<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจทย์ท้าทายการขายที่ดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันที่สถานการณ์ทั้งเศรษฐกิจและด้านต่างๆ&amp;nbsp; ไม่สู้ดีนัก ในโลกทุกองค์กรจำเป็นต้องปรับตัวให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ขณะเดียวกันก็ต้องเดินหน้ากิจกรรมทุกอย่างให้สามารถสร้างผลตอบแทน รายได้ หรือสร้างกำไรให้กับองค์กรด้วยเช่นกัน ไม่พ้นแม้แต่หน่วยงานของภาครัฐที่ต้องหาช่องทางที่จะปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาให้สอดรับกับนโยบายของเศรษฐกิจในประเทศ โดยทุกวันนี้เทรนด์ที่มาแรงที่สุดคือการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงาน และสามารถทำควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยิ่งในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; ในโลกนั้น การปรับเปลี่ยนหรือเตรียมแผนรับมือยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องเข้มข้นขึ้นอย่างมากๆ ซึ่งจากการดูแนวโน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในปี 2564 นั้น ไม่ว่าจะมีสถานการณ์โควิดหรือไม่มีก็ตาม ทุกภาคส่วนก็ยังต้องปรับตัวให้สอดรับกับบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้ศักยภาพที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งที่ผ่านมาก็เห็นทิศทางการเติบโตและพัฒนาที่ดีขององค์กรที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล ก็คือการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ที่ต้องมีความเป็นผู้นำในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมครบวงจรระดับภูมิภาค เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง ทั้งสร้างฐานการผลิตเพื่อรองรับการลงทุนด้านอุตสาหกรรมของประเทศ&amp;nbsp; สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากร และการสร้างการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน รวมถึงมุ่งเน้นนวัตกรรมนำการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบใหม่ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และด้วยเหตุนี้เอง นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการ กนอ. ก็ได้ออกมายืนยันถึงความสำเร็จที่ว่านั้นทั้งหมดที่ผ่านมา ภายใต้เป้าหมาย 5 ด้าน ได้แก่ คือ 1.เสริมสร้างความแข็งแกร่งของนิคมอุตสาหกรรม ส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 2.สร้างความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และความโปร่งใสในการดำเนินงานของ กนอ. 3.สร้างบุคลากรที่มีศักยภาพสนับสนุนกลุ่มธุรกิจและพัฒนาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรม พร้อมปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้เป็นความปกติใหม่ (นิวนอร์มอล)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.พลิกโฉมระบบเทคโนโลยีเพื่อก้าวสู่องค์กรและนิคมอุตสาหกรรมในรูปแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ตอบสนองความต้องการของลูกค้า เน้นพัฒนาระบบการให้บริการลูกค้า คู่ค้า การบริหารจัดการองค์กรเป็นระบบดิจิทัล และ 5.ยกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่สากล ทั้งการให้บริการระบบสาธารณูปโภคสิ่งอำนวยความสะดวกที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม โดยความสำเร็จของ กนอ.ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพิสูจน์ให้เห็น กนอ.เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมีศักยภาพ จนกลายเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในระดับภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่แม้ที่ผ่านมานั้นการดำเนินงานของ กนอ.จะเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ในสถานการณ์แบบนี้ก็ยังไม่มีอะไรมาพิสูจน์ได้ว่าจะเติบโตขึ้นไปได้อีก ยิ่งในปัจจุบันที่สถานการณ์ที่กระทบเศรษฐกิจที่สุดอย่างโควิด-19 เริ่มส่งสัญญาณแล้วว่าจะมีการระบาดอีกเป็นระลอก 2 ซึ่งนี่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะวัดศักยภาพของ กนอ. ว่าจะสามารถประคับประคององค์กรให้สามารถเดินหน้าต่อไปท่ามกลางมรสุมครั้งนี้ได้หรือไม่ เพราะสิ่งที่กำลังกังวลคือเมื่อ กนอ.เป็นผู้ดูแลการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพื้นที่ลงทุนของเอกชน แต่หากไม่สามารถหาทางฝ่าฝันกับปัญหาดังกล่าวได้จะกระทบการลงทุนในภาพใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูได้จากยอดขาย/เช่าที่ดิน ในปีงบประมาณ 2563 ที่ลดลงจากปีก่อน แม้จะเล็กน้อยแค่ 1.52% แต่ก็ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทาย ซึ่งต้องมีติดตามกันว่าการยกระดับองค์กร ผนวกกับแผนพัฒนาต่างๆ นั้นจะผลักดันให้ กนอ.เดินหน้าต่อไปอย่างไม่มีสะดุดได้หรือไม่ และในที่สุดแล้วหากผลออกมาว่าไปได้ดีจะยิ่งสร้างความเชื่อมั่นไม่ใช่แค่กับนักลงทุนไทยหรือต่างชาติด้วยกัน แต่ยังเสริมกำลังใจให้กับประชาชนในประเทศได้อีกด้วย. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณัฐวัฒน์ หาญกล้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87727</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ณัฐวัฒน์ หาญกล้า, โจทย์ท้าทายการขายที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
