<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 07:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดนะ!&#039;ดร.เสรี&#039;ย้ำ&#039;กวิ้น&#039;พูดให้ร้ายพระเจ้าแผ่นดิน คนได้ยินชัดเจน ผิดตั้งแต่ก่อนขึ้นศาลแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.64- ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าอยู่ในเรือนจำ เจอทนายได้ กำหนดตัวพยานได้ แล้วมันสู้ได้ไม่เต็มที่ตรงไหน ยกเลิกทนายเองโดยไม่มีใครบังคับ เอาความตายมากดดันศาลแบบนี้ ไม่มีใครเขาทำกันนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าอ้างว่ายังไม่ได้ตัดสินว่าผิด ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะพฤติการณ์แห่งคดีนั้นเป็นที่ประจักษ์แล้ว เหมือนคนยิงคนตายที่ตำรวจเห็นซึ่งหน้า มันผิดตั้งแต่ก่อนขึ้นศาลแล้วจ้ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพูดให้ร้ายพระเจ้าแผ่นดิน คนได้ยินชัดเจน โดยเฉพาะตำรวจผู้รักษากฎหมาย เหมือนก็ผิดแล้วเหมือนคนที่ยิงคนตายและตำรวจเห็นการยิงซึ่งหน้านั่นแหละจ้ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างอ้างว่ายังไม่ผิด ยังเป็นผู้บริสุทธิ์เพราะยังไม่มีการตัดสิน อย่าหาว่ากระบวนการยุติธรรมใจร้ายกับผู้ต้องหาเลย เขาเมตตามาหลายครั้งแล้ว ให้ประกันออกมา สุดท้ายก็ทำผิดแบบเดิม กี่ครั้งแล้ว จำได้ไหมล่ะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
w88
ufa365
pigspin
ib888
ufa168
gclub
ufa
z8
pgslot99
m98bet</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100030</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความผิดซึ่งหน้า, เพนกวิน, เรือนจำ, เสรี วงษ์มณฑา, โจมตีสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e190fa6038.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการบดีมธ.ชำแหละคำปราศรัย&#039;มายด์-ภัสราวลี&#039;กล่าวหาพระมหากษัตริย์ไม่เป็นความจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มี.ค.64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัย​ธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า
ได้ติดตามดูและฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์การขึ้นปราศรัยของมายด์ ภัสราวลี ในม็อบเมื่อวันที่ 24 มีนาคม จากสื่อต่างๆแล้วยอมรับว่า การปราศรัยครั้งนี้มีผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทบหรือขอใช้คำว่ามี impact ต่อสังคมสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏการณ์ที่ได้เห็นคือ สังคมแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจนที่สุดอีกครั้งในประวัติศาสตร์ชาติไทย ครั้งนี้ไม่ใช่แบ่งเป็นซ้ายกับขวา แต่แบ่งเป็นฝ่ายที่ไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ และฝ่ายที่ยังจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพูดว่า ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เพื่อรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ หรือคำที่มายด์ใช้ในการปราศรัยคือ &amp;ldquo;การเป็นกัลยาณมิตร&amp;rdquo; เป็นเพียงวาทกรรม ความประสงค์ที่แท้จริงคือการไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ หากทำไม่สำเร็จก็ให้มีได้ แต่ไม่ให้มีบทบาทใดๆเลยทั้งสิ้น นั่นคือคำว่า &amp;ldquo;สถาบันกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo;ในความหมายของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกปรากฎการณ์หนึ่งซึ่งจะว่าไปก็เป็นลักษณะที่เป็นมาหลายปีแล้วในระยะหลัง ก็คือ สังคมไทยเมื่อแบ่งฝ่ายแล้ว เลือกที่จะมองแต่ด้านดีของฝ่ายตัวเอง โดยมองข้ามด้านที่ไม่ดีไปเสียทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการปราศรัยของมายด์ เป็นตัวอย่างที่ชัด ฝ่ายที่ไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ จะมองการปราศรัยของมายด์ด้วยความชื่นชม มองว่ากล้าหาญ มองว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์อย่างสุภาพและสร้างสรรค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองข้ามการที่มายด์ปราศรัยโดยดูโพยในโทรศัพท์มือถือของตัวเองเกือบตลอดเวลา ซึ่งโพยที่อ่าน ฟังแล้วมีโอกาสสูงว่ามายด์ไม่ได้เขียนเอง แต่มีคนอื่นที่อยู่เบื้องหลังเขียนให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองข้ามไปเลยว่า คำพูดที่ว่าสุภาพนั้น เป็นคำพูดถึงองค์พระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบัน ไม่ใช่พูดถึงคนธรรมดาทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองข้ามไปเลยว่า การปราศรัยเป็นการตำหนิที่รุนแรง ใช้ถ้อยคำที่แม้ไม่ใช่คำหยาบ แต่เป็นคำรุนแรง ไม่อาจใช้กับองค์พระมหากษัตริย์ได้ เช่นคำว่า &amp;ldquo;โลภ&amp;rdquo; คำว่า &amp;ldquo;ออกนอกลู่นอกทาง&amp;rdquo; คำว่า &amp;ldquo; ตักเตือน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองข้ามไปเลยว่า มีการตั้งข้อกล่าวหา ที่รุนแรงมาก นั่นคือกล่าวหาว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์ทรงสร้างระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ขึ้นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์ ทรงสร้างกองทัพของพระองค์เอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เบื้องหลังกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์นำทรัพย์สินของชาติไป เป็นของพระองค์เอง และเรียกร้องให้โอนกลับคืนให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศตัวจริงโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายไม่ต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ฟังแล้วจะเชื่อและเห็นด้วยทั้งหมด ในขณะที่ฝ่ายจงรักภักดีจะไม่เชื่อเลยแม้แต่เรื่องเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากสลัดความมีอคติออกไป เราจะพบว่า ข้อกล่าวหาส่วนใหญ่ไม่เป็นความจริงและแน่นอน ข้อกล่าวหาบางข้อเราไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง คือการที่กล่าวหาว่าพระองค์มีพระราชประสงค์จะสร้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ขึ้นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีก 2 ข้อ คือการสร้างของทัพเป็นของพระองค์เอง และการนำทรัพย์สินของชาติไปเป็นของส่วนพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อกล่าวหาที่เราไม่ทราบคือ ข้อกล่าวหาว่าทรงอยู่เบื้องหลังกลุ่มการเมือง เพราะข้อกล่าวหาข้อนี้ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริง และไม่มีหลักฐานใดๆ เป็นข้อกล่าวหาลอยๆที่แม้แต่หากเป็นการกล่าวหาบุคคลทั่วไปในที่สาธารณะเช่นนี้ ก็อาจถูกฟ้องหมิ่นประมาทได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อกล่าวหาเหล่านี้มีผู้ออกมาอธิบายเป็นส่วนใหญ่แล้ว ในที่นี้จึงอยากจะกล่าวถึงข้อเดียว นั่นคือการกล่าวหาว่าพระมหากษัตริย์นำทรัพย์สินของชาติไปเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เดิมทรัพย์สินที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ มีทรัพย์สินส่วนพระองค์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ทรงได้มาก่อนขึ้นครองราชย์ และทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่เกี่ยวกับการเป็นพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นทรัพย์สินของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งหมายความว่า เป็นทรัพย์สินที่พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์สามารถใช้ประโยชน์ได้ แต่ไม่สามารถนำไปใช้เป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ หรือยกให้เป็นมรดกตกทอดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในสมัยรัฐบาลคณะราษฎร ได้มีการตราพระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ ได้มีการบัญญัติคำว่า ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งมีข้อความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน&amp;quot; หมายความว่า ทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์ซึ่งใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นต้นว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พระราชวัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นว่าคำว่า ทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ก็คือทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เดิมนั่นเอง แต่แยกส่วนหนึ่งออกไปเป็นทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งยังคงเป็นทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ จะว่าเป็นสมบัติของชาติก็อาจไม่ผิด แต่ไม่ใช่เป็นทรัพย์สินของประชาชนทุกคนที่จะไปใช้ประโยชน์ได้ มีเพียงพระมหากษัตริย์เท่านั้นที่จะใช้ประโยชน์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรบ ฉบับนี้ยังให้มีการตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อทำหน้าที่จัดการทรัพย์สินส่วนนี้ ให้เกิดผลประโยชน์ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ว่านำทรัพย์สินของชาติไปเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์จึงไม่เป็นความจริง พระองค์เพียงนำทรัพย์สินที่ควรเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์กลับมาเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างเช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นธนาคารที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงก่อตั้ง จึงไม่แปลกที่จะเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ และเป็นมรดกตกทอดมาถึงรัชกาลปัจจุบัน ธนาคารไทยพาณิชย์ไม่เคยเป็นสมบัติของชาติ ไม่ใช่เป็นของประชาชนทุกคน ปัจจุบันเป็นบริษัทมหาชน เจ้าของตัวจริงคือผู้ถือหุ้นทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งมีประชาชนทั่วไปรวมอยู่ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแบ่งแยกฝ่ายครั้งนี้ เป็นความแตกแยกที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากแกนนำที่ออกหน้า อาจไม่ได้ศึกษาหาข้อมูลให้ถึงแก่นจริงๆ แต่เชื่อตามข้อมูลที่มีคนป้อนให้ เพื่อจุดหมายทางการเมืองที่ต้องการไปถึง ซึ่งไม่มีทางสำเร็จได้ เพราะฝ่ายที่ยังจงรักภักดียังคงเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งน่ากลัวคือความแตกแยกขัดแย้ง หากยังมีการโหมกระพือต่อไปแบบนี้ ความรุนแรงระดับเลือดตกยางออกแบบเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 อาจเกิดขึ้นซ้ำรอยอีกครั้ง ประเทศชาติจะยิ่งบอบช้ำหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากหวังดีต่อประเทศชาติกันจริงๆ ทำไมจึงต้องดึงดันเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์แบบไม่ยอมเลิก ไม่ยอมผ่อนเช่นนี้ ประหนึ่งว่า สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นวิกฤตของชาติที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วนกระนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิญญูชน ย่อมมองเห็นว่า นั่นไม่ใช่ความจริง ดังนั้นจึงมีคำถามว่า จุดมุ่งหมายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของคนกลุ่มนี้ ทำเพื่อการกินดีอยู่ดีของประชาชน ทำเพื่อสังคมที่ดีขึ้น จริงหรือ หรือทำเพื่อใคร เพื่อกลุ่มใดกันแน่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97377</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, มายด์ ภัสราวลี, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, โจมตีสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20210301/image_mid_603cbd6c8488b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 08:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการบดีมธ.ตอก&#039;ธนาธร&#039;ยังไม่ตระหนักว่าปชช.เอือมระอาที่ยังดึงดันหาช่องโจมตีสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
เห็นข่าวคุณธนาธรไปร้องศาลอาญาขอให้เพิกถอนคำสั่งการให้ปิดกั้นการเผยแพร่คลิปที่คุณธนาธร &amp;ldquo;ไลฟ์สด&amp;rdquo; ในหัวข้อ &amp;ldquo; วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย&amp;rdquo; แล้วทำให้ต้องมาโพสต์เรื่องนี้อีกครั้ง เพราะไม่ว่าใครจะชี้แจงอย่างไร คุณธนาธรก็ไม่รับฟัง และยังคงใช้ข้อมูลชุดเดิม บิดเบือนแบบเดิม ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่นั่นเอง
คุณธนาธรยืนยันกับศาลว่า การตรวจสอบการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนของรัฐบาล สามารถทำได้ จึงยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ........สถาบันกษัตริย์เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย ดังนั้นการพูดถึงโดยสุจริตและหวังดีต่อสังคม ปราศจากความอาฆาตมาดร้าย เป็นสิ่งที่พลเมืองพึงกระทำ......
ประเด็นเรื่องการใช้คำว่า &amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน&amp;rdquo; นั้น คุณธนาธรชี้แจงว่า ตัวเองเข้าใจว่าเป็นวัคซีนพระราชทานจริงๆ เพราะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และหน่วยงานของรัฐเป็นคนใช้คำนี้ ตนไม่ได้เป็นผู้เริ่มใช้ ซึ่งตนเห็นว่า การที่หน่วยงานของรัฐนำคำนี้มาใช้จึงไม่เหมาะสม ไม่ควรทำ ถ้าเกิดความผิดพลาดใดมาเรื่องวัคซีน จะกระทบสถาบันได้
ในประเด็นข้างต้น ต้องยอมรับว่า ที่พลเอกประยุทธ์พูดนั้น ไม่ชัดเจนนัก โดยพูดว่า
&amp;ldquo;ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์จำกัด.....&amp;rdquo;
ที่ชัดคือ พลเอกประยุทธ์ไม่เคยใช้คำว่า
&amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน&amp;rdquo; ตรงๆเลยสักครั้ง
คุณธนาธรไปตีความเอาเองแบบมีอคติ เสียมากกว่า
ทั้งๆที่ตัวเองพูดเองว่า การใช้คำว่า วัคซีนพระราชทานเป็นการไม่เหมะสม ดังนั้นถ้าทำด้วยความหวังดีอย่างที่อ้าง คุณธนาธรก็ไม่ควรใช้คำนี้เสียเอง
ไม่ว่าจะดูและฟังคลิปของคุณธนาธรกี่ครั้ง ก็ไม่สามารถเข้าใจเป็นอื่นไปได้ นอกจากเข้าใจว่าสิ่งที่คุณธนาธรจะสื่อ หรือ &amp;ldquo;message&amp;rdquo; ที่ต้องการจะส่งไปถึงสาธารณะคือ
&amp;ldquo; รัฐบาลตัดสินใจ ที่จะซื้อวัคซีนจากบริษัทเดียวคือ Astra Zeneca และมอบให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นผู้รับจ้างผลิตวัคซีนภายในประเทศ ทั้งยังให้เงินสนับสนุนแก่บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์โดยไม่เปิดโอกาสให้มีบริษัทอื่นๆเข้าทำการแข่งขันแต่อย่างใด ซึ่งบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นบริษัทที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงเป็นเจ้าของ เป็นบริษัทที่ตั้งมา 11 ปีแต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จทางธุรกิจเลย ประสบการการทุนทุกปี
การทำเช่นนี้เป็นการแทงม้าตัวเดียว เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์หรือไม่ และทำให้ประเทศไทยได้รับวัคซีนช้า และในจำนวนที่น้อยเกินไป ทำให้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ที่ควรจะได้หรือไม่&amp;rdquo;
ต้องขอบอกว่า ชอบแล้วที่จะให้หยุดการเผยแพร่คลิปเรื่อง &amp;ldquo;วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย&amp;rdquo; นี้เสีย เพราะเป็นการตั้งข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมและไม่ใช่ข้อเท็จจริง หากเผยแพร่ต่อไป จะทำให้คนที่ไม่ชอบการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อยืนยันความถูกต้อง เข้าใจผิด อันเป็นการเสื่อมเสียถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่ต้องสงสัย
การที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ ในนามคณะก้าวหน้า ไม่ได้รับเลือกเลยแม้แต่คนเดียว และขณะคุณธนาธรไปข่วยหาเสียง ก็มีคนมาขับไล่ในหลายต่อหลายจังหวัด ยังไม่ทำให้คุณธนาธรตระหนักอีกหรือ
ล่าสุดที่คุณธนาธรโพสต์ประณามการรัฐประหารในพม่า ใน fan page ของคุณธนาธรใน fb ก็ถูกทัวร์ลงอย่างหนัก มีผู้ให้ความเห็นสนับสนุนเพียงประปราย และแทบไม่มีใครออกมาแก้ต่างให้เลยสักคน คุณธนาธรก็ยังไม่ตระหนักอีกว่า ประชาชนเริ่มเอือมระอาต่อการที่คุณธนาธรและพวก ยังดึงดันหาช่องที่จะโจมตีสถาบันพร ะมหากษัตริย์อยู่ตลอดเวลา และเริ่มเสื่อมศรัทธาต่อคุณธนาธรมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว
ตอนออกมาจากศาล คุณธนาธรยังตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับมาตรา 112 อีกว่า
เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน คือ freedom of speech เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และยังมีโทษที่สูงเกินไป
ฟังแล้ว เกิดความหงุดหงิดใจ จนจากที่ตอนแรกยังลังเลอยู่ ผมจึงตัดสินใจระบายความหงุดหงิดด้วยการรีบไปลงชื่อให้กับกลุ่ม ไทยภักดี ของคุณหมอ วรงค์ เดชกิจวิกรม เพื่อคัดค้านการยื่นขอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เสียเลย และอาจจะมีคนอีกมากที่รู้สึกแบบนี้ และตัดสินใจทำแบบเดียวกันกับผมก็ได้นะครับ
เราต้องคอยติดตามดูในวันที่ 8 กพ นี้ว่า ศาลจะพิจารณาอย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92039</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, วัคซีนพระราชทาน, โจมตีสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601c97c21f81d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัษฎางค์&#039; มีคำตอบ&#039;ธนาธร&#039;ตัดงบราชการในพระองค์ปกป้องหรือโจมตีสถาบันฯ? </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ส.ค.63 - นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง &amp;ldquo;ธนาธรปกป้องหรือโจมตีสถาบันฯ? มีเนื้อหาดังนี้
ก่อนอื่นขอบอกว่า ผมไม่ได้บอกว่า ธนาธรปกป้องหรือโจมตีสถาบันฯ แต่คนยี่ห้อธนาธรนั้น ทั้งเขาและเรา รวมทั้งคนไทย รู้กันอยู่แกใจ ว่ายี่ห้อนี้ ปกป้องหรือโจมตีสถาบันฯ
มีคนถามมาตลอดว่า เห็นคนแชร์กัน โดยโจมตีว่า ทำไม ประชาชนลำบากยากจน แต่รัฐบาลเอางบประมาณแผ่นดินจากเงินภาษีของประชาชน ไปถวายให้ในหลวงใช้ตั้งปีละ 3 หมื่นล้าน ในหลวงคนเดียวใช้เงินอะไรตั้ง 3 หมื่นล้าน
คือพูดกันตรงๆ แบบที่ชาวบ้านโดนหลอก ให้เมาส์กันสนั่นเมืองว่า ในหลวง ผลาญเงินภาษีของประชาชน
วันนี้มีคำตอบ !
............................................................................
ธนาธรรู้อยู่เต็มอก เหมือนพวกเราอีกจำนวนมาก ว่า งบประมาณในหน่วยราชการในพระองค์ ไม่ไช่เงินที่ถวายให้ในหลวงใช้ส่วนตัว แต่เป็นงบที่หน่วยงานนั้นใช้
ขอยกตัวอย่าง หนึ่งในหน่วยงานที่สังกัดอยู่ในหน่วยราชการในพระองค์ คือ กรมทหารราบ ร1 ร11 ซึ่งก็คือหน่วยงานของกองทัพ ที่ย้ายจากกลาโหม มาเป็นหน่วยงานส่วนพระองค์
แล้วหน่วยงานกองทัพต้องใช้เงินงบประมาณสูงเป็นปกติอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น มันมีงบซื้ออาวุธ แต่แทนที่มันจะโชว์ที่กลาโหม มันก็เปลี่ยนมาโชว์เป็นงบประมาณของหน่วยราชการในพระองค์
คนเลยเอาไปบิดเบือนได้ง่ายว่า งบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชน ถวายให้ในหลวงใช้(ส่วนตัว) สูงมาก ผิดปกติ
พอเข้าใจมั้ยครับ
คือเงินงบประมาณในส่วนนี้ คืองบของหน่วยราชการในพระองค์ ไม่ใช่เงินที่ถวายให้ในหลวงใช้ส่วนพระองค์
............................................................................
คนไทยเป็นคนอ่านน้อย อย่างที่เขาพูดกันว่าอ่านไม่เกิน 8 บรรทัด แต่เนื้อหาที่ธนาธรพูดมายาวเป็น 80 บรรทัด คนที่อ่านแค่ 8 บรรทัดแรก ก็จะจบด้วยความเข้าใจผิดว่า
งบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชน ถวายให้ในหลวงใช้(ส่วนตัว) สูงมาก ผิดปกติ
แต่ถ้าอ่านครบ 80 กว่าบรรทัด ก็จะเห็นข้อความที่ธนาธรพูดอย่างสวยงามว่าเข้าใจ ว่างบประมาณตรงนั้นในหลวงไม่ได้เอาไปใช้จ่ายส่วนพระองค์ แต่เป็นงบของ&amp;rdquo;หน่วยราชการในพระองค์ &amp;rdquo; ซึ่งชื่อ&amp;rdquo;หน่วยงานในพระองค์&amp;rdquo; ไม่ได้หมายความว่า เป็นเงินที่เอาไว้ใช้ส่วนตัว แต่เป็นหน่วยงานราชการหน่วยงานหนึ่ง เหมือนหน่วยงานราชการทั่วไป แค่มีชื่อลงท้ายว่าหน่วยงานราชการ&amp;rdquo;ส่วนพระองค์&amp;rdquo; เท่านั้น
เพราะฉะนั้นพออ่านถึง 80 บรรทัดจะเจอข้อความนี้ ลองอ่านกันดู
............................................................................
ธนาธร...
&amp;ldquo;ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมถามคืออย่างนี้ครับ ทีแรกผมคิดว่าเมื่อปี พ.ศ. 2563 ที่มีการผ่าน พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ (พระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562) ราบที่ 11 และราบที่ 1 จากกระทรวงกลาโหมให้กับส่วนราชการในพระองค์
&amp;ldquo;ผมเข้าใจว่างบฯ ที่เพิ่มขึ้นของส่วนราชการในพระองค์ คือการรับงบประมาณของราบที่ 1 และราบที่ 11 มาจากกระทรวงกลาโหม&amp;rdquo;
............................................................................
ข้อความตรงนี้ของธนาธร (ขีดเส้นใต้ไว้เลย) ชี้ให้เห็นว่า เขาเข้าใจว่า&amp;rdquo;งบฯ ที่เพิ่มขึ้นของส่วนราชการในพระองค์ คือการรับงบประมาณของราบที่ 1 และราบที่ 11 มาจากกระทรวงกลาโหม&amp;rdquo;
แล้ว สาเหตุที่งบประมาณในส่วนของ หน่วยราชการในพระองค์&amp;nbsp; สูง ก็เพราะเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณของกองทัพ เพียงแต่ปัจจุบันถูกย้ายออกจากกองทัพไปสังกัด หน่วยงานราชการส่วนพระองค์
ส่วนข้อความในท่อนต่อไป ธนาธนพูดว่า....
............................................................................
&amp;ldquo;เพราะงบของกองทัพบกปีนี้ก็&amp;rdquo;ลดลง&amp;rdquo; แต่จากเอกสารของกระทรวงกลาโหม ผมพบว่าการโอนกำลัง โอนไปแต่บุคลากร แต่กระทรวงกลาโหมยังถืองบประมาณไว้อยู่ ซึ่งก็คือปีละประมาณ 1,200 ล้านบาท ดังนั้นถ้าเป็นไปตามนี้หมายความว่า งบที่&amp;rdquo;เพิ่มขึ้น&amp;rdquo;เกิดจากส่วนราชการในพระองค์เอง&amp;rdquo;
ข้อความตรงนี้ ธนาธร พยายามจะบอกว่า ลดลง หรือ เท่าเดิม กันแน่ แกล้งพูดวกไปเวียนมา ให้คนอ่านสับสนรึป่าว
............................................................................
ใครอ่านดีๆ ก็คงเข้าใจดีว่า เมื่อแยก ราบ 1 และ ราบ 11 ออกจากกลาโหม ไปหน่วยงานราชการส่วนพระองค์แล้ว ทำให้งบประมาณในส่วนของ หน่วยงานราชการส่วนพระองค์เพิ่มขึ้น (ซึ่งต้องถือว่าเป็นเรื่องปกติ)
ส่วนที่ผิดปกติ (ตามความเห็นของธนาธร) คือกลาโหม เพราะงบประมาณของกลาโหม ยังคงเท่าเดิม
เพราะฉะนั้น ถ้ายึด&amp;rdquo;ตามความเห็นของธนาธร&amp;rdquo; งบประมาณในส่วนของ&amp;rdquo;หน่วยราชการในพระองค์&amp;nbsp; เป็นปกติ&amp;rdquo;
แต่ที่ผิดปกติคือ กลาโหม
เพราะฉะนั้น ธนาธร ต้องชี้เป้าให้คนจับตาหรือโจมตีก็แล้วแต่ ไปที่กลาโหม
ธนาธร กลับไปชี้เป้าให้คน&amp;rdquo;จับตาหรือโจมตีในหลวง&amp;rdquo; ผ่าน หน่วยงานราชการส่วนพระองค์ หรือไม่?
............................................................................
&amp;ldquo;ท่านประธานครับ เพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติในภาวะวิกฤต เมื่อทุกหน่วยงานต่างพยายามตัดลดงบประมาณ เมื่อพี่น้องประชาชนและข้าราชการต่างก็ร่วมมือร่วมใจกันเสียสละ อดทน ต่อสู้ไปด้วยกัน หากส่วนราชการในพระองค์ยอมตัดลดงบประมาณลง ย่อมทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์สูงเด่นขึ้น เพราะเมื่อประชาชนมองมาก็จะเห็นได้ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ทรงร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน&amp;rdquo;
ถ้าอ่านผ่านๆ มันดูเหมือนธราธรกำลังปกป้องสถาบันฯ
แต่อ่านดูดีๆ นี้มันไม่ใช่ธนาธร กำลังปกป้องสถาบันฯ แต่กำลังพูดให้ตัวเองดูดี ด้วยการชี้เป้าให้คนโจมตีสถาบันฯ หรือไม่?
เพราะอย่างที่ผมอธิบายไปแล้วว่า งบประมาณที่เพิ่มขึ้นในส่วนของหน่วยราชการในพระองค์&amp;nbsp; ความจริงคืองบเดิมของกระทรวงกลาโหม เพียงแต่ถูกโอนย้ายสังกัดจากกลาโหมไปเป็นหน่วยราชการในพระองค์
แปลว่างบประมาณในส่วนของหน่วยราชการในพระองค์&amp;nbsp; เป็นปกติ แต่ที่ผิดปกติ คืองบประมาณของกลาโหมที่ยังเท่าเดิม
แต่ธนาธร ใช้วิธี ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว หรือไม่?
ว่า งบประมาณในส่วนของหน่วยราชการเพิ่มขึ้น และในส่วนของกลาโหมก็เพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่ กลาโหมเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น(ตามความเห็นของธนาธร)
............................................................................
&amp;ldquo;ท่านประธานครับ อย่างไรฝากสำนักงบประมาณนะครับ จาก chart (แผนภูมิ) ที่ผมได้นำเสนอให้ดูแล้วว่าในแต่ละปีตั้งแต่ปี 2561 ถึงปี 2564 มีการ revise (แก้ไขใหม่) งบประมาณเพิ่มขึ้นในอัตราที่น่าตกใจทุกปี
ผมเองก็เกรงว่าถ้าไม่โปร่งใส จะทำให้พระเกียรติเสื่อมเสีย ก็ฝากให้ท่านช่วยนำข้อความของผมไปถึงส่วนราชการในพระองค์ด้วย ด้วยความหวังดีนะครับ ขอบคุณครับ&amp;rdquo;
............................................................................
เมื่อธนาธรพูดว่าเข้าใจ แล้วทำไมยังเหมือนว่า ชี้เป้าให้คนโจมตี ทั้งกลาโหม และหน่วยงานราชการส่วนพระองค์ ซึ่งธนาธนน่าจะรู้อยู่ว่า ชาวบ้านจะเข้าใจผิดว่า เป็นงบประมาณที่ให้ในหลวงใช้ส่วนตัว
ธนาธรพูดหล่อๆ ว่า เป็นห่วงว่าประชาชนจะเข้าใจผิด จะทำให้ในหลวงเสื่อมเสียพระเกียรติ ซึ่งฟังเหมือนธราธรกำลังปกป้องสถาบันฯ
แต่ความจริงธนาธรกำลังชี้เป้าให้คนโจมตีสถาบัน หรือไม่?
............................................................................
หมายเหตุ ไม่ได้เจาะจงว่า ธนาธรคือไอ้โม่ง เพราะคำว่าไอ้โม่ง คือคนที่ปิดหน้า และทำกันเป็นขบวนการ แต่เอาธราธรมาเป็นตัวอย่าง เพราะสิ่งที่ธนาธรพูดออกมา ช่วยเปิดอธิบายและจุดประสงค์ของไอ้โม่ง
เรื่องมันยาวและเข้าใจยากสักหน่อย ด้วยคารมคมคายของคนรูปหล่อ เพราะฉะนั้นถ้าท่านอ่านรอบเดียวไม่เข้าใจ โปรดอ่านซ้ำ เพราะผมก็อ่านอยู่หลายรอบถึงเข้าใจว่า ธนาธรเล่นคำ หรือเล่นกล หรือเล่นใคร อยู่หรือไม่
https://www.facebook.com/382592748811072/posts/918985981838410/?extid=5tWByQFSoo9wjnWw&amp;amp;d=n
https://progressivemovement.in.th/article/1001/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75098</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบราชการในพระองค์, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, นายอัษฎางค์ ยมนาค, โจมตีสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e2652f497e4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จอม&#039;สารภาพทำคลิปหมิ่นสถาบัน แต่ไม่ขอรับผิดชอบใดๆ อ้างฝรั่งหัวแดงผิดข้อตกลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.63 -นายจอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระ ลี้ภัยในสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ว่า มีการสอบถามเข้ามามากว่า เสียงที่ปรากฎอยู่ในคลิปที่กลุ่มของ PixelHELPER ซึ่งกำลังเคลื่อนไหวตรวจสอบ ตั้งคำถามกษัตริย์ไทยในประเทศเยอรมันนั้นว่าเป็นเสียงของผมหรือไม่ ก่อนที่จะตอบว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออธิบายความ ที่ไปที่มาของคลิปนี้ดังนี้ครับ ผมได้รับการติดต่อจาก คุณ Oliver Bienkowski ผู้นำมูลนิธิ PixelHELPER ว่าจะขอใช้เสียงเพื่อทำคลิปล้อเลียน หรือ Fake เพื่อความตลก โปกฮา สร้างสีสันในกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับกษัตริย์ไทย โดยใช้ภาพเคลื่อนไหวของกษัตริย์ไทยมาประกอบ ซึ่งผมเห็นว่า ก็ไม่แปลก เพราะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วในสังคมยุโรปที่ทำเช่นนี้ จึงตอบตกลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อทำออกมาแล้วไม่ใช่ลักษณะการล้อเลียนโดยปกติทั่วไป แต่ออกมาเป็นลักษณะที่พยายามทำให้เหมือนจริง ไม่มีอารมณ์ตลก ล้อเล่น เพื่อให้เกิดความสนุกสนานแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่สำคัญมีข้อความคำพูดที่สุ่มเสี่ยงต่อความผิดการใส่ร้าย หรือการกล่าวหาผู้อื่นซึ่งเป็นอาชญากรรมร้ายแรง - ผมจึงได้คัดค้านในประเด็นนี้ไปยังคุณ Oliver Bienkowski โดยขอให้เขาปรับปรุงแก้ไข หรือไม่ก็ตัดเสียงท่อนที่มีความสุ่มเสี่ยงนี้ออกไป แต่เขาก็ยังคงยื่นยันที่จะดำเนินการเผยแพร่คลิปนี้แบบเดิมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสิ่งที่ผมกระทำได้ ณ เวลานี้คือ การปฎิเสธ ไม่รับผิดชอบใด ๆ ต่อคลิปเสียงดังกล่าว เพราะไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงที่ได้ตกลงกันเอาไว้ และผมก็ได้แสดงการคัดค้านไม่เห็นด้วยไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผมยังคงให้การสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่ม PixelHELPER ในเยอรมัน ในการตั้งคำถาม ตรวจสอบ ท้วงติง การใช้อำนาจอิทธิพลของ พระมหากษัตริย์ไทย ที่ไม่เป็นการทำลายหลักการกฎหมายสากล หลักสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค เสรีภาพ และหลักการประชาธิปไตยทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69450</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปล้อเลียน, จอม เพชรประดับ, มูลนิธิ PixelHELPER, สารภาพ, โจมตีสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde15d9ece6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.สมชาย&#039;ลากไส้พวกอวดคิดใหม่แต่ใจล้าหลัง โจมตีสถาบัน จมปลักความคิดปฏิวัติฝรั่งเศส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5 พ.ค.63-นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าโควิดลดทุกวัน การเมืองเลอะขึ้นทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จมปลักแค่&amp;quot;ประชาธิปไตย-เผด็จการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อวดคิดใหม่แต่ใจล้าหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนยุค2475ขุดวิญญานคณะราษฏร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปั่นแฮชแท็ก ปั้นเฟกนิวส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจมตีสถาบัน คิดเคลื่อนมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จมปลักความคิดปฏิวัติฝรั่งเศส
(R&amp;eacute;volution fran&amp;ccedil;aise)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังโควิดสังคมไทยปรับnew normal แล้ว
การเมืองฝ่ายแค้นไม่คิดจะปรับใหม่เลิกเลอะเทอะกันบ้างหรือ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65084</URL_LINK>
                <HASHTAG>2475, &gt;โควิด 19&amp;lt;, คณะราษฎร์, นายสมชาย แสวงการ, ปฏิวัติฝรั่งเศส, โจมตีสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eabd0f18cdd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.กิตติธัช&#039;แฉ ขบวนการ IO ปั่นกระแสไทย-จีน เกลียดกัน ลาม&#039;โจชัวร์ หว่อง&#039;ร่วมวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
12 เม.ย.63- &amp;nbsp;ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้านปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith ระบุว่าเมื่อคืนนี้ ในทวิตเตอร์ ขบวนการ IO ทางการเมือง ได้ปั่นกระแสให้คนไทย-จีนเกลียดกัน ภายใต้ hashtag #nnevvy โดยเริ่มปั่นจากประเด็นทะเลาะกันของติ่งดาราวัยรุ่น แล้วค่อยลามไปปั่นไปถึงเรื่องจีน-ไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วก็เริ่มลามปามด่ากษัตริย์ ด่ารัฐบาล พูดเรื่องแบ่งแยก 3 จังหวัดชายแดน แล้วโหนไต้หวัน ฮ่องกง ซึ่งหลังจากนั้น โจชัวร์ หว่อง แกนนำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนฮ่องกงจากจีน ก็กระโดดมาเกาะกระแสด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-----------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นได้ชัดเจนถึงความพยายามในการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และซ้ำเติมการฟื้นการท่องเที่ยวหลังวิกฤตโควิดจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนการเหล่านี้ ทำได้ทุกอย่างที่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยไม่คิดถึงผลกระทบที่ตามมาต่อคนไทยด้วยกันเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสุดท้ายคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ก็คือ ตัวดารานักแสดงหนุ่มคนไทย ที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราว แต่โดนกระแสเกลียดชังจากการตกเป็นเครื่องมือของขบวนการ IO ทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนเริ่มมีแฟนคลับของดาราหนุ่ม ออกมาเตือนและบอกให้ไอดีอวตาร ซึ่งเป็นขบวนการ IO เหล่านั้น หยุดได้แล้ว เพราะตัวดาราได้รับผลกระทบเต็มๆ จากแฟนคลับในจีน โดยที่เขาไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62900</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ขบวนการ IO, คนไทย-คนจีน, ปั่นกระแสเกลียดชัง, แบ่งแยกดินแดน, โจชัวร์ หว่อง, โจมตีสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e92b7ba9844a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
