<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 21:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 21:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐอวดภาพเด็ด ซัดอิหร่านระเบิดเรือน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐโทษอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมานเมื่อวันพฤหัสบดี เซนต์คอมเผยแพร่วิดีโอมัดอิหร่านแกะระเบิดลิมเพ็ตไมน์ออกจากเรือญี่ปุ่น ส่วนลูกเรือลำนี้เผยเห็นวัตถุบินได้พุ่งเข้าหาเรือ ด้านอิหร่านปฏิเสธคำกล่าวหาไร้หลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเซนต์คอม ชี้จุดที่เกิดความเสียหายของเรือโคกุกะเคอเรเจิส (ซ้าย) กับจุดที่เป็นระเบิดติดกับตัวเรือ ซึ่งถ่ายไว้ได้จากเรือพิฆาตติดมิสไซล์นำวิถียูเอสเอส เบนบริดจ์ ของสหรัฐ / AFP PHOTO / US NAVY&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562 ว่าการโจมตีในอ่าวโอมานครั้งนี้เพิ่มความวิตกว่าจะเกิดความขัดแย้งขึ้นในเส้นทางเดินเรือสำคัญทางยุทธศาสตร์ และทำให้สหภาพยุโรปและสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น ในวันศุกร์รัฐบาลจีนขอให้ทุกฝ่ายหาทางออกผ่านการเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือ 2 ลำที่โดนโจมตีเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี กำลังเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ห่างจากชายฝั่งทางใต้ของอิหร่านราว 25 ไมล์ทะเล เพื่อนำสินค้าไปส่งที่เอเชีย เรือ 2 ลำนี้แล่นอยู่ห่างกัน 10 ไมล์ทะเล ลำแรกคือเรือฟรอนต์อัลแตร์ บรรทุกแนพทาซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นปิโตรเคมี มีบริษัทฟรอนต์ไลน์จากนอร์เวย์เป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่นอร์เวย์กล่าวว่า เรือลำนี้โดนระเบิด 3 ลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกลำคือเรือโคกุกะเคอเรเจิส บรรทุกเมทานอล มีบริษัทญี่ปุ่นเป็นเจ้าของ การโจมตีทำให้เกิดเพลิงไหม้บนเรือทั้งสองลำ แต่ไฟบนเรือโคคุกะเคอเรเจิสดับได้ในเวลาไม่นาน มีลูกเรือคนหนึ่งบาดเจ็บเล็กน้อย และในวันศุกร์เรือลำนี้มุ่งหน้าสู่เมืองท่าคอร์ฟัคคานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอิหร่านกล่าวว่า กองทัพเรือของตนช่วยลูกเรือจากเรือ 2 ลำนี้ได้หลายสิบคน กองทัพเรือสหรัฐก็ประกาศเช่นกันว่าช่วยลูกเรือโคกุกะไว้ได้ 21 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีเพรสส์ทีวีของอิหร่านที่เผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ ได้แพร่ภาพวิดีโอลูกเรือจากฟรอนต์อัลแตร์ บอกว่าพวกเขายังแข็งแรงกันดีทุกคน ลูกเรือเหล่านี้ 11 คนเป็นชาวรัสเซีย, 11 คนเป็นฟิลิปปินส์ และ 1 คนเป็นชาวจอร์เจีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยาทากะ คาทาดะ ผู้บริหารของบริษัท ชิปปิง โคกุกะซังโย กล่าวว่า ลูกเรือโคกุกะหลายคนบอกว่าพวกเขาเห็น &amp;quot;วัตถุบินได้&amp;quot; พุ่งเข้าหาเรือก่อนเกิดระเบิดครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีฝ่ายใดออกมาประกาศว่าอยู่เบื้องหลังการระเบิดเรือ 2 ลำนี้ ซึ่งเกิดขึ้น 1 เดือนให้หลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำ ที่ทอดสมอในอยู่อ่าวโอมาน นอกชายฝั่งเมืองฟูไจราห์ของยูเออี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ผลการสอบสวนเบื้องต้นโดยคณะสอบสวนจาก 5 ประเทศบ่งชี้ว่า &amp;quot;ผู้กระทำที่เป็นรัฐ&amp;quot; เป็นผู้ก่อเหตุครั้งนี้ แต่รายงานไม่ได้ระบุชื่ออิหร่านโดยตรง ถึงแม้ว่าสหรัฐและซาอุดีอาระเบียจะมั่นใจก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพนิ่งจากวิดีโอของเซนต์คอม ที่ระบุว่าเป็นเรือลาดตระเวนของกองทัพเรืออิหร่าน เข้าใกล้เรือโคกุกะเคอเรเจิส / AFP PHOTO / USCENTCOM&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดี ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวอย่างมั่นใจอีกครั้งว่า อิหร่านอยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือน้ำมันครั้งนี้ และเตือนว่า สหรัฐพร้อมจะปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) กล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นผู้ลงมือ และได้เผยแพร่วิดีโอขาว-ดำ ที่เผยให้เห็นว่าลูกเรือบนเรือลาดตระเวนของอิหร่านกำลังปลดระเบิดลิมเพ็ตไมน์ หรือระเบิดติดตัวเรือ ที่ยังไม่ระเบิด ออกจากตัวเรือโคกุกะเคอเรเจิส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันศุกร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็สำทับอีกครั้งด้วยการกล่าวหาอิหร่านว่าเป็นผู้ลงมือโจมตี ในคำให้สัมภาษณ์กับรายการ &amp;quot;ฟอกซ์แอนด์เฟรนด์ส&amp;quot; ทรัมป์กล่าวว่า ทุกคนได้เห็นวิดีโอแล้วว่าระเบิดลูกหนึ่งไม่ทำงาน ซึ่งอาจจะเป็นหลักฐานมัดอิหร่านได้ และได้เห็นว่าคนบนเรือลำนั้นสามารถปลดระเบิดออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโมฮัมหมัด จาวัด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ทวีตว่า สหรัฐด่วนสรุปว่าเป็นฝีมืออิหร่านโดยปราศจากข้อเท็จจริงหรือหลักฐานแวดล้อม สหรัฐต้องการทำลายการทูตในช่วงที่นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นมาเยือนอิหร่านเพื่อลดความตึงเครียด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38592</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระเบิดลิมเพ็ตไมน์, สหรัฐ, อิหร่าน, อ่าวโอมาน, โจมตีเรือน้ำมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d03b38665fd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 22:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 22:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>UAE เปิดผลสอบระเบิดเรือน้ำมัน ชี้ผลงานระดับรัฐ แต่ไร้หลักฐานมัดอิหร่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยูเออีเสนอผลสอบสวนเบื้องต้นเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมเรือน้ำมัน 4 ลำต่อคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น ระบุเป็นฝีมือ &amp;quot;ผู้กระทำที่เป็นรัฐ&amp;quot; แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนที่ชี้ว่าอิหร่านเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เรือบรรทุกน้ำมันที่โดนลอบโจมตีนอกชายฝั่งเมืองฟูไจราห์ของยูเออี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 7 มิถุนายนว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำ ซึ่งมีสัญชาติซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ, นอร์เวย์ 1 ลำ และเอมิเรตส์ 1 ลำ โดนระเบิดได้รับความเสียหายนอกชายฝั่งเมืองท่าฟูไจราห์ ภายในน่านน้ำของยูเออี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม รัฐบาลสหรัฐและซาอุดีอาระเบียกล่าวหาอิหร่านว่าอยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรมครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงยามที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านกำลังเขม็งเกลียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะสอบสวนจากหลายประเทศนำโดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี), ซาอุดีอาระเบีย และนอร์เวย์ รายงานผลการสอบสวนเบื้องต้นต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก ระหว่างการประชุมแบบปิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แถลงการณ์ที่เปิดเผยต่อสาธารณะวันเดียวกันกล่าวว่า ภายหลังการประเมินจากสภาพความเสียหายและการวิเคราะห์ทางเคมีแล้ว คณะสอบสวนพบว่าการโจมตีเรือ 4 ลำในครั้งนี้มีความซับซ้อนและเป็นปฏิบัติการที่สอดประสานกันซึ่งมีความเป็นไปได้มากว่าเป็นฝีมือของหน่วยงานรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสอบเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า มี &amp;quot;ความเป็นไปได้สูง&amp;quot; ว่าการโจมตีใช้ระเบิดแบบติดกับตัวเรือ ซึ่งต้องใช้นักประดาน้ำที่ผ่านการฝึก เดินทางมาด้วยเรือเร็ว และเชื่อว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ต้องอาศัยความสามารถด้านข่าวกรองในการเลือกเรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำเป็นเป้าหมาย โดยลำหนึ่งนั้นเป็นเรือซาอุฯ ซึ่งทอดสมออยู่อีกฟากหนึ่งของเรือ 3 ลำที่เหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรมครั้งนี้ และนักการทูตหลายรายกล่าวว่า การรายงานสรุปของยูเออีในวันพฤหัสบดีไม่ได้เอ่ยถึงอิหร่านว่าอาจเกี่ยวข้องด้วย แต่อับดัลลาห์ อัลมูอัลลิมี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำยูเอ็นบอกกับนักข่าวว่า เราเชื่อว่าอิหร่านรับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วลาดิมีร์ ซัฟรอนคอฟ อัครราชทูตรัสเซีย กล่าวกับนักข่าวภายหลังการรายงานสรุปแบบปิดห้องประชุมว่า ไม่มีการเสนอหลักฐานที่เชื่อมโยงอิหร่านกับการโจมตีครั้งนี้ เราจึงยังไม่ควรด่วนสรุป การสอบสวนจะยังดำเนินต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37955</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลสอบสวนเบื้องต้น, ผู้กระทำที่เป็นรัฐ, ยูเออี, วินาศกรรม, อิหร่าน, โจมตีเรือน้ำมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190607/image_big_5cfa7cd56a238.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
