<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องอ่านอยากรู้ใครต้องรับผิดชอบศพกลางถนน‘โกศลวัฒน์’กางกฎหมายอธิบาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค. 2564 - นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดี และโฆษกอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 ให้ความเห็นข้อกฎหมายกรณีพบศพบุคคลเสียชีวิตอยู่กลางถนนนานนับ 10 ชั่วโมง ว่ากรณีดังกล่าว ทราบว่า ประชาชนแจ้งเจ้าหน้าที่แล้วก็ไม่มีใครมาเก็บศพหรือไม่มีใครมาตรวจสอบทำให้เกิดความสะเทือนใจ เกิดความไม่สบายใจและไม่รู้ว่าเป็นหน้าที่ของใคร ประชาชนผู้พบเห็น หรือบ้านอยู่แถวนั้นควรต้องทำอย่างไร มีกฎหมายให้ต้องปฏิบัติอย่างไร ซึ่งตามกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 149 ความตายผิดธรรมชาติเกิดมีขึ้น ณ ที่ใด ให้เป็นหน้าที่ของสามี ภริยา ญาติ มิตร สหายหรือผู้ปกครองของผู้ตายที่รู้เรื่องการตายเช่นนั้นจัดการ ดังต่อไปนี้ 1.เก็บศพไว้ ณ ที่ซึ่งพบนั้นเองเพียงเท่าที่จะทำได้ 2.ไปแจ้งความแก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจโดยเร็วที่สุด หน้าที่ดังกล่าวในวรรคต้นนั้นมีตลอดถึงผู้อื่น ซึ่งได้พบศพในที่ซึ่งไม่มีสามีภริยา ญาติ มิตร สหาย หรือผู้ปกครองของผู้ตายอยู่ในที่นั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมาตรา 149 วรรค 2 &amp;nbsp;บัญญัติว่าให้เป็นหน้าที่ของบุคคลใดก็ได้ที่พบศพหรือประชาชนทั่วไปให้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ก่อน คือแจ้งไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อตรวจดูศพเบื้องต้น โดยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาการชันสูตรพลิกศพ ผู้ใดละเลยไม่กระทำหน้าที่ดังบัญญัติไว้ในมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 148 เมื่อปรากฏแน่ชัด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดตายโดยผิดธรรมชาติ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ให้มีการชันสูตรพลิกศพ ซึ่งสำหรับการตายผิดธรรมชาติ ได้เเก่ 1.ฆ่าตัวตาย 2.ถูกผู้อื่นทำให้ตาย 3.ถูกสัตว์ทำร้ายตาย 4.ตายโดยอุบัติเหตุ และ 5.ตายโดยยังมิปรากฏเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เเละมาตรา 150 ในกรณีที่จะต้องมีการชันสูตรพลิกศพ ให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ กับแพทย์ทางนิติเวชศาสตร์ซึ่งได้รับวุฒิบัตรหรือได้รับหนังสืออนุมัติจากแพทยสภา ทำการชันสูตรพลิกศพโดยเร็ว เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ ให้พนักงาน สอบสวนและแพทย์ดังกล่าวทำบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรพลิกศพส่งไปยังพนักงานอัยการโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากมีการพบว่าศพดังกล่าวสงสัยจะติดเชื้อโควิด-19 ทางกระทรวงสาธารณสุขออกแนวทางปฏิบัติการจัดการศพว่า การติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วเสียชีวิต ถือเป็นการตายโดยธรรมชาติ เจ็บป่วยตายไม่จําเป็นต้องมีการชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เว้นแต่หากเป็นการเสียชีวิตระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน เช่น การเสียชีวิตในห้องขัง ให้มีการชันสูตรพลิกศพ แต่อาจไม่จําเป็นต้องมีการผ่าชันสูตรศพ เพราะตายจากการติดเชื้อโควิด ถ้าผลแห่งการตายไม่ได้ตายเพราะถูกฆาตกรรมก็ต้องแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทราบเพื่อยุติคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการจัดการศพเบื้องต้นในสถานที่พบศพ (ก่อนยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา) นิยามศพที่ต้องทําการสอบสวนโรค 1. เสียชีวิตโดยมิปรากฎเหตุ และมีประวัติมาจากพื้นที่เสี่ยง (นอกสถานพยาบาล) 2. เสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบรุนแรงเฉียบพลันโดยไม่ทราบเชื้อสาเหตุ (ในสถานพยาบาล) กรณีพบศพนอกสถานพยาบาล หากสงสัยว่าศพอาจมีการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ให้ผู้พบศพแจ้งไปยังแพทย์นิติเวช ซึ่งแพทย์นิติเวชออกชันสูตรเบื้องต้น ใส่ PPE สอบถามประวัติและบันทึกภาพ สถานที่พบศพโดยละเอียด เมื่อพิจารณาแล้วว่าเข้านิยามศพที่ต้องทําการสอบสวนโรค ประสานเจ้าหน้าที่ เคลื่อนย้ายศพมา ณ สถานพยาบาลที่สามารถเก็บตัวอย่างจากศพได้ โดยให้ทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่ที่สถานพยาบาลเพื่อทําการเก็บตัวอย่าง พร้อมให้ปิดกั้นพื้นที่สถานที่พบศพ ห้ามบุคคลอื่นเข้าไปโดยเด็ดขาด จนกว่าจะได้รับผลการตรวจยืนยันเชื้อ &amp;nbsp;กรณีตรวจยืนยันเชื้อ พบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา ให้งดการผ่าตรวจศพหรือสัมผัสศพ ติดป้ายสีแดงระบุชื่อหรือหมายเลขศพพร้อมระบุว่าติดเชื้อกลุ่มโคโรนา สามารถเคลื่อนย้ายประกอบพิธีทางศาสนากําจัดศพโดยการเผาศพและการฝังศพได้โดยห้ามเปิดถุงเก็บศพโดยเด็ดขาด เเต่กรณีตรวจยืนยันเชื้อ พบว่าไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา การเก็บศพ การทําความสะอาดหรือการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ให้ดําเนินการเหมือนศพปกติทั่วไป โดยยึดหลักการควบคุม และป้องกันการแพร่กระจายของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีผู้ถามว่าเป็นหน้าที่ใครที่ต้องไปเก็บศพ ม.149 (2) ให้ไปแจ้งความแก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจโดยเร็วที่สุด จึงเห็นได้ว่ากฎหมายประสงค์ให้เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นเจ้าภาพหรือแม่งานในการดูแลศพ ให้เป็นไปตามกฏหมายต่อไป หากมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยปกติก็จะประสานมูลนิธิต่างๆ เข้ามาช่วยเก็บ และนำส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตร ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงควรตระหนักรู้ และสนับสนุนการเก็บศพให้กับพนักงานฝ่ายปกครองท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะต้องรับภาระแจ้งเหตุพบผู้ตายตามถนนสาธารณะมากขึ้น หน้าที่ต้องมากับการสนับสนุนทั้งบุคลากร ชุดป้องกันโรค และงบประมาณ ให้พร้อมปฎิบัติหน้าที่กันด้วย&amp;quot; รองอธิบดีอัยการ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110559</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย, นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง, เสียชีวิต, โฆษกอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afeb0b572a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องอ่านอยากรู้ใครต้องรับผิดชอบศพกลางถนนน‘โกศลวัฒน์’กางกฎหมายอธิบาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค. 2564 - นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดี และโฆษกอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 ให้ความเห็นข้อกฎหมายกรณีพบศพบุคคลเสียชีวิตอยู่กลางถนนนานนับ 10 ชั่วโมง ว่ากรณีดังกล่าว ทราบว่า ประชาชนแจ้งเจ้าหน้าที่แล้วก็ไม่มีใครมาเก็บศพหรือไม่มีใครมาตรวจสอบทำให้เกิดความสะเทือนใจ เกิดความไม่สบายใจและไม่รู้ว่าเป็นหน้าที่ของใคร ประชาชนผู้พบเห็น หรือบ้านอยู่แถวนั้นควรต้องทำอย่างไร มีกฎหมายให้ต้องปฏิบัติอย่างไร ซึ่งตามกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 149 ความตายผิดธรรมชาติเกิดมีขึ้น ณ ที่ใด ให้เป็นหน้าที่ของสามี ภริยา ญาติ มิตร สหายหรือผู้ปกครองของผู้ตายที่รู้เรื่องการตายเช่นนั้นจัดการ ดังต่อไปนี้ 1.เก็บศพไว้ ณ ที่ซึ่งพบนั้นเองเพียงเท่าที่จะทำได้ 2.ไปแจ้งความแก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจโดยเร็วที่สุด หน้าที่ดังกล่าวในวรรคต้นนั้นมีตลอดถึงผู้อื่น ซึ่งได้พบศพในที่ซึ่งไม่มีสามีภริยา ญาติ มิตร สหาย หรือผู้ปกครองของผู้ตายอยู่ในที่นั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมาตรา 149 วรรค 2 &amp;nbsp;บัญญัติว่าให้เป็นหน้าที่ของบุคคลใดก็ได้ที่พบศพหรือประชาชนทั่วไปให้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ก่อน คือแจ้งไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อตรวจดูศพเบื้องต้น โดยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาการชันสูตรพลิกศพ ผู้ใดละเลยไม่กระทำหน้าที่ดังบัญญัติไว้ในมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 148 เมื่อปรากฏแน่ชัด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดตายโดยผิดธรรมชาติ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ให้มีการชันสูตรพลิกศพ ซึ่งสำหรับการตายผิดธรรมชาติ ได้เเก่ 1.ฆ่าตัวตาย 2.ถูกผู้อื่นทำให้ตาย 3.ถูกสัตว์ทำร้ายตาย 4.ตายโดยอุบัติเหตุ และ 5.ตายโดยยังมิปรากฏเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เเละมาตรา 150 ในกรณีที่จะต้องมีการชันสูตรพลิกศพ ให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ กับแพทย์ทางนิติเวชศาสตร์ซึ่งได้รับวุฒิบัตรหรือได้รับหนังสืออนุมัติจากแพทยสภา ทำการชันสูตรพลิกศพโดยเร็ว เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ ให้พนักงาน สอบสวนและแพทย์ดังกล่าวทำบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรพลิกศพส่งไปยังพนักงานอัยการโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากมีการพบว่าศพดังกล่าวสงสัยจะติดเชื้อโควิด-19 ทางกระทรวงสาธารณสุขออกแนวทางปฏิบัติการจัดการศพว่า การติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วเสียชีวิต ถือเป็นการตายโดยธรรมชาติ เจ็บป่วยตายไม่จําเป็นต้องมีการชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เว้นแต่หากเป็นการเสียชีวิตระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน เช่น การเสียชีวิตในห้องขัง ให้มีการชันสูตรพลิกศพ แต่อาจไม่จําเป็นต้องมีการผ่าชันสูตรศพ เพราะตายจากการติดเชื้อโควิด ถ้าผลแห่งการตายไม่ได้ตายเพราะถูกฆาตกรรมก็ต้องแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทราบเพื่อยุติคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการจัดการศพเบื้องต้นในสถานที่พบศพ (ก่อนยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา) นิยามศพที่ต้องทําการสอบสวนโรค 1. เสียชีวิตโดยมิปรากฎเหตุ และมีประวัติมาจากพื้นที่เสี่ยง (นอกสถานพยาบาล) 2. เสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบรุนแรงเฉียบพลันโดยไม่ทราบเชื้อสาเหตุ (ในสถานพยาบาล) กรณีพบศพนอกสถานพยาบาล หากสงสัยว่าศพอาจมีการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ให้ผู้พบศพแจ้งไปยังแพทย์นิติเวช ซึ่งแพทย์นิติเวชออกชันสูตรเบื้องต้น ใส่ PPE สอบถามประวัติและบันทึกภาพ สถานที่พบศพโดยละเอียด เมื่อพิจารณาแล้วว่าเข้านิยามศพที่ต้องทําการสอบสวนโรค ประสานเจ้าหน้าที่ เคลื่อนย้ายศพมา ณ สถานพยาบาลที่สามารถเก็บตัวอย่างจากศพได้ โดยให้ทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่ที่สถานพยาบาลเพื่อทําการเก็บตัวอย่าง พร้อมให้ปิดกั้นพื้นที่สถานที่พบศพ ห้ามบุคคลอื่นเข้าไปโดยเด็ดขาด จนกว่าจะได้รับผลการตรวจยืนยันเชื้อ &amp;nbsp;กรณีตรวจยืนยันเชื้อ พบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา ให้งดการผ่าตรวจศพหรือสัมผัสศพ ติดป้ายสีแดงระบุชื่อหรือหมายเลขศพพร้อมระบุว่าติดเชื้อกลุ่มโคโรนา สามารถเคลื่อนย้ายประกอบพิธีทางศาสนากําจัดศพโดยการเผาศพและการฝังศพได้โดยห้ามเปิดถุงเก็บศพโดยเด็ดขาด เเต่กรณีตรวจยืนยันเชื้อ พบว่าไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา การเก็บศพ การทําความสะอาดหรือการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ให้ดําเนินการเหมือนศพปกติทั่วไป โดยยึดหลักการควบคุม และป้องกันการแพร่กระจายของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีผู้ถามว่าเป็นหน้าที่ใครที่ต้องไปเก็บศพ ม.149 (2) ให้ไปแจ้งความแก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจโดยเร็วที่สุด จึงเห็นได้ว่ากฎหมายประสงค์ให้เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นเจ้าภาพหรือแม่งานในการดูแลศพ ให้เป็นไปตามกฏหมายต่อไป หากมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยปกติก็จะประสานมูลนิธิต่างๆ เข้ามาช่วยเก็บ และนำส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตร ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงควรตระหนักรู้ และสนับสนุนการเก็บศพให้กับพนักงานฝ่ายปกครองท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะต้องรับภาระแจ้งเหตุพบผู้ตายตามถนนสาธารณะมากขึ้น หน้าที่ต้องมากับการสนับสนุนทั้งบุคลากร ชุดป้องกันโรค และงบประมาณ ให้พร้อมปฎิบัติหน้าที่กันด้วย&amp;quot; รองอธิบดีอัยการ ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110558</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย, นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง, เสียชีวิต, โฆษกอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afeb0b572a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
