<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอากะพี่แกซิ!คู่หูคู่ฮาจี้เลิกพรก.ฉุกเฉิน ทุบโต๊ะสมัย&#039;บิ๊กตู่&#039;ยึดอำนาจยิ่งลักษณ์ไม่เห็นต้องประกาศก็ยึดได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.63- ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายเอกชัย หงษ์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมายื่นข้อเรียกร้องถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเพื่อให้ยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งการห้ามชุมนุมทางการเมือง ภายหลังที่มีการยกเลิกประกาศเคอร์ฟิวไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวว่า หากจะอ้างว่าสาเหตุการคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อใช้ต้องการควบคุมการเข้าออกสนามบิน แต่ทั้งนี้ต้องย้อนกลับไปว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก่อนจะมาปิดสนามบินเมื่อวันที่ 4 เมษายน ซึ่งในระหว่างนั้นก็ยังมีบุคคลจำนวนมากเดินทางเข้าออก จึงไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไว้ รวมถึงเรื่องการห้ามชุมนุมของคนจำนวนมาก โดยอ้างว่าอาจจะมีความสูงเสี่ยงในการติดโควิด-19 แต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าที่ผ่านมาเช่น การชุมนุมรำลึก 10 ปีการจากไปของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธแดง หรือการชุมนุมที่หน้าหอศิลป์กรุงเทพมหานคร ก็ไม่ปรากฏว่ามีผู้ติดเชื้อจากการชุมนุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อครั้งที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้บุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น สามารถสั่งปิดสนามบินผ่านการท่าอากาศยาน ได้โดยไม่ต้องประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้การคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไว้ แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลเตรียมจะเปิดประเทศให้มีการเดินทางท่องเที่ยว แทรเวิล บับเบิล (Travel Bubble) จำกัดวันละไม่เกิน 1,000 คน โดยไม่ต้องกักตัว แต่คนในประเทศยังต้องกักตัวตามกำหนด เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วรัฐบาลจะใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปคุมสนามบินได้อย่างไร หากข้อเรียกร้องยังไม่ได้รับการตอบรับ ก็อาจจะมีการระดมคนออกมารวมตัวกันคล้ายกับตอนกรณีคนอยากเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโชคชัย กล่าวว่า ย้อนกลับไปในสมัยที่พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ยังสามารถใช้อำนาจยึดอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น โดยไม่จำเป็นต้องมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สำหรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถือว่า เป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในประเทศสามารถสั่งการใครหรือหน่วยงานใดก็ได้ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไว้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68839</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิน, เอกชัย หงษ์กังวาน, โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee857e761d9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คู่หูคู่ฮาหวั่นทหารติดโควิด ยื่นหนังสือเว้นวรรคเกณฑ์ทหาร 1 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.63 - ที่กระทรวงกลาโหม นายเอกชัย หงส์กังวาน พร้อมนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร พอเดินทางมาถึง ทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญไปยังห้องแลกบัตรผ่านด้านหลัง กระทรวงกลาโหม ซึ่งใช้เป็นพี้นที่รับรองการยื่นหนังสือโดยมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามารับเรื่องดังกล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มายื่นหนังสือในวันนี้เพื่อเรียกร้อง ใน 2 เรี่อง เนื่องจากการขอเลื่อนการเกณท์ทหารออกไป จากการที่วิกฤตไวรัสโควิด -19 ซึ่งจะต้องมีการรวมตัว ตนเห็นว่าไม่เหมาะสม ที่จะมีกิจกรรมการรวมตัว และเห็นว่า 1.การเกณท์ทหาร จะต้องมีการชุมนุมคน เปรียบเทียบ การปิดโรงเรียน และ มีการใช้งบฯจำนวนมาก สามารถเอาไปเยียวยาอย่างอื่นสุ่มเสี่ยงต่อสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า 2. เป็นภาระด้านงบประมาณ ประหยัดกว่าหมื่นล้านบาท ตั้งข้อสังเกตเกณท์ทหารมาเพื่อสาเหตุใดเพราะยังไม่มีความจำเป็น ขอให้งดการเกณฑ์ทหาร เป็นระยะเวลา1ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ นายเอกชัย ได้ยื่นหนังสือถึง เจ้ากรมเสมียนตรา เพื่อติดตามเรี่องการตรวจสอบ การครองยศของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตร ว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง และขอให้เร่งรัดในประเด็นดังกล่าว ก่อนจะมีการฟ้องร้องทางกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66609</URL_LINK>
                <HASHTAG>เกณฑ์ทหาร, เอกชัย หงส์กังวาน, โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec76804e96f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ตกขบวน!เอกชัยชง&#039;ประยุทธ์&#039;ปลด3รัฐมนตรีพันหน้ากากอนามัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;นายเอกชัย หงส์กังวาน พร้อมด้วย นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ายื่นหนังสือ ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผ่านศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์ ขอให้ปลด 3 รัฐมนตรีที่ เกี่ยวข้องกับการขาดแคลนหน้ากากอนามัย กรณีเพจดังเปิดเผยข้อมูลว่าการกักตุนหน้ากากอนามัย และเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายเอกชัยกล่าวว่า ที่เดินทางมาร้องเรียนในวันนี้เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัยจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กระทั่งมีการเปิดเผยข้อมูลว่ามีผู้ติดตามรัฐมนตรีคนหนึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น จึงอยากให้นายกฯ ในฐานะผู้นำรัฐบาล สั่งปลดรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหน้ากากอนามัย 3 คน คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะมีคนสนิทเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการกักตุนหน้ากาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะคนดูแลสถานพยาบาลแต่กลับล้มเหลวในการบริหารจัดการ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะคนดูแลด้านการผลิตและกระจายหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายโชคชัย ระบุว่า การกักตุนหน้ากากอนามัยเป็นความบกพร่องของรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้โดยตรง แต่กระทรวงกลับทำตัวเป็นพ่อค้าเอง จึงไม่สามารถปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในการเดินทางมายื่นหนังสือนายเอกชัยได้สวมหมวกบัณฑิตที่ทำด้วยกระดาษแข็งเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับร.อ.ธรรมนัส เนื่องจากร.อ.ธรรมนัสถูกโจมตีในเรื่องวุฒิการศึกษามาโดยตลอด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59459</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ปลด 3 รัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, หน้ากากอนามัย, เอกชัย หงส์กังวาน, โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e688c9a12bcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอกชัย-คู่หู&#039;จ๋อย!!เผชิญหน้า&#039;หมอเหรียญทอง&#039;(ชมคลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.62 - สืบเนื่องจากกรณีนายเอกชัย หงส์กังวาน &amp;nbsp;และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางไปประท้วง &amp;nbsp;พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ เมื่อช่วงสายวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดพล.ต.นพ.เหรียญทอง ได้ออกมาพบทั้งสอง โดยนายเอกชัย ได้มอบกระดาษเขียนข้อความ &amp;lsquo;หมอปากหมา&amp;rsquo; ให้พล.ต.นพ.เหรียญทอง ขณะที่พล.ต.นพ.เหรียญทอง รับไปฉีก และบอกว่า &amp;lsquo;แค่นี้เอง ไม่เห็นมีอะไรเลย&amp;rsquo;&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;ขอบคุณที่มาคลิปจาก ยูดีดีนิวส์ - UDD news&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26298</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา, เอกชัย หงส์กังวาน, โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c383886c07d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จวกปปช.ถ่วงสอบนาฬิกา เร่ง&#039;อคส.-อตก.&#039;ฟ้องแพ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ต่อตระกูล&amp;quot; เรียกร้องร่วมกันประณามและกดดันกรรมการ ป.ป.ช. 2-3 คนที่มีอำนาจถ่วงเวลาสอบ &amp;quot;นาฬิกาป้อม&amp;quot; ทำให้เสื่อมเสียทั้งองค์กร ลั่นเราไม่พอใจ ด้าน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยเร่ง อคส.-อ.ต.ก. &amp;nbsp;ฟ้องแพ่งทุจริตจำนำข้าว หวั่นอัยการทำคดีไม่ทันเสี่ยงหมดอายุความ กระทรวงพาณิชย์วอนตั้งกรรมการสอบเหมือนเงินทอนวัด โกงเงินคนจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต &amp;nbsp;ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กกรณีการดำเนินการสอบสวนปมนาฬิกาหรูและแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีว่า ร่วมกันสนับสนุนบอกกล่าวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าเราไม่พอใจที่ท่านถ่วงเวลาการสอบสวนเรื่องนาฬิกาบิ๊กป้อม คนเพียงไม่กี่คนที่มีตำแหน่งและมีอำนาจทำความเสื่อมเสีย ต่อ ป.ป.ช.ทั้งองค์กร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องประณามเฉพาะคน 2-3 คนนี้ ป.ป.ช.ยังมีกรรมการ ป.ป.ช.และพนักงาน ป.ป.ช.ที่มีความรู้ ความสามารถ และความซื่อสัตย์อยู่อีกเป็นจำนวนมาก 10 กว่าปีที่ผมไปร่วมทำงานด้วยกับ ป.ป.ช.ในฐานะภาคเอกชน ผมได้รู้และได้สัมผัสด้วยตนเอง ยืนยันครับว่าคนดีมีมากกว่า เราต้องร่วมกันกดดันให้ &amp;nbsp;ป.ป.ช.ส่วนน้อยนี้ต้องแยกออกมาแสดงตัวการรับผิดชอบให้ชัดเจน&amp;quot; นายต่อตระกูลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการ ป.ป.ช.เรื่องการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร โดยระบุว่า นักกฎหมายหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กำหนดให้ ป.ป.ช.มีอำนาจในการขอข้อมูล ไต่สวนหน่วยงานเอกชนเหล่านี้ รวมทั้ง ป.ป.ช.ยังมีอำนาจตรวจสอบการเสียภาษีของนาฬิกาเหล่านี้ด้วย ในกฎหมายมาตรา 103 ยังกำหนดห้ามมิให้เจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลนอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นข้อมูลที่ว่า พล.อ.ประวิตรอ้างว่ายืมนาฬิกาหรูจำนวน 22 เรือนจากเพื่อนของเขาที่เสียชีวิตในปีที่ผ่านมา จึงถือเป็นข้อมูลที่เพียงพอต่อการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีนี้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวป.ป.ช.จึงไม่มีข้ออ้างใดๆ ที่จะประวิงเวลาในการพิจารณาตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนขึ้น และควรที่จะดำเนินคดีอาญาต่อ พล.อ.ประวิตรโดยเร็วเพื่อรักษาศรัทธาของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเร่งรัดให้องค์การคลังสินค้า &amp;nbsp;(อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ฟ้องร้องดำเนินคดีทางแพ่งต่อผู้กระทำผิดในโครงการรับจำนำข้าวว่า ตนเป็นคนเร่งรัดจริงเพราะเกรงปัญหาเรื่องอายุความ แม้อายุความจะไปขาดในเดือน &amp;nbsp;ก.ค.62 และ ต.ค.62 แต่ที่เราเร่งรัดเพราะอัยการระบุว่าคดีความมีจำนวนมาก ต่อให้ทำทันอายุความแต่จะมาหมักหมมที่อัยการ ซึ่งอาจทำให้ทำไม่ทันและขาดอายุความ จึงขีดเส้นให้ส่งมาภายในเดือน ธ.ค.61 &amp;nbsp;เพราะอัยการต้องใช้เวลาในการแยกสำนวน ดูว่าจะฟ้องใครหรือไม่ฟ้องใคร ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6 เดือน &amp;nbsp;ส่วนที่มีข่าวว่าถ้าฟ้องไม่ทันอายุความจะเสียหายถึงแสนล้านบาทนั้น ตนไม่ทราบมูลค่าความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมามีการฟ้องผิดสำนวนจริงหรือไม่ รองนายกฯ ยอมรับว่าที่ผ่านมามีการฟ้องหลายแบบ ฟ้องผิดจังหวัด ผิดที่ ผิดจำเลย ซึ่งเรื่องนี้มีการประชุมร่วมกันหลายครั้งแล้ว ยืนยันว่ายังไม่มีคดีใดขาดอายุความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุกล่าวถึงกรณีศาลฎีกาตัดสินให้กรมควบคุมมลพิษชนะคดีสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการว่า ตนยังไม่ทราบว่าเขาจะดำเนินการอย่างไรต่อ เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้มาพูดคุยกับตน และไม่จำเป็นต้องมาพูดคุย โดยจะดำเนินการอย่างไรแล้วแต่เขา ส่วนคดีนี้ที่เป็นการชนะคือเรื่องการฉ้อโกงสัญญา กรมควบคุมมลพิษสามารถไปฟ้องทางแพ่งได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีโครงการแทรกแซงสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง หอมแดง ฯลฯ ซึ่งเป็นโครงการตั้งแต่ปี 2542/43 ที่นอกเหนือจากโครงการรับจำนำข้าวในช่วงปี 2554/55 ปี 2555/56 และปี 2556/57 มากกว่า 1,000 คดี มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยบางส่วนได้หมดอายุความฟ้องร้องทางแพ่งแล้ว เนื่องจาก อคส.ไม่ได้ดำเนินการสั่งฟ้องกับคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าของโกดังกลาง ผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) และโรงสีที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สาเหตุที่ อคส.ส่งฟ้องทางแพ่งไม่ทันกับระยะเวลาที่กำหนด โดยส่วนใหญ่เป็นการแทรกแซงราคาข้าวเปลือก เนื่องจากเจ้าหน้าที่รับผิดชอบบางรายไม่ได้เข้มงวดดำเนินการหรือปล่อยปละละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และบางรายอาจได้รับผลประโยชน์หรือเรียกว่าเงินทอนข้าวเปลือก จนส่งผลให้ภาครัฐได้รับความเสียหายอย่างมาก ดังนั้นต้องการให้นายวิษณุเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหมือนกับการตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัดและทุจริตโกงเงินคนจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีความที่ทยอยหมดอายุความทางแพ่งส่วนใหญ่จะเป็นโครงการแทรกแซงสินค้าเกษตรตั้งแต่ปี &amp;nbsp;2542/43 - ปี 2548/49 จนภาครัฐได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก เบื้องต้นพบว่าหลายๆ คดีเจ้าหน้าที่ไม่ได้รายงานให้ผู้ใหญ่ได้รับทราบ ขณะที่บางคดีอัยการและตำรวจสั่งไม่ฟ้อง แต่เจ้าหน้าที่ อคส.บางคนไม่ดำเนินการฟ้องดำเนินคดี เพราะตามกฎหมายผู้ได้รับความเสียหายซึ่งหมายถึง อคส.สามารถฟ้องร้องเองได้ด้วย ดังนั้นต้องให้ผู้มีอำนาจดำเนินการตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539&amp;quot; แหล่งข่าวกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการที่คดีหมดอายุความไปจำนวนมาก ทำให้โรงสีที่เข้าร่วมโครงการและมีปัญหาการส่งข้าวไม่ครบตามสัญญา ข้าวได้รับความเสียหาย รวมถึงกลุ่มบริษัทเซอร์เวเยอร์ที่เกี่ยวข้องได้ส่งหนังสือมายัง อคส.เพื่อยืนยันว่าจะไม่ชดเชยความเสียหายตามสัญญา โดยหนึ่งเหตุผลที่บริษัทและโรงสีอ้างคือ เกิน 10 ปีหรือหมดอายุความทางเพ่ง เช่นที่จังหวัดพิจิตร, ชัยนาท, กำแพงเพชร, นครสวรรค์ &amp;nbsp;และจังหวัดอื่นๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีการทำหนังสือมาในช่วงต้นปี 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บางกรณีที่ อคส.ได้ดำเนินคดีไป แต่พบว่าบางบริษัทยอมเข้ามาทำสัญญาเพื่อชดเชยความเสียหายตามที่ภาครัฐเรียกร้อง เช่นมูลค่าความเสียหาย 15 ล้านบาท แต่บริษัทเข้ามาจ่ายเพียงแค่ &amp;nbsp;4-5 ล้านบาท จากนั้นก็ได้มีการถอนแจ้งความดำเนินคดี เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามี 30 คดีที่อัยการไม่ส่งฟ้องดำเนินคดี ซึ่งได้มอบหมายให้ อคส.ทำสำนวนใหม่เพื่อดำเนินการส่งฟ้องดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายใหม่ด้วย ส่วนโครงการก่อนปี 2554 นั้น หากพบว่าเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบมีการละเลยปฏิบัติหน้าที่ก็จะดำเนินตรวจสอบการกระทำความผิดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงพาณิชย์จะทำเรื่องนี้ให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด และทุกคดีที่มองว่าไม่โปร่งใสก็จะเร่งรัดส่งดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องทางเสียหายทางแพ่งและอาญาทุกคดี ซึ่งได้ให้ผู้อำนวยการ อคส.รายงานความคืบหน้าการดำเนินการทุกๆ 15 วันด้วย&amp;quot; นายสนธิรัตน์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13537</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ, ต่อตระกูล ยมนาค, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิษณุ เครืองาม, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอกชัย หงส์กังวาน, โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4cade57e840.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อย15แกนนำรวบฮาร์ดคอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ศาลอาญาให้ประกัน 15 แกนนำผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง กำหนดเงื่อนไขห้ามชุมนุมทางการเมืองเป็นภยันตรายแก่สังคม &amp;quot;รังสิมันต์&amp;quot; ลั่นยังเดินหน้าเคลื่อนไหวจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; สั่ง จนท.ที่ถูกทำร้ายแจ้งความดำเนินคดี ขณะที่ทหาร-ตร.จับกลุ่มฮาร์ดคอร์-การ์ด นปช. เตรียมสร้างสถานการณ์ม็อบคนอยากเลือกตั้ง พบอาวุธสงครามอื้อ! คุมตัวเข้า มทบ.11จ่อส่งกองปราบฯ ขยายผลดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 25 พฤษภาคม &amp;nbsp;มวลชนกลุ่มคนอยากเลือกตั้งหลายสิบคนได้เดินทางมาเพื่อรอให้กำลังใจแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่พนักงานสอบสวนจะนำตัวมายื่นฝากขังครั้งแรกต่อศาล &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เดินทางมาสังเกตการณ์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 12.30 น. พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บก.น.1 ได้ควบคุมตัว นายรังสิมันต์ โรม อายุ 25 ปี, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ อายุ 26 ปี พร้อมพวกแกนนำและผู้ชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่ถูกแยกควบคุมตัวไว้ที่ สน.พญาไท 10 คน และ สน.ดินแดง 5 คน รวม 15 คน ผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นจากการชุมนุมในวาระครบรอบ 4 ปีรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2561 มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.-4 มิ.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น จะต้องสอบพยานอีก 10 ปาก รอผลการตรวจลายนิ้วมือผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่แกนนำและผู้ชุมนุมทั้ง 15 คน ได้ถูกคุมตัวเดินทางมาถึง มวลชนได้นำดอกกุหลาบมามอบให้และส่งเสียงให้กำลังใจ โดยขณะที่พนักงานสอบสวนได้คุมตัวแกนนำและผู้ชุมนุมดังกล่าวมายังห้องเวรชี้และห้องคุมขังนั้น นายรังสิมันต์ได้ชูสัญลักษณ์สามนิ้ว พร้อมตะโกนว่า &amp;quot;เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ&amp;quot; ตลอดทาง ด้านเจ้าหน้าที่ได้แจ้งกับมวลชนว่า ผู้ต้องหาไม่สามารถรับมอบดอกกุหลาบเข้าไปในห้องคุมขังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาถูกจับกุมและดำเนินคดีในหลายฐานความผิดที่มีอัตราโทษสูง ก่อนเกิดเหตุในคดีนี้ ผู้ต้องหากับพวกได้เคยร่วมกันชุมนุมทางการเมืองและก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองในสถานที่ต่างๆ มาก่อน และถูกจับกุมดำเนินคดีหลายครั้ง เมื่อได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวก็พากันมารวมตัวชุมนุมทางการเมืองอีก เป็นการไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองและไม่เข็ดหลาบ และยังน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาซึ่งไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปจะหลบหนีหรือไม่มาพบพนักงานสอบสวนอีก หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุในประการอื่น นอกจากนี้ การกระทำของผู้ต้องหายังทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทยอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนยังระบุอีกว่า หากศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหา ขอศาลได้โปรดกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ กำหนดอยู่ให้เป็นหลักแหล่ง ไม่เข้าร่วมหรือยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมชุมนุมทางการเมือง ตลอดจนห้ามไม่ให้ไปชักชวน ยุยงปลุกปั่นทางการเมืองในสถาบันการศึกษาต่างๆ อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องฝากขังสรุปพฤติการณ์ผู้ต้องหาแล้วระบุว่า &amp;nbsp;การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2) (3), ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยผู้กระทำความผิดเป็นหัวหน้าหรือมีหน้าที่สั่งการ ตามมาตรา 215 (1) (3), เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 216
ให้ประกัน 15 แกนนำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้า คสช. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3 /2558 ข้อ 12, ร่วมกันเดินขบวนใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันชุมนุมสาธารณะในลักษณะกีดขวางทางเข้า-ออก หรือรบกวนการปฏิบัติงาน หรือการใช้บริการสถานที่ทำการหน่วยงานของรัฐฯ, ร่วมกันชุมนุมสาธารณะในระหว่างมีคำสั่งห้ามชุมนุมฯ รวมทั้งยุยงส่งเสริมผู้ชุมนุมให้ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ กับขัดขวางหรือกระทำการใดอันเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานฯ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 8 (1) (3), 15 (2) (4) (5), 16 (1) (4) (7) (9), 19 และความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 108, 114
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายรังสิมันต์, นายสิรวิชญ์, นายปิยรัฐ, น.ส.ณัฏฐา, น.ส.ชลธิชา, นายอานนท์ และนายเอกชัย ถูกแจ้งข้อหากระทำการโดยเป็นหัวหน้า หรือผู้มีหน้าที่สั่งการ ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 15 คน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาเหตุเกิดที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ถ.ราชดำเนินกลาง และบริเวณด้านหน้าอาคารยูเอ็น ถ.ราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 15 ประกอบด้วย นายรังสิมันต์ โรม อายุ 25 ปี, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ อายุ 26 ปี, นายปิยรัฐ จงเทพ อายุ 27 ปี, นายนิกร วิทยาพันธุ์ อายุ 56 ปี, นายวิเศษณ์ สังขวิศิษฎ์ อายุ 61 ปี, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว อายุ 25 ปี, นายอานนท์ นำภา อายุ 34 ปี, นายเอกชัย หงส์กังวาน อายุ 43 ปี, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา อายุ 39 ปี, นายพุทไธสิงห์ พิมพ์จันทร์ อายุ 61 ปี, นายคีรี ขันทอง อายุ 49 ปี, นายประสงค์ วางวัน อายุ 55 ปี, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ อายุ 42 ปี, นายภัทรพล จันทรโคตร อายุ 55 ปี และนายวิโรจน์ โตงามรักษ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 15.30 น. ศาลได้พิจารณาคำร้องฝากขังและคำคัดค้านฝากขังของทนายความกลุ่มผู้ต้องหาแล้ว ศาลอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 15 ราย และยกคำร้องคัดค้านการฝากขัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นทนายความกลุ่มผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราวแกนนำและผู้ชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งทั้ง 15 คนระหว่างสอบสวน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้ง 15 คนมีประกันตัวไป โดยตีราคาประกันคนละ 1 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาชุมนุมทำการชุมนุมทางการเมืองอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายแก่สังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น เวลา 13.00 น.เศษ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก และนายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เดินทางมายังศาลอาญา เพื่อให้กำลังใจกลุ่มผู้ต้องหาคนอยากเลือกตั้งด้วย โดยนายณัฐวุฒิเปิดเผยว่า มาให้กำลังใจกลุ่มผู้ต้องหาคนอยากเลือกตั้งในฐานะประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่ง ส่วนที่มีฝ่ายข่าวของเจ้าหน้าที่รัฐอ้างว่าก่อนการชุมนุม แกนนำคนอยากเลือกตั้งได้ไปพบกับแกนนำ นปช. ที่สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี ขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง เพราะตนได้ตรวจสอบกับสถานีแล้ว ถ้าหากไม่มีเจตนาที่จะบิดเบือนเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ตนกับรังสิมันต์ โรม อย่าว่าแต่พบปะพูดคุยกันเลย แม้แต่โทรศัพท์หากันก็ไม่เคยมี รู้จักกันก็ในนามนักต่อสู้ ได้มีโอกาสพบเจอกันก็ตามงานหรือกิจกรรมต่างๆ ทักทายสนทนาให้กำลังใจกันก็เป็นเรื่องปกติ ไม่เคยคิดอ่านเตรียมการวางแผน ไม่เคยจับมือกันในทางใต้ดินหรือลับลมคมในใดๆ
ต่อสู้จนกว่ามีเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังได้รับการประกันตัว นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลให้ประกันตัวทั้งหมดกำหนดวงเงิน 1 แสนบาท มีเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาชุมนุมทางการเมืองอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายแก่สาธารณชน ไม่ได้ห้ามการชุมนุมทางการเมือง แต่เป็นการห้ามการชุมนุมทางการเมืองที่ไม่ละเมิดต่อกฎหมาย ไม่เป็นภยันตรายต่อประชาชน ส่วนคำสั่งอนุญาตฝากขังเราจะอุทธรณ์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรังสิมันต์กล่าวว่า สิ่งที่คนอยากเลือกตั้งยืนยันมาตลอดคือการชุมนุมอย่างสันติ ไม่ก่อความเดือดร้อนใดๆ เรามีเสรีภาพในการชุมนุม ซึ่งถูกรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ เรามีความปรารถนาดีอยากเห็นประเทศไทยคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย อยากเห็นคนไทยมีโอกาสเลือกตั้งอีกครั้ง มีเยาวชน 7 ล้านที่ยังไม่เคยใช้สิทธิครั้งแรก เราออกมาต่อสู้ทั้งที่ราคาแสนแพง เพราะต้องแลกด้วยสิทธิเสรีภาพของเราเอง ส่วนกรณีคำสั่งยกคำร้องของศาลปกครองนั้น อารยประเทศไม่มีประเทศไหนบอกว่าประชาชนเรียกร้องการเลือกตั้งผิดกฎหมาย มีแต่ประเทศป่าเถื่อนเท่านั้นที่บอกว่าการเลือกตั้งผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป นายรังสิมันต์กล่าวว่า เราดำเนินกิจกรรมตามโรดแมปที่แถลงไว้ 7 ครั้ง และต่างจังหวัดอีกหลายครั้ง เราอาจจะต้องกลับไปเตรียมการอีกครั้งหนึ่ง เราต้องกลับไปคุยกัน แต่ยืนยันว่าไม่ใช่วันสุดท้ายของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะยังคงเห็นการเดินหน้าต่อสู้ต่อไปจนกว่าประเทศไทยจะมีประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสิรวิชญ์กล่าวว่า ในวันที่ 23 พ.ค. ศาลเปิดทำการแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังควบคุมตัวเราต่อไป เพราะต้องแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ เพิ่ม ซึ่งตอนแรกในคืนวันที่ 22 พ.ค. เราถามเจ้าหน้าที่แล้ว บอกไม่แจ้งข้อหา ทำให้เราต้องนอนห้องขัง เพราะต้องรอแจ้งข้อหาอีก คดีอัตราโทษไม่สูงแต่ต้องขังเราเพิ่ม 1 วัน สภาพความเป็นอยู่ก็ไม่ถูกสุขลักษณะอนามัย สภาพห้องขังย่ำแย่ เราก็อดทนอยู่ สิทธิที่ผู้ต้องขังควรได้รับคือ การถูกควบคุมตัวต้องทำภายใต้ความถูกสุขลักษณะอนามัย ไม่ใช่สกปรกซอมซ่ออย่างที่เป็นอยู่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรจะปรับปรุงตรงนี้ เพื่อสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งการให้ตำรวจที่ถูกทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย ขณะปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ทำร้ายร่างกายแล้ว และให้ฝ่ายกำลังพลตรวจสอบรายชื่อตำรวจกลุ่มนี้ เพื่อพิจารณาให้เพิ่มเงินเดือน 2 ขั้นเป็นกรณีพิเศษด้วยเพื่อเป็นการให้กำลังใจ
จับฮาร์ดคอร์-อาวุธอื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีกลุ่มตรวจสอบสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรต์วอตช์ รวมถึงองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศ เรียกร้องให้ปล่อยตัว 14 นักเคลื่อนไหวกลุ่มคนอยากเลือกตั้งว่า กลุ่มผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายหรือไม่ แต่เราเปิดโอกาสให้มีการชุมนุมอยู่กับที่ แต่เมื่อมีการเคลื่อนที่ก็ต้องดำเนินคดี ส่วนจะมีการให้ประกันตัวหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องของศาล ไม่ใช่เรื่องของตน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายวัส ติงสมิตร ประธาน กสม. ออกคำแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐคลี่คลายปัญหาการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธอย่างละมุนละม่อม และแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการห้ามชุมนุมทางการเมืองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปสู่การเลือกตั้ง ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ร่วมสนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องหา นายสุชาติ คอนเล็ก จ.ระยอง พบอาวุธสงครามในพื้นที่เป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ร้านแก้วขนมเปี๊ยะ และบ้านภรรยาผู้ต้องหาบริเวณตรงข้าม สภ.บ้านโพธิ์ ต.บ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา จากการขยายผล พบว่าผู้ต้องหาเคยมีประวัติเป็นการ์ด นปช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจค้นภายในบ้าน พบอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก จำนวน 8 รายการ ประกอบด้วย 1.อาวุธปืน M16 ทั้งประกอบและไม่ประกอบ หลายกระบอก 2.ลำกล้องปืนพกที่กลึงแล้ว 3.ลำกล้องปืนเล็กยาวที่ยังไม่ได้กลึง 4.กระสุนปืนพกขนาด 9 &amp;nbsp;มม. 5.กระสุนปืนเล็กยาว ขนาด 7.62 มม. 6.อุปกรณ์การดัดแปลงอาวุธปืน 7.กล่องปืนกล็อกและอื่นๆ อีกหลายรายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารยังร่วมกันตรวจค้นในพื้นที่ จ.อื่นๆ อีกกว่า 10 จุด อาทิ จ.สมุทรปราการ, จ.พระนครศรีอยุธยา, จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.เชียงราย สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมอาวุธสงครามได้อีกเป็นจำนวนมาก ก่อนจะนำตัวทั้งหมดมาควบคุมไว้ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) และเตรียมส่งตัวให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการกองปราบปรามในเช้าวันที่ 25 พ.ค. สอบสวนขยายผลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับใครบ้างถึงได้มีอาวุธสงครามจำนวนมากขนาดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจค้นดังกล่าวสืบเนื่องจากหน่วยงานความมั่นคงได้พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มหัวรุนแรง เตรียมอาวุธสงครามเพื่อสร้างสถานการณ์ในการชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเมื่อวันที่ 21-22 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัด จึงไม่สามารถเคลื่อนย้ายอาวุธเข้ามาใน พื้นที่ กทม.ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9946</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., คีรี ขันทอง, ชลธิชา แจ้งเร็ว, ณัฏฐา มหัทธนา, นปช., นิกร วิทยาพันธุ์, ประสงค์ วางวัน, ปิยรัฐ จงเทพ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พุทไธสิงห์ พิมพ์จันทร์, ภัทรพล จันทรโคตร, รังสิมันต์ โรม, วัส ติงสมิตร, วิเศษณ์ สังขวิศิษฎ์, วิโรจน์ โตงามรักษ์, สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อานนท์ นำภา, เอกชัย หงส์กังวาน, โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06c34fcc4ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; storage.thaipost.net Line ID:@thaipost สู่สัปดาห์ทำงาน ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกหลังสงกรานต์ก็มีความฮือฮา เมื่อ ครม. ที่นำโดย &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมติแต่งตั้ง &amp;ldquo;สนธยา คุณปลื้ม&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคพลังชล เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ &amp;ldquo;อิทธิพล คุณปลื้ม&amp;rdquo; อดีตนายกเทศมนตรีเมืองพัทยา เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2 นักการเมืองใหญ่ตระกูลดังผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองพัทยามาร่วมงานรัฐบาล...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่ผ่านมา &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; ซึ่งเป็นรัฐบาลรัฐประหาร เคยมีท่าทีดูไม่ค่อยถูกกับนักการเมืองเมื่อนานมาแล้ว แต่ระยะหลังมีท่าทีที่แตกต่าง ด้วยการเดินสายพบปะนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลตามจังหวัดต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่จากหลายฝ่ายด้วยคำว่า &amp;ldquo;สืบทอดอำนาจ&amp;rdquo; ที่ดังอยู่ตลอดเวลาสม่ำเสมอ เพราะทั้งท่าทีและปรากฏการณ์ทางการเมืองต่างๆ มันสะท้อนให้คนคิดเป็นอย่างนั้น พอนักข่าวถามคุณสมบัติอะไรที่เหมาะสม จึงทำให้มีการแต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ กลับตอบว่า &amp;ldquo;สื่อเอาอะไรมาวัดว่าเหมาะสม ไม่เหมาะสม สื่อเป็นผู้ประเมินผลหรือไม่&amp;rdquo; ตอบไม่ตรงคำถามอย่างนี้ คนก็คิดไปอย่างนั้นเช่นเคย...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอเทียบกับกรณีแกนนำพรรคเพื่อไทยนัดรับประทานอาหารกลางวันและตีกอล์ฟกับนักการเมืองตระกูลสะสมทรัพย์ ที่สนามนิกันติ จ.นครปฐม พล.อ.ประยุทธ์ กลับตอบว่า &amp;ldquo;จะผิดคำสั่ง คสช.หรือไม่ ตนไม่ทราบ กำลังตรวจสอบอยู่ โดยเฉพาะคนที่ไปเดินเคลื่อนไหวพบปะประชาชนต่างๆ ตอนนี้กำลังดูว่าผิดคำสั่งอะไรหรือไม่ เพราะคำสั่งเขียนไว้ชัดเจนว่าทำอะไรได้หรือไม่ได้ ขอให้ระมัดระวัง อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย&amp;rdquo; เอ้า! พอเป็นนักการเมืองฝ่ายอื่นก็ฮึดฮัดกันทีเดียว ขณะที่ตัวเองมีอำนาจสั่งมากกว่าก็ลั้นลาไปหาใครก็ได้ เดี๋ยวเขาจะว่าสองมาตรฐานได้อีก...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สงกรานต์ที่ผ่านมา คู่หูจอมซ่าท้า คสช. อย่าง เอกชัย หงส์กังวาน และ โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง วางแผนเด็ดบอกจะไปรดน้ำดำหัว เสี่ยป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม โดยเตรียมพกป้ายรูปรวมนาฬิกาหรูพร้อมอุปกรณ์รดน้ำไป ปรากฏโดนเจ้าหน้าที่ดักรวบไปสถานีตำรวจโดยไม่แจ้งข้อหาเสียก่อน ในยุคที่ คสช.เป็นใหญ่ ใครมาแหย่แรงก็โดนจับไม่ต้องแจ้งอย่างงี้ก็ได้ แต่หลังปล่อยตัว โชคชัย บอกเหตุการณ์ขณะถูกจับว่าหายใจอึดอัด ถูกบังคับให้นั่งขดกับพื้นรถ ถูกเอาเสื้อคลุมหัว ยึดแขนทั้งสองข้าง มีคนใช้เข่ากดแนบกับพนักเบาะด้านหน้าตลอดเวลา 30 นาที! จับพอว่ายังล็อกเขาเสียขนาดนี้ เกินกว่าเหตุยิ่งกว่าจับอาชญากรเสียอีกกระมัง...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวานพูดถึง บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ ชาวกะเหรี่ยงผู้ต่อสู้เรื่องสิทธิชุมชน ครบรอบ 4 ปี ที่เขาถูกอุ้มหายเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2557 โดยคดีไม่คืบหน้านั้น ยังมีอีกคนคือ เด่น คำแหล้ นักต่อสู้ด้านสิทธิที่ดิน จ.ชัยภูมิ ก็ครบรอบ 2 ปี ที่เขาถูกอุ้มหายในวันที่ใกล้เคียงกันอย่างเหลือเชื่อ คือวันที่ 16 เม.ย.2559 ต่างกันแค่คนละปี ส่วนในกรุงเทพฯ นั้น เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2552 ยังมีเหตุการณ์สำคัญคือ การลอบสังหาร สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่ไม่ตาย ครบรอบ 9 ปีแล้ว ซึ่งทั้ง 3 เรื่องยังไม่สามารถนำตัวคนร้ายมาลงโทษได้ แล้วเมื่อไหร่อำนาจของประชาชนจะพอสู้อำนาจมืดได้ ให้บ้านเมืองมีอนาคตขึ้นบ้าง...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ลิ้มทองกุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7305</URL_LINK>
                <HASHTAG>การลอบสังหาร, ครม., นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, นายชาติสังคม, บันทึกหน้า4, พรรคพลังชล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สนธยา คุณปลื้ม, สนธิ ลิ้มทองกุล, เสียงเซ็งแซ่, เอกชัย หงส์กังวาน, แผนเด็ด, โชคชัย ไพบูลย์รัชตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
