<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 22:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนีออกมาได้แล้ว ล่ามอัฟกันเคยช่วยตามหา&#039;ไบเดน&#039;เมื่อปี2551</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อามาน คาลิลี ล่ามชาวอัฟกันที่เคยร่วมในปฏิบัติการตามหาและช่วยเหลือประธานาธิบดีโจ ไบเดน เมื่อครั้งยังเป็น ส.ว. ที่เดินทางมาเยือนอัฟกานิสถานแล้วเผชิญพายุหิมะเมื่อปี 2551 ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากอัฟกานิสถานพร้อมกับครอบครัว รัฐบาลสหรัฐเตรียมออกวีซ่าพิเศษให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยืนยันกับเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ว่า คาลิลีพร้อมภรรยาและลูก 5 คน เดินทางข้ามแดนทางบกเข้าสู่ปากีสถานได้ และขณะนี้พวกเขาเดินทางด้วยเครื่องบินของรัฐบาลสหรัฐมายังกรุงโดฮาของกาตาร์ ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐกำลังคัดกรองผู้ลี้ภัยจากอัฟกานิสถานที่มีอยู่หลายพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอลสตรีทเจอร์นัลเคยรายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า คาลิลีตกค้างอยู่ในอัฟกานิสถานเนื่องจากไม่สามารถเข้าร่วมกับขบวนอพยพของผู้คนราว 120,000 คนออกจากกรุงคาบูลได้ทันก่อนการถอนกำลังทหารอเมริกันเมื่อปลายเดือนสิงหาคม เขาและครอบครัวต้องหลบหนีตอลิบันโดยซ่อนตัวอยู่ในเซฟเฮาส์หลังหนึ่งในกรุงคาบูลหลังจากนั้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากชาวอัฟกันอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาลิลีเคยร้องขอความช่วยเหลือผ่านหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ถึงประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้ช่วยชีวิตตัวเขาและครอบครัว โดยเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาว รับปากว่ารัฐบาลสหรัฐจะช่วยเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากไม่สามารถขึ้นเที่ยวบินของผู้ลี้ภัยออกจากเมืองมาซาร์-อี-ชาริฟได้เพราะไม่มีหนังสือเดินทาง คาลิลีพาครอบครัวเดินเท้าแบบหลบๆ ซ่อนๆ นาน 2 วันจนมาถึงชายแดนปากีสถาน และข้ามแดนได้เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอลสตรีทเจอร์นัลกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกำลังเร่งดำเนินการเพื่อออกวีซ่าคนเข้าเมืองกรณีพิเศษให้คาลิลีและครอบครัวได้เดินทางเข้าสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่ามชาวอัฟกันผู้นี้เคยทำงานให้กองทัพสหรัฐที่ฐานทัพอากาศบากรัมเมื่อปี 2551 ช่วงที่ ส.ว.โจ ไบเดน, ชัค เฮเกล และจอห์น แคร์รี เดินทางมาเยือนอัฟกานิสถาน แล้วเฮลิคอปเตอร์ของพวกเขาเผชิญกับพายุหิมะทำให้ต้องลงจอดในพื้นที่่ห่างไกลซึ่งเสี่ยงต่อการโดนซุ่มโจมตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาลิลีร่วมทีมทหารหน่วยเคลื่อนที่เร็วหน่วยเล็กๆ ที่ขับรถออกจากฐานทัพแห่งนี้ตะลุยเข้าไปยังพื้นที่เทือกเขาเพื่อค้นหา ส.ว.กลุ่มนี้และช่วยพวกเขากลับมาได้อย่างปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119579</URL_LINK>
                <HASHTAG>ล่ามชาวอัฟกัน, หนีออกจากอัฟกานิสถาน, อามาน คาลิลี, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610c11646cad2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 23:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 23:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โจ ไบเดน&#039;ต่อสายเคลียร์ใจ&#039;สี จิ้นผิง&#039;ครั้งแรกรอบ7เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้นำสองชาติมหาอำนาจคนละฝั่งโลก ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน สนทนากันเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือนนานราวชั่วโมงครึ่งเมื่อวันพฤหัสบดี หารือกันถึงความจำเป็นที่ต้องทำให้แน่ใจว่าการแข่งขันระหว่างสองประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดของโลกจะไม่แปรเปลี่ยนเป็นความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จับมือกับโจ ไบเดน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะมาเยือนกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2556 (Photo by Lintao Zhang/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์กล่าวว่า แถลงการณ์จากทำเนียบขาวเผยว่า ประธานาธิบดีไบเดนและประธานาธิบดีสีหารือกันด้านยุทธศาสตร์กว้างๆ รวมทั้งในประเด็นที่ความสนใจและค่านิยมระหว่างสองฝ่ายต้องตรงกันและแตกต่างกัน เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐรายหนึ่งเผยกับนักข่าวว่า การสนทนาของทั้งสองเน้นประเด็นด้านเศรษฐกิจ, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวกล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีไบเดนยังได้เน้นย้ำความสนใจที่ยั่งยืนของสหรัฐต่อสันติภาพ, เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและโลก ทั้งคู่หารือกันถึงความรับผิดชอบของสหรัฐและจีนที่จะทำให้แน่ใจว่า การแข่งขันจะไม่แปรเปลี่ยนไปเป็นความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสีและประธานาธิบดีไบเดนเคยสนทนาทางโทรศัพท์กันครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่การพบปะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสองฝ่ายแบบประปรายนับแต่นั้นมีความคืบหน้าน้อยมาก ตั้งแต่ด้านสิทธิมนุษยชน ไปจนถึงเรื่องความโปร่งใสเกี่ยวกับต้นกำเนิดของไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายเดือนมานี้ สหรัฐและจีนฟาดฟันกันเกือบตลอดเวลา ทั้งด้วยการกล่าวโจมตีอย่างเปิดเผย, การแซงก์ชันเจ้าหน้าที่ และการวิจารณ์เรื่องการไม่รักษาพันธกรณีระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสื่อของทางการจีนรายงานว่า ประธานาธิบดีสีกล่าวกับประธานาธิบดีไบเดนว่า นโยบายของสหรัฐเกี่ยวกับจีนนั้นก่อ &amp;quot;ความยุ่งยากร้ายแรง&amp;quot; ต่อความสัมพันธ์ แต่เสริมว่าทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยกับการติดต่อกันบ่อยๆ และขอให้ทีมงานระดับปฏิบัติงานติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จีนและสหรัฐควรแสดงให้เห็นความกล้าหาญเชิงกลยุทธ์และวิจารณญาณ, และความกล้าทางการเมือง และผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐให้กลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องของการพัฒนาที่มั่นคงโดยเร็วที่สุด&amp;quot; สื่อทางการจีนอ้างคำกล่าวของสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวการสนทนาการนานราว 90 นาทีระหว่างผู้นำชาติมหาอำนาจทั้งสองส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนในเอเชียเมื่อวันศุกร์ โดยค่าเงินและตลาดหุ้นแข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์กันว่าการสนทนากันครั้งนี้จะปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สีกล่าวกับไบเดนด้วยว่า หากข้อกังวลหลักของทั้งสองฝ่ายได้รับการเคารพ, ความคืบหน้าทางการทูตอาจเกิดขึ้นได้ในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเสริมว่าประเด็นนี้อาจเพิ่ม &amp;quot;ปัจจัยบวก&amp;quot; ให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116325</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน, สนทนาทางโทรศัพท์, สี จิ้นผิง, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b82d33ef06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 22:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 22:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่ามอัฟกันเคยช่วยชีวิต&#039;ไบเดน&#039;ตกขบวนอพยพ ต้องหลบซ่อนจากตอลิบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อเผยล่ามชาวอัฟกันรายหนึ่งที่ร่วมทีมช่วยชีวิตประธานาธิบดีโจ ไบเดน เมื่อครั้งมาเยือนอัฟกานิสถานเมื่อ 13 ปีก่อนแล้วเผชิญพายุหิมะ ไม่สามารถอพยพออกจากอัฟกานิสถานได้ทัน และตอนนี้ต้องพาครอบครัวหลบซ่อนจากพวกตอลิบัน ขณะไบเดนแถลงปกป้องการยุติสงครามยืดเยื้อ พร้อมคุยการอพยพประสบความสำเร็จแบบไม่มีชาติใดทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงจากทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม (Photo by Chip Somodevilla/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 1 กันยายน อ้างข่าวของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลเมื่อวันอังคารว่า เหตุการณ์ครั้งนั้น ไบเดนซึ่งยังเป็น ส.ว. พร้อมด้วย ส.ว.ชัค เฮเกล และ ส.ว.จอห์น แคร์รี เดินทางมาเยือนอัฟกานิสถาน เฮลิคอปเตอร์ของพวกเขาเผชิญกับพายุหิมะและต้องลงจอดในพื้นที่ห่างไกล กองทัพสหรัฐกังวลว่า ส.ว.อาวุโสเหล่านี้เสี่ยงต่อการโดนตอลิบันโจมตี จึงจัดกำลังทหารหน่วยปฏิบัติการเร็วขับรถจากฐานทัพอากาศบากรัมไปยังพื้นที่เทือกเขาเพื่อช่วยชีวิตพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในตอนนั้น ล่ามชาวอัฟกันรายนี้ ซึ่งวอลล์สตรีทเจอร์นัลเผยแค่ชื่อเขาว่า &amp;quot;โมฮัมเหม็ด&amp;quot; เพื่อความปลอดภัย ทำงานให้กองทัพสหรัฐและเข้าร่วมกับภารกิจสู้รบด้วย เขาร่วมไปกับทีมค้นหาทีมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่านมา 13 ปี ตอนนี้โมฮัมเหม็ดไม่สามารถเดินทางออกจากอัฟกานิสถานร่วมกับกลุ่มชาวอัฟกันที่เคยทำงานให้สหรัฐได้ เนื่องจากยื่นคำร้องขอเอกสารไม่ทันเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สวัสดีครับท่านประธานาธิบดี ช่วยผมและครอบครัวผมด้วย&amp;quot; เขาฝากข้อความถึงไบเดนผ่านเจอร์นัลเมื่อวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการอพยพฉุกเฉินที่ใช้เวลา 2 สัปดาห์ &amp;quot;อย่าลืมผมที่นี่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจอร์นัลกล่าวว่า โมฮัมเหม็ด, ภรรยาของเขา และลูก 4 คน กำลังหลบซ่อนตัว เพราะกลัวการปราบปรามของกลุ่มตอลิบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐต้องการช่วยเขา ข้อความของเราถึงเขาคือ ขอบคุณสำหรับการต่อสู้เคียงข้างเราในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เราจะพาคุณออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีไบเดนเพิ่งแถลงต่อชาวอเมริกันปกป้องการตัดสินใจยุติสงครามที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ โดยกล่าวว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ฉลาด เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับอเมริกา เพราะตัวเลือกมีเพียงถอนตัวออกมา หรือจะขยายสงครามออกไปอีก &amp;quot;ผมจะไม่ขยายสงครามไม่รู้จบนี้&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนบอกว่า สหรัฐจะยังคงพุ่งเป้าพวกนักรบที่เป็นภัยคุกคามสหรัฐต่อไป แต่จะไม่ใช้กองทัพเพื่อพยายามสร้างสังคมประชาธิปไตยในที่ที่ไม่เคยมีสิ่งเหล่านี้อีกต่อไปแล้ว &amp;quot;การตัดสินใจเกี่ยวกับอัฟกานิสถานไม่ได้แค่เกี่ยวกับอัฟกานิสถาน มันเกี่ยวกับการยุติยุคสมัยของปฏิบัติการทหารครั้งใหญ่เพื่อสร้างประเทศอื่นๆ ขึ้นใหม่&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐมองการอพยพอย่างลนลานของสหรัฐและหลายประเทศออกจากคาบูลเมื่อตอลิบันบุกถึงเมืองหลวงแห่งนี้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ว่าเป็นความสำเร็จด้านลอจิสติกส์ จากการสามารถอพยพผู้คนมากกว่า 123,000 คนทางอากาศจากสนามบินคาบูลในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ที่ถือเป็น &amp;quot;ความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีชาติใดเคยทำอะไรแบบนี้ในประวัติศาสตร์ทั้งหมด มีเพียงสหรัฐอเมริกาเท่านั้นที่มีขีดความสามารถและเจตจำนง และสามารถทำเช่นนี้&amp;quot; ไบเดนคุย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115355</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยชีวิตไบเดน, ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง, ล่ามชาวอัฟกัน, อัฟกานิสถาน, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f9ca2b5a79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอลิบันปรับตัวยอมรับสิทธิสตรี ต่างชาติเร่งอพยพคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โฆษกตอลิบันเปิดตัวแถลงข่าวครั้งแรก ยืนยันตอลิบันเปลี่ยนไปจากเมื่อ 20 ปีก่อนแล้ว ลั่นจะเคารพสิทธิสตรีภายใต้หลักกฎหมายอิสลาม ตะวันตกรื้อฟื้นปฏิบัติการอพยพคน ผลจากความเละเทะในอัฟกานิสถานฉุดเรตติ้ง &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; ร่วง 7 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิด โฆษกตอลิบัน แถลงข่าวที่กรุงคาบูลเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564 (MARCUS YAM / LOS ANGELES TIMES)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิด ซึ่งทำหน้าที่โฆษกหลักของตอลิบันมานานเกือบ 20 ปี เปิดตัวต่อสื่อมวลชนครั้งแรกระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงคาบูลเมื่อวันอังคาร เขายืนยันว่าตอลิบันไม่ต้องการมีศัตรูทั้งภายในและภายนอกประเทศ และทุกคนที่เคยอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับตอลิจะได้รับการอภัย &amp;quot;เราจะไม่ล้างแค้น&amp;quot; เขากล่าว โดยบอกว่าตอลิบันจะนิรโทษกรรมทุกคน ไม่ว่าอดีตทหารหรือพวกล่ามและผู้ที่เคยทำงานให้กองทัพต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกผู้นี้กล่าวอีกว่า ตอลิบันระบอบใหม่จะ &amp;quot;แตกต่างในทางบวก&amp;quot; จากระบอบเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งมีชื่อเสียงกระฉ่อนจากการลงโทษด้วยการปาหินจนตาย, ห้ามเด็กหญิงเข้าโรงเรียนและห้ามผู้หญิงทำงานที่ต้องติดต่อกับผู้ชาย ตอลิบันในปัจจุบันจะอนุญาตให้ผู้หญิงทำงานและเรียนได้ และผู้หญิงจะมีชีวิตสังคมได้แต่อยู่ภายในกรอบของอิสลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าคำถามอิงจากอุดมการณ์และความเชื่อ ก็ไม่มีความแตกต่าง แต่ถ้าเราคำนวณโดยอิงจากประสบการณ์, วุฒิภาวะ และวิจารณญาณ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีความแตกต่างมากมาย&amp;quot; มูจาฮิดกล่าวกับนักข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คืนวันเดียวกันนั้น มุลลาห์ อับดุล กานี บาราดาร์ ผู้ร่วมก่อตั้งตอลิบันและเป็นผู้นำอันดับสองของกลุ่มนี้เดินทางจากกาตาร์มาถึงเมืองกันดะฮาร์ โดยมีฝูงชนรอต้อนรับ ถือเป็นการเดินทางกลับประเทศครั้งแรกของเขาในรอบกว่า 10 ปี เขาเคยโดนจับกุมเมื่อปี 2553 แต่ถูกปล่อยจากคุกในปี 2561 ตามคำร้องขอของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อให้เขาสามารถเข้าร่วมการพูดคุยสันติภาพที่กรุงโดฮากับสหรัฐได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ตอลิบันจะให้คำมั่นตั้งแต่วันแรกที่เข้ายึดกรุงคาบูลว่าต้องการเปลี่ยนผ่านอย่างสันติ แต่ชาวอัฟกันและชาวต่างชาติยังคงหนีออกนอกประเทศ สหรัฐและหลายชาติเร่งการอพยพทางอากาศหลังจากควบคุมสถานการณ์ที่สนามบินนานาชาติฮามิดการ์ไซได้ ภายหลังความวุ่นวายเมื่อวันจันทร์ที่ชาวอัฟกันแห่ลงมาที่รันเวย์และรุมล้อมเกาะเครื่องบินทหาร จนมีคนตกลงมาเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตรีแฮงค์ เทย์เลอร์ จากคณะเสนาธิการทหารสหรัฐแถลงที่เพนตากอนว่า พวกผู้บัญชาการตอลิบันให้คำรับประกันความปลอดภัยในการอพยพโดยจะไม่มีการโจมตีสนามบินแห่งนี้ และพลเมืองต่างชาติและชาวอัฟกันที่ต้องการเดินทางออกจะสามารถออกไปได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเผยเมื่อวันอังคารว่า ถึงขณะนี้กองทัพสหรัฐอพยพคนออกมาได้แล้วราว 3,200 คน รวมถึง 1,100 คนในวันอังคารจาก 13 เที่ยวบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามคำแถลงของทำเนียบขาวก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน มีชาวอเมริกันเหลืออยู่ในอัฟกานิสถาน 11,000 คน รวมถึงนักการทูต, คนงานสัญญาจ้างและกลุ่มอื่นๆ รัฐบาลสหรัฐต้องการอพยพคนให้หมดก่อนเส้นตายถอนทหารวันที่ 31 สิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หลายชาติเริ่มกลับมาอพยพคนออกมาได้แล้วเช่นกัน ทั้งพลเมืองของตนเอง, ชาวต่างชาติจากองค์กรต่างๆ และชาวอัฟกัน โดยอังกฤษกล่าวเมื่อวันพุธว่า อพยพคนออกมาได้วันละประมาณ 1,000 คน เยอรมนีพาออกมาแล้ว 130 คน&amp;nbsp; ฝรั่งเศสบอกว่าอพยพออกมาได้ 216 คน เป็นชาวอัฟกัน 184 คน ที่เหลือเป็นชาวฝรั่งเศสและต่างชาติ ส่วนออสเตรเลียเดินทางกลับประเทศได้แล้ว 26 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และนายกฯ บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ เห็นพ้องกันว่าจะจัดการประชุมทางไกลผู้นำกลุ่มจี 7 สัปดาห์หน้า เพื่อหารือยุทธศาสตร์และแนวทางร่วมกันด้านอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของไบเดนที่ปฏิบัติตามข้อตกลงถอนทหารที่รัฐบาลทรัมป์ทำไว้กับตอลิบัน และความโกลาหลวุ่นวายภายหลังตอลิบันยึดเมืองใหญ่ต่างๆ จนบุกถึงกรุงคาบูลได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 10 วัน ทำให้เขาโดนวิจารณ์อย่างกว้างขวางทั้งจากภายในสหรัฐและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจความเห็นชาวอเมริกัน โดยรอยเตอร์/อิปซอสเมื่อวันจันทร์ พบว่าคะแนนนิยมต่อตัวไบเดนตกลงถึง 7% จากผลสำรวจเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว มาอยู่ที่ 46% ต่ำที่สุดในรอบ 7 เดือนนับแต่เขารับตำแหน่ง โพลยังพบด้วยว่า มีชาวอเมริกันไม่ถึงครึ่งที่เห็นด้วยกับการจัดการเรื่องอัฟกานิสถานของเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113762</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอลิบัน, อพยพออกจากคาบูล, อัฟกานิสถาน, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611cf437cb6ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ป้องการตัดสินใจถอนทหาร ซัดผู้นำอัฟกันเผ่น-กองทัพไม่สู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยืนกรานทำถูกแล้ว ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐแถลงปกป้องการตัดสินใจถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน อ้างเดินตามข้อตกลงของ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; กับตอลิบัน โทษผู้นำอัฟกันหนีออกนอกประเทศ ขณะกองทัพอัฟกันก็ไม่สู้ ด้านตอลิบันออกแถลงการณ์นิรโทษกรรมให้เจ้าหน้าที่ทุกคน ขอให้กลับมาใช้ชีวิตปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 (Photo by Anna Moneymaker/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีสหรัฐแถลงต่อประชาชนถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เกี่ยวกับสถานการณ์อัฟกานิสถานเป็นครั้งแรกเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม 2564 ตามเวลากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ตรงกับเช้ามืดวันอังคารของไทย หลังจากสภาพความโกลาหลอลหม่านระหว่างการอพยพที่สนามบินคาบูลเมื่อวันอาทิตย์และวันจันทร์ที่่ผ่านมาสร้างความตกตะลึงแก่คนทั้งโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า กองทัพสหรัฐซึ่งส่งทหารราว 6,000 นายมาสนับสนุนการอพยพ ระงับการบินที่สนามบินคาบูลหลายชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้เครื่องบินเยอรมันลำหนึ่งต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงที่กรุงทัชเคนต์ของอุซเบกิสถาน อีกลำต้องบินวน ก่อนที่สหรัฐจะเปิดสนามบินอีกครั้งในช่วงค่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นมีวิดีโอภาพเหตุการณ์ที่ชาวอัฟกันหลายพันคนบุกเข้าไปถึงรันเวย์ คนกลุ่มหนึ่งเกาะเครื่องบินลำเลียงของกองทัพสหรัฐและมีคนร่วงลงมาเมื่อเครื่องบินทะยานขึ้น มีรายงานคนเสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน บางคนตกลงมาจากเครื่องบิน เพนตากอนแถลงเมื่อวันจันทร์ด้วยว่า ทหารสหรัฐยิงชายติดอาวุธ 2 คนที่ดูเหมือนว่ายิงปืนใส่ฝูงชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักรบตอลิบันพิชิตกรุงคาบูลอย่างง่ายดายเมื่อวันอาทิตย์ ทั้งที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐเคยคาดคะเนก่อนหน้านี้ว่ากองทัพอัฟกันน่าจะต้านทานตอลิบันได้อย่างน้อย 3 เดือน แต่ในความเป็นจริงนักรบตอลิบันใช้เวลาเพียงสัปดาห์เศษก็กวาดกลืนเมืองสำคัญได้ทั่วประเทศจนมาถึงเมืองหลวง ชัยชนะอย่างรวดเร็วของตอลิบันสร้างความตกตะลึงแก่สหรัฐและพันธมิตรตะวันตก ที่ร่วมยึดครองอัฟกานิสถานนาน 20 ปี ทุ่มเงินมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ติดอาวุธยุทโธปกรณ์และฝึกกองทัพอัฟกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงจากทำเนียบขาว ไบเดนปกป้องการตัดสินใจของเขา โดยยืนกรานว่าต้องเลือกระหว่างการขอให้กองทัพสหรัฐต่อสู้อย่างไม่รู้จบต่อไปในสงครามที่เขาเรียกว่าสงครามกลางเมืองของอัฟกานิสถาน หรือทำตามข้อตกลงถอนทหาร ที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำไว้กับตอลิบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจาก 20 ปีผ่านไปผมได้รับรู้หนทางที่ยากลำบากว่า ไม่เคยมีเวลาที่เหมาะสมในการถอนกำลังทหารสหรัฐ นั่นเป็นเหตุผลที่เรายังอยู่ที่นั่น&amp;quot; เขากล่าว และยังพาดพิงถึงทรัมป์ด้วยว่า การเจรจาต่อรองทำข้อตกลงกับตอลิบันทำให้กลุ่มนี้อยู่ในตำแหน่งทางทหารที่แข็งแกร่งที่สุดนับแต่ปี 2544&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนยอมรับว่า ความรวดเร็วที่ตอลิบันสามารถยึดอัฟกานิสถานได้ทั้งประเทศนั้นเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง แต่เขากล่าวโทษพวกผู้นำทางการเมืองอัฟกันที่หนีออกนอกประเทศและกองทัพอัฟกันที่ไม่เต็มใจจะต่อสู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความจริงก็คือ การณ์ปรากฏออกมารวดเร็วกว่าที่เราคาดกันไว้ แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะ พวกผู้นำทางการเมืองอัฟกานิสถานยอมแพ้แล้วหนีออกนอกประเทศ กองทัพอัฟกันยอมแพ้ บางครั้งก็ไม่ได้พยายามจะต่อสู้&amp;quot; ผู้นำสหรัฐอ้าง โดยวิจารณ์ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ที่หนีตั้งแต่วันอาทิตย์ และอับดุลลาห์ อับดุลลาห์ ผู้นำสภาสูงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ ว่าทั้งสองปฏิเสธทำตามคำแนะนำของเขาที่ให้หาทางออกทางการเมืองกับพวกตอลิบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อุซเบกิสถาน เพื่อนบ้านของอัฟกานิสถาน เจ้าหน้าที่อุซเบกกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า มีอากาศยานอัฟกัน 46 ลำ ประกอบด้วยเครื่องบินทหาร 22 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ทหาร 24 ลำ ข้ามแดนอย่างผิดกฎหมายและถูกบังคับให้ลงจอดที่สนามบินเทอร์เมซเมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา อากาศยานเหล่านี้บรรทุกทหารอัฟกัน 585 นาย เครื่องบินรบที่ข้ามแดนลำหนึ่งชนกับเครื่องบินทหารอุซเบกที่บินประกบพาลงจอด ทำให้เครื่องตกทั้ง 2 ลำที่จังหวัดซูร์คอนดาร์โย แต่นักบินดีดตัวกางร่มชูชีพลงพื้นอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติแถลงภายหลังการประชุมฉุกเฉินเมื่อวันจันทร์ เรียกร้องให้มีการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในอัฟกานิสถาน โดยมีรายงานของอัลจาซีราห์ทีวีว่า อดีตนายกฯ กัลบุดดิน เฮ็กมัตยาร์ และอดีตประธานาธิบดีฮามิด การ์ไซ และอับดุลลาห์ อับดุลลาห์ กำลังมุ่งหน้าไปเจรจากับตัวแทนของตอลิบันที่กรุงโดฮาของกาตาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอังคาร กลุ่มตอลิบันออกแถลงการณ์ประกาศนิรโทษกรรมทั่วไปเจ้าหน้าที่รัฐบาลทุกคนและขอให้พวกเขากลับเข้าทำงานและใช้ชีวิตตามปกติอย่างมั่นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีการประกาศนิรโทษกรรมทั่วไปสำหรับทุกคนแล้ว ฉะนั้น พวกคุณควรเริ่มต้นชีวิตประจำวันของคุณด้วยความมั่นใจอย่างเต็มที่&amp;quot; แถลงการณ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113609</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงคาบูล, ตอลิบัน, ถอนทหารสหรัฐ, อัฟกานิสถาน, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b73628dfb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาบูลแตก ตอลิบันลั่นสงครามจบแล้ว &#039;ทรัมป์&#039;จี้&#039;ไบเดน&#039;ลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักรบตอลิบันบุกเข้ายึดครองกรุงคาบูลของอัฟกานิสถานแล้วเมื่อวันจันทร์ รูดม่านสงครามอัฟกานิสถานยาวนาน 20 ปีแบบชาติตะวันตกไม่ทันตั้งตัว ชาวอัฟกันแตกตื่นบุกเข้าสนามบินหวังหนีออกนอกประเทศ ทหารอเมริกันยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อคุมฝูงชน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; เรียกร้องประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลาออกเพื่อรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักรบตอลิบันลาดตระเวนในกรุงคาบูลเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังเข้ายึดครองได้สำเร็จ (Photo by Sayed Khodaiberdi Sadat/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม ถึงสภาพความโกลาหลวุ่นวายภายในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ภายหลังนักรบตอลิบันโอบล้อมกรุงเมื่อวันอาทิตย์ แล้วประธานาธิบดีอัชราฟ กานี หนีออกนอกประเทศในช่วงค่ำ โดยอ้างว่าต้องการหลีกเลี่ยงการนองเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอลิบันชนะโดยใช้ดาบและปืนเป็นเครื่องตัดสิน และตอนนี้พวกเขาต้องรับผิดชอบต่อเกียรติยศ, ทรัพย์สิน และการเอาตัวรอดของเพื่อนร่วมชาติของพวกเขา&amp;quot; กานีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอลิบันใช้เวลาเพียงแค่ 10 วันก็สามารถยึดทุกเมืองไว้ได้ ถือเป็นชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โมฮัมหมัด นาอีม โฆษกสำนักงานฝ่ายการเมืองของตอลิบันกล่าวกับอัลจาซีราห์ทีวีว่า วันนี้เป็นวันอันดีของชาวอัฟกันและมูจาฮีดิน พวกเขาได้ประจักษ์ผลของความพยายามและความเสียสละยาวนาน 20 ปี &amp;quot;สงครามในประเทศยุติแล้ว&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังของรัฐบาลอัฟกันล่มสลายลงเมื่อไม่มีการสนับสนุนจากกองทัพสหรัฐ ที่นำกองกำลังพันธมิตรรุกรานประเทศนี้เมื่อปี 2544 เพื่อโค่นล้มระบอบตอลิบันที่ให้การหนุนหลังกลุ่มอัลกออิดะห์ของอุซามะห์ บินลาดิน ที่โจมตีสหรัฐเมื่อวันที่ 11 กันยายน ปีเดียวกัน แม้สหรัฐจะทุ่มเททรัพยากรและเงินจำนวนนับล้านล้านดอลลาร์ ในการสร้างรัฐบาลประชาธิปไตยและกองกำลังความมั่นคง เพื่อต้านทานนักรบอิสลามกลุ่มนี้ ไม่นับรวมการสูญเสียชีวิตทหารหลายพันนาย แต่ความพยายามเกือบ 20 ปีมานี้ถูกพิสูจน์แล้วว่าสูญเปล่าในช่วงเวลาไม่กี่เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มตอลิบันเริ่มเปิดฉากรุกขนานใหญ่เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม พร้อมกับที่สหรัฐและพันธมิตรเริ่มการถอนทหารระยะสุดท้ายให้ทันตามแผนถอนทหารภายในสิ้นเดือนสิงหาคม หลังจากกวาดกลืนพื้นที่ชนบทที่ไม่ค่อยมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ได้ส่วนใหญ่ ช่วง 10 วันที่ผ่านมาตอลิบันก็รุกโจมตีเขตเมือง ขับไล่กองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลแตกกระเจิง จนกระทั่งมาถึงคาบูลได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากตำรวจและกองกำลังต่างๆ ของรัฐบาลถอนออกจากที่ตั้งในกรุงคาบูลเมื่อวันอาทิตย์ นักรบตอลิบันก็เข้ายึดจุดตรวจทั่วเมืองหลวงและเข้าสู่ทำเนียบประธานาธิบดีอย่างง่ายดาย ในวันจันทร์นักรบตอลิบันหลายคนถือปืนไรเฟิลออกเดินลาดตระเวนในเขตกรีนโซน ซึ่งเคยเป็นป้อมปราการแน่นหนาและที่ตั้งของสถานทูตต่างชาติและองค์กรระหว่างประเทศเกือบทั้งหมดในอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาผู้นำตอลิบันให้ความมั่นใจต่อประชาคมระหว่างประเทศว่า ชาวอัฟกันไม่ควรต้องหวาดกลัวพวกเขา และพวกเขาจะไม่ล้างแค้นพวกที่เคยสนับสนุนกองทัพพันธมิตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อับดุล กานี บาราดาร์ ผู้ร่วมก่อตั้งตอลิบัน ยังเผยแพร่ข้อความทางโซเชียลมีเดีย เรียกร้องให้นักรบของเขารักษาวินัยหลังจากยึดกรุงคาบูลไว้ได้ &amp;quot;ตอนนี้เป็นเวลาที่จะทดสอบและพิสูจน์ พวกเราต้องแสดงให้เห็นว่าเราสามารถรับใช้ประเทศของเรา และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายในชีวิต&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ตอลิบันจะยึดเมืองหลวงได้โดยปราศจากการเสียเลือดเนื้อ เหมือนกับที่หลายเมืองยอมศิโรราบให้พวกเขาโดยดีก่อนหน้านี้ แต่ชาวอัฟกันในกรุงคาบูลยังคงแตกตื่นและแห่กันไปที่สนามบิน หวังขึ้นเที่ยวบินที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่เที่ยว รายหนึ่งเป็นอดีตทหารวัย 25 ปีบอกกับเอเอฟพีระหว่างยืนปนอยู่ในฝูงชนที่บุกเข้าไปถึงลานวิ่งของเครื่องบินว่า เขากลัวกับการใช้ชีวิตที่นี่ เพราะเขาเคยเป็นทหารและตอลิบันต้องจัดการเขาแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพสหรัฐส่งทหาร 6,000 นายมายังสนามบินแห่งนี้เพื่อรักษาความปลอดภัยระหว่างการอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูต รวมถึงชาวอัฟกันที่ทำงานเป็นล่ามหรือสนับสนุนการทำงานของสหรัฐ รัฐบาลอีกหลายประเทศก็ส่งเที่ยวบินพิเศษมารับคนของตนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้รัฐบาลสหรัฐจะยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่าสามารถควบคุมสนามบินนี้ไว้ได้แล้ว แต่ก็ยังเกิดภาพความโกลาหลวุ่นวาย พยานหลายคนกล่าวว่า ทหารอเมริกันยิ่งปืนขึ้นฟ้าเพื่อเตือนฝูงชนหลายพันคนที่แห่กันมายังลานสนามบิน หวังขึ้นเครื่องบินออกนอกประเทศ และทำให้ต่อมาเจ้าหน้าที่ยกเลิกเที่ยวบินพาณิชย์ทุกเที่ยวบินที่เหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะไม่มีเที่ยวบินโดยสารออกจากสนามบินฮามิดการ์ไซ เพื่อป้องกันการฉกชิงและปล้นทรัพย์ โปรดอย่ามาที่สนามบิน&amp;quot; การท่าอากาศยานคาบูลกล่าวในข้อความถึงนักข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สหรัฐอเมริกา อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ผลักดันการถอนทหารอเมริกันทั้งหมดพ้นอัฟกานิสถาน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประธานาธิบดีไบเดนลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงเวลาแล้วที่โจ ไบเดน จะต้องลาออกด้วยความอัปยศกับสิ่งที่เขาปล่อยให้เกิดขึ้นกับอัฟกานิสถาน&amp;quot; ทรัมป์กล่าวพร้อมกับโจมตีไบเดนด้านอื่นๆ ด้วย เช่นการรับมือโควิด-19 และนโยบายคนเข้าเมือง, เศรษฐกิจและพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอลิบันเข้าควบคุมคาบูลได้เมื่อวันอาทิตย์ มากกว่า 2 สัปดาห์ก่อนเส้นตายวันที่ 31 สิงหาคม ที่ไบเดนประกาศไว้ว่าจะการถอนทหารอเมริกันออกจากประเทศนี้จะเสร็จสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของทรัมป์เป็นฝ่ายทำความตกลงกับตอลิบันไว้เองที่กรุงโดฮาเมื่อปี 2563 ว่ากองทัพสหรัฐจะถอนกำลังพลทั้งหมดออกจากประเทศนี้ภายในเดือนพฤษภาคม 2564 เพื่อแลกเปลี่ยนกับการรับประกันด้านความมั่นคงต่างๆ จากกองกำลังติดอาวุธกลุ่มนี้ ซึ่งเคยครองอำนาจยาวนานหลายปีก่อนที่สหรัฐจะนำกองทัพพันธมิตรบุกโค่นล้มและยึดครองนานเกือบ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไบเดนเข้ารับตำแหน่งช่วงต้นปี เขายืดเส้นตายที่ทรัมป์ขีดไว้สำหรับการถอนทหารและไม่ได้ยื่นเงื่อนไขใดๆ ไว้ ทรัมป์เคยโจมตีการดำเนินการของไบเดนหลายครั้ง และคุยว่า ถ้าเขายังเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ การถอนทหารจะแตกต่างกว่านี้มากและประสบความสำเร็จกว่านี้เยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่โจ ไบเดน ทำไว้กับอัฟกานิสถานจะกลายเป็นตำนานเล่าขาน มันจะถูกบันทึกไว้ว่า เป็นหนึ่งในความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา&amp;quot; ทรัมป์กล่าวในคำแถลงอีกฉบับเมื่อวันอาทิตย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113480</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงคาบูล, คาบูลแตก, จี้ไบเดนลาออก, ตอลิบัน, สนามบินคาบูล, สหรัฐถอนทัพ, อัฟกานิสถาน, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a1ed430a68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 20:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนยัวะสหรัฐแส่กิจการภายในให้ชาวฮ่องกงหลบภัยการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนตอบโต้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ประกาศโอบอุ้มชาวฮ่องกงที่อยู่ในสหรัฐได้ &amp;quot;หลบภัย&amp;quot; ชั่วคราว หากหวั่นเกรงว่าการกลับดินแดนฮ่องกงของจีนจะไม่ได้รับความปลอดภัยจากการโดนปราบปรามทางการเมือง ระบุสหรัฐบิดเบือนข้อเท็จจริงและแส่กิจการภายในของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ธงชาติจีนภายในสถานกงสุลจีนประจำเมืองฮุสตัน รัฐเทกซัส ของสหรัฐ (Photo by Go Nakamura/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกคำสั่งต่อกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ให้ขยายโครงการ &amp;quot;ยับยั้งการบังคับออกนอกประเทศ&amp;quot; (ดีอีดี) กับชาวฮ่องกงที่อยู่ในสหรัฐขณะนี้โดยอ้างอิงเหตุผลด้านนโยบายต่างประเทศ ซึ่งจะอนุญาตให้ชาวฮ่องกงสามารถอยู่ต่อไปได้อีก 18 เดือน แม้วีซาจะหมดอายุ และสามารถทำงานในสหรัฐได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีอีดีแตกต่างจาก &amp;quot;สถานะที่ได้รับคุ้มครองชั่วคราว&amp;quot; (ทีพีเอส) ที่เป็นระดับของผู้ย้ายถิ่นฐานที่มีความเป็นทางการมากกว่า ซึ่งจะออกให้กับชาวต่างชาติที่ติดอยู่ในสหรัฐเนื่องจากภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศบ้านเกิดเมืองนอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน โดยหลิว เผิงอวี้ โฆษกสถานทูต กล่าวว่า การบรรยายลักษณะสถานการณ์ในฮ่องกงของสหรัฐนั้นสับสนปนเประหว่างดำกับขาว และว่า กฎหมายความมั่นคงแห่งชาตินั้นสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปกป้องเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการดังกล่าวเพิกเฉยและบิดเบือนข้อเท็จจริง และแทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างร้ายแรง&amp;quot; โฆษกจีนตอบโต้สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานกระทรวงการต่างประเทศของจีนในฮ่องกงแถลงเมื่อวันศุกร์ กล่าวถึงข้อเสนอให้ที่หลบภัยของไบเดนว่าเป็นความพยายาม &amp;quot;ใส่ความฮ่องกง, ป้ายสีจีน และกระทำการเพื่อทำลายความเจริญและเสถียรภาพของฮ่องกง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112447</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, สหรัฐ, ฮ่องกง, แทรกแซงกิจการภายใน, โจ ไบเดน, ให้ที่หลบภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610d3600393cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
