว หัวหน้าศาลแต่ละที่ก็ได้มีการเรียกประชุมผู้อำนวยการ แต่ละศาลก็มีการวางมาตรการที่เข้มข้นขึ้น ตามมาตรการที่นายสราวุธมีหนังสือคำสั่งลงไป ตรงนี้เป็นส่วนให้เจ้าหน้าที่ในชั้นปฏิบัติงานมีความเข้มงวดกวดขันขึ้นในทุกจุด ไม่ให้เกิดช่องว่าง จนนำมาซึ่งการจับกุมผู้ฝ่าฝืนมาตรการรักษาความปลอดภัยและกฎหมายได้ การปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดกวดขันของเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย ถือเป็นหัวใจสำคัญของมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากที่เราจะเข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ของเราแล้ว เรายังให้ทุกศาลติดประกาศเตือนประชาชนในเรื่องสิ่งที่ไม่ควรกระทำ หรือของต้องห้ามในบริเวณศาล ซึ่งคำสั่งที่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมให้ไปนั้น แต่ละศาลก็จะมีการรายงานผลกลับมาว่าได้มีการประชุมหรือปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างไรบ้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการออกมาตรการของนายสราวุธ ก็มีการจับผู้พกอาวุธปืนเข้าในศาลจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งถูกลงโทษจำคุก 2 เดือนในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลโดยไม่รอลงอาญา และล่าสุดวานนี้มีการจับเหตุผู้พกพามีดพับขนาดยาว 9 นิ้วเข้าศาลจังหวัดปทุมธานี ซึ่งก็มีการตั้งสำนวนละเมิดอำนาจศาลนัดไต่สวนวันที่ 18 พ.ย.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50457</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรการรักษาความปลอดภัย, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, โฆษกศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2d7ac368607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
