<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกตร.ยันไม่มีอมเบี้ยเลี้ยง‘คฝ.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงมีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (คฝ.) ที่มาปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้รับการดูแลเรื่องเบี้ยเลี้ยงค่าตอบแทนว่า ค่าตอบแทนมา 2 แนวทาง ถ้าหน่วยไหนมีเงินบริหารเหลือจะให้ตรงต่อตำรวจมาเลยวันละ 200 บาท แต่บางหน่วยจะโอนให้หลังปฏิบัติหน้าที่ไม่เกิน 5 วัน เป็นไปตามระเบียบหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่ เงินไม่ตกหายไปไหน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113726</URL_LINK>
                <HASHTAG>คฝ., พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, เจ้าหน้าที่กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน, เบี้ยเลี้ยง, โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9a494ca99a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!104รายยังฝ่าฝืนเคอร์ฟิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.64 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีวิทยุสั่งการ ลงวันที่ 10 ก.ค.2564 สั่งการและกำชับการปฏิบัติไปยังทุกหน่วยงานในสังกัด ให้ปฏิบัติตามประกาศข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค.64&amp;nbsp;ในการควบคุม ระงับ ยับยั้ง การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) โดยเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยให้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ฝ่ายปกครอง เพื่อตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจตราห้ามมิให้บุคคลออกนอกเคหสถานในห้วงระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติสรุปภาพรวมผลการปฏิบัติการตั้งจุดตรวจ ประจำวันที่ 14 ก.ค.2564 ดังนี้ 1.พื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ฐานความผิดออกนอกเคหสถาน จำนวน 17 ราย 2.พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1&amp;nbsp;ฐานความผิดออกนอกเคหสถาน จำนวน 29 ราย 3.พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 ฐานความผิดออกนอกเคหสถาน จำนวน 14 ราย 4.พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 ฐานความผิดออกนอกเคหสถาน จำนวน 44 ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน 104 ราย
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้กำชับเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายยึดการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด หากพื้นที่ใดมีการปล่อยปละละเลย ก็จะพิจารณาความบกพร่องทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดต่อไป นอกจากนี้หากพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งมายังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติหมายเลข 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109658</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 จังหวัด, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, เคอร์ฟิว, โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ee753f9005e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.แจงเหตุถอดคำสั่งแต่งตั้ง&#039;รองผบก.-ผกก.&#039;ออกจากเว็บไซต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ธ.ค.63-พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีคำสั่งแต่งตั้งตำรวจระดับ รอง ผบก.-ผกก.วาระประจำปี 2563 ที่ถูกนำออกจากเว็บไซต์ กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนมีกระแสข่าวจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งว่า จะไม่มีการแก้ไขบัญชีรายชื่อตามคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าวแต่อย่างใด หากแต่เป็นการแก้ไขตามระบบงานสารบรรณ ซึ่งมีความผิดพลาดเล็กน้อยเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในการออกคำสั่งแต่งตั้งทางพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส และเที่ยงธรรม ซึ่งต่อมาทางสำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตรวจสอบแล้วพบมีความผิดพลาดทางระบบงานสารบรรณ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ความถูกต้อง และได้นำออกจากเว็บไซต์ กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ไม่ได้มีการแก้ไขรายชื่อและตำแหน่งในคำสั่งดังกล่าวแต่อย่างใด&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86308</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งแต่งตั้งตำรวจ, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7b1f6b22f41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจขอโทษประชาชนปิดเส้นทางจราจรเพื่อดูแลม็อบ! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.2563 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการชุมนุมที่มีขึ้นหลายจุดว่า ขอโทษประชาชนกรณีการจราจรหลายพื้นที่ไม่มีความสะดวก โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศสถานที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นจุดที่เป็นสถานที่สำคัญ ตำรวจจำเป็นต้องเฝ้าระวังพื้นที่ ขอให้ผู้ชุมนุมพิจารณาว่าการชุมนุมทุกครั้งที่ผ่านมาความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดผลดีกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ระบุวันนี้จากการติดตามข่าวผู้ชุมนุมได้เปลี่ยนแปลงสถานที่ชุมนุมเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ ของสน.พหลโยธิน ซึ่งก็เป็นไปตามทางการข่าวที่ตำรวจได้คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว โดยทางผู้ชุมนุมยังไม่ได้แจ้งขออนุญาตชุมนุมแต่อย่างใด ซึ่งก็ได้มีการจัดกำลังตำรวจเพิ่มเติมไปยังสำนักงานไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่แล้ว โดยเฉพาะตำรวจจราจรให้อยู่ตามแยกต่างๆที่อาจได้รับผลกระทบจากการชุมนุมเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด เชื่อสามารถควบคุมสถานการณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการนำตู้คอนเทนเนอร์มาใช้ปิดกั้นเส้นทางแทนรถเมล์สาธารณะ พล.ต.ต.ปิยะ ระบุว่าเป็นการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมเท่านั้น เนื่องจากการใช้รถเมล์อาจจะทำให้เสียมูลค่า ยืนยันทาง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ หรือ ขสมก.พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการอยู่แล้วไม่ได้เกิดจากปฏิเสธความร่วมมือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการชุมนุม พล.ต.ต.ปิยะ &amp;nbsp;ระบุว่าตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่เพียงพอตามความจำเป็น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นจากตำรวจแต่เกิดขึ้นจากผู้ชุมนุมตำรวจต้องทำตามกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกและความเรียบร้อย หลังทราบข่าวว่ามีการเปลี่ยนสถานที่ชุมนุมตำรวจได้มีการลดระดับ และ ผ่อนปรน ลดความเข้มงวดในการวางกำลังและแนวกั้นพื้นที่ลงมาแล้ว เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือนร้อนไปมากกว่านี้ ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้จะพิจารณาเปิดเส้นทางบางจุดเพื่อบรรเทาผลกระทบให้ประชาชน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีที่มีกำลังทหารมาซักซ้อมแผนในพื้นที่ควบคุมสถานการณ์ของผู้ชุมนุมนั้น เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นที่ตั้งของหน่วยงานทหารหลายหน่วยจึงมีกำลังของกองทัพภาคที่ 1 เข้ามาร่วมซ้อมแผนในการป้องกันสถานที่ซึ่งเป็นหน่วยงานของตัวเอง ไม่เกี่ยวข้องในแผนปฏิบัติการควบคุมฝูงชนครั้งนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุม, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbdf6eeaeafb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟกนิวส์!ตำรวจยันไม่มีบุกโรงงานผลิตหมวกกันน็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(โฆษก ตร.) พร้อมด้วยพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ &amp;nbsp;ดีพอ รองโฆษก ตร. และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงสรุปภาพรวมสถานการณ์การชุมนุมและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า เรามีการดำเนินการให้เกิดความสมดุลในการบังคับใช้กฎหมาย การรักษาความสงบของสังคมและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ไม่ว่ามวลชนจะฝ่ายไหนก็ตาม เรามีหน้าที่ในการควบคุมให้เกิดความสมดุลทั้งสามด้าน ส่วนกรณีที่จะมีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นในอนาคต ทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีการปรับไปตามสถานการณ์ โดยเรื่องนี้ ผบ.ตร.ได้มีการทบทวนวิธีการปฏิบัติให้มีการสอดคล้องกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการดูความเคลื่อนไหวของมวลชนอยู่แล้ว เนื่องจากมีการประชุมตลอดเวลา ไม่ว่าสถานการณ์ไปในทิศทางใด ตร.ก็พร้อมปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ได้มีการชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ จุดสำคัญ บริเวณเดอะมอลล์บางแค และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า นอกจากนี้ยังมีจุดอื่นๆ ที่มีการชุมนุมแต่จำนวนไม่มากนัก เช่น เดอะมอลล์บางกะปิ, ห้างน้อมจิต, บีทีเอสห้าแยกลาดพร้าว, แยกสาธุประดิษฐ์, บีทีเอสบางนา, แยกอุดมสุข และบีทีเอสรัชโยธิน ซึ่งการดำเนินการได้ให้ผู้กำกับการ หัวหน้าสถานี และผู้บังคับการพื้นที่เป็นผู้บริหารจัดการสถานการณ์ ทั้งนี้ บช.น.ได้จัดกำลังพลเสริมไว้สำหรับสนับสนุนการปฏิบัติของสน.และบก.พื้นที่ไว้เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ &amp;nbsp;กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการชุมนุมที่ผ่านมา ได้มีการพยายามกระทำโดยการแจ้งข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จหรือเฟกนิวส์ ให้ประชาชนหลงเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือตำรวจตระเวนชายแดนเข้าไปอยู่ในม็อบและก่อความไม่สงบ วุ่นวาย ในส่วนนี้ทาง บช.น.ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ โดยสน.บางนาได้ควบคุมตัวนายประวิทย์ สมรัตน์ ผู้ต้องหาที่ปรากฏในภาพมาดำเนินคดี ส่งฟ้องยังศาลอาญาพระโขนง ซึ่งได้มีคำพิพากษาให้รอการกำหนดโทษไว้ 2 ปี คุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายในเวลา 2 เดือน บริการสังคม 30 ชั่วโมง หลังจากนั้นให้มารายงานตัว 3 เดือนต่อครั้ง จนครบเวลากำหนดโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า อีกกรณีทาง พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผกก.สน.หลักสอง ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนางญาศิภัสมณี เรืองศิริสกุล ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ฉบับที่ 4 เรื่องการห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุม และบุคคลตามที่ปรากฎตามภาพไว้เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดี นอกจากนี้การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 63 ทาง บช.น.ได้จับกุมแล้วทั้งหมด 77 ราย เป็นการจับกุมตามหมายจับ 22 ราย ตาม พ.ร.ก. 54 ราย และขัดคำสั่งเจ้าพนักงานอีก 1 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบโรงงานผลิตหมวกนิรภัย จากการตรวจสอบในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลยังไม่มีการจับกุม คาดว่าจะเป็นเฟกนิวส์ ซึ่งจะส่งเรื่องให้บก.ปอท.ตรวจสอบดำเนินการตามกระบวนการต่อไป หากมีการตรวจสอบหรือจับกุมจะเป็นการจับกุมหมวกกันน็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่ปกติของตำรวจที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ช่วงนี้สถานการณ์สื่อสังคมออนไลน์มีการพยายามสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนและผู้ชุมนุมเกิดความหวาดกลัว มีการบิดเบือน นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เช่น บอกว่า หากมีการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่รัฐจะมีการใช้อาวุธปืนใช้กระสุนจริงยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งในความเป็นจริง กอร.ฉ.ไม่มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้กระสุนจริงกับผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน และขอยืนยันว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่จะดำเนินการภายใต้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งมีอยู่ 2 โพสต์ โพสต์แรกในทวิตเตอร์ ระบุว่า ทหารจะสั่งให้ ตร.หมอบลงจากนั้น ทหารจะยิงเข้าไปหาประชาชน อีกโพสต์เป็นเฟซบุ๊ก โดยคนโพสต์ข้อความที่อยู่ต่างประเทศได้เคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงอยู่ตลอด และมีหมายจับ ระบุข้อความว่า ช่วยกันกระจายข่าวด้วยครับ ตอนนี้มีคำสั่งรับมาแล้วว่าจะให้สังหารหมู่ประชาชนและนักศึกษา ทั้งนี้ขอยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ ที่มีเนื้อหารุนแรง ก่อความสับสน สร้างความตื่นตระหนกในสังคม การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 และฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ฉบับที่ 4 อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นโพสต์ลักษณะนี้อย่าส่งต่อ เพราะอาจสร้างความสับสนและความตื่นตระหนกในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าขณะนี้มีคนดังต่างๆ ออกมาโพสต์ข้อความที่มีความเห็นต่าง อย่างเช่นคุณปารีณา ออกมาเชิญชวน ถือว่าเป็นการปลุกระดมในการชุมนุมขัดต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯหรือไม่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า รายละเอียดเนื้อหาในแต่ละกลุ่มที่เชิญชวนสุ่มเสี่ยงว่าเป็นความผิด ยืนยันว่าทาง กอร.ฉ.จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว เพราะทางเจ้าหน้าที่มีความเป็นห่วงในทุกเรื่องแม้ว่าจะชนม็อบหรือไม่ชนม็อบ ถ้าสถานการณ์พัฒนาไปในทิศทางไหน ซึ่ง ตร.มีหน่วยร่วมปฏิบัติที่พร้อมที่จะเข้าแก้ไขในทุกเรื่องอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าทางกอร.ฉ.ว่าได้มีการคุยกันหรือไม่ว่าสถานการณ์ปัจจุบันนี้จำเป็นต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือยกเลิกเพื่อลดความรุนแรงลดความกดดัน พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า การพิจารณาเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นเรื่องของทางรัฐบาล การพิจารณาในภาพรวมมีหลายมิติทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เราหน่วย กอร.ฉ.เป็นหน่วยปฏิบัติ ถ้าจะมีการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเราจะต้องได้รับคำสั่งจากทางรัฐบาล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81343</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง, กอร.ฉ., พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, หมวดกันน็อก, เฟกนิวส์, โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f8fd91052db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;สั่งเอาจริงลงดาบทุกกฎหมายหากฝ่าฝืนมาตรการคุมเข้มโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.2563 - &amp;nbsp; พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า จากการปฏิบัติงานตลอดระเวลา 4-5 วันที่ผ่านมาพบว่า ยังมีประชาชนบางส่วนฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ประกาศ และกฎหมาย มีหลายกรณีที่ไปมั่วสุม ตั้งวงสังสรรค์ เล่นการพนัน เด็กแว้น ปาร์ตี้ยาอี ลักษณะนี้ถือว่ากระทำกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ทั้ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงการกักตุนสินค้า ขายหน้ากากอนามัยเกินราคา ยืนยันว่าเป็นความผิดรุนแรง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด เร่งรัดดำเนินคดีและสั่งฟ้องทุกข้อหา เสนอให้ริบของกลาง ให้ลงโทษสถานหนัก ไม่ต้องรอลงอาญา ดูตัวอย่างกรณีที่มีการเอาน้ำลายไปป้ายสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งศาลสั่งจำคุกแล้ว 15 วัน ไม่รอลงอาญา ขณะที่นายกฯ เป็นห่วงและกำชับให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพราะเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า กรณีที่มีการประกาศห้ามนอกพื้นที่ เช่น นนทบุรี ที่มีการประกาศห้ามออกจากเคหสถานตั้งแต่เวลา 22.00 &amp;ndash; 05.00 น. เป็นการขอความร่วมมือประชาชน ยกเว้นกลุ่มที่มีความจำเป็น เช่น การขนส่งสินค้า การขนส่งเวชภัณฑ์ สามารถทำได้ ส่วนประชาชนทั่วไป เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบ เพราะช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลากลางคืน คนปกติจะอยู่บ้าน ถ้าทำงานอยู่ กทม. ช่วงเช้าสามารถเดินทางได้ ส่วนด่านคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด ขณะนี้มี 409 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีด่านเคลื่อนที่เร็วตามจุดต่างๆ ซึ่งจะแนะนำประชาชนให้ทำตามมาตรการ หากเตือนแล้วไม่ฟังก็ต้องดำเนินคดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61695</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย, ประกาศ, ฝ่าฝืน, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, สตช., โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e843bb286695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
