<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 22:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เลิฟ&quot;ขู่&quot;สิงโต&quot;ได้เจอ&quot;อินทรีเหล็ก&quot;ของจริงที่เวมบลี่ย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ทีมชาติอังกฤษ ไม่ต้องเจอกับ แชมป์โลก ฝรั่งเศส หรือ แชมป์ยูโร โปรตุเกส ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ต้องไปหักด่านกับทัพอินทรีเหล็ก เยอรมนี ในศึกแรกของรอบน็อคเอาท์ โจอาคิม เลิฟ เตือนทีมสิงโตคำราม ระวังตัว เยอรมนี จะแข็งแกร่งขึ้นแน่และพร้อมสำหรับการเจอกันที่ เวมบลี่ย์ หลังเสมอ ฮังการี ส่งท้าย เข้ารอบมาเป็นที่ 2 ของกลุ่มกรุ๊ปออฟเดธ ขณะที่ ฝรั่งเศส กับ โปรตุเกส เข่นกันไปลงเสมอกันไปด้วยประตูรวม 4 ลูกเหมือนกับอีกสนาม กอดคอกัน 3 ทีมเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้าน สเปน&amp;nbsp; ตบเท้าเข้าน็อคเอาท์เป็นที่หนึงของกลุ่ม อี ตามคาด หลุยส์ เอ็นริเก้ โวสนั่นไม่มีใครอยากเจอทีมกระทิงดุแน่หลังเพิ่งโชว์ฟอร์มถล่ม สโลวะเกีย ยับ 5-0
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมชาติเยอรมนี ต้องตามตีเสมอทั้ง 2 ครั้งในเกมกับ ฮังการี และดิ้นเอาหนึ่งแต้มพื่่อเข้ารอบด้วยสกอร์ 2-2 หลังตกเป็นฝ่ายตามหลังตั้งแต่นาทีที่ 11 จากลูกโหม่งของ อดัม ซาลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไค ฮาเวิร์ตซ์ ข่วยเจ้าถิ่นตีเสมอได้ในชข่วงกลางครึ่งหลัง แต่ อันดราส ชาฟเฟอร์ ก็ช่วยให้ทีมรองบ่อนกลับมาขึ้นนำได้อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จบแบบนี้ เยอรมนี ตกรอบแน่นอน แต่ก่อนหมดเวลา 6 นาที ทีมของ โจอาคิม เลิฟ มาได้ประตูตีเสมอจาก ลีออน โกเร็ตซกา พลิกเข้ารอบเป็นที่ 2 ของสาย เสมอกันไป 2-2 เตะ 3 นัด มี 4 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกม เลิฟ เตือน อังกฤษ ว่า ทีมชาติเยอยรมนี ที่พวกเขาจะต้องเจอในวันอังคารหน้าที่สนามเวมบลี่ย์ จะเป็นทีมที่แข็งแกร่งขึ้นพร้อมขึ้นแตกต่รางจากทีมที่เพิ่งเข้ารอบมาได้หวุดหวิดจาก กลุ่ม เอฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีข้อผิดพลาด แต่เราก็สู้ และแสดงให้เห็นถึงแคแรกเตอร์ของเรา&amp;quot; บอสทีมอินทรีเหล็ก กล่าว &amp;quot;เกมนี้ไม่เหมาะคนที่จิตไม่แข็ง ท้ายที่สุดการเอาตัวรอดจากกลุ่มนี้ได้ คือผลงานที่ดี และนั่นคือเป้าหมายของเราสำหรับรอบแรก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ นัดต่อไปเราเจออังกฤษและเราสามารถเตรียมพร้อมสำหรับเกมนี้อย่างเหมาะสม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันยังเป็นไฮไลท์สำหรับการไปเล่นที่เวมบลี่ย์ และเจอกับ อังกฤษ ที่เป็นเจ้าถิ่น ทีมในวันนั้นจะแตกต่างจากทีมในวันนี้ ผมให้สัญญา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกคู่ในกลุ่มแห่งความตายเหมือนกัน แชมป์ยูโร โปรตุเกส เสมอ ฝรั่งเศส แชมป์โลก 2-2 โดยนัดนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำประตูขึ้นนำและประตูตีเสมอ พร้อมกับทำสถิติยิงสูงสุดให้กับทีมชาติเท่ากับ อาลี เดอี ตำนานกองหน้าอิหร่าน เป็นที่เรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศส เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม เอฟ ด้วยผลเสมอ 2-2 ที่บูดาเปสต์ โดย โปรตุเกส ได้ 2 ประตูจาก คริสเตียโน่ โรนัลดด้ ด้วยการสังหารจุดโทษ ทั้ง 2 ลูก น.30 กับ 60 ขณะที่ ฝรั่งเศส ได้ 2 ประตูจาก คาริม เบนเซมา น.45+2 เป็นจุดโทษ และ น. 47
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอบต่อไป แชมป์โลก ฝรั่งเศส จะเข้าไปเจอ สวิตเซอร์แลนด์ ต้นสัปดาห์หน้า ขณะที่ โปรตุเกส งานหนักต้องไปชนกับ เบลเยี่ยม ทีมแรงกิ้งอันดับหนึ่งโลก คืนวันอาทิตย์นี้ ซึ่ง เฟร์นานโด ซานโต ยอมรับว่า ทีมขอตน เสียเปรียบแล้วเพราะมีเวลาพักแค่ 2 วันเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าอย่างไร เกมในรอบ 16 ทีมสุดท้าย จะเป็นโอกาสสำหรับ โรนัลโด้ ที่จะได้สร้างชื่อให้ตัวเองอีกด้วยการทำสถิติดาวซัลโซสูงสุดในเกมระดับทีมชาติ หลังจากซัดไปแล้ว 109 ประตูเท่ากับเจ้าของสถิติเดิมชาวอิหร่าน อาลี เดอี ด้วย 2 ประตูจากจุดโทษ เมื่อคืนวันพุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปผลบอล ยูโร 2020 เมื่อคืนวันพุธ กลุ่ม อี สวีเดน ชนะ โปแลนด์ 3-2, สโลวะเกีย แพ้ สเปน 0-5, กลุ่ม เอฟ โปรตุเกส เสมอ ฝรั่งเศส 2-2, เยอรมนี เสมอ ฮังการี 2-2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107543</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติฝรั่งเศส, ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติฮังการี, ทีมชาติเยอรมนี, ทีมชาติโปรตุเกส, ฟุตบอล, ยูโร 2020, โจอาคิม เลิฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d49f994261d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 23:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 23:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เลิฟ&quot;รับวันดับ&quot;อินทรี&quot;เจอกระทิงขวิด 6 ลูก แพ้ครั้งย่อยยับสุด ร่วงศึกเนชั่นส์ลีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โจอาคิม เลิฟ ยอมรับหาคำอธิบายไม่ได้หลังทีม&amp;quot;อินทรีเหล็ก&amp;quot;เยอรมนี จู่ๆก็ผิดฟอร์ม บุกไปโดน สเปน ไล่ถล่มย่อยยับ 6-0 ในศึกเนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนวันอังคาร อดเข้าไปเล่นต่อในรอบ 4 ทีมสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมของ เลิฟ เหมือนอยู่ในช่วงขาลงแล้ว นับตั้แต่โดนเขี่ยตกรอบแบ่งกลุ่ม ในศึกเวิลด์ คัพ ปี 2018 โดยหลังจากนั้น ชนะมาเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้นจากทั้งหมด 8 นัดในเกมทีมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทั้งที่ก่อนลงสนามนัดตัดสินเกมนี้ เยอรมนี รั้งตำแหน่งท็อปของกลุ่ม A4 ได้แล้วหลังจากเอาชนะ ยูเครน มาในแมทช์ก่อนหน้านี้ ขอเพียงแค่เสมอก็จะตีตั๋วเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้าย แต่กลับมาพลาดท่ารั่วไปถึง 3 ลูกตั้งแต่ครึ่งแรก ขณะที่ฟอร์มในครึ่งหลังก็ยิ่งเละเทะไปกว่าเดิมจนกู่ไม่กลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่รู้จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีม&amp;quot; เลิฟ กล่าว หลัง เยอรมนี พบกับความพ่ายแพ้ครั้งยับเยินที่สุดในรอบ 89 ปี และยังเป็นผลการแข่งขันที่เลวร้ายที่สุดในแมทช์การแข่งขันจริงของทีมอินทรีเหล็กอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราแทบจะไม่มีโอกาสลุ้นประตูได้เลย และในการแย่งบอลตัวๆในสนามก็เป็นฝ่ายแพ้หมด นี่มันวันมืดวันดับสำหรับเราชัดๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในครึ่งหลัง เราพยายามที่จะเพรสเกมและดันสูงขึ้นเพื่อทำสกอร์ เพื่อกลับมาสู่เกม แต่ สเปน เล่นได้ดีกว่าเรา พวกเขาเร็วกว่าเรามาก และเล่นได้ด้วยความแม่นยำมากกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนเกมเราได้คุยกันว่า เราเชื่อมั่นใจผู้เล่นทุกคนในทีม และเรากำลังมาในทิศทางที่ถูกต้อง แต่วันนี้เราได้เห็นว่าเราไม่ได้พัฒนาอะไรขึ้นอย่างที่เราคิดเลยหลังจากไม่กี่เกมก่อนหน้านี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟร์ราน ตอร์เรส กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำแฮทริกให้กับทีมเจ้าบ้าน คว้าชัยครั้งถล่มทลายเหนือ แชมป์โลก ปี 2014
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรเมนี เคยแพ้ห่าง 5 ประตูเพียงครั้งเดียวก่อนหน้านี้ในแมทช์การแข่งขันจริง ซึ่งเป็นสมัยที่ยังเป็น เยอรมนีตะวันตก แพ้ให้กับ ฮังการี 8-3 ในศึกฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม ปี 1954 ก่อนจะเจ้าไปล้างตาเอาชนะ ฮังการี ในนัดชิงชนะเลิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในแมทช์ที่ไม่ใช่แมทช์การแข่งขันจริง เยอรมนี เคยแพ้ถึง 6-0 มาแล้ว พลาดให้กับ ออสเตรีย ในเกมกระชับมิตร ปี 1931
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซร์จ จีนาบรี มิดฟิลด์ตัวเก่งของ เยอรมนี ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมเมื่อคืนวันอังคาร กล่าวเพิ่มเติม &amp;quot;ไม่มีอะไรที่เราทำแล้วได้ผลเลยในค่ำคืนนี้ เราไม่สามารถคอนโทรลพวกเขาได้ พวกเขาสมควรที่จะเอาชนะเราได้อย่างที่พวกเขาทำได้แล้วจริงๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สเปนทำทุกอย่างดีไปหมด ขณะที่เราทำอะไรก็ไม่ถูกซักอย่าง เราไม่รู้ว่าในเวลานี้เราเล่นอยู่ในระดับไหนแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันไม่ใช่เรื่องปกติที่แพ้ในแมทช์การแข่งขันด้วยการเสียประตูมากมายขนาดนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน โทนี่ โครส เพลย์เมกเกอร์จากเรอัล มาดริด ยอมรับหลังเกม &amp;quot;นี่คือหึ่งในความพ่ายแพ้ครั้งเลวร้ายที่สุดในชีวิตนักฟุตบอล ซึ่งมันเจ็บปวดจริงๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84322</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติสเปน, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก, โจอาคิม เลิฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb54ed33ddf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 00:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 00:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เลิฟ&quot;โวอินทรีเหล็กคืนความเชื่อมั่นเชือดอัศวินสีสัมถึงถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

ประตูชัยจาก นิโก ชูลซ์ ในนาทีที่ 90 ช่วยทีมแชมป์โลก 2014 ออกสตาร์ทศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก ด้วยชัยชนะ บุกสยบ &amp;quot;อัศวินสีส้ม&amp;quot;ฮอลแลนด์ ได้ถึงบ้าน 3-2 เมื่อคืนวันอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โจอาคิม เลิฟ เฮ้ดโค้ชทีมชาติเยอรมนี ชี้ลูกทีมเอาชนะนัดนี้ได้เพราะไม่สูญเสียคามเชื่อมั่น หลังนำก่อน 2 ลูกแล้วโดนตีเสมอ ขณะที่ก่อนหน้านี้ก็ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนักติดต่อกันมาหลายนัด หลังเกมยังได้กล่าวชมบรรดานักเตะดาวรุ่งของทีมหลังบดจนได้ประตูชัยเฉือนเอาชนะ ฮอลแลนด์ ได้อย่างหวุดหวิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แมทช์นี้ ทีมของ เลิฟ นำห่างได้ก่อนถึง 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก จาก ลีรอย ซาเน่ น.15 กับ แซร์จ จีนาบรี น.34 แต่กลับมาครึ่งหลัง เจ้าบ้านตอบโต้คืนและตามตีเสมอได้ในระยะเวลาไม่นานนัก จาก แมทธีส เด ลีกต์ น.48 กับ เมมฟิส เดปาย น.63 แต่สุดท้าย ทีม&amp;quot;อินทรีเหล็ก&amp;quot;ก็เป็นฝ่ายบุกคว้าชัยได้ จากลูกยิงของ นิโก ชูลซ์ น.90 จบเกมชนะไป 3-2
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้ แชมป์โลกปี 2014 ประเดิมเส้นทางศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือกด้วยชัยชนะ และน่าจะช่วยสร้างโมเมนตัมที่ขุนพลอินทรีเหล็กต้องการหลังจากย่ำแย่มาตั้งแต่ 9 เดือนที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เยอรมนี ตกรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2018 หลังโดน เม็กซิโก ถล่ม 2-0 กลายเป็นแชมป์เก่าอีกทีมที่กระเด็นไปตั้งแต่รอบแรก &amp;quot;ทีมอินทรีเหล็ก&amp;quot;ชนะไม่ได้แม้แต่นัดเดียว และจบอันดับบ๊วยในเนชั่นส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มอีก มีคะแนนเป็นรองทั้ง ฝรั่งเศส กับ ฮอลแลนด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลิฟ ประกาศเมื่อต้นเดือน ว่าเขาจะหั่นนักเตะเก่าทิ้ง ไม่ว่าจะเป็น โทมัส มุลเลอร์, เชโรม โบอาเต็ง และ แมทส์ ฮุมเมล โดยเกมแรกนับตั้งแต่มีการปรับโผ พวกเขาเสมอ เซอร์เบีย 1-1 เมื่อพุธที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชูลซ์ แบ็คซ้ายจาก ฮอฟเฟนไฮม์ สอดแทรกขึ้นมาเป็นฮีโร่ของทีมในช่วงนี้ หลังจากทำประตูที่สองในนามทีมชาติหลังเล่นให้เยอรมนีมา 6 นัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ความรู้สึกนั้นมันดีมาก ชัยชนะผลการแข่งขันที่ดีมากสำหรับเราในฐานะทีม ผมใส่ทุกอย่างลงไปที่เท้าขวา และบอลก็พุ่งเข้าไปตุงตาข่าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ตอนต้นครึ่งแรกเราตั้งรับมากเกินไป ไม่ว่าอย่างไร เราจะได้ความมั่นใจขึ้นมาเยอะแน่จากเกมนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32237</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติฮอลแลนด์, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล, ยูโร 2020 รอบคัดเลือก, โจอาคิม เลิฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c991479bc70c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 23:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 23:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลิฟรับสุดเฮงประตูชัยอินทรีเหล็กแต่ก็พอใจผลงานกระเตื้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เยอรมนี ที่เอาชนะ เปรู ได้ 2-1 ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อคืนวันอาทิตย์ นิโก ชูลซ์ พังประตูชัย ในช่วงท้ายเกม ซึ่ง โจอาคิม เลิฟ ยอมรับทีมของตนยังไม่ได้โชว์ฟอร์มที่น่าประทับใจนัก ประตูตัดสินเกมนี้เกิดขึ้นได้ก็ค่อนข้างมีโชค แต่ก็พอใจที่ผลงานกระเตื้องขึ้นหลังตกรอบแรกเวิลด์คัพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรมนี ที่ลงเตะอุ่นเครื่องเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บดกลับมาเอาชนะ เปรู ได้หวุดหวิด 2-1 หลัง หลุยส์ อัดวินคูล่า ยิงให้ทีมจากอเมริกาใต้ ทำเซอร์ไพรส์ ขึ้นนำได้ก่อน ในนาทีที่ 22 ก่อนที่ จูเลียน บรันด์ จะช่วงทวงคืนให้ ทีมอินทรีเหล็ก กลับมาเสมอได้อย่างรวดเร็วแค่ 3 นาทีถัดมา ก่อนที่ นิโก ชูลซ์ จะซัดประตูชัยในช่วง 5 นาทีสุดท้าย ช่วยให้เจ้าบ้านพลิกคว้าชัยไปหวุดหวิด 2-1
&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังเกม โจอาคิม เลิฟ ยอมรับว่า ประตูชัยที่เกิดขึ้นในเกมนี้มาแบบมีโชคช่วย หลัง ชูลซ์ ที่เพิ่งได้ลงประเดิมทีมชาติ ยิงเรียดลอดตัวผู้รักษาประตูของเปรู เข้าไปได้ แต่ขณะเดียวกัน เลิฟ ก็บอกวา เยอรมนี สมควรเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งเวลานี้ นักเตะแต่ละคน พยายามอย่างมากเพื่อลบล้างความอับอายขายหน้าที่ตกรอบแรก ฟุตบอลโลก เมื่อตอนซัมเมอร์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17270</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติเปรู, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล, โจอาคิม เลิฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b969c6a566bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
