<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาโซลาร์ไปลอยน้ำ..</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เอาโซลาร์ไปลอยน้ำ..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผงโซลาร์เซลล์ที่ทุกคนรู้จักในปัจจุบันเริ่มมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้น เมื่อประเทศไทยเดินหน้าและยอมรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น จนนำมาระบุอยู่ในแผนพลังงานของประเทศ และมีเอกชนหลายรายเข้ามาทำธุรกิจดังกล่าวโดยตั้งเป็นโรงงานผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์ฟาร์ม รวมถึงในปัจจุบันที่มีความนิยมอย่างมากคือ การติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคา เพื่อให้นำไฟฟ้ามาใช้ภายในบ้านเรือนหรือโรงงานอุตสาหกรรม หวังที่จะประหยัดพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ซึ่งในปัจจุบันการพัฒนาของเทคโนโลยีไม่มีที่สิ้นสุด รวมถึงความนิยมของโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็มีหลายหน่วยงานปิ๊งไอเดียขึ้นมาในการที่จะใช้พื้นที่ว่างเปล่าให้เป็นประโยชน์อย่างพื้นที่ผิวน้ำตามห้วย หนอง คลอง บึง ที่ไม่ขัดขวางกับการจราจร ให้เป็นที่ตั้งของโซลาร์ฟาร์ม หรือการนำแผงโซลาร์เซลล์ไปลอยในน้ำ เพื่อให้รับแดดและผลิตไฟได้ แนวคิดนี้เกิดกระแสเป็นอย่างมากจนทำให้รัฐบาลไทยต้องออกแผนการนำร่องโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (ไฮโดร-โฟลตติ้ง โซลาร์ ไฮบริด) หรืออีกชื่อที่เรียกว่า โซลาร์ลอยน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ริเริ่มโครงการดังกล่าว นำร่องแห่งแรกที่เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี มีขนาดกำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ ถือเป็นโครงการโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำแบบไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนพื้นที่ผิวน้ำของเขื่อนสิรินธรประมาณ 450 ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟผ.ได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ชนิดดับเบิลกลาส เป็นแผ่นกระจกทั้งด้านบนและด้านล่าง ทำให้มีการระบายความร้อนและป้องกันความชื้นได้ดี จึงปลอดภัยต่อการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ช่วยลดปริมาณขยะแผงเซลล์แสงอาทิตย์ และใช้ทุ่นลอยน้ำชนิด HDPE ซึ่งเป็นวัสดุประเภทเดียวกับท่อส่งน้ำประปา จึงไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญไม่ใช้วัสดุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ด้านบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เองก็ลุยโครงการดังกล่าวเช่นกัน แต่เป็นในพื้นที่ทะเลขนาด 100 กิโลวัตต์ ในพื้นที่บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT Tank) ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งมีพื้นที่ติดทะเล เหมาะกับการเป็นต้นแบบติดตั้งการใช้งาน โดยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) ได้พัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษเพื่อนำมาผลิตทุ่นลอยน้ำ เพิ่มสารลดการสะสมของเพรียงทะเลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์ทะเล&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;และบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) ได้ให้บริษัท ผลิตไฟฟ้าและพลังงานร่วม จำกัด (CHPP) เป็นผู้ออกแบบและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในน้ำทะเล โดยในระยะแรกจะนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ไปใช้ภายในสำนักงาน เพื่อเป็นต้นแบบการศึกษาและพัฒนารูปแบบทางธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นได้ว่าการเอาโซลาร์ไปลอยน้ำนี้สามารถทำได้อย่างจริงจัง และเชื่อว่าหากรัฐบาลเปิดโอกาสให้มีการลงทุนจากเอกชนรายอื่นๆ จะมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการอีกเพียบ!.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99849</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน), โซลาร์ลอยน้ำ, โรงไฟฟ้าพลังน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607c014ca6af8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>IRPC รุกตลาดเม็ดพลาสติกผลิตทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;IRPC รุกตลาดเม็ดพลาสติกผลิตทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ นำร่องโครงการผลิตไฟ12.5 เมกป้อนในเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี&amp;nbsp;คาดแล้วเสร็จไตรมาส1/63มั่นใจช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าเพียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค. 62 - นายนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) เปิดเผยว่า &amp;ldquo;บริษัทฯ ดำเนินการลงทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ขนาด 12.5 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี จ.ระยอง คาดว่าจะสามารถติดตั้งและดำเนินการผลิตไฟฟ้าได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2563 ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และยังเป็นการใช้นวัตกรรมเม็ดพลาสติกของ IRPC ที่คิดค้นเพื่อให้เหมาะสมสำหรับการผลิต ทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุ่นโซลาร์ลอยน้ำผลิตจากเม็ดพลาสติก HDPE (High Density Polyethylene: โพลีเอทิลีนที่มีความหนาแน่นสูง) เกรดพิเศษ P301GR โดยออกแบบให้เนื้อพลาสติกเป็นสีเทา มีคุณสมบัติการใช้งานที่โดดเด่นเหมาะสำหรับการผลิตทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ ที่ช่วยลดอุณหภูมิใต้แผงโซลาร์เซลล์ ส่งผลให้ระบบผลิตกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถ รีไซเคิลได้ และรับประกันอายุการใช้งานของวัสดุได้ไม่ต่ำกว่า 25 ปี เนื่องจากมีความทนทานต่อแสงยูวี (UV resistance) ทนทาน ต่อสารเคมี (Chemical resistance) และมีความเสถียรต่อความร้อน (Thermal stabilization)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับนวัตกรรรมเม็ดพลาสติก HDPE เกรด P301GR เป็นเกรดพิเศษสำหรับทุ่นโซลาร์ลอยน้ำเหมาะสมอย่างยิ่งกับสภาวะแวดล้อมและภูมิอากาศของประเทศไทย IRPC จึงพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการใช้ทุ่นลอยน้ำที่จะเพิ่มขึ้น ตามแนวโน้มที่ ทั้งภาครัฐและเอกชนสนับสนุนนโยบายการใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกลงได้กว่า 10,510 ตัน เทียบเท่าการปลูกป่าราว 10,000 ไร่ และช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ ด้วยการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ผิวน้ำ&amp;rdquo; นายนพดลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยคุณสมบัติที่ดีของผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก HDPE เกรด P301GR เกรดพิเศษเฉพาะทุ่นโซลาร์ลอยน้ำ ซึ่งผลิตภายในประเทศ ช่วยลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศในการนำเข้า IRPC คาดหวังว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาโครงการด้านพลังงานทดแทนของประเทศ เพราะปัจจุบันพื้นที่ผิวน้ำในประเทศไทยมีประมาณ 14,600 ตารางเมตร หรือประมาณ 9 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 3 ของพื้นที่ประเทศ หากนำพื้นที่เหล่านี้มาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็จะได้รับประโยชน์จากพลังงานทดแทนมากขึ้น โดยบริษัทฯ มองถึงการต่อยอดในโครงการโซลาร์ลอยน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2018) กำลังการผลิตรวม 2,725 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42868</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพดล ปิ่นสุภา, บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน), โซลาร์ลอยน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d495aec9f1fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  “พพ.”หนุนศึกษาโซลาร์ลอยน้ำช่วยลดค่าใช้จ่าย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พพ.ลงพื้นที่ ศึกษาศักยภาพระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ แบบลอยน้ำและบนหลังคา ในการผลิตน้ำประปานิคมฯหนองแค สระบุรี ต้นแบบความสำเร็จช่วยลดต้นทุนด้สนพลังงาน ด้านเอส ซี จี เซรามิกส์ &amp;nbsp;เตรียมขยายเพิ่มอีก5โครงการทั้งในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26มิ.ย.62- นายยงยุทธ จันทรโรทัย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ ศึกษาศักยภาพระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ แบบลอยน้ำและบนหลังคา ในการผลิตน้ำประปานิคมฯหนองแค สระบุรี ว่า &amp;nbsp;โครงการดังกล่าว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตน้ำประปาให้กับบริษัท เอส ซี จี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมหนองแค &amp;nbsp;ถือเป็นต้นแบบพลังงานทดแทนประเภทโครงการที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า นำพื้นที่ไร้ประโยชน์ผลิตไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การพัฒนาโครงการดังกล่าว ได้นำพื้นที่ที่ไม่เกิดประโยชน์มาใช้เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เช่น พื้นที่บนหลังคา บ่อน้ำ โดยการติดตั้งระบบไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ &amp;nbsp;ทั้งในโครงการระบบผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์บนหลังคา และแบบลอยน้ำที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น และยังช่วยลดการระเหยน้ำจากบ่อได้ถึง 7% &amp;nbsp; รวมถึงลดการใช้ไฟฟ้าจากระบบสายส่งได้ถึง 14% ด้วยกำลังการผลิตติดตั้งทั้งสิ้น160 Kw สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในการผลิตน้ำประปาได้ประมาณ 236,512 หน่วยต่อปี &amp;nbsp;รวมทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 134 ตันต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการดังลก่าวให้ผลตอบแทนด้านการลงทุนสูงถึง (IRR) &amp;nbsp;18% &amp;nbsp;ตลอดระยะเวลา 25 ปี สามารถลดต้นทุนได้สูงถึง 20.4 ล้านบาท ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 3,365 ตัน ระยะเวลาคืนทุน 5-6 ปี ถือว่าโครงการนี้ เป็นโครงการที่มีประสิทธิภาพ และเป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลไปใช้กับโครงการอื่นๆของบริษัท ทั้งในและต่างประเทศถึง 5โครงการ คิดเป็นมูลค่า 200 ล้านบาท สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตได้ถึง 199 ล้านหน่วยต่อปี ทำให้โรงงานทั้งหมดสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง 30 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo; ปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ไม่เพียงมีส่วนสำคัญต่อการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาด แต่ยังมีส่วนช่วยในการยกระดับการพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้มากขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งติดตั้งแผงโซลาร์ในน้ำก็นับเป็นนวัตกรรมที่เอสซีจี พัฒนาขึ้นที่จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าให้กับแสงอาทิตย์ได้มากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งการส่งเสริมพลังงานทดแทนเป็นไปตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก หรือ AEDP 2015&amp;rdquo;นายยงยุทธกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39521</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.), ผลิตไฟฟ้า, ยงยุทธ จันทรโรทัย, ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์, เอส ซี จี เซรามิกส์, โซลาร์ลอยน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d132255f0083.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พพ.น้ำร่อง &#039;โซลาร์ลอยน้ำ&#039;ผลิตไฟฟ้า 10 เมกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พพ.ลุยศึกษาโซลาร์ลอยน้ำ เขื่อนคิรีธาร คาดใช้เวลา 1 ปีแล้วเสร็จ ก่อนนำร่องของบกองทุนอนุรักษ์พลังงาน คาดกำลังการผลิตเพิ่มกว่า 10 เมกฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) เปิดเผยว่า พพ. อยู่ระหว่างเดินหน้าศึกษาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ(โซลาร์ลอยน้ำ)ในเขื่อนคิรีธาร จ.จันทบุรี ที่พพ.ดูแล เนื่องจากเป็นแนวทางผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่ควรสนับสนุนและยังเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าของประเทศได้อีกทางหนึ่ง โดยการศึกษาเริ่มต้นเมื่อต้นปีนี้ คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาเสร็จสิ้นภายใน1ปี เสร็จประมาณต้นปี2562 จากนั้นจะเสนอโครงการขออนุมัติงบจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานต่อไป เพื่อเดินหน้าลงทุน โดยเฉพาะกานว่าจ้างเอกชนเข้ามาดำเนินการวางรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมตลอดจนก่อสร้างตลอดทั้งโครงการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปัจจุบันเขื่อนคิรีธารมีการผลิตไฟฟ้าป้อนเข้าระบบแล้วประมาณ 12 เมกะวัตต์ หากมีโซลาร์ลอยน้ำคาดว่าจะผลิตไฟได้เพิ่มประมาณ10เมกะวัตต์ กำหนดราคาขายไฟเข้าประมาณ 1.09 สตาง์ต่อหน่วย ราคาไม่แพงเพราะเป็นการผลิตของภาครัฐไม่ได้หวังผลกำไร โดยหลังจากเดินหน้าผลิตในเขื่อนคิรีธารแล้ว พพ.ตั้งเป้าหมายติดตั้งโซลาร์ลอยน้ำในอ่างเก็บน้ำของพพ.ที่มีทั่วประเทศประมาณ 10 แห่ง คาดว่าจะสามารถผลิตไฟได้ไม่ต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์แน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17454</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ, ผลิตไฟฟ้า, พลังงานทางเลือก, เขื่อนคิรีธาร, โซลาร์ลอยน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac2314a1ac68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
