<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.2มอบโฉนด50แปลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; มท.2 ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม มอบเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินแก่ราษฎร 50 แปลง ตามโครงการ &amp;quot;มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน&amp;quot; พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจด่านหน้าสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 29 สิงหาคม 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เป็นประธานมอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนตามโครงการ &amp;quot;มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน&amp;quot; จำนวน 50 แปลง ณ ศาลาการเปรียญวัดโคกชาดหมู่ 4 บ้านนาข่า ต.หนองแวง อ.บ้านแพง จ.นครพนม โดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานผู้แทนราษฎรคนที่สอง/ส.ส.นครพนมเขต 1 พรรคภูมิใจไทย, นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, นายสุวิทย์ จันทร์หวร, นายธวัชชัย รอดงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ตลอดจนนายอำเภอบ้านแพง นายอำเภอท่าอุเทน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าพนักงานที่ดินให้การต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล นิกรแสน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม กล่าวต่อประธานว่า ในปีงบประมาณ 2564 กรมที่ดินได้จัดทำโครงการ &amp;quot;มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน&amp;ldquo; โดยได้ดำเนินการเดินสำรวจรังวัดทำแผนที่ เพื่อออกโฉนดที่ดินในพื้นที่จังหวัดนครพนม มุกดาหาร สกลนคร ตามโครงการเดินสำรวจและรังวัดรูปแปลงโฉนดที่ดินให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน อีกทั้งเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน ซึ่งดำเนินการโดยศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดนครพนม มุกดาหาร และสกลนคร เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการตามแผนปฏิบัติการตามโครงการดังกล่าว มีเป้าหมายจำนวน 4,284 แปลง โดยใช้สายสำรวจจังหวัดนครพนม 3 สายสำรวจ มุกดาหาร 2 สายสำรวจ และสกลนคร 1 สายสำรวจ เข้าดำเนินการกระจายในแต่ละพื้นที่เป้าหมาย และโฉนดที่ดินที่นำมามอบในวันนี้อยู่ในพื้นที่หมู่ 4 ต.หนองแวง จำนวน 50 แปลง ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีหลักฐานรับรองสิทธิ และได้มีการกันเขตป่าไม้ เขต ส.ป.ก. พร้อมตรวจสอบที่สาธารณประโยชน์ชัดเจนแล้ว พบว่าราษฎรมีการทำประโยชน์เป็นที่นาโดยประมาณ 270 ไร่ 1 งาน 30 ตารางวา คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจจำนวน 27,032,500 บาท ซึ่งได้รับความร่วมมือในการปฏิบัติงานจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า การออกโฉนดในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครพนม มุกดาหาร และสกลนคร ตามโครงการเดินสำรวจและรังวัดรูปแปลงโฉนดที่ดินให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน โดยกรมที่ดินเป็นหน่วยงานหลักในการเร่งรัดการออกโฉนด ซึ่งขณะนี้มีโฉนดที่ดินที่ได้ดำเนินการตามโครงการแล้วเสร็จพร้อมที่จะมอบให้แก่พี่น้องประชาชนผู้เป็นเจ้าของที่ดินแล้ว วันนี้จึงเป็นวันดีที่น่าชื่นชมอีกวันหนึ่ง ที่พี่น้องประชาชนหลายครอบครัวได้มีโอกาสสร้างฐานะความเป็นอยู่ให้มั่นคง ด้วยโฉนดที่ดินที่ได้รับจากราชการ เพื่อนำไปสร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มผลผลิต สามารถนำไปประกอบพัฒนาอาชีพของตนเองให้มีความเจริญมั่นคงทางเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับโฉนดที่ดินทุกท่าน และขอเรียนว่าโฉนดที่ดินเป็นเอกสารสิทธิที่มีความสำคัญมาก มีประโยชน์ใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และใช้เป็นแหล่งทุนในการประกอบอาชีพ ซึ่งนับวันที่ดินจะหายากขึ้นและมีราคาสูง ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชนรักหวงแหนที่ดินของตน อย่านำไปจำหน่าย ถ่าย โอนโดยไม่จำเป็น อีกทั้งขอให้รักษาโฉนดที่ดินซึ่งเป็นเอกสารสิทธิที่สำคัญไว้ให้ดี อย่าให้สูญหาย หรือถูกผู้อื่นหลอกลวงเอาไปใช้ในทางที่ทำให้ท่านเสียประโยชน์ หรือหากประสงค์จะดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประการใด ท่านสามารถขอคำปรึกษาจากเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด หรือเจ้าพนักงานที่ดินทุกแห่ง สำหรับท่านที่ยังไม่ได้รับโฉนดที่ดิน และที่ดินของท่านสามารถออกโฉนดได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน กรมที่ดิน โดยศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจะรีบดำเนินการให้พี่น้องประชาชนต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากมอบโฉนดที่ดินแก่ราษฎรบ้านโคกชาดหมู่ 4 บ้านนาข่า ต.หนองแวง อ.บ้านแพง จ.นครพนม เรียบร้อยแล้ว นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยโรคโควิด พร้อมมอบอุปกรณ์การแพทย์ ณ โรงพยาบาลสนามมณฑลทหารบกที่ 29 จังหวัดสกลนครเป็นลำดับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม &amp;ldquo;มท.2&amp;rdquo; นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ จังหวัดมุกดาหาร ณ โรงพยาบาลสนาม 1 (ศูนย์ฮักแพงชาวมุกดาหาร) และ โรงพยาบาลสนาม 2 (อาคาร 250 ปี มุกดาหาร) พร้อมได้มอบหน้ากากอนามัย และชุด PPE แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโรงพยาบาลสนาม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด พร้อมส่งผู้ป่วยโควิดจำนวน 2 คนสุดท้ายของโรงพยาบาลสนาม 2 (อาคาร250 ปี มุกดาหาร) กลับบ้าน และกล่าวให้กำลังใจกับผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่กำลังรักษาตัวอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ &amp;ldquo;มท.2&amp;rdquo; นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ไปราชการ 7 จังหวัดภาคอีสาน ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร นครพนม สกลนคร และจังหวัดขอนแก่น เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจแพทย์ และมอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนตามโครงการ &amp;ldquo;มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน&amp;rdquo; ตามที่เสนอข่าวในข้างต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114960</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอกสารสิทธิ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โฉนดที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b760bcff7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 23:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โวยตร.ฉกโฉนด โดนโทษแค่วินัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จากกรณีที่ น.ส.อังสิริน เศษนิยม นักศึกษาชั้น ปวส.ปี 1 วิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ตราด ได้เข้าร้องเรียนต่อ พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองตราด และ พล.ต.ต.สายเพชร ศรีสังข์ รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 3 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตราด เพื่อขอความเป็นธรรม หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตราด นำโฉนดที่ดินของปู่ (นายจเร&amp;nbsp;เศษนิยม)&amp;nbsp;ซึ่งใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันตัวญาติที่ถูกจับดำเนินคดี ไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้นอกระบบให้แก่ตนเองนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.วิเชียร&amp;nbsp;ยันตรัตน์&amp;nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด&amp;nbsp;(รอง ผบก.ภ.จว.ตราด) ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ผบก.ภ.จว.ตราดให้ติดตามเเรื่องดังกล่าว เปิดเผยความคืบหน้าว่า การเจรจาเมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมาได้ข้อสรุปว่า&amp;nbsp;ในบ่ายวันที่&amp;nbsp;8 ก.พ. นายจเร&amp;nbsp;เศษนิยม&amp;nbsp;จะได้โฉนดที่ดินคืนจากนายพิชัย&amp;nbsp;วิสุทธิแพทย์&amp;nbsp;อดีตนายกเทศมนตรีตำบลหนองเสม็ด ซึ่งเป็นผู้ให้กู้เงินกับ ร.ต.อ.กัณตพล สักขาพรม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;และ ร.ต.อ.กัณตพลได้นำเงินคืนให้นายพิชัยรวม 4&amp;nbsp;แสนบาทแล้ว&amp;nbsp;ที่เหลือนายพิชัยจะหักจากเงินเดือนของตำรวจ&amp;nbsp;หลังจากนั้นทางผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตราดจะทำการมอบโฉนดที่ดินและทำการแถลงข่าวให้กับสื่อมวลชนทราบในวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ก.พ. เวลา 15.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการลงโทษกับพฤติกรรมของนายตำรวจผู้นี้นั้น&amp;nbsp;จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเพื่อลงโทษ&amp;nbsp;ซึ่งจะมีตั้งแต่การจำคุก การภาคทัณฑ์&amp;nbsp;หรือโยกย้ายเท่านั้น&amp;nbsp;ส่วนเรื่องไล่ออกนั้นไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีทางอาญา&amp;nbsp;ซึ่งในข้อกฎหมายจะเข้าข่ายการยักยอกหรือฉ้อโกง&amp;nbsp;เพราะเรื่องนี้เป็นแค่การร้องเรียนพฤติกรรม ไม่ใช่เป็นการแจ้งความ&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของที่ดินจะแจ้งความเอาผิดทางอาญาก็สามารถทำได้&amp;nbsp;เพราะหลักฐานที่มีอยู่ก็ครบถ้วนอยู่แล้ว&amp;nbsp;แต่อาจจะต้องใช้เวลาต่อสู้ทางกฎหมายนาน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางตำรวจจังหวัดตราดก็ไม่ได้เห็นด้วยหรือช่วยเหลือตำรวจด้วยกัน&amp;nbsp;แต่เนื่องจากรูปคดีออกมาเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.อังสิรินกล่าวว่า &amp;ldquo;หนูต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาโฉนดคืน&amp;nbsp;เสียเวลา&amp;nbsp;เสียเงินทองจ้างรถคนข้างบ้านเพื่อติดตามทวงถาม&amp;nbsp;ลุงป้าน้าอาต้องเดินทางเข้าเมืองจากบ่อไร่&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือน พอเป็นข่าวแล้วหนูได้โฉนดที่ดินคืน หนูพอใจที่ได้โฉนดคืนให้ก๋ง&amp;nbsp;แต่การเยียวยากับเรื่องเกิดขึ้นก็ไม่มี&amp;nbsp;เพราะถ้าไม่มีเรื่อง หนูก็ไม่ต้องไปวิ่งเต้นเสียเงินในการเดินทางไปมา&amp;nbsp;แต่วันที่หนูได้โฉนดคืน&amp;nbsp;ตำรวจคนก่อเรื่องโดนแค่วินัยธรรมดา&amp;nbsp;มันไม่เป็นธรรม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวศิน&amp;nbsp;พงษ์ศิริ&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp;ซึ่งเข้ามาช่วย น.ส.อังสิรินติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้ยินดีที่น้องได้รับโฉนดที่ดินคืน&amp;nbsp;แต่เรื่องการดำเนินคดีอาญานั้นเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง&amp;nbsp;ที่จะต้องหารือกับครอบครัวของนายจเรอีกครั้งว่าจะดำเนินอย่างไร&amp;nbsp;เพราะอาจจะไม่ใช่แค่ตำรวจคนเดียวที่กระทำผิด แต่อาจจะร่วมกันกระทำความผิดด้วย&amp;nbsp;ซึ่งได้ให้ประธานสภาทนายความจังหวัดตราดได้เข้ามาดูแลในเรื่องข้อกฎหมายแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92302</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอความเป็นธรรม, ค้ำประกันเงินกู้นอกระบบ, สภ.เมืองตราด, หลักทรัพย์ประกันตัว, เจ้าหน้าที่ตำรวจ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โฉนดที่ดิน, โดนโทษแค่วินัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210207/image_big_601fdc13ce067.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกหนุ่มขอนแก่นช่วยน้ำท่วมดับ เป็นกรณีศึกษาต้องพร้อมรับมือภัยพิบัติทุกรูปแบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.62- ที่โรงเรียนมัญจาศึกษา อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น นายนิพนธ์ &amp;nbsp;บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการมอบโฉนดที่ดินตามโครงการมอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน ให้กับประชาชนในพื้นที่ อ.มัญจาคีรี และ อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น โดยมีประชาชนที่ได้รับมอบโฉนดที่ดินในปีนี้เข้ารับมอบรวมว่า 300 คน พร้อมระบุว่า &amp;nbsp;การดำเนินการสำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อออกฉโนดที่ดินในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เป็นการเดินสำรวจจัดทำรูปแปลงโฉนดที่ดินและการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินด้วยระบบ RTK GNSS Network &amp;nbsp;ที่เป็นการดำเนินงานครอบคลุมทั้งประเทศ โดยวันนี้ได้มีการมอบให้กับชาวขอนแก่น รวม 320 แปลง จากการสำรวจที่เสร็จสิ้นแล้ว 8,270 แปลง ในขณะนี้ภาพรวมทั่วทั้งประเทศจะต้องสำรวจและออกโฉนดที่ดินให้ได้ไม่น้อยกว่าปีละ 80,000 แปลง &amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่เดินหน้าแก้ไขปัญหาความเดือกร้อนของประชาชนทียังไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน ซึ่งจากนี้ไปกรมที่ดินจะต้องดำเนินการอย่างเต็มที่และต่อเนื่องเพื่อดำเนินการออกโฉนดที่ดินที่เป็นการสำรวจที่เป็นปัจจุบันให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่ให้แล้วเสร็จครบทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลทำงานในด้านต่างๆเพื่อความสุขของคนไทย โดยเฉพาะกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและเรื่องใกล้ตัว วันนี้สถานการณ์น้ำท่วมได้เกิดขึ้นในหลายจังหวัด บางจังหวัดระดับน้ำเริ่มลดลง และบางจังหวัดสถานการณ์นั้นยังคงน่าเป็นห่วง ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือจังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้ง จังหวัดละ 200 ล้านบาท ยกเว้น จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ ผ่านไป 2 สัปดาห์ก็เกิดสถานการณ์น้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุ ดังนั้นการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบที่ราชการกำหนดทุกจังหวัดและทุกหน่วยงานจะต้องดำเนินการตามลำดับขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รมช.มหาดไทยระบุว่า นอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนของประชาชน รวมไปถึงพื้นที่ทางการเกษตรแล้ว ยังคงพบว่าจากเหตุน้ำท่วมดังกล่าวนี้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 27 คน ประเด็นนี้เราต้องคุยกันว่าทำไมการสูญเสียถึงตัวบุคคล โดยเฉพาะกรณีของชาว จ.ขอนแก่น ที่มีจิตอาสา เข้าไปช่วยเหลือเพื่อนบ้านขนของหนีน้ำท่วมแต่กับถูกกระแสไฟฟ้าช็อตจนเสียชีวิต ซึ่งในเรื่องนี้ไม่ได้โทษใครหรือหน่วยงานใด จึงต้องยกกรณีดังกล่าวมาเป็นกรณีศึกษาในการวางแผนรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นว่าใครต้องทำอะไร หน่วยงานใดต้องดำเนินการอย่างไร เพื่อลดการสุญเสียและสามารถที่จะรับมือกับภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45324</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;เพชรบุรี-นครนายก&quot; เสี่ยงน้ำท่วม, ขอนแก่น, นิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย, ภัยพิบัติ, โฉนดที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d75e06db5ff9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พีมูฟขีดเส้นครม.&#039;บิ๊กตู่&#039; ปิดจ๊อบสาง3ปมปัญหาเรื้อรัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.62- บรรยากาศการชุมนุม ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) &amp;nbsp;หรือ P-move ที่ปักหลักหน้าทำเนียบรัฐบาลติดตามการแก้ไขปัญหาที่ดิน &amp;nbsp;โฉนดชุมชน รวมทั้งกรณีบ้านมั่นคง และการจ่ายค่าชดเชย&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้มีการร้องเรียนไปนานแล้วแต่ไม่ได้รับการแก้ไข โดยล่าสุดได้ออกแถลงการณ์ ฉบับ &amp;ldquo;ตรวจราชการรัฐบาลอำนาจเต็ม เพื่อติดตามการแก้ปัญหา สร้างกลไกความต่อเนื่อง และรักษาช่องทางลดความเหลื่อมล้ำ ตามนโยบายรัฐบาลปัจจุบัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบุว่า ตามที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ได้มารวมกลุ่มกันติดตามการแก้ไขปัญหาของเครือข่ายให้เป็นไปตามข้อตกลง และมติของคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ขปส. ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 และคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาตามกระทรวงต่างๆ อีก 8 คณะ โดยได้ยื่นข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาในประเด็นต่างๆ เช่น กรณีปัญหาที่มีมติเห็นชอบร่วมกันจนเป็นข้อยุติของอนุกรรมการ และคณะกรรมการแก้ปัญหาของ ขปส. จะต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติเห็นชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้นำเข้าพิจารณาภายในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ได้แก่ (1) การคุ้มครองพื้นที่ชุมชนที่ยื่นเสนอขอใช้สิทธิที่ดินตามนโยบายโฉนดชุมชนทั้ง 486 ชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้พัฒนาชุมชน และทำมาหากินตามปกติ ในระหว่างการรอหาแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว (2) การปรับเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณโครงการบ้านมั่นคง จากเดิม หน่วยละ 80,000 บาท เป็น 100,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน (3) การจ่ายค่าชดเชยเยียวยากับผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยฝั่งแดง จังหวัดอุบลราชธานี

ซึ่งทุกเรื่องที่ได้รับข้อยุติดังกล่าวแล้วนั้น ขปส. ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีได้นำเรื่องดังกล่าวเข้า ครม. เพื่อพิจารณาและสร้างกลไกการติดตามการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลต่อไปข้างหน้า ขณะนี้การประชุม ครม. ผ่านไปแล้วหลายครั้ง แต่ไม่มีการนำเรื่องกรณีปัญหาของ ขปส. ทั้ง 3 เรื่องเข้าสู่ ครม. เพื่อพิจารณาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขปส. ขอชี้แจงต่อสาธารณะว่า การชุมนุมของคนจนเพื่อติดตามตรวจสอบและรักษากลไกการแก้ปัญหาผลักดันเรื่องที่ได้มติให้เป็นมติของ ครม. เป็นการตอกย้ำถึงหลักประกันที่สำคัญว่า ระหว่างนี้ การแก้ไขปัญหาจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งทุกกรณีปัญหาจะได้รับการคุ้มครอง ปกป้อง ไม่ให้ถูกละเมิดข้อตกลงหรือถูกคุกคามสิทธิจากหน่วยงานและกลไกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ดังเช่นอดีตที่ผ่านมา และปรากฎการณ์ที่เห็นในตอนนี้การมาติดตามการแก้ปัญหาเข้าสู่วันที่ 2 ยังไม่มีผู้แทนจากรัฐบาลเข้ามาเหลียวแลเลยสักคน

ขปส. ขอยืนยันว่า นโยบายลดความเหลื่อมล้ำของรัฐบาลปัจจุบันและท่าทีการแก้ไขปัญหา ขปส. ที่ผ่านมา แม้หลายเรื่องไม่มีรูปธรรม แต่ภาพรวมการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและ ขปส. ในหลายพื้นที่ได้นำมาซึ่งเครื่องมือและกลไกในการติดตามปัญหา และมีความคืบหน้าในบางกรณี ดังนั้น เพื่อให้ช่องทางและกลไกในการลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาความยากจนของรัฐบาลปัจจุบันมีความต่อเนื่อง และไม่ถูกทำลายหรือสิ้นสุดลงด้วยกรณีใดๆ ขปส. จึงขอเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลปัจจุบันได้ผลักดันให้ข้อตกลงมติในที่ประชุมผลการแก้ปัญหาและกลไกได้ดำเนินการแก้ไขปัญหา จนกว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามาบริหารประเทศต่อไป

ดังนั้นการเจรจาในคณะกรรมการแก้ปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมกับรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 จะเป็นทางออกให้กับประชาชน ในวันพรุ่งนี้จะต้องนำข้อเรียกร้องทั้ง 3 กรณี ข้างต้นเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. เพื่อเห็นชอบตามมติคณะกรรมการฯ ในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-Move ประกอบด้วยขบวนการภาคประชาชน 6 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน, เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง, สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ, สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ และ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด ประมาณ 500 คน รวมตัวปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่ดิน ตลอดจนยื่นข้อเสนอเพื่อเร่งรัดกระบวนการแก้ปัญหาต่อรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28827</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ทำเนียบ, พีมูฟ, โฉนดที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c612d80d200a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2019 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2019 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 50 ปีแห่งการรอคอย!&#039;คำนูณ&#039;เผยกฎหมายขายฝากใกล้คลอดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.62 - &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการปฏิรูปกฎหมาย โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ว่ากม.ขายฝากใหม่ &amp;#39;กลับหลัก&amp;#39; กม.แพ่ง - เกือบ 50 ปีแห่งการรอคอย !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการของร่างกฎหมายขายฝากที่ดินคนจนคนด้อยโอกาสฉบับใหม่ หรือชื่ิอยาว ๆ อย่างเป็นทางการ &amp;#39;ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ....&amp;#39; มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองคนจน จึงต้องเขียนบทบัญญัติขึ้นใหม่ที่มีลักษณะเป็นข้อยกเว้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.) มาตรา 491 - 502 ไว้หลายประเด็น บางประเด็นเป็นการเขียนชนิด &amp;#39;กลับหลัก&amp;#39; เลย ประกอบกับในทางปฏิบัติของการขายฝากเดิมที่ทำ ๆ กันอยู่บางประการก็ไม่ตรงกับตัวบทในปพพ.อยู่แล้ว สาเหตุก็เพราะบทบัญญัติว่าด้วยการขายฝากในปพพ.เอาเข้าจริง ๆ แล้วในโลกแห่งความเป็นจริงก็คือ &amp;#39;ธุรกรรมกู้เงินอำพราง&amp;#39; ไม่ใช่ซื้อขาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจพิจารณาในชั้นกฤษฎีกาจึงต้องดูทั้งหลักกฎหมายและข้อเท็จจริงไปพร้อม ๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในชั้นกรรมาธิการของสนช.ก็ยอมรับและแก้ไขให้เป็นประโยชน์ต่อคนจนผู้ขายฝากมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเขียนกฎหมายพิเศษชนิด &amp;#39;กลับหลัก&amp;#39; ปพพ.ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือมาตรา 12 และมาตรา 13 ทั้ง 2 วรรค (ตามภาพที่ 1)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งมาตรา 8 (ภาพที่ 2) ที่มีการปรับแก้ในชั้นกรรมาธิการของสนช. !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในมาตรา 12 ตามหลักปพพ.เมื่อการขายฝากคือการซื้อขายประเภทหนึ่ง กรรมสิทธิ์จึงโอนไปยังผู้ซื้อฝากทันทีในวันทำสัญญาขายฝาก ผู้ซื้อฝากหรือนายทุนจึงจะทำอะไรกับที่ดินนั้นได้ นำไปขายต่อก็ได้ แม้ว่าผู้ขายฝากจะยังมีสิทธิไถ่ถอนก็ตาม รวมทั้งการทำกินและการเก็บผลประโยชน์ในที่ดินที่นำมาขายฝาก ก็ต้องถือว่าเป็นสิทธิของผู้ซื้อฝากตามหลักกรรมสิทธิ์ แต่ในทางปฏิบัติแล้วผู้ซื้อฝากไม่ค่อยจะสนใจประโยชน์ส่วนนี้ เพราะรอให้ที่ดินขาดจากการไถ่ถอนดีกว่า จึงปล่อยให้ผู้ขายฝากทำกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 12 เลยเขียนใหม่กลับหลักปพพ. ให้การขายฝากเป็นเสมือนการจำนอง คือไม่ต้องส่งมอบทรัพย์ แม้กรรมสิทธิ์จะโอนไปตามกฎหมาย แต่ยังคงทำกินอยู่ได้ เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ เพราะถ้าไม่ได้ ผู้ขายฝากจะหาเงินที่ไหนไปไถ่ถอนได้ แม้ราคาไถ่ถอนจะต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงในตลาดก็เถอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ แล้ว &amp;#39;ค่าเช่า&amp;#39; ที่ดินล่ะ ผู้ขายฝากยังคงเก็บไว้ได้ไหม ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเก็บค่าเช่าไว้ได้ อย่างนี้จะถือว่าจนจริงหรือ ร่างกฎหมายฉบับนี้ที่ว่ามุ่งคุ้มครองคนจนที่ไร้ทางออกจริง ๆ จะไม่ถูกโต้แย้งหรือ ชื่อร่างก็บอกว่าเพื่อการเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย เมื่อให้เช่าเสียแล้วก็ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่างไม่ใช่หรือ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ต้องย้อนไปดูข้อเท็จจริงส่วนใหญ่ว่าคนมีที่ดินหริอในกรณีนี้คืิอที่นาให้เช่าไม่ได้แปลว่าไม่จน หรือมีทางเลือกเหลืออยู่ หลายกรณีมีที่ดินตกทอดมาแต่มีความสามารถทำนาเองได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะแก่เฒ่า ลูกหลานก็ไม่ทำแล้ว ส่วนที่เหลือจึงให้เช่าในราคาที่ไม่ได้สูงอะไร เพราะถ้าสูงก็หาคนเช่าทำไม่ได้ ค่าเช่าที่ได้ก็แค่พอยังชีพ เมื่อต้องการใช้เงินมากกว่ายังชีพ เช่น ส่งลูกเรียน เจ็บไข้ได้ป่วยต่อเนื่อง จึงนำไปขายฝากทั้งผืนรวมส่วนที่ทำเองและให้เช่า ถ้าไม่ให้เก็บค่าเช่าเสียแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปไถ่ถอน ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือที่มาของมาตรา 13 วรรคแรก ที่กลับหลักปพพ.เป็นจุดที่ 2 ให้ผลประโยชน์จากการนี้ตกเป็นของผู้ขายฝาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่านั้นยังไม่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นกฤษฎีกาได้มีการถกประเด็นต่อเนื่องกันต่อไปว่า แล้วถ้าตอนขายฝากยังทำกินเองทั้งหมด แต่ระหว่างช่วงรอไถ่ถอน ทำเองไม่ไหว นำไปให้เช่าล่ะ เพราะปรากฎข้อเท็จจริงว่าหลายกรณีผู้ขายฝากออกจากที่ดินผืนที่ขายฝากเพื่อนำไปให้เช่า แล้วตัวเองไปอยู่ที่เล็กกว่า ก็เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นกฤษฎีกาให้ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกัน แต่ถ้าไม่ได้ตกลงกัน ให้ผลประโยชน์จากการนี้ตกเป็นของผู้ซื้อฝากหรือนายทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะไม่ต้องการให้กลับหลักปพพ.มากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือที่มาของมาตรา 13 วรรคสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาถึงชั้นกรรมาธิการสนช. ได้อภิปรายกันหนักในมาตรา 13 วรรคสอง เสียงส่วนหนึ่งเห็นด้วยกับร่างของกฤษฎีกาที่ไม่ต้องการให้กลับหลักปพพ.มากไป เดี๋ยวจะตอบคำถามทางวิชาการได้ลำบากและจะเป็นตัวอย่างให้เกิดร่างกฎหมายกลับหลักฉบับอื่น ๆ ต่อไป แต่เสียงอีกส่วนเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้กลับหลักมาแต่ต้นแล้ว ชื่อร่างฯก็ระบุชัดว่าคุ้มครองใคร ไฉนจะมายืนหลักในมาตรา 13 วรรคสองนี้เล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการพิจารณาพบกันครึ่งทาง เพื่อให้ประโยชน์ตกกับผู้ด้อยโอกาสเต็มเส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือที่มาของการย้อนกลับไปแก้ไขมาตรา 8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามภาพที่ 2 ข้อความตัวพิมพ์ที่ขีดเส้นใต้คือข้อความปรับแก้ที่เติมเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมาธิการฯไม่ปรับแก้มาตรา 13 วรรคสอง คงยืนตามร่างฯกฤษฎีกา คือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นหลังวันทำสัญญาหากไม่ได้ตกลงกันให้ตกเป็นของผู้ซื้อฝาก แต่มาปรับแก้มาตรา 8 ว่าถ้าเป็นเช่นนั้น ให้ผลประโยชน์ดังว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าไถ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียกว่าแม้ไม่ปรับแก้มาตรา 13 วรรคสอง คนจนคนด้อยโอกาสผู้ขายฝากก็ได้ประโยชน์อยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือกฎหมายที่พี่น้องชาวนาชาวไร่เรียกร้องต้องการมายาวนานเกือบ 50 ปี สูญเสียชีวิตเลือดเนื้อไปมาก กำลังจะปรากฎเป็นจริงในอีกไม่นาน เอาเป็นว่าก่อนเลือกตั้งผ่านสภาสนช.วาระ 3 แน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมาธิการฯสนช.จะพิจารณาทบทวนครั้งสุดท้ายวันจันทร์ที่ 14 มกราคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวแล้ว ผมยินดีอย่างยิ่งครับที่ได้มีส่วนร่วมกับร่างกฎหมายฉบับนี้มาแต่ต้นจนจะจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่แค่ในฐานะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนที่ได้จุดประกายเรื่องนี้มาเมื่อปีเศษ ๆ ที่ผ่านมาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในฐานะส่วนหนึ่งของสหพันธ์นักศึกษาเสรีที่ร่วมทำงานกับสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทยเมื่อเกือบ 50 ปีก่อนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษที่ตรวจแก้ร่างกฎหมายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบพระคุณท่านอนุวัฒน์ เมธีวุฒิกุล ประธานกรรมาธิการฯสนช.ที่ปรับแก้ร่างฯนี้ในชั้นสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบพระคุณกรรมการกฤษฎีกา กรรมาธิการฯสนช. และสนช.ทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบพระคุณท่านอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน ที่สนับสนุนแนวคิดนี้ของผมทันทีที่ได้รับทราบ และสนับสนุนต่อเนื่องอย่างแข็งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่ลืมไม่ได้ ขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชาที่นำเรื่องนี้ไปพูดในรายการศาสตร์พระราชาเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2560 ที่ทำให้การทำงานสะดวกขึ้นมาก.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26375</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายขายฝาก, คำนูณ สิทธิสมาน, ที่ดิน, ปฏิรูปกฎหมาย, โฉนดที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b476a0217254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
