<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกสธ.เหลืออดบี้จุฬาฯเตือน&#039;หมอธีระ&#039; คิดเองเขียนเองทำชาวบ้านตื่นกลัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค. 64 - นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ รก ระดับ 11 หัวหน้าสำนักวิชาการสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;เราจะควบคุมโรคโควิด 19 ได้สำเร็จ เราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน เราต้องการกำลังใจ มิใช่ต้องการคำวิพากษ์วิจารณ์ที่บั่นทอนจิตใจ สร้างความกลัว ตื่นตระหนก และไม่มีประโยชน์ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ หมออ่านข่าว อาจารย์ธีระ&amp;nbsp; และตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่อาจารย์ธีระเขียนผ่านโซเชียลและเป็นข่าว ขอเรียนว่า ไม่สบายใจ และหมอเห็นใจคนทำงาน เห็นใจพี่น้องประชาชน มากๆ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่ No action talk only สบายมากครับ ไม่ทำอะไร ไม่มีผิด คนทำงาน คนที่อยู่หน้างาน มดงาน นักรบชุดขาว ทั้งเหนื่อย เครียด ผู้บริหารที่บัญชาการเหตุการณ์ ต้องวางแผน คิดรอบด้าน เลือกมาตรการใดๆ ก็ต้องมีบวกและลบ ครับ แต่เราเลือกสิ่งที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับประเทศชาติและประชาชน ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat 10 มกราคม 2564...สิ่งที่รัฐจำเป็นต้องทำคือ &amp;quot;ทำในสิ่งที่ควรทำ และอย่าทะลึ่งไปทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอตอบอาจารย์ธีระว่า ...กระทรวงสาธารณสุข ทำทุกสิ่งด้วยความถูกต้อง ถูกหลักวิชาการ ตามมาตรฐาน&amp;nbsp; ด้วยการมีส่วนร่วมของนักวิชาการทั้งใน และนอกกระทรวงสาธารณสุข จนมากำหนดนโยบาย มาตรการ เราประชุม ทำงานตั้งแต่เช้าทุกวัน มดงาน หน่วยปฏิบัติการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นักรบชุดขาว&amp;rdquo; ปฎิบัติการ 24/7 ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ไม่มีวันหยุด ครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอสงสารชาวบ้านครับ เขียนหรือพูดให้เกิดความตื่นตระหนก เกิดความกลัว มีประโยชน์อะไร ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์เขียนแต่ละครั้ง หมอขอให้คิดพิจารณาให้ดี ขอให้ผู้บังคับบัญชาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโปรดช่วยแนะนำตักเตือนอาจารย์ธีระด้วยครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดมาตรการ อยากบอกอาจารย์ธีระ เราคิดถึงปากท้องชาวบ้าน คิดถึงพี่น้องประชาชนมาก่อนเสมอ เราต้องเน้น &amp;ldquo;ทุกมิติ&amp;rdquo; มิใช่ควบคุมอย่างเด็ดขาด แต่ชาวบ้านอดตาย ครับ แต่กระทรวงสาธารณสุขเน้น มาตรการที่ถูกหลักวิชาการ คิดในทุกมิติ เช่น ปากท้อง สังคม เศรษฐกิจ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ เราทำงานเป็นทีม สามารถแสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอเชิงนโยบาย และผู้บริหารรับฟัง ครับ (ไม่จริง แบบที่อาจารย์โจมตี ผมอยากเชิญอาจารย์มารับฟัง มาดูพวกเราทำงาน มิใช่ คิดเอง และเขียนเอง โจมตีการทำงาน ว่า เราขาดความเป็นเอกภาพ สับสน หรือทำงานแบบ &amp;quot;ทราบแล้วเปลี่ยน&amp;quot; การทำงานหรือมาตรการมีความชัดเจน และพร้อมปรับตามสถานการณ์ ครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราไม่เคย &amp;quot;กลับลำ&amp;quot; ตามที่อาจารย์วิจารณ์ แต่มีการปรับเปลี่ยนมาตรการ อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอขอกำลังใจและความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชน ในกรณีการดูแลผู้ป่วย เราเป็นหมอ ไม่ว่าคนทำผิด หรือประชาชน เราดูแลทุกคนครับ แต่เรื่อง &amp;ldquo;ค่ารักษา&amp;rdquo; เป็นอีกเรื่อง นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราดูแลรักษาอย่างดีที่สุด ได้มาตรฐานอยู่แล้วครับ ไม่เคยนำ &amp;ldquo;เงิน&amp;rdquo; มาเป็นตัวตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์ธีระโปรดเข้าใจด้วยครับ สำหรับผู้กระทำผิด เรื่องการคิดค่าใช้จ่ายภายหลัง เป็นไปตามหลักกฏหมายและความถูกต้อง ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขทราบปัญหา และดูแลคนในมุมมืด ค้นหาเชิงรุก ทำงานด้วยเมตตา จรรยาบรรณแพทย์ตามหลักมนุษยธรรม ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอขอยืนยัน การควบคุมโรคโควิด 19 ของกระทรวงสาธารณสุข มีการวางแผน วิเคราะห์สถานการณ์ กำหนดยุทธศาสตร์ และมาตรการ มีการมีส่วนร่วมและขอบคุณอาจารย์จากมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามีการติดตามประเมินผล อย่างเป็นระบบ เราผ่านเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี เราจะร่วมกับทุกภาคส่วน และพี่น้องประชาชน ผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ให้ได้ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอบคุณความปรารถนาดี อาจารย์ธีระ ครับ&amp;nbsp; หากอาจารย์มีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ โปรดเสนอในที่ประชุม หรือส่วนตัวที่ผมก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทุกคนพร้อมรับฟัง ในการทำงานมีผู้แทนทุกภาคส่วนครับ โปรดอย่าวิจารณ์พวกเราในลักษณะนี้เลยครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอสงสาร เห็นใจ คนทำงาน มดงาน นักรบชุดขาว และผู้บริหารที่อุทิศตน ทุ่มเททำงานครับ....&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89418</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ, หมอธีระ, โควิด, โฆษกสธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eaf6ad88256d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 08:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระลอก2ระลอก3มาแน่ๆ! โฆษกสธ.เตือนปชช.เริ่มประมาทไม่ป้องกันโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค. 63 - นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ประธานมูลนิธิสุขภาพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ที่ปรึกษาระดับกระทรวง (ระดับ 10) นพ.ทรงคุณวุฒิ) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;ระลอก 2 ระลอก 3 มาแน่ๆ ด้วยความห่วงใย ผมเห็นประชาชนเริ่มประมาทในการป้องกัน โควิด 19 ถ้าเราหยุดวิ่งทันทีตอนวิ่งมาเร็ว มันจะล้มหัวคะมำ ไม่อยากเห็นการสูญเสียของประเทศชาติและประชาชนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) พบพี่น้องประชาชนผ่อนคลายมากๆ&amp;nbsp; เริ่มออกจากบ้านจนรถติดใกล้เคียงปกติ ออกจากบ้านโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) อย่าประมาทเด็ดขาด แม้อัตราผู้ป่วยรายใหม่จะเพิ่มขึ้นแค่หลักหน่วย ตอนนี้สถานการณ์กลับมาเป็นการแพร่ระบาดในวงจำกัด ไม่ใช่โรคสงบนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) ชัยชนะ คือ ลดการแพร่เชื้อ วิ่งเข้าเส้นชัย แบบสูญเสียน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) หมอขอยืนยันว่า เมื่อไหร่ที่เราประมาทไม่ระมัดระวังตัวมีโอกาสที่โรคจะกลับมาระบาดในระดับวิกฤติได้ เช่น คนไทยประมาท มีคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร ~ 70 ศพต่อวัน คนพิการอีกหลายร้อยชีวิตต่อวัน แต่พวกเรากับชินชา.....เช่น ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็วมาก ไม่สวมหมวกกันน๊อก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) ต้องมีการค้นหาผู้ป่วยเชิงบุก อย่างต่อเนื่อง ตัวเลขผุ้ป่วยจะใกล้ความจริงเมื่อเราบุกค้นหา และเข้าควบคุมโรค นอกจากนี้ ต้องบุกทุกๆเรื่อง &amp;ldquo;ให้ความรู้ ปรับทัศนคติ และพฤติกรรรม&amp;rdquo; ต้องให้ประชาชน ทำตามมาตรการ &amp;gt; 90% จึงค่อนข้างมั่นใจว่า เราปลอดภัย ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขและทุกหน่วยงาน จะวางแผนรองรับอย่างดี แต่โอกาสระบาดใหญ่ อีกหลายระลอกเกิดได้เสมอ ถ้าขาดพลังความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน (ดูตัวอย่างในประเทศที่ไม่มีแม้ที่ฝังศพ ครับ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7) ปัจจัยที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดมี 2 ปัจจัยคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.1) การติดเชื้อในชุมชน และแพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.2) การรวมตัวของคน คนอยู่แน่นมากก็เสี่ยงมาก การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล ~ 1-2 เมตร สำคัญมาก การสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือ ต้องทำจนเป็น New normal&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.3) ตัวอย่าง เราต้องพึ่งตนเอง ดูแลตนเอง ไปเดินห้างสรรพสินค้า ควรไปซื้อเฉพาะของที่ต้องการแล้วกลับ ไม่ควรอยู่นาน ไม่ใช่การไปการพักผ่อน แต่เป็นการเพิ่มความเสี่ยง และคนบางกลุ่มไม่ควรไป เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีสุขภาพไม่แข็งแรง เพราะเท่ากับเดินไปในเส้นทางความตาย ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8) การระบาดระลอก 2 และ 3 มาแน่ๆ สถานการณ์ตอนนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ควรคุมให้ได้ในระดับสิบ เป็นสถานการณ์ ที่สมดุล เหมาะสม (มิใช่ระดับร้อย พัน หรือหมื่น) รับรองหมอก็ตายครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9) หมอถูกพี่น้องประชาชนถามเสมอว่า โรคโควิด 19 อยู่กับเรานานแค่ไหน กี่เดือน กี่ปีครับคุณหมอ อยากให้สงบซะที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผมตอบว่า ขึ้นกับเรารักในหลวง พ่อของเราแค่ไหน เราปฏิบัติตามพอสอนเรื่อง หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แค่ไหน การที่เราช่วยกันป้องกัน ดูแลตัวเอง จะเป็น &amp;ldquo;ภูมิคุ้มกันที่ดี&amp;rdquo; และดีกว่า วัคซีนโควิด 19 เราต้องเข้าใจ มีความรู้การแพร่เชื้อ การป้องกัน และช่วยเป็นแบบอย่างเชิญชวนคนอื่นๆให้ทำตาม วัคซีนของพ่อ ....สังคมไทยจะค่อยๆปรับตัว เราจะมีภูมิคุ้มกันหมู่ตามธรรมชาติ แม้ช้า แต่เกิดความมั่งคง ยั้งยืน และพึ่งตนเองครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10) สวมหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า ล้างมือบ่อยๆ งานที่สามารถทำที่บ้านได้อยากให้ทำกันที่บ้าน การเหลื่อมเวลาทำงานเพื่อลดความแออัดของที่ทำงาน และการเดินทาง ที่ทำงานควรจัดเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ถ้าเว้นไม่ได้ควรมีฉากกั้นที่สูงมาก ปิดแอร์ เปิดหน้าต่าง หรือติดตั้งระบบระบายอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอเป็นห่วงทุกมิติของสังคม โดยเฉพาะความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน คนไข้พูดกับผมว่า &amp;ldquo;คุณหมอครับผมไม่มีเงินจ่ายค่ายาครับ ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างไม่ได้เงินเลย&amp;rdquo; ช่วยลูกสาวผมด้วย หมอบอกว่าไม่เป็นไร &amp;ldquo;คนไข้มาก่อนเสมอ&amp;rdquo; มีเงินมาช่วยทำบุญเข้ามูลนิธิสุขภาพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อช่วยคนอื่นต่อไปนะครับ มาตรการดีๆ ต้องธำรงรักษาและทำต่อเนื่อง ให้เป็นวิถีชีวิตใหม่ที่ดี ครับ (New Normal)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เมื่อสิ้นสุด โควิด 19 ขอให้ประเทศไทยและพี่น้องประชาชน เรียนรู้ พัฒนา ด้วยความรอบคอบ พัฒนา New Normal ให้เหมาะบริบทสังคมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- สิ่งสำคัญ ประเทศไทยและประชาชน ต้องมั่นคง ไม่ต้องรวยก็ได้ แต่มีความสุข ประชาชนสุขภาพดี ปลอดภัย และเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน มั่นคง คนไทยมีคุณธรรม มีวินัย มีปัญญา และก้าวสู่สังคมแห่งความสุข มีพลังจิตอาสา ช่วยเหลือกัน เราทำความดีด้วยหัวใจครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65593</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ, ระบาดระลอก2, โควิด-19, โฆษกสธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eaf6ad88256d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 08:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกสธ.เปิดสาเหตุยะลาวิกฤติผู้ติดเชื้อพุ่ง! ชื่นชมใช้มาตรการเชิงบุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 63 - นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง (ระดับ 10) นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ยุทธศาสตร์ที่ 2 มาตรการเชิงบุก (Detect &amp;amp; Testing &amp;amp; Tracing &amp;amp; Effective control) ขอชื่นชมแบบอย่างที่ดี จังหวัดยะลา ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายการช่อง 3 เพิ่งสัมภาษณ์หมอ และออกอากาศ 22.00 น.วันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค.63 รายการคุณกิตติ สิงหาปัด เรืองกรณีพบผู้ป่วยที่ยะลา หมอขอชื่นชมผลการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด คุณหมอสงกรานต์ ไหมชุม และทุกๆ ท่าน ที่ปฏิบัตการเชิง &amp;ldquo;บุก&amp;rdquo; ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุทธศาสตร์ที่ 2 อย่างเข้มข้น และถูกต้องตามหลักวิชาการ &amp;ldquo;ไม่กลัวตัวเลขผู้ป่วย&amp;rdquo; ข้อมูลจริงสำคัญมากๆครับ นำไปสู่การวางยุทธศาสตร์ มาตรการ และแผนปผฏิบัติการที่ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กินเวลายาวนานหลายเดือน ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อที่รายงานผ่านสื่อทุกแขนงเป็นประจำทุกวัน มีหมายเหตุบางอย่างถึงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) พื้นที่ 2 จังหวัดจาก 3 จังหวัด คือ ยะลา กับ ปัตตานี มีจำนวนผู้ติดเชื้อหรือที่เรียกว่า &amp;quot;ผู้ป่วยยืนยัน&amp;quot; สูงติดอันดับ Top 10 ของประเทศ อัตราการป่วยต่อประชากรแสนคนของยะลา อยู่ ~ อันดับที่ 3 ของประเทศ เป็นรองแค่ภูเก็ตกับกรุงเทพฯเท่านั้น ขณะที่ปัตตานีอยู่อันดับ 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) ยะลา มีผู้ป่วยยืนยันมากถึง 121 ราย เป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดของประเทศที่มียอดผู้ป่วยทะลุ 100 คน จากตัวเลขผู้ติดเชื้อทั้งหมดของประเทศนับจนถึงขณะนี้ (29 เม.ย.) ยังไม่ถึง 3,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) พี่น้องประชาชนคงอยากรู้ ทำไม จ.ยะลา ถึงวิกฤติขนาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.1) สาเหตุที่ยะลามีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงกว่าจังหวัดอื่นๆ นอกจากปัจจัยเรื่องการมีกลุ่มเสี่ยงเดินทางกลับจากต่างประเทศจำนวนมากแล้ว ยังสืบเนื่องมาจากความต้องการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาตัดสินใจทำโครงการ active case finding &amp;ldquo;มาตรการเชิงบุก ตามยุทธศาสตร์ที่ 2&amp;rdquo; (หมอขอชื่นชม และกราบขอบพระคุณ) ด้วยการลงพื้นที่ X-ray ปูพรมตรวจเชื้อกับเป้าหมายเสี่ยง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.2) ยอดผู้ติดเชื้อที่สูง เพราะ เราทำ active case finding ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทีมสาธารณสุขได้ลงพื้นที่ไปสอบสวนโรคในกลุ่มผู้ป่วย 100 คนจากผู้ป่วยยืนยันในระบบปกติ จากระบบการรักษาปกติ เราไปสอบสวนโรคแล้วปรากฏว่ามีผู้เชื่อมโยงจากผู้สัมผัสในชุมชน และสงสัยว่าจะมีผู้สัมผัสในชุมชน เมื่อนำมาดูปรากฏว่าเราได้เป้าหมายจากผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูงกว่า 3,500 กว่าคน เราจึงลงพื้นที่ไล่ตรวจเชิงรุก&amp;quot; แบบนี้ซิครับ เชิงบุก ของแท้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.3) นอกจากนั้นยังมีเรื่องความพร้อมของห้องแล็บในโรงพยาบาลจังหวัดยะลาที่มีการพัฒนาการตรวจได้ 400-500 คนต่อวัน ประกอบกับช่วงที่เริ่มทำโครงการ เป็นช่วงใกล้เข้าสู่เดือนรอมฎอน ผู้ว่าฯจึงมีนโยบายให้เร่งเข้าไปหากลุ่มเสี่ยง และทำการตรวจเชิงรุกในพื้นที่โดยไม่ต้องรอให้มีผู้ป่วยมาหาเรา ทั้งหมดเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) จากต้น มี.ค.ที่เจอเคสแรกๆ ของจังหวัด มาถึงกลางเดือน เม.ย.ที่มีเคสสูงสุด นำมาสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการตรวจหาเชื้อกับบุคคลกลุ่มเสี่ยง ทำให้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น แม้ตัวเลขจะสูงจริง แต่เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว และขณะนี้ตัวเลขก็นิ่งมาหลายวันแล้ว อยู่ที่ 121 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) มาตรการเชิงบุก (Active case finding) เราไม่ได้ตรวจประชากรทั้งหมด แต่เราตรวจตามเป้าหมาย และจากการทำ จำนวน 3,500 กว่ารายใน 1 สัปดาห์ เราเจอผู้ป่วย 20 คนที่ไม่แสดงอาการ ทำให้ยอดผู้ป่วยรวมอยู่ที่ 121 คนในตอนนี้ และจาก 20 คนนี้เราก็เช็ค timeline ของเขา พบว่าเราจะต้องตรวจเคสเป้าหมายเพิ่มอีก 2,000 คน เพราะผู้ป่วย 20 คนที่พบใหม่นี้เป็นผู้ที่ไม่แสดงอาการ แต่เราเข้าไปตรวจพบ ทำให้สามารถระงับการแพร่เชื้อต่อได้โดยไม่ต้องรอให้มีอาการ&amp;quot; หมอขอยืนยันว่า เป็นการทำงานทึ่ถูกต้อง ที่หลักวิาการ บริบท และเป็นแบบอย่างทุกพื้นที่ควรทำตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7)&amp;rdquo;หมอชื่นชม และให้กำลังใจ&amp;rdquo; ในแง่ตัวเลขที่ถูกมองว่าสูง แต่ในฐานะผู้ปฏิบัติงานจริง มองว่าเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว และนับจากนี้สถานการณ์โดยรวมน่าจะดีขึ้นตามลำดับ ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับ &amp;quot;ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ&amp;quot; ที่พบจากการทำ active case finding ของยะลา ก็สะท้อนให้เห็นถึงความน่ากลัวของไวรัสโตวิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8) แน่นอน ผมให้กำลังใจคุณหมอสงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา และหมอได้แนะนำยุทธวิธี การจัดการ อธิบาย &amp;ldquo;โอกาสบวกปลอม และการป้องกัน เช่น เก็บตัวอย่างใหม่ทั้งหมด และส่งอีกห้องปฏิบัติการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9) สิ่งสำคัญ มาตรการเชิงบุก ไม่ใช้บุกตรวจสุ่มสี่สุ่มห้า ต้องมี เกณฑ์ที่ชัดเจน เช่น ผู้สัมผัสใกล้ชิด ผู้มีประวัติเสี่ยง พื้นที่ เวลา บุคคล สถานการณ์ ......&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10) หมอชื่นชม กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทำได้ดีมาก และต้องเข้มข้นขึ้น &amp;ldquo;ไม่ต้องกลัวตัวเลข สิ่งสำคัญต้องได้ข้อมูลจริง&amp;rdquo; ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11) ทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ต้องดูยะลาเป็นแบบอย่าง และใช้ยุทธศาสตร์ที่ 2 &amp;ldquo;มาตรการเชิงบุก&amp;rdquo; ทำทุกพื้นที่ ทำให้ถูกหลักวิชาการ รอบคอบ ปรับบริบทให้เหมาะกับพื้นที่ และสิ่งสำคัญ &amp;ldquo;สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีตามธรรมชาติ&amp;rdquo; วัคซีนของพ่อ วัคชีนตามหลักเศรษฐกิจ และช่วยเหลือ อุทิศตนร่วมแรงร่วมใจ &amp;ldquo;พลังจิตอาสา&amp;rdquo; เราทำดีด้วยหัวใจ ช่วยเหลือกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#แค่ทำที่ตัวเราให้ดีที่สุด ประชาชนร่วมมือ &amp;gt; 90 % เราจะร่วมประกาศชัยชนะโควิด 19 แบบสูญเสียน้อยที่สุด.....ครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64993</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ, มาตรการเชิงบุก, ยะลา, โควิด-19, โฆษกสธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eaf6ad88256d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมัดน็อกชนะโควิด-19! โฆษกสธ.แจง3วิธีระหว่างรอวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย. 63 - นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ให้สัมภาษณ์ รายการ &amp;ldquo;ไทยคู่ฟ้า&amp;rdquo; ทำเนียบรัฐบาล &amp;ldquo;โควิด 19&amp;rdquo; ระบบการแพทย์ และสาธารณสุขของไทยดีมาก โชดดีทีเกิดเป็นคนไทย อาศัยบนพื้นแผ่นดินไทย...ครับ https://www.facebook.com/154553218343826/posts/901600333639107/?vh=e&amp;amp;d=n&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยโควิด 19 ตั้งแต่แทบไม่มีอาการ จนอาการหนักได้เข้ารักษาในโรงพยาบาลทุกคน ช่วยเพื่มการรอดชีวิต และลดการแพร่ระบาดโควิด 19 ได้เป็นอย่างดี อัตราป่วยตายของไทย ต่ำมาก ~ 1.7% เรารักษาหายกลับบ้านแล้ว 88.8 % (จากผู้ป่วย 2,922 คน ดูได้จากรายการ
ชื่นชมพลังความร่วมมือ และระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และระบบการตรวจ Lab โดยกระทรวงสาธารณสุข (กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์) และพลังความร่วมมือทุกหน่วยงาน ทัศนคติ ความรู้ พฤติกรรม พลังความร่วมมือ ประชาชน &amp;gt; 90 % สถานการณ์จะอยู่ภายใต้การควบคุม และรอ &amp;ldquo;หมัดน็อก&amp;rdquo; = วัคซีนโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) หลังร่างกายได้รับเชื้อโควิด 19 ส่วนใหญ่จะแสดงอาการ ~ วันที่ 5 ภายหลังจากการรับเชื้อ ระยะของการฝักตัว (เมื่อได้รับเชื้อจนมีอาการป่วย) 1-14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ความสามารถในการแพร่โรคของผู้ป่วย โควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.1) บางกรณีที่มีผู้แพร่โรคให้กับคนอื่นได้มากกว่าปกติ หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;super spreader&amp;rdquo; และการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ความสามารถในการแพร่โรคจะสูงขึ้น เช่น สนามมวย สถานบันเทิง ซึ่งในช่วงนั้นประเทศไทยมีค่าความสามารถในการแพร่โรคอยู่ที่ ผู้ป่วย 1 คนแพร่โรคได้ 3.6 คน 2.2) ขณะนี้ประเทศไทยมีค่าความสามารถในการแพร่โรค ผู้ป่วย 1 คนแพร่โรคได้ 1-2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) การติดต่อของโรคคือ 2 ทางหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. 1) ได้รับเชื้อไวรัสโดยตรง เมื่ออยู่ในระยะใกล้ชิดกับผู้ป่วย และมีผู้ที่ไอหรือจาม ที่ไม่มีการป้องกันตนเอง 3.2) ผู้ป่วยไอ จาม และมีละอองเชื้อฝอยทิ้งไว้ในพื้นผิวสัมผัสทั่วไป แล้วผู้อื่นก็มาจับละอองฝอยเชื้อเข้าสู่ร่างกายด้วยการนำมือสัมผัสใบหน้า เช่น ปาก จมูก ตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) ขอให้แบ่งง่ายๆ เป็น 2 กลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.1) กลุ่มคล้ายผู้ป่วย (ที่มีอาการคล้ายไข้หวัด) ต้องสวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ซึ่งสามารถลดการแพร่กระจายของละอองเชื้อได้ถึงร้อยละ 97 เนื่องจากปริมาณละออง ความเร็ว ระยะทางที่เคลื่อนที่ไปได้จะลดน้อยลง ล้างมือ และทบทวนประวัติเสี่ยง ไปพบแพทย์ &amp;ldquo;ต้องเล่าความจริงทั้งหมด&amp;rdquo; ครับ 4.2) กลุ่มผู้ที่ยังไม่ป่วย แนะนำให้สวมหน้ากากชนิดผ้า เพื่อป้องกัน รวมถึงการทำความสะอาดพื้นผิวด้วยการเช็ดน้ำยาฆ่าเชื้อต่างๆ และหลีกเลี่ยงการนำมือสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ และหมั่นล้างมือให้สะอาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) เชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทั่วไปจะอยู่ในสภาพแวดล้อม ประเทศไทยอากาศร้อน อยู่ได้ ~ 6 ชั่วโมง และสูงสุด ~ 24-72 ชั่วโมง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะพื้นผิวและอุณหภูมิ หากอุณหภูมิสูงเชื้อจะมีอายุที่สั้นลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) อาการของโรคโควิด 19 6.1) มีความแตกต่างในเด็กและผู้ใหญ่ คือ เด็กจะมีอาการน้อยกว่า สำหรับเด็ก ร้อยละ 49 มีอาการไอ ร้อยละ 42 จะมีอาการไข้ ร้อยละ 8 มีน้ำมูก ร้อยละ 7 มีอาการอ่อนเพลีย สำหรับผู้ใหญ่ ร้อยละ 89 จะมีอาการไข้ ร้อยละ 68 มีอาการไอ (อาการหลักที่สำคัญ) ร้อยละ 38 มีอาการอ่อนเพลีย ร้อยละ 14 จะมีอาการเจ็บคอ ร้อยละ 15 มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ร้อยละ 5 มีน้ำมูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7) หากมีอาการของปอดอักเสบจะเริ่มแสดงอาการ เหนื่อย หอบ หายใจเร็วและลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.1) ช่วงอายุมีผลต่ออัตราการเสียชีวิต - กลุ่มอายุ 10-19 ปีมีโอกาสต่ำมาก กลุ่มอายุ 50-59 ปี มีโอกาสเสี่ยงสูง กลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไปมีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก (หากมีผู้ป่วยช่วงอายุนี้ 100 คน จะมีอัตราเสียชีวิตถึง ~ 15 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.2) กลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อและมีอาการรุนแรงสูงกว่าคนทั่วไปและเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ได้แก่ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ โรคประจำตัว เช่น โรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจ อัมพาต โรคไตวายเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง โรคอ้วน โรคตับแข็ง โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ และคนอ้วน (ผู้ที่มีดัชนีมวลมากกว่า 35 กก/ต่อตารางเมตร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.ความรุนแรงของโรค แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยติดเชื้อทุกคนไม่ได้มีอาการที่รุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.1) ในผู้ติดเชื้อ 100 คน พบว่า 80 เป็นผู้ป่วยมีอาการน้อยถึงน้อยมาก สามารถหายได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องรับยาต้านไวรัส และ 30 คนใน 80 คน เป็นการติดเชื้อและมีภูมิคุ้มกันแต่ไม่มีอาการ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่หากจะดีที่สุดคือการไม่ติดเชื้อเลย 8.2) ในผู้ติดเชื้อ 100 คน พบว่า 20 คน เป็นผู้ป่วยที่อาจจะต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล และ 5 คนใน 20 คน จะมีอาการรุนแรงและจะต้องได้รับการรักษาพยาบาลในกรณีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9) กรณีการเสียชีวิตจะเฉลี่ยคือ ผู้ป่วย 100 ราย จะมีผู้ที่เสียชีวิตร้อยละ 1.4 แต่ความรุนแรงของการเสียชีวิตจะแตกต่างกัน (น่าเชื้อว่า น่าจะน้อยกว่า ร้อยละ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10) ขณะนี้มีการใช้ยาต้านไวรัสในการรักษาตามอาการ ได้แก่ Favipiravir ที่เป็นยาหลัก Remdesivir อยู่ในขณะศึกษาวิจัย ส่วนยากลุ่มเสริมคือ Lopinavir+Ritonavir / Darunavir+ Ritonavir เป็นยาต้านไวรัสเอดส์ และ Cloroquine ซึ่งเป็นยารักษาโรคมาลาเรีย โดยในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีน และในหลายประเทศได้เร่งทำการศึกษาวิจัยอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสำคัญ หมัดน็อกชนะโควิด 19 คือ 1) ลดและชะลอการติดเชื้อให้มากที่สุด (คนติดเชื้อมาก รนก็ตายมาก เช่น ถ้าติดเชื้อ จำนวน 1,000,000 คนพร้อมๆ กัน จะมีคนตาย 20,000-100,000 คน เพราะระบบและหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ รับมือไม่ได้ และหมอพยาบาลอาจตายร่วมด้วย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก บุกกลุ่มเสี่ยง และตรวจ lab 25,000 - 50,000 คน กรุณาอย่ากลัวพบผู้ป่วยมาก เราต้องบุก ค้น และตรวจให้มาก จำนวนผู้ป่วยไม่ใช่ความผิด แต่เราต้องรู้ความจริง เพื่อตีวงกลุ่มเสี่ยงเพื่อควบคุมโรคแบบเด็ดขาดครับ นี่คือ &amp;ldquo;หมัดน็อก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) หมัดน็อกง่ายๆ คือ พลังความร่วมมือทุกคน ปฏิบัติตามมาตรการ ที่แนะนำ ถ้าทำได้ มากกว่า ร้อยละ 90 เราชนะแน่นอนครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64367</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ, หมัดน็อก, โควิด-19, โฆษกสธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea6416c19971.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5ยุทธศาสตร์มาถูกทางแล้ว! &#039;โฆษกสธ.&#039;วอนอดทนทำต่อชนะโควิดแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย. 63 - นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นพ.ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;ยุทธศาสร์ที่ได้นำเสนอ 5 ข้อ เรามาถูกทางแล้ว อดทนนะครับ #เราจะรวมพลังและประเทศไทยจะร่วมประกาศชัยชนะโควิด19 &amp;ldquo;ยุทธศาสร์ที่ได้นำเสนอ 5 ข้อ&amp;quot; ตามด้วย &amp;ldquo;ยุทธการ ยุทธวิธี ตามบริบทพื้นที่&amp;quot; เห็นได้ว่า &amp;ldquo;สถานการณ์ดีขึ้นชัดเจน&amp;quot; หากเราอดทน ทำต่อ เราจะชนะ และได้โอกาสดีๆ จาก โควิด 19 ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) &amp;ldquo;เรียกศรัทธาดูแลพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่&amp;rdquo; ดูแล &amp;ldquo;พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ คนจน และกลุ่มรากหญ้า&amp;rdquo; (ขอบคุณรัฐบาลและทุกหน่วยงาน เอกชน ที่ข่วยเหลือพี่น้องกลุ่มนี้ ครับ) ...มิเช่นนั้น ปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด ความมั่นคงของประเทศจะตามมา มิติสังคม จิตใจ เศรษฐกิจ สำคัญมาก ให้กำลังใจ ช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ และนักรบทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) &amp;ldquo;บุกค้นหาผู้ต้องสงสัย ควบคุมเด็ดขาด&amp;rdquo; - บุกลุยควบคุมการแพร่เชื้อ ทำงานเชิงรุก ลงทุน สืบสวนสอบสวนและควบคุม รัฐบาลต้องลงทุน ให้งบประมาณ ตรวจ Lab &amp;ldquo;PCR&amp;rdquo; ~ 20,000-50,000 รายต่อวัน แยกรักษาผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วย และแยกผู้สัมผัส ตามเฝ้าระวัง ถ้าติดเชื้อนำมาแยกรักษา - อย่ากลัวตัวเลขผู้ป่วย หรือ การพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม แต่เราจะรู้ข้อมูลจริง เพื่อวางแผนรับมือ ไปล่วงหน้า 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี และ 5 ปี หมอเรียนทุกท่านว่า ข้อมูลข้อเท็จจริงสำคัญที่สุด เวลานี้ (Moment of truth) ครับ ผู้ติดเชื้อมากจะมีผู้ป่วยหนักมากขึ้น และคนตายมากขึ้น เพราะศักยภาพทางการแพทย์มีขีดจำกัด ถ้าติดเชื้อรวดเร็วในเวลาอันสั้น ~ 1 ล้านคน จะมีคนตาย &amp;gt; 1 แสนคน (หมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ก็รับมือไม่ไหวครับ) ทุกข้อมูลต้อง จริง และ Real-time เพื่อควบคุมและรับสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) &amp;ldquo;สร้างพลังความร่วมมือ สร้างทัศนคติ ชุดความรู้ และพฤติกรรมป้องกันโรคโควิด 19&amp;rdquo; - ต้องยอมรับความจริง พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ไม่มีความเข้าใจเรื่องของ &amp;ldquo;การติดต่อของโรคโควิด 19 การป้องกันตนเอง และการป้องกันการแพร่เชื้อไปยังคนอื่น&amp;rdquo; เรื่องนี้ ต้องทำอย่างหนัก เพราะมีแต่ความ &amp;ldquo;กลัว&amp;rdquo; - ให้ความรู้ความเข้าใจ &amp;ldquo;ประชาชน&amp;rdquo; อย่างจริงจัง มีประสิทธิภาพ เชิงรุก และทันเวลา ที่สำคัญ เป็นหนึ่งเดียว ทิศทางเดียวกัน ไม่สะเปะสะปะ ไม่ให้ข่าวที่ไม่มีประโยชน์ทางสาธารณสุข ขอให้พูดความจริง เชิงบวก สร้างสรรค์ ให้ข้อแนะนำ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) &amp;ldquo;มาตรการหมัดน๊อก อาวุธพร้อม&amp;rdquo; - ยุทธการ ยุทธวิธี มาตรการ อาวุธต้องพร้อม ต้องมี &amp;ldquo;หมัดน๊อก&amp;rdquo; และเลือก/เน้น มาตรการสำคัญ ตามหลักวิชาการและบริบทประเทศไทย ลดและชะลอการแพร่เชื้อมากที่สุด ต้องเพิ่มการค้นหาด้วยหลักระบาดวิทยา และ Lab (ทำอย่างถูกหลักวิชาการและเหมาะกับบริบทประเทศไทยและพื้นที่) ทำเชิงรุก เช่น ลดการนำเชื้อเข้าประเทศ ควบคุมในประเทศ ค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) บังคับใช้กฏหมาย (ปราบคนพาล อภิบาลคนดี) - กฏหมาย / มาตรการ ต้องเข้มข้น เด็ดขาด พวกท้าทาย พวกฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน พวกไม่ร่วมมือต้อง &amp;ldquo;จับจริง&amp;rdquo; ไม่ให้เป็นแบบอย่าง - ปรับทัศนคติ และพฤติกรรม (ถ้าไม่ทำตามต้องบังคับใช้กฏหมาย จับจริง ทำให้เห็นถึง &amp;ldquo;การกำจัดคนพาล อภิบาลคนดี&amp;rdquo; กฏหมายต้องบังคับใช้จริงจัง โดยเฉพาะพวกท้าทายกฏหมาย พวกฉวยโอกาส &amp;ldquo;จับจริง ดำเนินคดีให้เป็นแบบอย่าง ตอนนี้โทษหนักกว่าเดิมมากครับ&amp;rdquo; การออกมาตรการใดๆ ต้องเข้าใจ (If and Then) สร้างความเข้าใจ พร้อมรับมือผลกระทบ ทุกมาตรการมีผลกระทบ นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ โปรดเมตตา ไม่ตีตราคนไข้และญาติของคนไข้ เขาทั้งหลายไม่น่ากลัวครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ความทุกข์พี่น้องประชาชน มิติเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งน่ากลัวกว่า โควิด 19 ต้องช่วยกันทุกมิติ &amp;ldquo;เราไม่ตายด้วยโควิด 19 มากนัก แต่จะเครียด อดตาย และทุกข์ตาย ....ครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ช่วยกันเว้นระยะห่างบุคคล (Physical distancing) ~ &amp;gt; 2 เมตร ให้มากที่สุด ล้างมือ...ก่อนจับบริเวณหน้าตนเอง ล้างมือ...ก่อนและหลังจับ/สัมผัส กลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะ &amp;ldquo;กลุ่มเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย&amp;rdquo; เช่น คนสูงอายุ คนมีโรคประจำตัว คนปกติสวมหน้ากากผ้าก็พอแล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ถ้าประชาชนร่วมมือ ทำตาม ทำได้ &amp;gt; 90 % เราชนะแน่นอนครับ โรคจะสงบ โรคติดต่ออื่นๆ ลดไปด้วยครับ (ปรับทัศนคติ ความรู้ พฤติกรรมการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค ทำให้ยั่งยืน ต่อเนื่อง ครับ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- มองไปข้างหน้า โรคโควิด 19 จะหยุดระบาด จะสงบ โดยภูมิคุ้มกันธรรมชาติ ภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) หรือภูมิคุ้มกันมนุษย์ประดิษฐ์ เช่น วัคซีน ต้องเตรียมความพร้อม &amp;ldquo;วัคซีน&amp;rdquo; ครับ และที่สำคัญ ยา เตียง บุคลากร ต้องพร้อมในสถานการณ์เลวร้ายที่สุดเสมอ แต่ทำงานเชิงรุกและป้องกัน ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกสิ่งทุกอย่างจะค่อยๆ ฟื้นกลับมาใหม่ เมตตาต่อกัน ช่วยเหลือกัน เราเป็นลูก &amp;ldquo;ในหลวง&amp;rdquo; สุดท้าย เราจะอยู่กับโควิด 19 ได้อย่างไม่มีปัญหา เช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่มีการระบาดของโรคเอดส์ในอดีตที่น่ากลัวมากๆ (ถ้าท่านจำได้ สมัยแรกของการระบาดของโรคเอดส์) แต่ตอนนี้ ควบคุมได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราวิ่งมาราธอน ไม่ใช่วิ่ง 100 เมตร บางช่วงต้องเร็ว บางช่วงออมแรง วันนี้และภายภาคหน้า อย่างน้อย 2 ปี....เราก็อยู่ของเรา โควิด 19 ก็อยู่ของมัน ป้องกันอย่าให้มันมาพบกับเรา ทั้งตั้งใจและบังเอิญ สำคัญที่สุดในวันนี้คือป้องกันการติดต่อและแพร่เชื้อ ควบคุมโรคให้เร็วที่สุด และป้องกันกลุ่มเสี่ยงครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ดำรงชีวิต ด้วย &amp;ldquo;หลักเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; ครับ ขอบคุณ ผู้ปิดทองหลังพระ ชาว &amp;ldquo;มดงาน&amp;rdquo; อสม. หมออนามัย หมอ พยาบาล lab เจ้าหน้าที่ทุกคน นักระบาดวิทยาภาคสนาม และนักรบทุกท่านที่ &amp;ldquo;สู้&amp;rdquo; เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย และพี่น้องประชาชน ครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62970</URL_LINK>
                <HASHTAG>5ยุทธศาสตร์เดินมาถูกทาง, นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ, โควิด-19, โฆษกสธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200413/image_big_5e93cd1acb37b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
