<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาดับแล้วอย่างน้อย232ศพ ผู้นำอินโดนีเซียจี้ยุติความรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รอยเตอร์เผย ทหาร-ตำรวจเมียนมายิงผู้ประท้วงดับอีก 8 คนที่เมืองอองบานเมื่อวันศุกร์ ยอดสังเวยรวมไม่ต่ำกว่า 232 ศพแล้ว ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซียเรียกร้องเมียนมาฟื้นฟูประชาธิปไตย-ยุติความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ กลุ่มควันจากการเผายางรถยนต์เพื่อสกัดกั้นไม่ให้กองกำลังความมั่นคงข้ามสะพาน ในนครย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อท้องถิ่นและผู้ที่เห็นเหตุการณ์เผยกับรอยเตอร์ทางโทรศัพท์ว่า กองกำลังฝ่ายความมั่นคงทหาร-ตำรวจเมียนมาใช้แก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ประท้วงในเมืองอองบาน รัฐชาน ทางภาคกลางของประเทศ แล้วจากนั้นก็เปิดฉากยิงเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ประท้วงขณะพยายามรื้อสิ่งกีดขวางของผู้ประท้วงแต่ถูกต่อต้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าพนักงานทำศพในเมืองอองบานที่ปฏิเสธเปิดเผยตัวตนบอกกับรอยเตอร์ว่า มีคนตาย 8 คน โดย 7 คนตายในที่เกิดเหตุ อีกคนบาดเจ็บถูกส่งรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองกะลอ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การตรวจสอบข้อมูลที่ออกมาจากเมียนมาทำได้ยากขึ้น หลังจากทางการจำกัดบริการอินเทอร์เน็ตที่ผู้ประท้วงใช้เป็นช่องทางระดมพลและเผยแพร่ภาพถ่ายและรายงานเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้รัฐบาลทหารยังคงใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วงอย่างไม่รามือ ชาวเมียนมาก็ยังคงออกมารวมตัวเดินขบวนต่อต้านในหลายเมือง แต่จำนวนคนน้อยลง เนื่องจากข้อจำกัดในการติดต่อสื่อสาร ที่นครย่างกุ้ง มีรายงานจากปากคำชาวบ้านว่า ตำรวจบังคับให้ชาวบ้านช่วยรื้อสิ่งกีดขวางของผู้ประท้วงบนท้องถนน และยังมีรายงานการชุมนุมในหลายเมือง อาทิ มัณฑะเลย์, มยินจานและกะตาในภาคกลาง, เมียวดีในภาคตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากกลุ่มนักเคลื่อนไหว สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ล่าสุดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์รุนแรงนับแต่กองทัพยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ มีไม่ต่ำกว่า 232 คนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกสภาเมียนมาที่โดนขับจากตำแหน่งกำลังพิจารณากันว่าจะขอให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) สอบสวนอาชญากรรมต่อมนุษยชาติหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่นครเจนีวาก็เรียกร้องให้รัฐบาลต่างประเทศพิจารณาฟ้องร้องเอาผิดกับผู้ที่รับผิดชอบต่อการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในเมียนมาเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างอินโดนีเซีย ซึ่งเสนอช่วยหาทางออกให้เมียนมา แต่การประชุมระดับภูมิภาคเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ไม่ได้ผลเป็นชิ้นเป็นอัน เมื่อวันศุกร์ ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด กล่าวสุนทรพจน์ผ่านทางออนไลน์เรียกร้องให้เมียนมาฟื้นฟูประชาธิปไตยและยุติความรุนแรง และขอให้ผู้นำประเทศอาเซียนประชุมกันเพื่อหารือสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อินโดนีเซียเรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรงในเมียนมาทันที เพื่อไม่ให้มีเหยื่ออีกต่อไป&amp;quot; เขากล่าว &amp;quot;ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนต้องสำคัญเหนืออื่นใด อินโดนีเซียยังเรียกร้องให้มีการเจรจา ขอให้มีการปรองดองกันทันที เพื่อฟื้นฟูประชาธิปไตย คืนความสงบสุข และฟื้นฟูเสถียรภาพ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96598</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านรัฐประหาร, พม่า, ฟื้นประชาธิปไตย, ยุติความรุนแรง, อินโดนีเซีย, เมียนมา, โจโก วิโดโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_605475ccebdbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 22:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 22:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดนีเซียลุยสร้าง&#039;ฟู้ดแบงก์&#039; พัฒนาพื้นที่เกษตรใหญ่กว่าสิงคโปร์10เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ประกาศโครงการพัฒนาที่ผืนใหญ่กว่า 5 ล้านไร่ ทำการเกษตรเพื่อเป็นธนาคารอาหารของประเทศ หวังลดพึ่งพาอาหารนำเข้า ขณะนักสิ่งแวดล้อมหวั่นก่อให้เกิดการรุกที่ป่าพรุและกระตุ้นการเผาป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีวิโดโดเปิดเผยโครงการนี้ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีถ่ายทอดทางโทรทัศน์เมื่อวันพุธที่ 23 กันยายน โดยโครงการฟู้ดแบงก์ที่ว่านี้กำหนดเป้าหมายว่าจะขยายครอบคลุมพื้นที่ถึง 5 ล้านไร่ หรือขนาดใหญ่กว่าเกาะสิงคโปร์ 10 เท่า เพื่อใช้ปลูกข้าว, มันสำปะหลัง และข้าวโพด เขาระบุว่า โครงการนี้เป็นการเตรียมพร้อมล่วงหน้าเพื่อป้องกันวิกฤติอาหารโลกสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเพื่อเตรียมพร้อมรับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงลดการพึ่งพาอาหารนำเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะเริ่มแรกของโครงการนี้เริ่มต้นขึ้นแล้วที่จังหวัดสุมาตราเหนือ และจังหวัดกาลิมันตันกลางที่อยู่บนเกาะบอร์เนียว และท้ายที่สุด โครงการอาจขยายเพิ่มอีก 3 ภูมิภาค ได้แก่ สุมาตราใต้, ปาปัว และนูซาเติงการาตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า คำประกาศของผู้นำอินโดนีเซียน่าจะสร้างความไม่พอใจแก่กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เคยเตือนไว้ว่า โครงการลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะใช้ประโยชน์จากป่าพรุและกระตุ้นให้เกิดไฟป่าที่เป็นต้นตอมลพิษหมอกควันที่ปกคลุมภูมิภาคนี้ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ กลุ่มกรีนพีซอินโดนีเซียเตือนว่า การเปลี่ยนป่าพรุที่อุดมด้วยคาร์บอน ให้เป็นพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ อาจก่อให้เกิดความหายนะทางสิ่งแวดล้อมได้ นับแต่ปี 2558 มีป่าพรุมากกว่า 1 ล้านไร่โดนเผาในกาลามันตันกลาง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78429</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารอาหาร, พื้นที่เพาะปลูก, ฟู้ดแบงก์, อินโดนีเซีย, โจโก วิโดโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b6fae200a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 20:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 20:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพอินโดนีเซียส่งเครื่องบินขับไล่-เรือรบ คุมน่านน้ำพิพาทกับจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพอินโดนีเซียส่งเครื่องบินขับไล่และเรือรบออกลาดตระเวนใกล้หมู่เกาะนาทูนา ก่อนที่ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ไปเยือนเมื่อวันพุธ เพื่อย้ำสิทธิอธิปไตยเหนือน่านน้ำรอบเกาะพิพาทที่จีนอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนและส่งเรือตรวจการณ์ชายฝั่งเข้ามาป้วนเปี้ยนหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักบินกองทัพอากาศอินโดนีเซียเตรียมนำเครื่องบินเอฟ-16 ขึ้นจากฐานทัพที่เมืองเปกันบารู เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอินโดนีเซียแถลงเมื่อวันพุธที่ 8 มกราคม 2562 ว่ากองทัพได้ส่งเรือรบ 8 ลำ และเครื่องบินไอพ่น 4 ลำ ไปลาดตระเวนรอบหมู่เกาะนาทูนาแห่งนี้ ก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด จะเดินทางไปเยือนน่านน้ำที่อุดมด้วยสัตว์น้ำแถบนั้นในวันพุธ เพื่อยืนยันสิทธิอธิปไตยของอินโดนีเซียเหนือดินแดนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิโดโดกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขากล่าวหลายครั้งหลายคราว่านาทูนาคือดินแดนอธิปไตยของอินโดนีเซีย ที่ไม่ต้องโต้แย้งใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอินโดนีเซียกล่าวว่า เรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีนลำหนึ่งถูกพบเห็นว่าแล่นอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของอินโดนีเซียเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานอ้างคำแถลงของโฆษกกองทัพเรือว่า กองทัพได้ส่งเรือรบไป 8 ลำ ส่วนกองทัพอากาศส่งเครื่องบินขับไล่ไปเช่นกัน โดยนาวาอากาศเอกรอนนี อิเรียนโต โมนิงกา กล่าวว่า นักบินได้รับคำสั่งไม่ให้ดำเนินการยั่วยุ แต่ให้ปกป้องอธิปไตยของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่โต โดยบอกว่า จีนและอินโดนีเซียไม่มีความขัดแย้งเรื่องอธิปไตยเหนือดินแดน ถึงแม้ว่า 2 ประเทศจะอ้างสิทธิทางทะเลทับซ้อนกันในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อินโดนีเซียไม่ได้อ้างสิทธิในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนมีข้อพิพาทอ้างสิทธิทับซ้อนกับหลายชาติ ทั้งเวียดนาม, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และบรูไน แต่อินโดนีเซียย้ำว่าอินโดนีเซียจะไม่ยอมให้จีนรุกล้ำเข้าน่านน้ำที่อยู่ติดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การส่งเรือรบและเครื่องบินไปยังหมู่เกาะนาทูนาเกิดขึ้นภายหลังกองทัพอินโดนีเซียส่งทหารเรือ, ทหารอากาศ และทหารบก ประมาณ 600 นาย ไปวางกำลังที่นั่นเมื่อวันศุกร์ โดยกองทัพอ้างว่าเป็นการลาดตระเวนตามปกติเพื่อคุ้มครองพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากมีเรือของต่างชาติเข้ามาในน่านน้ำของอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลบอกไว้ด้วยว่า จะส่งชาวประมงนับพันคนไปยังน่านน้ำแถบนั้นเพื่อเฝ้าจับตาเรือต่างชาติ หลังจากสัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลอินโดนีเซียเรียกเอกอัครราชทูตจีนเข้าพบเพื่อประท้วงที่เรือตรวจการณ์ชายฝั่งของจีนลำหนึ่งตามคุ้มกันเรือประมงหลายลำของจีนรอบๆ หมู่เกาะนี้เมื่อกลางเดือนธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนตอบโต้ด้วยเหตุผลว่า จีนมีสิทธิตามประวัติศาสตร์ในพื้นที่นั้น และเรือประมงของจีนทำกิจกรรมอย่างถูกกฎหมายและสมเหตุสมผล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54136</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ทะเลจีนใต้, พิพาทน่านน้ำ, ส่งเครื่องบินรบ, หมู่เกาะนาทูนา, อินโดนีเซีย, เกาะพิพาท, เรือรบ, โจโก วิโดโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200108/image_big_5e15dcb95892d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2019 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2019 21:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธน.อินโดนีเซียขวางกฎหมายห้ามมีเซ็กซ์ก่อนแต่งงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ออกมาเบรกสภาอินโดนีเซียเมื่อวันศุกร์ ให้ชะลอการผ่านกฎหมายฉบับใหม่ ที่จะทำให้เพศสัมพันธ์ของคนเพศเดียวกัน และเพศสัมพันธ์ก่อนการสมรส เป็นเรื่องผิดกฎหมายที่ต้องโทษจำคุก ภายหลังเจอกระแสต่อต้านรุนแรง และทำให้ออสเตรเลียออกคำเตือนการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด แถลงข่าวเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562 / Indonesian Presidential Palace / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562 ว่าประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ซึ่งเพิ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อไม่นานมานี้ แถลงข่าววันเดียวกันว่า เขาได้ขอร้องให้สภาผู้แทนราษฎรระงับแผนการลงมติการยกเครื่องประมวลกฎหมายอาญาก่อนสภาจะปิดสมัยประชุมสัปดาห์หน้าไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจะกระทบต่อผู้คนหลายล้านคนในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นคู่รักเพศเดียวกันหรือต่างเพศ ที่อาจถูกลงโทษจำคุกหากพวกเขามีเพศสัมพันธ์นอกสมรส หรือมีชู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ สถานทูตออสเตรเลียประจำกรุงจาการ์ตาได้ออกคำแนะนำด้านการเดินทางมาอินโดนีเซียฉบับใหม่ เตือนว่ากฎหมายดังกล่าวอาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่ได้แต่งงานถูกดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิโดโดกล่าวระหว่างการแถลงที่มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์เมื่อวันศุกร์ว่า ภายหลังรับฟังเสียงคัดค้านจากหลายกลุ่มแล้ว เขาตัดสินใจว่าบางประเด็นของกฎหมายนี้ต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบขึ้น เขาได้แจ้งให้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมถ่ายทอดความคิดเห็นของเขาต่อสภาผู้แทนราษฎร และขอให้เลื่อนการรับรองประมวลกฎหมายอาญาฉบับนี้ และอย่าได้ผ่านกฎหมายนี้ในการประชุมสภาสมัยปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียเคยโต้เถียงกันมานานหลายสิบปี เพื่อแก้ไขปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญาที่ตกทอดมาตั้งแต่ยุคเป็นเมืองขึ้นของฮอลแลนด์ ความพยายามเกือบสัมฤทธิผลเมื่อปี 2561 แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การผลักดันแก้ไขกฎหมายในปีนี้ ซึ่งมีกลุ่มอิสลามอนุรักษนิยมหนุนหลัง ก็เผชิญกระแสวิจารณ์อย่างรุนแรงจากกลุ่มสิทธิและประชาชนทั่วไป ที่โกรธแค้นกับการมายุ่งเรื่องบนเตียงของประชาชน การรณรงค์ล่าชื่อออนไลน์เพื่อให้ล้มเลิกกฎหมายนี้มีผู้สนับสนุนแล้ว 500,000 คน ขณะคนอีกนับแสนใช้โซเชียลมีเดียระบายความขุ่นเคือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกฎหมายนี้ ผู้ที่มีเซ็กซ์ก่อนสมรสหรือนอกสมรสอาจถูกจำคุก 6 เดือนและ 1 ปี ไม่รวมโทษปรับ นอกจากนี้ยังลงโทษผู้ที่ &amp;quot;แสดงหรือเสนอ&amp;quot; การคุมกำหนดแก่ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งเท่ากับว่าพ่อแม่ก็ไม่สามารถสอนลูกของตนเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์หรือการคุมกำเนิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพศศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ&amp;quot; หญิงคนหนึ่งทวีต &amp;quot;ฉันยอมติดคุก ดีกว่าเห็นลูกสาวโดนแฟนหนุ่มข่มขืน เพียงเพราะเธอไม่รู้ว่าการมีเพศสัมพันธ์ต้องได้รับความยินยอมทั้งสองฝ่าย&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46242</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย, มีเซ็กซ์ก่อนแต่ง, อินโดนีเซีย, เพศสัมพันธ์ก่อนแต่ง, โจโก วิโดโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d84ddea55097.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จลาจลหลังเลือกตั้งอินโดนีเซีย ตาย 6 เจ็บกว่า 200</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวอินโดนีเซียชุมนุมประท้วงผลเลือกตั้งประธานาธิบดีในกรุงจาการ์ตาที่ลุกลามจนเกิดจลาจลเมื่อวันอังคาร เบื้องต้นมีคนเสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บราว 200 คน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจปราบจลาจลสลายการชุมนุมใกล้กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลการเลือกตั้งในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติโต คาร์นาเวียน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย แถลงเมื่อวันพุธที่ 22 พฤษภาคม ถึงสถานการณ์การชุมนุมประท้วงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีในกรุงจาการ์ตาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยจากรายงานที่ได้รับจากโรงพยาบาลต่างๆ มีผู้เสียชีวิต 6 รายและบาดเจ็บราว 200 คน เขาปฏิเสธว่าตำรวจไม่ได้ใช้กระสุนจริงในการสลายผู้ชุมนุม จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตบางรายมีบาดแผลจากถูกปืนยิง ส่วนบางรายมีบาดแผลจากถูกทำร้ายด้วยวัตถุไม่มีคม ตำรวจกำลังสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของทั้ง 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมฮัมเหม็ด อิคบาล โฆษกตำรวจอินโดนีเซีย ระบุว่า การชุมนุมครั้งนี้มีการวางแผนมาแล้ว ไม่ใช่การชุมนุมที่เกิดขึ้นเอง ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่มาจากนอกกรุงจาการ์ตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซากรถยนต์โดนวางเพลิงไหม้เกรียมใกล้กับสำนักงานกำกับดูแลการเลือกตั้ง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมประท้วงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเริ่มขึ้นหลังคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางอินโดนีเซียประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 17 เมษายนอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp; โดยประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2 ด้วยคะเแนน 55.5% มีชัยเหนือปราโบโว ซูเบียนโต นายพลเกษียณ คู่แข่งเดิมในการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2557 แต่ปราโบโวแถลงไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งและกล่าวหาว่ามีการโกงการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมเมื่อวันอังคารเริ่มอย่างสงบด้านหน้าอาคารสำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลการเลือกตั้งในกรุงจาการ์ตา และเริ่มเข้าสู่ความรุนแรงในช่วงกลางคืนจนถึงเช้าวันพุธ ตำรวจปราบจลาจลยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม ขณะที่ผู้ชุมนุมโยนประทัดเข้าใส่ตำรวจและจุดไฟเผารถยนต์และร้านแผงลอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิรันโต รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงอินโดนีเซีย เผยเมื่อวันพุธว่า มีคำสั่งบล็อกโซเชียลมีเดียในบางพื้นที่ รวมถึงบล็อกภาพและวิดีโอแชริงเพื่อป้องกันการแพร่ของข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36545</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจล, อินโดนีเซีย, เลือกตั้งประธานาธิบดี, โจโก วิโดโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce5588d75423.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 21:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.อินโดนีเซียประกาศผลเลือกตั้ง ยืนยัน &#039;วิโดโด&#039; ชนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซียประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีก่อนกำหนดเมื่อวันอังคาร &amp;quot;โจโก วิโดโด&amp;quot; ชนะตามความคาดหมาย กองทัพส่งทหารควบคุมสถานการณ์ทั่วประเทศ หวั่นฝ่ายแพ้ตีรวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด (กลาง) และมารุฟ อามิน ขณะออกเยี่ยมประชาชนในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เดิมทีคณะกรรมการการเลือกตั้งอินโดนีเซียมีกำหนดประกาศผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการฉบับสมบูรณ์ในวันพุธที่ 22 พฤษภาคมนี้ แต่พวกเขาชิงประกาศผลก่อนเมื่อเช้าวันอังคารโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ท่ามกลางความวิตกว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ เนื่องจากปราโบโว ซูเบียนโต คู่แข่งของวิโดโดเตือนไว้ว่าพวกเขาจะชุมนุมประท้วงหากวิโดโดเป็นฝ่ายชนะ โดยอ้างว่ามีการทุจริตเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนพบว่า วิโดโดและมารุฟ อามิน ครูสอนศาสนาอิสลามที่เขาเลือกเป็นรองประธานาธิบดี ได้คะแนน 55.5% หรือราว 85.6 ล้านคะแนนจากคะแนนทั้งหมด 154 ล้านคะแนน ขณะที่ซูเบียนโตและซันเดียกา อูโน นักการเงินผู้มั่งคั่งที่เขาเสนอชื่อเป็นรองประธานาธิบดี ได้คะแนนแค่ 44.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศในอินโดนีเซียอยู่ในภาวะตึงเครียดช่วงหลายวันที่ผ่านมานับแต่ตำรวจแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัยโยงใยกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้ต้องสงสัยบางรายมีแผนจะจุดชนวนระเบิดกลางงานชุมนุมประท้วงผลการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรุงจาการ์ตาเมื่อวันอังคาร มีทหารรักษาการณ์อย่างเข้มงวด รวมถึงที่ด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่วางรั้วลวดหนามเป็นแนวป้องกันพร้อมทหารติดอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่รู้ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ&amp;nbsp; ซูเบียนโต อดีตนายพลวัย 67 ปีกล่าวโจมตีคณะกรรมการการเลือกตั้งบ่อยครั้งว่าปล่อยให้มีการทุจริตเลือกตั้งมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งของอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 17 เมษายน นอกจากเป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีแล้ว ครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่อินโดนีเซียจัดการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาและสมาชิกสภาท้องถิ่นพร้อมกันในคราวเดียว โดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งต่างๆ มากถึง 245,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36433</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต.อินโดนีเซีย, ปราโบโว ซูเบียนโต, อินโดนีเซีย, เลือกตั้งอินโดนีเซีย, โจโก วิโดโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce405141d70c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2019 21:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด จ่อคว้าชัยเลือกตั้งอินโดนีเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินโดนีเซียจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีและเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันพุธ ผลนับคะแนนอย่างเร็วชี้ ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด มีคะแนนนำห่างปราโบโว ซูเบียนโต คู่แข่งที่เป็นอดีตนายพลใกล้ชิดเผด็จการซูฮาร์โต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ชูบัตรลงคะแนน ที่หน่วยเลือกตั้งในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งเมื่อวันพุธที่ 17 เมษายนนั้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่า 192 ล้านคนของประเทศประชาธิปไตยขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลกและเต็มไปด้วยเกาะมากกว่า 17,000 เกาะแห่งนี้ ต้องลงคะแนนเลือกสมาชิกสภาระดับท้องถิ่นและระดับประเทศรวม 20,000 ที่นั่ง ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งปีนี้เป็นคู่ชิงคู่เดิมจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อปี 2557 ระหว่างประธานาธิบดีวิโดโด วัย 57 ปี กับซูเบียนโตวัย 67 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการจะประกาศได้ในเดือนพฤษภาคม แต่การนับคะแนนอย่างเร็วโดยบริษัทจัดทำโพลหลายแห่งเผยให้เห็นว่า วิโดโด มีคะแนนนำโด่งที่ 55% ส่วนซูเบียนโตได้คะแนน 44% หลายปีที่ผ่านมาผลคะแนนของโพลเหล่านี้ค่อนข้างแม่นยำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครชิงเก้าอี้ในระดับต่างๆ มากเป็นประวัติการณ์ถึง 245,000 คน และเป็นครั้งแรกที่การเลือกตั้งประธานาธิบดี, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาท้องถิ่น จัดพร้อมกันในวันเดียว การลงคะแนนใช้วิธีเจาะรูที่บัตร และผู้ใช้สิทธิจะต้องจุ่มนิ้วลงขวดหมึกที่ผ่านการรับรองฮาลาล เพื่อป้องกันการใช้สิทธิซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมการการเลือกตั้งแต่งชุดซูเปอร์ฮีโรรับลงทะเบียนผู้ใช้สิทธิ ที่หน่วยเลือกตั้งในเมืองสุราบายา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหาเสียงเลือกตั้งในอินโดนีเซียเต็มไปด้วยการใส่ร้ายป้ายสีคู่แข่ง และการเผยแพร่ข่าวปลอมทางออนไลน์ ส่วนมากนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิโดโดหาเสียงด้วยการชูผลงานด้านเศรษฐกิจที่ขับดันจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการสร้างถนนหนทางที่มีความจำเป็นอย่างมาก, การสร้างสนามบินและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เพื่อแข่งกับปราโบโว อดีตนายทหารชาตินิยมที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับเผด็จการซูฮาร์โตที่เคยครองอำนาจยาวนาน 3 ทศวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีซึ่งเคยเป็นม้านอกสายตาในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ก็มีจุดอ่อนที่ถูกวิจารณ์เรื่องสิทธิเสมอภาคทางศาสนาและชนกลุ่มน้อย อาทิ กลุ่มรักร่วมเพศ หลังจากเขายึดแนวทางอิสลามแข็งกร้าวมากขึ้น รวมถึงการเลือกมารุฟ อามิน ครูสอนศาสนาหัวอนุรักษนิยม มาสมัครเป็นรองประธานาธิบดีของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนซูเบียนโต หาเสียงเลียนแบบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยการชูนโยบาย &amp;quot;อินโดนีเซียมาก่อน&amp;quot; โดยประกาศจะทบทวนการลงทุนนับหมื่นล้านดอลลาร์ของจีน และรับปากจะเพิ่มงบททหารและกลาโหม แต่เขามีประวัติด่างพร้อยเรื่องสิทธิมนุษยชนและการปราบปรามนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนงานขนย้ายหีบบัตรเดินข้ามแม่น้ำที่หมู่บ้านบอนโตมาติงกิ จังหวัดสุเลาเวสีใต้ เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33865</URL_LINK>
                <HASHTAG>อินโดนีเซีย, เลือกตั้ง, โจโก วิโดโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb7298d7f09c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
