<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2018 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2018 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกสภาทนายฯชี้ตุ๋นทำข้าวกล่องเข้าข่ายฉ้อโกง หากตั้งใจหลอกเอาผลประโยชน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย.61 - ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกฎหมายกรณีมีบุคคลหลอกลวงจ้างทำข้าวกล่องจำนวนมากแล้วไม่ยอมรับสินค้า ว่า กรณีเรื่องจ้างทำข้าวกล่อง ข้อเท็จจริงเบื้องต้นยุติว่ามีการทำสัญญาจ้างทำข้าวกล่องและน้ำดื่มวันละ 10,000 ชุด แล้วเกิดปัญหาโต้แย้งกันว่าน้ำดื่มไม่ได้มาตรฐาน ส่งข้าวกล่องล่าช้า ข้าวบูดบ้างจึงปฏิเสธไม่รับข้าวกล่อง และจะปรับแม่ค้าเป็นเงิน ประมาณ 350,000 บาท หากมองว่าเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง ก็ต้องไปว่ากล่าวกันทางแพ่ง จากภาพข่าวที่ปรากฏในเบื้องต้น แม่ค้าเสียหายแน่นอน ข้าวกล่องกว่า 10,000 กล่อง และน้ำดื่ม 10,000 ชุด หากมีต้นทุนชุดละ 50 บาท ก็เสียหายกว่า 500,000 บาท เมื่อรวมกับค่าปรับแล้ว ถือว่าเสียหายหนักมากสำหรับแม่ค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ พ.ต.สมบัติ กล่าวต่อไปว่า ประเด็นข้อสังเกตในกรณีนี้ หากผู้ว่าจ้างเป็นกลุ่มคนเดียวกันกับกรณีที่เคยเกิดขึ้น หรือหากปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ติดต่อว่าจ้างไม่ได้มีเจตนาที่แท้จริงในการที่จะว่าจ้างทำข้าวกล่อง แต่ตั้งใจที่จะหลอกให้พ่อค้าหรือแม่ค้าที่คาดหวังถึงรายได้หรือผลประโยชน์ที่จะได้ในอนาคต เพื่อให้ผู้ว่าจ้างได้รับผลประโยชน์จากพ่อค้าแม่ค้าดังกล่าว โดยตั้งใจจะไม่รับเอาข้าวกล่องและน้ำดื่มทั้งหมด แต่จะอ้างว่าอาหารและน้ำดื่มไม่ได้มาตรฐาน บ้างผิดสัญญาบ้าง เพื่อจะเรียกค่าปรับ หากมีข้อเท็จจริงหรือหลักฐานบ่งชี้ว่ามีลักษณะดังกล่าว เรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 หรือฉ้อโกงประชาชน มาตรา 343 ได้ เรื่องนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้รับผิดชอบต้องรีบเข้าไปช่วยดูแลและทำข้อเท็จจริงทั้งหมดให้กระจ่าง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกคนด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21602</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง, หลอกลวงจ้างทำข้าวกล่อง, โฆษกสภาทนายความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180301/image_big_5a97a13b4652e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2018 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องระฆังดังเหยียดศาสนาหรือไม่ โฆษกสภาทนายฯมีคำตอบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.61 - ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ ให้สัมภาษณ์กรณีบุคคลร้องเรียนระฆังวัดดังรบกวน เข้าข่ายเหยียดศาสนามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ตามที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ให้ความเห็นไว้หรือไม่ ว่า ความผิดฐานเหยียดหยามศาสนา เป็นความผิดที่ไม่ต้องการเจตนา แต่มุ่งพิจารณาจากพฤติการณ์ประกอบการกระทำว่าเข้าองค์ประกอบแห่งความผิดอาญาหรือไม่ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวต้องเอาความรู้สึกของวิญญูชนหรือคนทั่วไปมาเทียบว่า การกระทำของจำเลย เป็นการเหยียดหยามศาสนาหรือยัง และต้องรู้สำนึกในขณะกระทำด้วย ในความเห็นส่วนตัว ชาวคอนโดที่ร้องเรียนวัดอาจมีเพียงความรู้สึกว่าถูกรบกวนจากเสียง จึงใช้สิทธิที่ติดว่าตนเองมีเข้าร้องเรียนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เยียวยาความรู้สึกของตนเท่านั้น ตามข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏว่ามีพฤติกรรมอื่นประกอบการกระทำ ดังนั้นเพียงเท่านี้ ยังไม่น่าเข้าข่ายผิดฐานเหยียดหยามศาสนา แต่หากต่อมามีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเช่น ตามข่าวบอกว่าบุคคลดังกล่าวโทรไปต่อว่าทางวัดตอนเช้ามืดหลายครั้ง ตรงนี้ไม่ทราบว่ามีข้อความอะไรที่กระทบพระหรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19176</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศรีสุวรรณ จรรยา, พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง, พระตีระฆัง, สภาทนายความ, โฆษกสภาทนายความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180301/image_big_5a97a13b4652e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
