<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจ ไบเดน จุดประกายแข่งขัน สั่งสมอาวุธในเอเชียครั้งใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกาศตั้งกลุ่ม &amp;ldquo;ไตรภาคี&amp;rdquo; หรือ AUKUS ของอเมริกา-อังกฤษ-ออสเตรเลียนั้นมองจากแง่ภูมิรัฐศาสตร์ต้องถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนดุลแห่งอำนาจครั้งสำคัญสำหรับภูมิภาคนี้ทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐกำลังจะก่อตั้งแนวร่วมในการสกัดอิทธิพลจีนอย่างเปิดเผยโดยเฉพาะในแปซิฟิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศว่าสหรัฐจะถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเรือดำน้ำขับเคลื่อนด้วยพลังนิวเคลียร์ (แม้จะยังไม่ได้เอ่ยถึงการติดอาวุธนิวเคลียร์) ให้ออสเตรเลียนั้นเท่ากับเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นครั้งแรกใน 63 ปีที่อเมริกายอมแบ่งปันเทคนิคที่เป็นความลับทางทหารให้กับพันธมิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งแรกนั้นคือสหราชอาณาจักร ซึ่งวอชิงตันถือว่าเป็นสหายร่วมรบที่ไว้วางใจที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังประกาศว่าอเมริกาจะเป็นแกนนำในการประกาศพันธกรณีเพื่อทำให้ภูมิภาค &amp;ldquo;อินโด-แปซิฟิก&amp;rdquo; เป็นเขต &amp;ldquo;เสรีและเปิดกว้าง&amp;rdquo; &amp;ndash; a free and open Indo-Pacific
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศในแถบนี้ที่มีความกลัว &amp;ldquo;ภัยคุกคาม&amp;rdquo; จากจีนคงจะเห็นความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นเรื่องน่ายินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หลายประเทศก็เริ่มเป็นห่วงว่าหากมะกันรุกหนักอย่างนี้ก็เท่ากับเป็นการเปิดศึกการ &amp;ldquo;แข่งขันสร้างแสนยานุภาพทางทหาร&amp;rdquo; อีกรอบหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างน้อยผู้นำอินโดนีเซียและมาเลเซียก็ได้แสดงความกังวลประเด็นนี้อย่างเปิดเผยมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจังหวะเดียวกับที่มีการประกาศ AUKUS นั้น โจ ไบเดน ก็เชิญผู้นำ QUAD หรือ &amp;ldquo;จตุภาคี&amp;rdquo; (สหรัฐ, อินเดีย, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย) ไปประชุมสุดยอดตัวเป็นๆ ที่ทำเนียบขาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองเรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากการถอนตัวของสหรัฐออกจากอัฟกานิสถานอย่างฉุกละหุกและไร้ระเบียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้เกิดการวิพากษ์ว่าพันธมิตรของสหรัฐคงจะหมดศรัทธาในความ &amp;ldquo;อึด&amp;rdquo; ของวอชิงตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดคำถามว่าใครจะเชื่อว่าสหรัฐจะรักษาพันธกรณีกับมิตรสหายอย่างยั่งยืนได้อีกหลังกรณีอัฟกานิสถานทำให้สหรัฐเสียฟอร์มความเป็นพี่ใหญ่ไปเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การก่อตัวของ QUAD (ที่มีอยู่เดิมแล้ว แต่เพิ่งสร้างความคึกคักขึ้นมาช่วงหลัง) และ AUKUS ทำให้เห็นว่าอเมริกากำลังเบนเข็มมุ่งด้านความมั่นคงมาในทิศทางเอเชียอย่างเห็นได้ชัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัดกว่าแนวทาง Pivot to Asia ในสมัยของบารัค โอบามา ด้วยซ้ำไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และต้องไม่ลืมว่ายังมีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Five Eyes ซึ่งเป็นพันธมิตรที่รวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวกรองทางความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5 ประเทศที่ว่านี้มีสหรัฐ, อังกฤษ, ออสเตรเลียแล้วก็ยังบวกแคนาดาและนิวซีแลนด์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มก้อนนี้ก็ถูกมองว่ามองจีนเป็นภัยคุกคามเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่าจีนย่อมจะมองความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ที่มีสหรัฐเป็น &amp;ldquo;หัวโจก&amp;rdquo; เป็นส่วนหนึ่งของการปลุกฟื้น &amp;ldquo;ความคิดแบบสงครามเย็น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สังเกตไหมว่าไบเดนเน้นเรื่องทหารและความมั่นคงในการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จีนพยายามจะใช้ด้านเศรษฐกิจและสังคมควบคู่ไปกับเรื่องการเมืองและความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการที่จีนยื่นใบสมัครเข้า CPTPP ขณะที่สหรัฐยังไม่รู้จะเอาอย่างไรกับกลไกที่บารัค โอบามา เป็นคนริเริ่ม (โดยมีไบเดนเป็นรองประธานาธิบดีในขณะนั้น)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับไทยและอาเซียนแล้ว นี่คือการก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความไม่แน่นอนอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่แน่ๆ คือสภาพแวดล้อมของการแข่งขันสร้างแสนยานุภาพทางทหารจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับไทย นี่คือจังหวะที่เราต้องประเมินสถานการณ์ของภูมิรัฐศาสตร์ใหม่อีกรอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะตัวแปรใหม่ได้เกิดขึ้นจากการรวมตัวทางด้านความมั่นคงที่ โจ ไบเดน เป็นคนเปิดฉากและผลักดันให้เกิดการแยกค่ายแยกฝ่ายกันอย่างจะแจ้งในภูมิภาคนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐกำลังรุกหนักในย่านนี้ เพราะมองเห็นจีนกำลังดันตัวเองไปข้างหน้าในเกือบทุกมิติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวิเคราะห์ว่าผลประโยชน์ของไทยเราอยู่ตรงส่วนไหนของสมการแห่งดุลอำนาจใหม่ และการวางตัวให้ถูกต้องเหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงที่ร้อนแรงขณะนี้จึงเป็นความท้าทายใหม่อย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118374</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, สุทธิชัย หยุ่น, โจ ไบเดน จุดประกายแข่งขัน สั่งสมอาวุธในเอเชียครั้งใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
