<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าอาวาสสุดทน นำคลิปวงจรปิดแฉโจรใจบาปฉกเงินผ้าป่า หวั่นเป็นภัยสังคมก่อเหตุต่อเนื่อง 3 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูโสภณรัตนากร เจ้าคณะตำบลนาทราย อายุ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ปี เจ้าอาวาสวัดโพนแก้ว บ้านโพนงาม หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม ได้มอบหมายให้นายจำนง อ่อนพินา กำนันฯ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.สัจจานันท์&amp;nbsp; บางทราย รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐานภายในวัด พร้อมนำภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ไปสืบสวนสอบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ&amp;nbsp;22.00&amp;nbsp;น. วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีโจรใจบาป เข้ามาลักขโมยเงินบริจาค ที่ญาติโยมมาทำบุญสร้างอุโบสถ และเก็บรักษาไว้บนศาลาการเปรียญของวัด คาดว่าหายไปประมาณ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาทมีทั้งธนบัตรใบละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;,&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท เสียบไว้บนต้นเงินผ้าป่าจากศรัทธาชาวบ้านมาร่วมทำบุญพัฒนาวัด เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจากการตรวจสอบในภาพวงจรปิดมีคนร้ายเป็นชายสูงโปร่งประมาณ&amp;nbsp;150-160&amp;nbsp;เซนติเมตร สวมเสื้อแขนยาวมีหมวกปกคลุมใบหน้า สวมถุงมือ ถุงเท้า&amp;nbsp;ป้องกันลายนิ้วมือแฝงเป็นอย่างดี&amp;nbsp;เข้าไปลักขโมยเงินและปีนศาลาการเปรียญหลบหนีออกไปทางด้านหลังวัด&amp;nbsp;ซึ่งทางพระเจ้าอาวาสเชื่อว่าเป็นคนในพื้นที่ และรู้ทิศทางการหลบหนี และความเคลื่อนไหวของวัด&amp;nbsp;ซึ่งตำรวจกำลังเร่งสืบสวนติดตามแกะรอยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พระครูโสภณรัตนากร&amp;nbsp;เจ้าอาวาสเปิดเผยว่าจากข้อมูลกล้องวงจรปิด คนร้ายเข้ามาก่อเหตุเวลา&amp;nbsp;22.15&amp;nbsp;น. ของวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และมั่นใจว่าเป็นคนในพื้นที่&amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้เมื่อ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีที่แล้ว ช่วงทำบุญผ้าป่าสมทบทุนสร้างอุโบสถ&amp;nbsp;คนร้ายคาดว่ามีลักษณะเดียวกัน&amp;nbsp;เคยเข้ามางัดเงินในตู้บริจาครูปเณรน้อย ที่ตั้งไว้ในศาลาหลังนี้ได้เงินไปกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท ต่อมาครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมื่อปีที่แล้วนี่เอง คนร้ายย่ามใจเข้ามายกตู้เงินบริจาคหนีไป ได้เงินบริจาคร่วม&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท โดยนำตู้ไปโยนทิ้งน้ำที่ลำห้วยทางไป บ้านโพธิ์ตาก ต.โพธิ์ตาก อ.เมืองนครพนม แต่ไม่คิดจะเอาเรื่อง ถือว่าทำทานแก่สรรพสัตว์ผู้ยากไร้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งครั้งนี้เป็นครั้งที่&amp;nbsp;3 นำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งไว้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว เห็นคนร้ายชัดเจนมาก ก่อเหตุลักษณะเดียวกัน ส่วนครั้งนี้คงไม่ให้โอกาสแล้ว ถึงจะเป็นเงินไม่มาก แต่สำคัญคนร้ายจะเป็นภัยสังคม และอาจเป็นอันตรายต่ออาตมา&amp;nbsp;จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ เพื่อให้เร่งสืบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95487</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, ฉกเงินวัด, วัดโพนแก้ว, สภ.เมืองนครพนม, โจรใจบาป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_60470bd48e81e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! โจรใจบาปบุกทุบพระพุทธรูป &#039;องค์ดำ&#039; พระคู่เมืองสายบุรีจนเศียรแตกกระจาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.63 - ร.ต.อ.สมพล เพียรดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจากพระว่ามีคนร้ายได้ทุบทำลายพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่บริเวณใต้ต้นโพธิ์ภายในวัดวิมลวัฒนาราม (วัดเขา) ถ.กลาพอ ต.ตะลุบัน หลังได้รับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.มานะ เดชาวริษฎ์ ผกก.สภ.สายบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงพบว่ามีชาวบ้านทยอยเดินทางมามุงดูด้วยความเศร้าใจกับภาพที่เห็น เนื่องจากพบว่า &amp;quot;พระพุทธเจ้าองค์ดำ&amp;quot;&amp;nbsp;ที่ประดิษฐานอยู่บนฐาน 3 ชั้นห่มจีวร ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้ของแข็งทุบทำลายบริเวณเศียรพระจนแตกหลุดเสียหาย อุปกรณ์เครื่องเซ่นไหว้ที่วางอยู่กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานไปถึงรอยนิ้วมือแฝงเพื่อทำการตรวจสอบหาตัวคนร้ายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่าช่วงกลางดึกที่ผ่านมาได้ยินเสียงคล้ายคนเดินเข้ามาในวัดก่อนจะได้ยินเสียงทุบสิ่งของหลายครั้ง แต่ระหว่างนั้นไม่มีใครกล้าออกมาดูเพราะเกรงจะได้รับอันตราย ก่อนที่เช้าวันนี้พระลูกวัดได้มาตรวจสอบจึงพบว่า พระพุทธรูปพระเจ้าองค์ดำถูกคนร้ายเข้ามาทำลายเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสลดใจต่อชาวพุทธในพื้นที่อย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระครูศรีวัฒนวิมล เจ้าอาวาสวัดวิมลรัตนาราม และเจ้าคณะตำบลตะลุบัน ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อช่วงตอนประมาน 2 ทุ่มครึ่งของเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินไปบริเวณนั้นก็ยังไม่มีอะไรเกินขึ้น และเมื่อรุ่งเช้าของวันนี้ประชาชนที่มาใส่บาตรก็ได้มาแจ้งว่ามีคนทำลายองค์พระพุทธรูปจนเศียรขาดไปแล้ว ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีอะไรผิดสังเกตอะไร ซึ่งของอย่างอื่นหรือรูปอย่างอื่นในบริเวณนั้นไม่ถูกทำลาย มีแต่พระพุทธรูปองค์ดำที่ถูกทำลายอย่างเดียว ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นการสูญเสียครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งแรกเป็นการยิงพระสงฆ์จนเสียชีวิต ซึ่งเป็นการทำร้ายจิตใจของชาวพุทธเป็นอย่างมาก และครั้งนี้ก็เป็นการทำลายที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวพุทธอีก ซึ่งพระพุทธรูปทำอะไรให้เขาเดือดร้อน ไปทำอะไรให้ขัดใจ แล้วทำไมถึงไปทำลายพระพุทธรูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.มานะ เดชาวริษฎ์ ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้แล้ว รวมไปถึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดทุกจุดมาตรวจสอบ เบื้องต้นขณะนี้พบข้อมูลบางอย่างรวมไปถึงผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุครั้งนี้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนจะเป็นการก่อเหตุของกลุ่มผู้ไม่หวังดีเพื่อพยายามสร้างสถานการณ์หรือพยายามสร้างความแตกแยกหรือไม่นั้น ขอตรวจสอบอีกสักระยะ เชื่อว่าคดีนี้สามารถจับกุมผู้ที่ก่อเหตุได้แน่นอน สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ยอมรับว่าสร้างความสะเทือนใจต่อชาวพุทธในพื้นที่แน่นอน เนื่องจากพระเจ้าองค์ดำองค์นี้ถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองสายบุรีมายาวนาน ตนในฐานะเจ้าหน้าที่ต้องเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72634</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปัตตานี, ทำลายพระพุทธรูป, พระพุทธเจ้าองค์ดำ, วัดวิมลวัฒนาราม, สภ.สายบุรี, โจรใจบาป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200727/image_big_5f1e90dc5bee7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใจบาป! ขโมยโกศใส่กระดูก คาดเป็นวัยรุ่นติดยาย่องเงียบกลางดึกเลือกเฉพาะทองเหลือง-เซรามิค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจรใจบาป ขโมยโกศใส่กระดูกชาวบ้านหลายสิบราย คาดเป็นวัยรุ่นติดยาไม่กลัวผีย่องเงียบกลางดึกเลือกเฉพาะทองเหลือง-เซรามิค เท่านั้น ขณะที่ชาวบ้านวอนทั้งน้ำตาให้หยุดทำเพราะสะเทือนใจคนทั้งชุมชน ทั้งยังหวาดผวาไม่กล้านำอัฐิมาไว้ที่ฌาปนสถานเพราะกลัวหายอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.63 - ที่ณาปนสถานวัดป่าครองธรรม บ.แห้ว ม.8 ต.บ้านโนน อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น ได้มีชาวบ้านจำนวนมากต่างพากันมาเก็บอัฐิของคนในครอบครัวและบรรพบุรุษ ที่ถูกคนร้ายนำมาเททิ้งไว้ภายในที่จัดเก็บอัฐิ รวมทั้งตามพื้นดิน ภายหลังจากเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนเข้ามาก่อเหตุขโมยโกศใส่อัฐิของชาวบ้าน ที่ติดตั้งอยู่ภายในสถานที่เก็บอัฐิของชุมชนหายไปเกือบ 50 อัน โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างเก็บอัฐิของคนในชุมชนและบรรพบุรุษทั้งน้ำตา พร้อมทั้งกล่าวถ้อยคำสาปแช่งผู้ที่ก่อเหตุ ก่อนที่จะนำอัฐิใส่แก้วน้ำ หรือถ้วยพลาสติกจัดเก็บไว้ในที่บรรจุอัฐิตามเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางบัวลอย&amp;nbsp;แก้วใส อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 ม.8 บ.แห้ว ต.บ้านโนน อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาชาวบ้านทั้งหมู่บ้านได้มาประกอบพิธีเลี้ยงบรรพรุษตามความเชื่อของคนในชุมชน ด้วยการจัดให้มีพิธีสงฆ์และการจัดเลี้ยงอาหารหรือโต๊ะจีนผีที่ณาปนสถานของวัดแห่งนี้ แต่เมือมาถึงตอนนั้นก็พบว่าโกศใส่อัฐิของคุณแม่ได้หายไป เหลือเพียงเศษกระดูกที่ถูกเททิ้งไว้เท่านั้น และเมื่อสอบถามชาวบ้านหลายคนก็พบว่าถูกคนร้ายก่อเหตุในลักษณะเดียวกันแต่ไม่มากนัก จากนั้นเรื่อยมาชาวบ้านต่างก็บอกว่าเวลาที่นำอาหารหรือนำดอกไม้มากราบไหว้บรรพบุรุษ หรือคนในครอบครัว ในจุดที่เก็บอัฐิของวัดก็พบว่าโกศใส่อัฐินั้นเรื่มทยอยหายไป ทั้งแบบทองเหลือง และแบบสแตนเลส โดยคนร้ายเทกระดูกของบรรพบุรุษทิ้งเกลื่อนกลาดเต็มพื้นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันที่ครอบครัวมาเลี้ยงอาหารบรรพบุรุษตามความเชื่อ ซึ่ง 1 ปี ญาติจะมารวมกันนำอาหารมาเลี้ยงพ่อ เลี้ยงแม่ ที่ณาปนสถานของวัด ต่างก็ต้องสะเทือนใจและสะเทือนขวัญกับภาพที่พบคือกระดูกของคุณแม่นัุ้นถูกเททิ้งไว้แบบไม่มีเยื่อใย โดยโกศทองเหลือราคา 2,000 กว่าบาทนั้นหายไป และเมื่อสอบถามก็พบว่าในจุดที่บรรจุอัฐิของคนในหมู่บ้านก็หายไปเช่นกัน ครอบครัวจึงไม่กล้าที่จะซื้อโกศราคาแพงมาใส่อีกเพราะกลัวจะหายจึงได้ใช้แก้วน้ำดื่มมาใส่กระดูกของคุณแม่ไว้และวางคู่กับกระดูกของคุณพ่อเช่นเดิม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นางอุบล แก้วใส อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ม.8 ต.บ้านโนน &amp;nbsp;อ.ซำสูง กล่าวว่า ได้นำผอบที่เป็นพลาสติก มาใส่กระดูกคุณแม่แทนโกศใส่อัฐิแบบแสตนเลส ที่ถูกคนร้ายขโมยไป วันที่มาพบว่าโกศหายไปนั้นคือช่วงเดือนที่ผ่านมา ครอบครัวจึงโกรธและแค้นอย่างมากว่าทำไมคนร้ายจึงใจบาปและกล้ารที่จะทำกับผู้เสียชีวิตที่เป็นคนที่ให้การเคารพนับถือในชุมชนที่ล้วนต่างเสียชีวิตไปแล้ว ชาวบ้านบางคนที่มีที่บรรจุอัฐิของบรรพบุรุษอย่างดีหรือแบบเจดีย์ ก็ถูกคนร้ายทุบเอาโกศที่มีราคาแพงไปเช่นกัน เหลือเพียงเศษกระดูกที่ถูกทิ้งเต็มพื้นดินเกลื่อนไปหมด ซึ่งหากนับรวมโกศใส่อัฐิที่หายไปรวมกว่า 50 ราย หรือหากจะเรียกได้ว่า ผู้เสียชีวิต 50 คน นั้นถูกขโมยโกศใส่อัฐิไปทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอุบล กล่าวว่าอยากให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวด ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ด้วย อย่างมองว่าเป็นเรื่องเพียงน้อยนิด แต่ก็เป็นเรื่องที่สะเทือนจิตใจ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนกับลคนในชุมชนอย่างมาก ซึ่งชาวบ้านที่ถูกขโมยโกศไปนั้นส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่น ที่ลักลอบมาก่อเหตุในช่วงเวลากลางคืนไม่กลัวผี และนำโกศไปจำหน่ายเพื่อต้องการเงิน จึงอยากให้หน่วยงาน่ี่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้ใส่ใจในวิถีของคนในชุมชนที่ต้องสูญเสียสิ่งอันเป็นที่ัรักไป และหลายคนถูกบรรพบุรุษมาเข้าฝันเพื่อต้องการโกศใส่อัฐิอันใหม่ ซึ่งชาวบ้านก็บอกไปว่าขอเป็นแบบพลาสติกแทนเพราะกลัวจะหายอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69609</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยโกศใส่กระดูก, จังหวัดขอนแก่น, ชาวบ้านร้องทุกข์, โจรใจบาป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef3203d46d61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใจบาปบุกลักทรัพย์พระในกุฏิกลางดึก เหยื่อไม่รู้ตัวถูกขังในตู้เสื้อผ้าจนถึงเช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระนักเทศน์ถูกโจรใจบาป ทำทีขอความช่วยเหลือกลางดึก สบโอกาสใช้เชือกฟางมัดมือมัดเท้า จับขังไว้ในตู้เสื้อผ้าภายในกุฏิ รู้ตัวอีกทีรุ่งเช้าอีกวัน เรียกเณรมาช่วย เปิดตู้ ตรวจสอบทรัพย์สินหายเกลี้ยง มูลค่ารวมเกือบ 40,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.62 - พ.ต.ท.ธนายุทธ ดวงทองมา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายเข้าไปจับพระมัดมือมัดเท้า ขังในตู้เสื้อผ้าในกุฏิ&amp;nbsp;ก่อนจะลักทรัพย์สินไป เสียหายหลายหมื่นบาท ที่วัดโชคอำนวยพร ต.ค่ายบกหวาน อ.เมือง จ.หนองคาย จึงรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาทราบและออกตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจุดตรวจหนองสองห้อง ต.ค่ายบกหวาน อ.เมือง จ.หนองคาย ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;พบพระวีระชัย ห้วยไทยสงค์ อายุ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ปี ผู้เสียหายยืนรอให้การที่เกิดเหตุ โดยกล่าวว่า เหตุเกิดช่วงประมาณเกือบ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ทุ่ม เมื่อคืน 31 ก.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีคนร้ายลักษณะตัวใหญ่ สูงประมาณ170&amp;nbsp;เซนติเมตร เข้ามายืนที่ประตูหน้ากุฏิ&amp;nbsp;และตะโกนเรียกโดยบอกว่ามาขอความช่วยเหลือจะเอาพระเครื่องมาจำนำ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท จึงเปิดประตูออกมาคุยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระวีระชัย กล่าวว่า จากนั้นก็เริ่มไม่ค่อยรู้สึกตัว พอรู้สึกตัวอีกครั้งก็เช้าแล้ว และตกใจเมื่อตนถูกมัดมือและถูกขังอยู่ในตู้เสื้อผ้าโดยไม่รู้ว่าเหตุการณ์เป็นยังไงบ้าง จากนั้นจึงตะโกนให้เณรที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วย และตรวจสอบทรัพย์สินพบว่า เงินสดจำนวน&amp;nbsp;16,0000&amp;nbsp;บาท โทรศัพท์&amp;nbsp;สร้อยข้อมือทองคำน้ำหนักสองสลึงหายไป จึงแจ้งตำรวจเข้ามาตรวจสอบและติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเณร&amp;nbsp;บอกว่า เมื่อเช้าหลังจากไปตีกลอง ที่ศาลาในวัด กำลังเดินกลับมาที่กุฏิ&amp;nbsp;ได้ยินเสียงพระวีระชัยเรียกให้ช่วยเหลือ จึงเดินไปที่กุฏิพระวีระชัย ซึ่งประตูกุฏิก็ไม่ได้ล็อกและก็ได้ยินเสียงออกมาจากตู้เสื้อผ้า จึงรีบไปหามีดมาตัดเชือกฟางที่ผูกมัดประตูไว้ด้านนอกและกุญแจตู้มาไขเปิดให้พระวีระชัยออกมาด้วยความทุลักทุเล พอออกมาได้พระวีระชัยได้ตรวจสอบภายในกุฏิ และพบว่ามีทรัพย์สินเสียหายไปจำนวนดังกล่าว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและเก็บหลักฐานเป็นที่เรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่จะได้ออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง และจะเร่งติดตามหาคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42465</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, วัดโชคอำนวยพร, สภ.เมืองหนองคาย, โจรใจบาป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d42721699216.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2019 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2019 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมติดจรวด! โจรใจบาปฉกบาตรพระโดนรวบคาด่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 62 - พ.ต.ต.เฉลิมพล รุ่งรัตน์ รักษาราชการแทน สวป. สภ.หาดใหญ่ พร้อม ร.ต.ท.หริรักษ์ จันทร์ศรี รอง สวป. จับกุม นายสมพร หนูเพ็ง อายุ 32 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังจากเข้าไปก่อเหตุขโมยบาตรทองเหลือง บริเวณพระประจำวันพุทธทรงยืนปางอุ้มบาตร ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังอุโบสถ ภายในวัดมงคลเทพาราม หรือวัดปากน้ำ ถนนแสงศรี เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรรมตามทันตาเห็น ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้บริเวณจุดสกัดชั่วคราวถนนเพชรเกษมใกล้กับ สภ.หาดใหญ่ ขณะนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างอุ้มบาตรพระขนาดใหญ่กว้างถึง 18 นิ้ว เพื่อพาไปขาย และยังมีเหรียญบาท จำนวนมากอยู่ในบาตร ประกอบด้วยเหรียญ 10 บาทจำนวน 960 บาท, เหรียญ 5 บาท จำนวน 1,150 บาท, เหรียญ 2 บาท จำนวน 113 บาท และ เหรียญ 1 บาทจำนวน 690 บาท รวมทั้งหมด 2,916 บาท ซึ่งเป็นเหรียญที่ญาติโยมมาทำบุญใส่บาตรสำหรับผู้ที่เกิดในวันพุทธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเป็นโจรอาชีพเคยถูกจับกุมมาแล้วถึง 14 ครั้ง เป็นคดีลักทรัพย์ 12 ครั้ง และคดียาเสพติด 2 ครั้ง และเพิ่งพ้นโทษมาได้ไม่ถึง 1 ปี แต่ไม่เข็ดยังกลับมาก่อเหตุลักขโมยซ้ำอีกและไม่รอดถูกจับกุมเป็นครั้งที่ 15 จากการสอบสวน นายสมพรยอมรับสารภาพแต่โดยดี โดยบอกว่าสาเหตุที่เป็นโจรเพราะต้องการหาเงินไปซื้อยาเสพติดเพราะไม่มีอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุตำรวจได้ไปตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุที่วัดมงคลเทพาราม และพบกับพระปลัดเจษฎา ปิยธัมโม เจ้าอาวาส บอกว่า บาตรที่ถูกขโมยไปเป็นบาตรทองเหลืองเก่าแก่สร้างพร้อมกับพระอุโบสถตั้งแต่ พ.ศ. 2515 อายุราว 47 ปี ซึ่งราคาสมัยนั้น 2 หมื่นบาท &amp;nbsp;โดยคนร้ายต้องใช้ความพยายามในการก่อเหตุมาก เนื่องจากบาตรอยู่สูงจากพื้นกว่า 3 เมตรต้องใช้ไม้พาดแล้วปีนขึ้นไป แต่เวรกรรมตามมาทันถูกตำรวจจับกุมได้ทันทีหลังจากที่ออกจากวัดไปได้ไม่นาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34346</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมติดจรวด, ขโมยบาตรพระ, วัดมงคลเทพาราม, สงขลา, หาดใหญ่, โจรใจบาป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cbfe14f04a74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่กลัวบาป! โจรงัดโบสถ์ยกตู้บริจาคหายลอยนวล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค. 61 - พ.ต.ท.ชูเกียรติ ทัศนัย สารวัตรสอบสวน สภ.โพธิ์ทอง ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายงัดหน้าต่างโบสถ์วัดจันทราราม (วัดช้าง) หมู่ที่ 6 ตำบลโคกพุทรา อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ยกตู้บริจาคที่มีเงินอยู่ภายในกว่า 5,000 บาทหายไป 1 ตู้ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.โพธิ์ทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพระครูสังฆรักษ์ พรชัย ชวโนเจ้าอาวาสวัดจันทราราม เล่าว่า เมื่อวานตอนเย็นที่ผ่านมาขณะที่พระในวัดได้ทำวัดสวดมนต์เย็นที่โบสถ์ พบว่าตู้บริจาคที่บริเวณหน้าพระประธานมีตั้งเรียงไว้ตั้งยังอยู่ครบ แต่ในตอนเช้าหลังจากบิณฑบาตร และกลับมาที่วัด พระลูกวัดได้มาเปิดโบสถ์เพื่อทำความสะอาดและได้พบว่าตู้บริจาคได้หาย1ตู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีร่องรอยงัดที่ประตูด้านหลังโบสถ์แต่ไม่สามารถงัดออกมาได้ คนร้ายจึงเปลี่ยนเป้าหมายได้มางัดที่บริเวณหน้าต่างโบสถ์ สังเกตได้จากไม้ที่ขัดหน้าต่างหลุดล่วงลงมา โดยคนร้ายได้ยกตู้บริจาคที่มีเงินอยู่ภายในกว่า 5,000 บาท หายไป1ตู้ &amp;nbsp;และไม่มีการแตะต้องตู้ใบอื่นของอย่างอื่นในโบสถ์ คาดว่าคนร้ายมาเพียงคนเดียวเนื่องจากยกตู้บริจาคไปเพียงใบเดียว และได้หนีออกไปทางประตูหน้าโบสถ์เพราะมีรอยการเปิด ส่วนกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ที่โบสถ์ได้เสียไม่สามารถเปิดดูได้ แต่อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจำดำเนินการตรวจสอบพยานแวดล้อมและหาจุดกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนขยายผลตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14431</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนร้ายงัดโบสถ์, ยกตู้บริจาคเงินวัด, สภ.โพธิ์ทอง, อ่างทอง, โจรใจบาป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b600639dfebe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใจบาปใช้หนังสติ๊กยิงสุนัขในวัดบาดเจ็บ ก่อนงัดเงินในตู้บริจาคพร้อมวัตถุมงคลอีกเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 ก.พ.2561 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายเข้ามาก่อเหตุขโมยเงินในตู้บริจาคที่วัดท่าราชไชยศรี บ้านดอนบม หมู่ 13 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงพบพระลูกวัดและคณะกรรมการวัดกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกวินาทีโจรเป็นชายสวมหมวกแก๊ป สวมเสื้อเชิตคลุมเสื้อยึดสีขาว กางเกงขายาว ขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีดำ-น้ำเงิน บุกเดี่ยวถือหนังสติ๊กเข้ามาหน้าประตูทางเข้าศาลาของวัด ก่อนยิงสุนัขที่นอนเฝ้าอยู่หน้าศาลาหลายตัวได้รับบาดเจ็บ เพื่อเปิดทางและเดินเข้าไปที่ตู้บริจาคของวัดจำนวน 10 ตู้&amp;nbsp; งัดเอาเงินเหรียญ และธนบัตรชนิดต่างๆ ที่ชาวบ้านนำมาทำบุญใส่กระเป๋ากางเกง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายใช้อุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับเกียงฉาบปูน และไขควงในการก่อเหตุ นอกจากนี้คนร้ายยังได้เดินไปที่ตู้สำหรับบูชาวัตถุมงคล และทำการขโมยพระเครื่องประเภทต่างๆ ไปหลายรายการ เท่านั้นยังไม่พอคนร้ายยังได้เดินไปงัดตู้เครื่องเสียงของวัด&amp;nbsp;แต่พระลูกวัดเดินมาเห็นเสียก่อน จึงวางทิ้งไว้ก่อนรีบขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเลิศ หวยโนนทัน ผู้ใหญ่บ้านบ้านดอนบม บอกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะนั้นเป็นเวลาที่พระในวัดฉันเพลเสร็จ แล้วแยกย้ายกลับกุฏิ คนร้ายอาศัยจังหวะนี้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาทางประตูด้านหลังซึ่งติดกับเมรุของวัด และอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุก่อนจอดไว้ใกล้กับประตูศาลาโดยมีการเตรีบมหนังสติ๊กมายิงสุนัขที่กำลังนอนอยู่ด้านหน้าหลายตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนร้ายเข้ามางัดตู้บริจาคจำนวน 10 ตู้ ซึ่งมี 7 ตู้ที่เป็นตู้บริจาคประจำวันเกิด ซึ่งทางวัดจะเปิดเอาเงินออกมาทุกๆ 2-3 เดือน และ อีก 3 ตู้จะเปิดเอาเงินออกมาทุกๆวันพระ คาดว่าคนร้ายได้เงินไปจำนวนมากซึ่งไม่สามารถประเมินได้ และตรงไปที่ตู้เช่าบูชาวัตถุมงคลได้ไปหลายรายการ ก่อนจะไปงัดเอาเครื่องเสียงวัดแต่เอาไปไม่ได้เพราะมีพระมาเห็นพอดี คนร้ายก็รีบขับรถหนีออกไป ขณะนี้ได้นำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ย่อยเมืองเก่าเรียบร้อยแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเลิศ กล่าวอีกว่า ไม่เคยเห็นคนร้ายรายนี้มาก่อน แต่ดูพฤติกรรมแล้วคาดว่าคนร้ายจะอาศัยวันที่มีการทำบุญในวันพระ มาดูลาดเลาไว้ก่อน เพราะจากการลงมือเหมือนรู้ว่าจุดใดมีอะไรอยู่บ้าง และต้องเดินไปที่ใดจึงจะหลบมุมกล้อง โดยมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3657</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ขโมยตู้บริจาคเงิน, วัดท่าราชไชยศรี, โจรใจบาป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8e3ac6bcba2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
