<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่างหล่อ!&#039;ไก่อู&#039;เผย&#039;บิ๊กตู่&#039;เข้าใจโซเชียล ลั่นยุคใหม่นายกฯต้องเป็นคนที่สังคมสัมผัสได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.61- &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงเรื่องการเปิดช่องทางสื่อสารกับประชาชนทางโซเชียลมีเดียต่างๆด้วย &amp;nbsp;ที่มีหลายคนแสดงความคิดเห็นว่าทำไมต้องทำ โดยนายกฯอธิบายว่าปัจจุบันเป็นโลกยุคใหม่ที่ต้องสื่อสารหลายทางกับประชาชน &amp;nbsp;เราต้องปรับตัว แม้มีคนออกมาแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง ก็ต้องอดทนอ่านความเห็นที่แตกต่างที่เขาสะท้อนออกมาให้ได้ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คาดว่าทีมงานของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นฝ่ายดำเนินการโพสต์ข้อความ &amp;nbsp;แต่ประเด็นนายกฯจะเป็นผู้กำหนดเองและอาจจะตอบเองหรือโพสต์ข้อความเองในบางกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองอาจตั้งข้อสังเกตว่าเหตุผลที่ พล.อ.ประยุทธ์ เปิดช่องทางสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียในเวลานี้ เพราะกำลังเข้าสู่การเลือกตั้ง พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกฯตระหนักว่าต้องเปิดรับสิ่งใหม่ๆและทำให้ประชาชนสัมผัสได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะเริ่มทำในเวลานี้หรือในวันข้างหน้าก็ถือเป็นก้าวแรกในการสื่อสารกับประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติที่มีคนแสดงความเห็นทั้งดีและไม่ดี จะรักหรือไม่รัก ก็ไม่เป็นอะไร ไม่ได้ท้อใจ แต่ในยุคใหม่นายกฯต้องเป็นคนที่สังคมสัมผัสได้ และท่านก็ตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อประชาชน และประเทศ ขณะเดียวกันขอให้ครม.เข้าไปเปิดอ่านดูด้วย ซึ่งหากเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดก็ให้นำไปปรับปรุง&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20035</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯที่สังคมสัมผัสได้, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, โฆษกรัฐบาล, โฆษกไก่อู, โซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc5a71a9351f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2018 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2018 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวแผนพัฒนาเด็กแห่งชาติ พบปัญหาติดยาติดเกมยังแก้ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.61- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม. ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอ ร่างแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ปี 2560-2564 โดยมีต้นเรื่องมาจาก พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ มาตรา 11(1) กำหนดว่า คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติต้องเป็นผู้เสนอนโยบาย และแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ต่อ ครม. โดยในปี 2554 ครม.เคยอนุมัติร่างแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติไว้ ก่อนมีประกาศใช้ ระหว่างปี 2555-2559 &amp;nbsp;พบว่า มีความสำเร็จในหลายประการ อาทิ เด็กปฐมวัยมีการพัฒนาที่สมวัย รวมทุกด้านเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 72.8 ขณะที่ภาวะการขาดสารไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์ และในเด็กลดลง อัตราการคลอดบุตรของเด็กอายุ 15-19 ปี ลดน้อยลง หมายความว่า สภาวะแวดล้อม ผู้ปกครอง และสังคม มีการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มีตัวชี้วัดบางตัวที่มีผลไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ อาทิ ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งในรอบเดือนที่ผ่านมา มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารกรณีดังกล่าวกว่า 300 ครั้ง กว่า 20 ครั้งเป็นเรื่องเด็กและเยาวชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านสุขภาพยังมีตัวเลขที่ไม่น่าพึงพอใจ อาทิการใช้สารเสพติด การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา เยาวชนติดเกมส์ จนไม่ออกกำลังกายให้เหมาะแก่วัยของเด็ก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ร่างแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ปี 2560-2564 จะต่อยอดสิ่งที่ประสบผลสำเร็จ และกำหนดยุทธศาสตร์ไว้ 5 ข้อ ได้แก่ 1.พัฒนาศักยภาพและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก เด็กและเยาวชนต้องได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เต็มศักยภาพเพื่อเติบโตเป็นพลเมืองที่สร้างสรรค์ &amp;nbsp;2. การสร้างความเข้มแข็งของกลไกสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ 3.การเปิดโอกาสการมีส่วมร่วมในกระบวนการคิด และทำกิจกรรต่างๆ 4.ส่งเสริมบทบาทและระดมความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการให้เยาวชน &amp;nbsp;5.การพัฒนานวัตกรรมบริหารจัดการเด็กและเยาวชน อาทิ บุคลากร เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20028</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, พล.ท.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด, แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ, โฆษกไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd5ae1522e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวร่างกฎหมาย&#039;รัฐบาลดิจิทัล&#039;แผน5ปีใช้งบกว่า3หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.61- &amp;nbsp; พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า &amp;nbsp;ครม.เห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัล &amp;nbsp;เพื่อยกระดับการดำเนินงานของภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยหลักการสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว คือ กำหนดให้มีคณะกรรมการรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งมีนายกฯเป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล &amp;nbsp;โดยจะต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ รวมถึงมีหน้าที่กำกับติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ติดตามการทำงานของศูนย์แลกข้อมูลกลางแห่งชาติ และศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้หน่วยงานต่างๆจะต้องจัดทำข้อมูลตามภารกิจของตนเองให้อยู่ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัล ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปกับหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ขณะเดียวกันจะต้องเปิดเผยข้อมูลของรัฐในรูปแบบดิจิทัลสาธารณะ ให้ประชาชนรับรู้ รับทราบ แต่จะต้องไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม จะต้องดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จภายใน 5 ปี และในระยะ 5 ปีจะใช้งบประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ในส่วนมาตรการอำนวยความสะดวกและลดภารให้กับประชาชน &amp;nbsp;เพื่อให้มีความชัดเจนในการกำหนดปฏิบัติ 3 ระยะ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะที่ 1 ภายในวันที่ 5 พ.ย.นี้ ให้หน่วยงานของรัฐที่มีกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับที่ให้ประชาชนต้องยื่นหรือส่งสำเนาเอกสาร ดำเนินการเชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องข้อตกลง (เอ็มโอยู)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อประชาชนมาขอรับบริการให้เจ้าหน้าที่ที่ขอเอกสารสามารถดึงข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆที่เชื่อมโยง โดยที่ประชาชนไม่จำเป็นต้องนำสำเนาและลงนามในเอกสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การให้บริการเป็นตัวเงินกับประชาชน รวมถึงค่าปรับ ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการผ่านการจ่ายเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีเพย์เม้นต์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานจะต้องมีผลชี้วัดถึงประสิทธิภาพหัวหน้าหน่วยงานทุกระดับ โดยให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดช่องทางสื่อสารผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อรับข้อร้องเรียนจากประชาชนว่ามีหน่วยงานใดที่ไม่ดำเนินการ เพื่อแจ้งให้รัฐมนตรีต้นสังกัดไปดำเนินการว่ากล่าวตักเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะกลางนั้น หน่วยงานราชการจะต้องดำเนินการพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือ แอพพลิเคชั่นที่ให้บริการประชาชน โดยเชื่อมโยงกับกรมการปกครอง และลดการกรอกเอกสาร ภายในปี 2562 และให้หน่วยงานพิจารณาลดการใช้สำเนาเอกสารต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับระยะยาวนั้นภายในปี 2563 สำนักงาน ก.พ.ร. กับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) ร่วมกันพัฒนาศูนย์กลางแลกเปลี่ยนภาครัฐให้ครอบคลุมเอกสารเพื่อให้การเรียกงานเอกสารระหว่างหน่วยงานผ่านทางออนไลน์ได้ และให้ประชาชนสามารถเรียกดูได้ในเรื่องสาธารณะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18937</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 ปี 3 หมื่นล้าน, พ.ร.บ.ว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัล, พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, โฆษกไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0bdb1196d4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวร่างพ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น6ฉบับรวด&#039;ส.ข.&#039;ยังอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.61- &amp;nbsp; พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม. ว่า ที่ประชุม ให้ความเห็นชอบกับ &amp;nbsp;ร่างพ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือ ผู้บริหารท้องถิ่น และร่างกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) รวมทั้งสิ้น 6 ฉบับ ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอ ซึ่งเป็นร่างพ.ร.บ. ที่เป็น กฎหมายกลาง เรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น 1 ฉบับ ส่วนอีก 5 ฉบับเป็นพ.ร.บ.ที่ลงรายละเอียดการเลือกตั้งในแต่ละระดับ อาทิ สภาตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) 1 ฉบับ เทศบาล 1 ฉบับ องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 ฉบับ กรุงเทพมหานคร 1 ฉบับ และเมืองพัทยา 1 ฉบับ โดยสาระสำคัญของกฎหมายทั้ง 6 ฉบับ สืบเนื่องมาจาก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 252 กำหนดว่า ให้สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง ผู้บริหารท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้งหรือมาจากความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น ในกรณี ที่เป็นอปท.รูปแบบพิเศษ จะมาโดยวิธีอื่นก็ได้ แต่ต้องคำนึกงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน และสอดคล้องกับกฎหมายที่ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ &amp;nbsp;กล่าวว่าต่อ ว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวมีประเด็นสำคัญ ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ตามกฎหมายเดิม การจัดการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น อปท.จะเป็นผู้ดำเนินการ แต่กฎหมายฉบับใหม่ระบุให้ กกต. เป็นผู้รับผิดชอบ แต่สามารถมอบให้ อปท.หรือกระทรวงมหาดไทย(มท.) เป็นผู้จัดการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ในกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆในส่วนของ สมาชิกสภาเขต(ส.ข.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หมายความว่า ยังคงมีส.ข.อยู่เช่นเดิม เพียงแต่ว่า ในเวลานี้ ส.ข.ทุกเขต หมดวาระทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่มีการอนุญาตให้มีการเลือกตั้ง โดยต้องรอการตัดสินใจจาก มท. อีกครั้งว่าจะยังให้มี ส.ข.อยู่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ต้องมีการร่างกฎหมายต่อกรณีดังกล่าว ในวันข้างหน้าต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กฎหมายฉบับนี้กล่าวระบุว่า การได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ต้องได้รับคะแนนเสียง มากกว่า คะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.กกต.สามารถตรวจสอบการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรมในเชิงรุก โดยมีสิทธิในการตรวจสอบเมื่อได้รับข้อมูล ซึ่งมีแนวโน้มว่า จะมีการทุจริตเกิดขึ้น โดยไม่ต้องรอให้มีคนมาร้องเรียน จากเดิมที่ต้องรอให้มีผู้มาร้องเรียนก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.มีการแก้คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องมีความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กรณีที่มีผลประโยชน์ ยึดโยง หรือมีชนักติดหลัง โดยมีการกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการทุจริตในส่วนนี้ได้ โดยยังคงมีวาระ 4 ปีเช่นเดิม นอกจากนี้ยังกำหนดหน้าที่ของอปท.แต่ละแห่งเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม้ให้ขัดกับกฎหมายของหน่วยงานอื่น จากเดิมที่มีบางข้อกฎหมายที่ยังไม่ลงตัวระหว่าง อปท.และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) พร้อมให้อำนาจ อปท.ในการดูแลจัดการจราจร โดยต้องจ่ายเงินสนับสนุนให้แก่โรงพัก และสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ โดยเราจะกำหนดหน้าที่ของอปท. ให้สามารถจ่ายงบประมาณสำหรับดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด แต่ต้องเป็นรายการที่ มท.ได้ออกระเบียบไว้แล้ว เท่านั้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16811</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, สข.ยังอยู่, โฆษกไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a67ec18eeb41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2018 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2018 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไก่อู&#039;เผยนายกฯปลื้มสินค้าเบอร์8จากมือเกษตรกรขึ้นเสิร์ฟบินไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.61- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พอใจการต่อยอดแนวคิดขยายโอกาสทางการค้าให้กับเกษตรกรบนพื้นฐานของความร่วมมือแบบประชารัฐของกระทรวงเกษตรฯ ที่ล่าสุดได้ร่วมมือบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ จ.ฉะเชิงเทรา พัฒนาการบริหารจัดการสินค้าเกษตรปลอดภัยสูงเพื่อครัวการบินไทย จัดเสิร์ฟอาหารผู้โดยสารบนเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯ รับทราบว่า จ.ฉะเชิงเทรา มีความโดดเด่นในการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสูงตามมาตรฐานเบอร์ 8 คือ สินค้าที่มีคุณภาพ สดสะอาด ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่เทียบเคียงได้กับมาตรฐานระดับประเทศ (GAP) ส่วนครัวการบินไทยถือเป็นผู้นำด้านการผลิตอาหารเพื่อให้บริการบนสายการบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่มีมาตรฐาน ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จึงมีความต้องการวัตถุดิบที่ปลอดภัยและมีคุณภาพจากแหล่งผลิตชั้นดี โดยได้นำผักและผลไม้ของ จ.ฉะเชิงเทรา ไปให้บริการผู้โดยสารของการบินไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดให้มีการบริหารจัดการสินค้าเกษตรแบบครบวงจรเป็นรายจังหวัด เน้นการตลาดนำการผลิต โดยอาศัยจุดเด่นของจังหวัด ศักยภาพการผลิต ความต้องการของตลาด และมีแหล่งรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน ไปพัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกรให้สามารถผลิตและส่งมอบสินค้าได้ตรงตามความต้องการของผู้ซื้อ นายกฯ แนะให้ทุกจังหวัดสร้างจุดเด่นของผลผลิตทางการเกษตรที่แตกต่าง และสร้างการรับรู้แก่คนทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องนำไปขายบนเครื่องบินการบินไทยเท่านั้น แต่สามารถใช้เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าไปท่องเที่ยว หรือกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจ ซึ่งจะทำให้มียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น และเกษตรกรรู้ว่าจะต้องผลิตอะไร เพื่อให้มีตลาดรองรับ ช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16600</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, สินค้าเบอร์8, โฆษกไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1f8c1f0b1b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แค่เข้าใจผิด!&#039;ไก่อู&#039;เผยนายกฯกำชับชี้แจง&#039;น้องแบม&#039;ได้งานที่ป.ป.ท.แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.61-พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบถึงการออกมาให้ข่าวของ นางสาวปณิดา ยศปัญญา หรือ น้องแบม นักศึกษาที่เปิดเผยข้อมูลการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ที่ออกมาตัดพ้อ ผู้ใหญ่ในกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไม่รับเข้าทำงานตามที่สัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับหน่วยงานไปชี้แจงทำความเข้าใจกับนางสาวปณิดาและครอบครัวให้ชัดเจน เบื้องต้น กระทรวงพัฒนาสังคมฯ พร้อมรับนางสาวปณิดาเข้าทำงานได้ทันทีในเดือนตุลาคมนี้ ในอัตราพนักงานจ้างเหมา แต่นางสาวปณิดา ปฏิเสธทำงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่นแล้ว เนื่องจากจะเข้ารับราชการที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ในเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการที่ นางสาวปณิดา ออกมาให้ข่าวในเรื่องนี้ พล.ท.สรรเสริญ เชื่อว่าอาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด ในเรื่องของขั้นตอนการเข้ารับราชการ ที่จำเป็นต้องเข้าสมัครสอบ ก.พ. ตามกระบวนการก่อน โดยกระทรวงพัฒนาสังคมฯ จะดูแลอย่างเต็มที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16526</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องแบม, ป.ป.ท., พล.ท.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด, โฆษกไก่อู, ได้งาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba0d3045c32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหลือเชื่อ!2เดือน&#039;บิ๊กป้อม&#039;ช่วยประชาชนพ้นหนี้นอกระบบ2แสนราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.61-พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบว่าได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการช่อโกงทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ของของตำรวจภูธรทั้ง 9 ภาค และทุกจังหวัด ซึ่งการเชิญเจ้าหนี้และลูกหนี้มาเจรจาไกล่เกลี่ยกัน จะดำเนินการโดยคณะกรรมการระดับจังหวัด ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่หลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ทั้งอัยการจังหวัด สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิจังหวัด สำนักงานยุติธรรมจังหวัด กอ.รมน. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ศูนย์ดำรงธรรม และฝ่ายปกครอง เป็นต้น เพราะว่าเรื่องของการต่อรองนั้นจะต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ซึ่งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่นายกฯได้กำชับให้แก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว จนถึงวันที่ 16 ส.ค. สามารถแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้เสียหายได้แล้ว 209,538 ราย และมอบคืนโฉนดที่ดิน ในพื้นที่ภาพอีสานตอนบนได้ 1,779 ฉบับ คิดเป็นพื้นที่ 6,930 ไร่ รถยนต์ 78 คัน จักรยานยนต์ 236 คัน และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 2,745 ล้านบาท ให้กับผู้เสียหาย โดยมีการบูรณาการ โดย ปปท. ปปง. กรมสรรพากร กรมที่ดิน อัยการจังหวัด ศาล และดีเอสไอ ที่จะบังคับใช้กฎหมาย ในกรณีที่นายทุนเอาเปรียบประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.อ.ประวิตร ได้แจงต่อที่ประชุม ยืนยันว่าจะขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด และจะคืนทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ดินทำกิน คืนประชาชนต่อไป โดยนายกฯได้เน้นเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะเป็นทรัพย์สินที่ ชาวบ้านนิยมไปวางค้ำประกัน ซึ่งเงินที่กู้มาไม่ได้มีจำนวนมาก แต่ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูง ทำให้จำนวนยอดเงินพอกเป็นจำนวนมาก&amp;rdquo;พล.ท.สรรเสริญ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15859</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.ท.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด, หนี้นอกระบบ, โฆษกไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7bdd1f908ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
