<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; โวสนั่นจะพลิกโฉมประเทศไทย ทำบ้านเมืองให้สงบมากที่สุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.64 - &amp;nbsp;ที่จังหวัดชลบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยม บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง) ช่วงหนึ่งว่าวันนี้เป็นโลกของดิจิตอลทุกคนก็ต้องเรียนรู้ประโยชน์จากออนไลน์ ทั้งการค้าขายออนไลน์ การบริหารธุรกิจและการบริหารในภาครัฐ วันนี้เรากำลังเดินหน้าไปสู่การทำบิ๊กดาต้าของประเทศ การทำแพลทฟอร์มของรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนเข้าถึง ส่วนการพัฒนาในพื้นที่อีอีซีเป็นการวางอนาคตให้กับประเทศไทยที่จะทำอย่างไรให้จีดีพีสูงขึ้นจากการลงทุน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาร์ทวีซ่าที่ให้คนต่างประเทศเข้ามาถ่ายทอดเทคโนโลยีในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ก็ยืนยันว่า รัฐบาลจะเดินหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะมีปัญหาอุปสรรคอะไรก็ตาม ผมเองในฐานะหัวหน้ารัฐบาลก็มุ่งเน้นความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศเป็นหลัก ความรับผิดชอบมากขนาดนั้น ไม่ใช่แค่เฉพาะจังหวัดชลบุรีอย่างเดียว วันนี้สังคมโซเชียลไม่สามารถควบคุมได้มากนัก ขอให้ทุกคนมีภูมิต้านทานในการเชื่อ ในการอ่าน ในการเสพ ในการโพสต์ต่อ บ้านเมืองจะได้สงบซักที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยืนยันว่า ผมจะทำให้บ้านเมืองสงบให้ได้มากที่สุด แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคน ส.ส.ทุกคนที่อยู่ในฝ่ายนิติบัญญติ ผมในฝ่ายบริหาร เรื่องของความยุติธรรมเป็นเรื่องของอำนาจของตุลาการ มีอยู่ 3 อำนาจ ฉะนั้นผมจะทำหน้าที่ฝ่ายบริหารให้ดีที่สุด ร่วมมือกับฝ่ายนิติบัญญัติในการพลิกโฉมประเทศไทยให้ได้&amp;quot; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้อยู่ในขั้นตอนการเยียวยา แต่อนาคตข้างหน้าจะพลิกโฉมประเทศจากรายได้ปานกลางไปสู่รายได้สูงให้ได้ ต้องทำทุกอย่าง ทั้งหมดอยู่ที่ประชาชนจะต้องร่วมมือกับรัฐบาล เข้าใจซึ่งกันและกันจึงจะไปได้ ก็ขอฝากหัวใจไว้กับชาวชลบุรี &amp;nbsp;รักษาหัวใจตนให้หน่อย ตนจะได้แข็งแรง ในการทำเพื่อประเทศชาติ ตนยืนยันว่าตลอดระยะเวลาตนดูแลข้าราชการ และให้ความเป็นธรรมเพื่อให้ทำงานและมีวิสัยที่ดีให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ขอบคุณทุกคน ขอบคุณในรอยยิ้ม ขอบคุณกำลังใจที่ให้กับตน ซึ่งตนจะทำให้คนไทยมีความสุขให้ได้ แต่ต้องใช้เวลามากพอสมควรเพราะปัญหาเราเยอะ และขอบคุณสื่อมวลชนด้วยใจจริง ช่วยรัฐบาลนิดนึง ตนไม่ได้หมายความว่าจะวิพากษ์วิจารณ์อะไรไม่ได้ แต่ก็ตามสมควรและอย่าสร้างความขัดแย้งเท่านั้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117028</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_61445da8c533a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเวทีสัมมนาออนไลน์ “Boost Social Media Marketing Conference” 20-22 ส.ค.นี้ ระดมกูรู 17 นักการตลาดดิจิทัลแชร์เทคนิคเข้าถึงผู้บริโภคยุคโควิด-19 พร้อมอัพเดทเทรนด์ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เปิดเวทีสัมมนาออนไลน์ &amp;ldquo; Boost Social Media Marketing Conference&amp;rdquo; 20-22 ส.ค.นี้ นักการตลาดโซลเชียมีเดียไม่ควรพลาด&amp;nbsp; 17 กูรูนักการตลาดดิจิทัล ตบเท้าพร้อมแชร์ประสบการณ์ใหม่ด้านการตลาดโซเชียลมีเดียในยุคโควิด-19 ที่ต้องฝ่าด่านธุรกิจรัดเข็มขัดอย่างไรให้ได้ผลคุ้มค่า พร้อมอัพเดทเทรนด์ และฟีเจอร์ใหม่ 5 แพลตฟอร์มยอดนิยม พร้อมกลยุทธ์การเข้าถึง DATA แบบไม่ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริพงศ์ เตียวพิพิธพร&amp;nbsp; Facebook Marketer และอาจารย์ผู้ออกแบบหลักสูตร Mini MBA Digital Marketing Management ของหลักสูตรประกาศนียบัตรระยะสั้นโดยวิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล (Neo Academy by CMMU )&amp;nbsp; เปิดเผยว่า&amp;nbsp; ระหว่างวันที่20 &amp;ndash; 22 สิงหาคม 2564 จะมีการสัมมนาออนไลน์ &amp;ldquo; Boost Social Media Marketing Conference &amp;ldquo; ผ่าน 17 กูรูด้านการตลาดดิจิทัลมากประสบการณ์ที่จะรวบรวมความรู้ใหม่ๆด้านการตลาดโซเชียลมีเดียโดยเฉพาะกรณีศึกษาล่าสุดในยุคการแพร่ระบาดโควิด-19ที่ทำให้โลกโซเชียลหมุนเร็วมากขึ้น&amp;nbsp; พร้อมกับไฮไลท์สำคัญคือการอัพเดทเทรนด์และฟีเจอร์ใหม่ใน 5 แพลตฟอร์มยอดนิยม ได้แก่ LINE OA, FACEBOOK, INSTRAGRAM, YOUTUBE, TIKTOK ด้วยกลยุทธ์ เทคนิค และตัวช่วยทางการตลาดหรือ MarTech &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo; เราต้องยอมรับว่าโลกการตลาดโซเชียลมีเดียหมุนเร็วมากจนตามไม่ทัน การปรับฟีเจอร์จากเจ้าของแพลตฟอร์มกระทบกับฐานลูกค้าและแผนงานแบบไม่ทันตั้งตัว ทุกครั้งที่เปิดแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียขึ้นมา นอกเหนือไปจากข่าวสารบ้านเมือง ทัศนะของเพื่อนและคนที่เราติดตาม เราหนีไม่พ้นที่จะต้องพบเจอกับโฆษณาสารพัดรูปแบบในช่วงล็อกดาวน์เช่นนี้ นักการตลาดไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขึ้นมาอยู่บนโลกออนไลน์ แต่เหนือสิ่งอื่นใดการได้ข้อมูลที่จำเป็นมาต้องไม่ผิดกฎหมายด้วย&amp;rdquo;นายศิริพงศ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งในปี 2564 (ค.ศ.2021) คำว่าฐานข้อมูลหรือ&amp;nbsp; Data ในโลกการตลาดดิจิทัลจะเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นหลังการมาของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA&amp;nbsp; ที่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายทั้งฉบับ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 รวมถึงระบบปฏิบัติการ iOS 14.5 ที่ถามความสมัครใจของผู้ใช้งาน iPhone ว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แอปพลิเคชันที่กำลังใช้งาน สามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ของผู้ใช้งานได้หรือไม่ทำให้เป็นความท้าทายในการได้ข้อมูลมามากขึ้นเพราะต้องได้มาแบบไม่ผิดกฎหมายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เทรนด์ของปี 2021 อีกเรื่องคือ&amp;nbsp; แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีรูปแบบการสนทนาและการสร้างปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในชุมชนผ่าน &amp;#39;เสียง&amp;#39; เป็นหลักอย่างClubhouse ที่ได้รับความนิยมอย่างมากและตามมาด้วย ฟีเจอร์สนทนาเสียงบนแพลตฟอร์ม Space ใน Twitter, Spotify Greenroom และ Audio &amp;amp; Video Room ใน Facebook โดยมี Podcast เป็นกระแสมาก่อนหน้านี้ ในการสื่อสารที่ผุดขึ้นมาไม่รู้จบ เป็นโจทย์สำคัญที่ต้องนำมาขบคิดหาวิธีการสร้างสรรค์การสื่อสารให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พฤติกรรมของคนหนึ่งคนแสดงออกต่างบุคลิกกันไปในต่างแพลตฟอร์ม นักการตลาดโซเชียลมีเดียหากมีพลังจะเข้าถึงทุกช่องทางก็ไม่มีใครว่าแต่เรื่องความคุ้มค่ายิ่งต้องพิจารณาในช่วงโรคระบาดของโควิด 19 เข้ามา ทุกธุรกิจยิ่งใส่ใจการใช้เงินมากขึ้น ดังนั้นนักการตลาดโซเชียลมีเดียต้องมีพลวัตหรือ&amp;nbsp;Dynamic ก้าวไปกับโซเชียลมีเดียได้เรื่อย ๆ และอนาคต การเรียนการสอนด้านการตลาดจะมุ่งไปในรูปแบบของ Self-Study เป็นหลัก เปิดโอกาสให้ทั้งคนทำงานหรือนักเรียนนักศึกษาก็สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง หลายคนเรียนรู้ ฝึกฝนด้วยตัวเองจนเชี่ยวชาญนำไปใช้ทำงานได้จริงแม้ไม่ได้ผ่านสถาบันการศึกษาก็ตาม&amp;nbsp; เวทีสัมมนาครั้งนี้จะตอบโจทย์ทั้งหมดให้กับนักการตลาดโซเชียลมีเดียและผู้ที่สนใจโดยหากต้องการข้อเพิ่มเติมและซื้อบัตร Early Bird ได้ที่ https://www.boostconference.co&amp;rdquo;นายศิริพงศ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111173</URL_LINK>
                <HASHTAG>Boost Social Media Marketing Conference, DATA, Facebook Marketer, MarTech, Mini MBA Digital Marketing Management, Neo Academy by CMMU, PDPA, Self-Study, งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, จัดสัมมนาออนไลน์, ตัวช่วยทางการตลาด, นักการตลาดโซลเชียมีเดีย, นายศิริพงศ์ เตียวพิพิธพร, วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล, เทรนด์ของปี 2021, โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe89941f36c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคลียร์ภาพแชร์ว่อนเน็ต! คอนเฟิร์มเปล่าติดเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค. 64 - กรณีโลกโซเชียลมีเดีย มีการส่งต่อคลิปและภาพขณะที่ทีมแพทย์กำลังปั๊มหัวใจช่วยชีวิตชายสูงวัยบนฟุตบาทริมถนนข้างตลาดห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. ทำคนแตกตื่นหวาดกลัว เข้าใจผิดคิดว่า กรุงเทพฯ มีคนตายด้วยโควิดเกลื่อนกรุง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา ชายในภาพ ชื่อนายสุทธิ อิ่มเฮง อายุ 74 ปี มีอาการเป็นลมหมดสติ ตำรวจ สน.ห้วยขวาง และ จนท.หน่วยกู้ภัย ได้รับแจ้งและลงพื้นให้ความช่วยเหลือนายสุทธิ อิ่มเฮง และยืนยันว่า ชายในภาพยังไม่ได้เสียชีวิต ไม่ได้เป็นคนไร้บ้าน แต่ป่วยเป็นโรคหัวใจ อาการกำเริบหนัก และไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้นายสุทธิ &amp;nbsp;รักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยภรรยานายสุทธิยืนยันกับตำรวจ สน.ห้วยขวาง และหน่วยกู้ภัยว่าไม่ได้ติดโควิด พักอาศัยอยู่บ้านในซอยรัชดา 13 ใกล้กับตลาดห้วยขวาง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110963</URL_LINK>
                <HASHTAG>โควิด19, โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210724/image_big_60fbc7ac10fcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; สั่งกฤษฎีกาศึกษากฎหมายในต่างประเทศ ควบคุมเนื้อหาสื่อออนไลน์-โซเชียลมีเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชาบูรพาชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ไปพิจารณาดูข้อกฎหมายและศึกษากฎระเบียบการออกกฏหมาย เพื่อควบคุมเนื้อหาในสื่อออนไลน์และการนำเสนอในโซเชียลมีเดีย โดยศึกษาจากในต่างประเทศที่มีการใช้กฎหมายดังกล่าว เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงใช้ในประเทศไทยก่อนที่จะเสนอให้ครม.พิจารณา เห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105677</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกฤษฎีกา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สื่อออนไลน์, โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf2903051c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยกว่า 3 หมื่น ใช้ “โคแฟค” สกัดข่าวลวงช่วงโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 39 องค์กรรวมพลังจัดสัมมนาไฮบริด &amp;ldquo;วันตรวจสอบข่าวลวงโลก&amp;rdquo; ทุกวันที่ 2 เม.ย.ของทุกปี พร้อมประกาศปฏิญญาปีแห่งการรณรงค์ตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร องค์การอนามัยโลกออกมาเตือนถึงผลกระทบของข่าวลวงที่จะส่งผลให้สถานการณ์การระบาดโควิด-19 แย่ลง สสส.ปลื้มครบ 1 ปี คนไทยใช้นวัตกรรม &amp;ldquo;โคแฟค&amp;rdquo; ช่วยสกัดการระบาดข่าวลวงช่วงโควิด-19 กว่า 3 หมื่นราย พร้อมเร่งสร้างพลเมืองรู้เท่าทันสื่อ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โคแฟค ประเทศไทย ร่วมกับ เครือข่ายองค์กรตรวจสอบข่าวสากล (International Fact Checking Network : IFCN) และ ภาคีเครือข่ายตรวจสอบข่าวลวงกว่า 30 องค์กรในประเทศ จัดสัมมนาไฮบริดเนื่องในวาระ &amp;ldquo;วันตรวจสอบข่าวลวงโลก&amp;rdquo; (International Fact-Checking Day 2021) &amp;ldquo;ความท้าทายในการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2564 ที่โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; องค์กรทั้งหมดพร้อมใจกันป่าวประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือของภาคประชาสังคมในปีแห่งการรณรงค์ตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร (2 เมษายน 2564 - 2 เมษายน 2565) ดังนี้ เครือข่ายตรวจสอบข่าวลวงขอแสดงจุดยืนในการสกัดข่าวลวง ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือซึ่งกันและกัน พัฒนางานศึกษาวิจัย สร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม ตลอดจนเครื่องมือหรือกลไกเฝ้าระวังอย่างมีส่วนร่วม ให้ประชาชนเกิดความรู้ความเข้าใจด้านการรู้เท่าทันสื่อสารสนเทศและดิจิทัล สร้างข้อเท็จจริงให้เกิดความเข้มแข็งภาคพลเมือง ทำให้สังคมไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างมีคุณภาพ บนพื้นฐานของการไตร่ตรอง ใช้เหตุผล มีวิจารณญาณ เพื่อลดผลกระทบด้านลบยุคข้อมูลข่าวสาร รวมถึงลดความขัดแย้งอันเนื่องจากความเข้าใจผิดในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.ดร.ไพโรจน์ เสาน่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวในการเปิดสัมมนาว่า ในวันที่ 2 เมษายนของทุกปี ถือเป็นวันตรวจสอบข่าวลวงโลก สำหรับประเทศไทยถือว่าประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนการต่อต้าน ป้องกัน และรับมือกับปัญหาข่าวลวงในยุคดิจิทัล โดย สสส.เห็นความสำคัญและได้ร่วมผลักดันให้เกิดการพัฒนากลไกโคแฟค (Collaborative Fact Checking : Cofact) นวัตกรรมกลไกตรวจสอบข่าวลวงบนเว็บไซต์ cofact.org และไลน์ @cofact ซึ่งขณะนี้ครบ 1 ปี ของการมีนวัตกรรม แนวคิดโคแฟคได้ถูกส่งต่อและขยายไปยังภาคีเครือข่าย อาสาสมัคร มหาวิทยาลัย สื่อท้องถิ่น และชุมชนระดับภูมิภาคในวงกว้างมากขึ้น มีพันธมิตรเครือข่ายร่วมทำงาน 39 องค์กร จนเกิดเป็นชุมชนโคแฟคที่ประชาชนทุกกลุ่มวัยเข้ามาตรวจสอบข่าวลวงร่วมกันแล้วกว่า 30,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;โคแฟคเกิดขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งข่าวลวงเปรียบเหมือนเชื้อไวรัสที่กระจายอย่างรวดเร็ว จนองค์การอนามัยโลกได้ออกมาเตือนถึงผลกระทบของข่าวลวงที่จะส่งผลให้สถานการณ์การระบาดโควิด-19 แย่ลง ซึ่งตั้งแต่มีโคแฟคทำให้เกิดฐานข้อมูลในการตรวจสอบข่าวลวงด้านสุขภาพกว่า 2,500 ชุด มีการจัดทำบทความพิเศษ อินโฟกราฟฟิกที่เข้าใจง่ายกว่า 350 ชิ้น เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีภูมิคุ้มกัน มีจิตสำนึกพื้นฐาน คือ การรู้เท่าทันสื่อ ขยับมาสู่การร่วมตรวจสอบข่าวลวง จนถึงช่วยกันสอดส่อง เฝ้าระวัง สกัดกั้นข่าวลวง ไม่ทำให้สถานการณ์โควิด-19 ในไทยแย่ลง สสส.พร้อมสนับสนุนการสร้างพลเมืองเท่าทันสื่อ มีความรู้และทักษะเท่าทันสื่อ เท่าทันตนเอง มีความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมการตรวจสอบข่าวลวงและรู้เท่าทันสื่อ นำไปสู่การสร้างสังคมสุขภาวะ&amp;rdquo; ดร.นพ.ไพโรจน์กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สุภิญญา กลางณรงค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งโคแฟค ประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการนำเสนอภาพรวมของการตรวจสอบข่าวลวงที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้เห็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีนักตรวจสอบข่าว (Fact Checker) ในแต่ละประเทศ และต้องมีการทำงานเชื่อมโยงและส่งต่อข้อมูลซึ่งกันและกัน ตลอดเวลาในช่วง 1 ปี นับจากวันนี้ไปที่ประกาศเป็นปีแห่งการรณรงค์ตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร ทางโคแฟคประเทศไทยจะมีการจัดกิจกรรมทั้งในเชิงวิชาการ การขับเคลื่อนประเด็น และการสัมมนาร่วมกันตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนหน้านี้สุภิญญาเคยให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อก่อนหลายคนมองว่าข่าวลวงเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง แต่ในวันนี้ข่าวลวงเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น เป็นปัญหาระดับชาติ เราอยากให้ประชาชนตื่นตัว ที่ผ่านมาข่าวลวงมีทั้งการหลอกลวงเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การเงิน การขายสินค้าและบริการ โดยคนที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุและเด็ก เยาวชน การจัดเวทีเสวนาเพื่อเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายสื่อท้องถิ่นในการทำงานประสานกับภาคประชาสังคม แกนนำชุมชนและชาวบ้านในระดับรากหญ้า เพื่อเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในการรับมือกับข่าวลวงและไม่ตกเป็นเหยื่อข้อมูลข่าวสารในด้านมืดของยุคดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กิจกรรมในรอบ 1 ปีที่ สสส.ร่วมกับพันธมิตรครั้งยิ่งใหญ่ ขยายงานนวัตกรรม &amp;ldquo;โคแฟค&amp;rdquo; (Cofact) ตรวจสอบข่าวลวงสู่การสร้างชุมชนค้นหาความจริง จัดปฐมนิเทศจิตอาสาร่วมตรวจสอบข่าวลวงรุ่นแรก ในจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.ภูเก็ต ทั้งนี้ โคแฟคเชิญชวนทุกท่านให้มาเป็นชาวชุมชนคนโคแฟคร่วมกันค้นหาความจริง เพื่อสร้างสุขภาวะของสังคม สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่เว็บไซต์ www.cofact.org&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;Domino Land ห้องนิทรรศการหมุนเวียน สสส. ยุคดิจิทัลสร้าง &amp;ldquo;พลเมืองเท่าทันสื่อ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อที่เปลี่ยนไป &amp;ldquo;สื่อ&amp;rdquo; เป็นเครื่องมือสำคัญที่มนุษย์ใช้ในการถ่ายทอดข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจหรือให้บรรลุวัตถุประสงค์ระหว่างบุคคลและสังคม ด้วยวิวัฒนาการก้าวกระโดด จากการใช้จดหมายสื่อสาร หนังสือโทรเลข หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรศัพท์มือถือ อีเมล เว็บไซต์ คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน สู่ยุคโซเชียลมีเดีย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อดั้งเดิม สื่อสารทางเดียวเป็นการติดต่อสื่อสารในลักษณะที่ผู้ส่งสารมี่อิทธิพลต่อผู้รับสารเพียงฝ่ายเดียว โดยผู้รับไม่มีโอกาสที่โต้ตอบหรือซักถามข้อสงสัยใดๆ สื่อดั้งเดิมสื่อสารให้เข้าถึงผู้คนในแต่ละคราวมากๆ โดยสื่อมวลชน สื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ นิตยสาร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อใหม่เป็นสื่อที่นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประกอบการสื่อสารเพื่อความรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งส่งผลให้บทบาทของคนใช้สื่อเปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นผู้รับสารเพียงฝ่ายเดียว กลายเป็นผู้รับ ผู้ส่ง และผู้สร้างสื่อในเวลาเดียวกัน การสื่อสาร 2 ทางเป็นการติดต่อสื่อสารที่ผู้รับสารมีการตอบสนอง และมีปฏิกิริยาย้อนกลับไปยังผู้ส่งสาร สามารถโต้ตอบปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนการติดต่อได้ สื่อใหม่มากบทบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถิติคนไทยเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือ 133% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ คนส่วนใหญ่ใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตมากกว่า 1 ใน 3 ของวัน คนที่อยู่ในช่วงวัย 18-34 ปี มีการใช้งานมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยวิวัฒนาการก้าวกระโดด การสื่อสารเป็นสิ่งที่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่ยุคโบราณ จากการแสดงท่าทาง การใช้ตัวอักษรเพื่อเป็นสื่อกลางในการส่งสารตามวัตถุประสงค์ วิวัฒนาการของสื่อในแต่ละยุคจึงสัมพันธ์กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสาร เฉกเช่นในปัจจุบันที่อุปกรณ์ 1 เครื่อง สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของมนุษย์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว และสะดวกสบายยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในยุคอนาล็อก ยุคของการนำข้อมูลมาส่งผ่านอุปกรณ์รับและแปลงลักษณะยุคดิจิทัล ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงโลกแห่งการสื่อสารเป็นการก้าวกระโดด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ร่องรอยบนโลกดิจิทัล ทุกกิจกรรมของเราในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ข้อมูลส่วนตัว การเข้าใช้สื่อออนไลน์ต่างๆ จะถูกทิ้งเป็นร่องรอยบนโลกดิจิทัล ซึ่งจะนำอันตรายและส่งผลกระทบต่อตัวเอง ยิ่งเราทิ้งข้อมูลส่วนตัวไว้มากเท่าไหร่ เราจะสามารถถูกระบุตัวตนได้มากยิ่งขึ้น สื่อเหมาะสมกับวัย มีการหลอกลวงต้มตุ๋น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Media Literacy เรียนรู้ เท่าทันใจ สื่อจำนวนมากที่อยู่รายล้อมตัวเรา ทำให้การสร้างทักษะ การรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) เป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง โดยการที่เราไม่หลงเชื่อเนื้อหาที่ได้อ่าน ได้ยิน ได้ฟัง แต่สามารถคิดวิเคราะห์ สงสัยและรู้จักการตั้งคำถามว่า สิ่งนั้นจริงหรือไม่จริงได้เป็นคนให้ข้อมูล เขาต้องการสื่ออะไรหรือมีจุดมุ่งหมายแอบแฝงหรือไม่ เป็นการฝึกฝนมองให้รอบด้าน มุมมองกลับสื่อ แต่เพียงด้านเดียว มุมเดียว ทำให้การรับรู้ข้อมูลผิดพลาดได้ จึงควรมองหลายด้าน หลากมุมทุกครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อในสิ่งที่สื่อกำลังนำเสนอ การเข้าถึงคือการได้รับสื่อประเภทต่างๆ อย่างเต็มที่ รวดเร็วและรับรู้และเข้าใจจะเชื่อสื่อประเภทต่างๆ ได้อย่างเต็มความสามารถ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม แพลตฟอร์ม COFACT.ORG พื้นที่เปิดให้ทุกคนมาช่วยกันตรวจสอบข่าวลวง สถานการณ์สื่อในปัจจุบัน ผู้คนล้วนอยู่ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร แต่คงมีคนจำนวนไม่มากที่สามารถตรวจสอบที่มาของทุกข่าวหรือสิ่งที่ได้รับ แพลตฟอร์ม COFACT ใช้เทคโนโลยีของภาคพลเมือง กรองข่าวโดยกอง บ.ก.และอาสาสมัคร ใช้งานเชิงข่าวด้านวารสารศาสตร์ เปิดเป็นพื้นที่ให้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงและความคิดเห็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการวิ่งสู่ชีวิตใหม่ เป็นการนำสื่อผ่านบุคคลต้นแบบเพื่อเป็นนักสื่อสารที่สร้างแรงบันดาลใจให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง และกระตุ้นให้สังคมเกิดการตื่นตัวเรื่องการดูแลสุขภาพด้วยการมีกิจกรรมทางกาย ได้คัดเลือก 8 บุคคลต้นแบบจากผู้สมัครทั่วประเทศที่มีปัญหาด้านสุขภาพให้ได้ออกมาวิ่งเปลี่ยนตัวเอง ผ่านรูปแบบสารคดีถึงเรียลลิตี้ที่ผลิตโดยเยาวชนนักสื่อสารสุขภาวะ Run for New Life วิ่งสู้ชีวิตใหม่ มีผู้ติดตามข่าวสารมากถึง 7 แสนคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99694</URL_LINK>
                <HASHTAG>COFACT.ORG, Domino Land, International Fact Checking Network : IFCN, International Fact-Checking Day 2021, Media Literacy, Run for New Life, การรู้เท่าทันสื่อ, ความท้าทายในการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน, ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, พลเมืองเท่าทันสื่อ, ภาคีเครือข่ายตรวจสอบข่าวลวง, วันตรวจสอบข่าวลวงโลก, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม, สุภิญญา กลางณรงค์, องค์การอนามัยโลก, เครือข่ายองค์กรตรวจสอบข่าวสากล, โครงการวิ่งสู่ชีวิตใหม่, โควิด-19, โคแฟค, โคแฟค ประเทศไทย, โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_60797abf25924.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ตร.เตือนประชาชนโพสต์หรือแชร์ข้อความผิดกฎหมายมั่นคงเจอโทษสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.64 -&amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( โฆษก ตร.) เปิดเผยว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมามีการดำเนินคดีกับประชาชนที่ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงหลายราย ส่วนใหญ่เป็นการโพสต์และแชร์ข้อความทางโชเชียลมิเดียที่ไปกระทบสิทธิคนที่สามที่เกี่ยวกับความมั่นคง จึงฝากเตือนไปยังประชาชนให้ระมัดระวัง การโพสหรือแชร์ข้อความต่างๆเพราะหากมีการแชร์ 1 ครั้งก็เป็นการกระทำผิดหนึ่งกรรม หากมีการโพสต์หรือแชร์ซ้ำๆ สะสมกรรมหรือกระทำผิดไปเรื่อยๆ การพิจารณาความผิดก็จะยิ่งทำให้โทษสูงขึ้น จึงฝากเตือนสังคมแม้จะไม่ได้เป็นคนจุดประเด็นเริ่มต้นเรื่องนั้นด้วยตนเอง หากแชร์ไปก็จะเกิดผลกับตัวท่านเอง ตำรวจจำเป็นต้องดำเนินการตามหน้าที่ เพราะหากมีการร้องทุกข์กล่าวโทษแล้วตำรวจไม่ดำเนินการอะไรก็เป็นความบกพร่องในหน้าที่ของตำรวจ ดังนั้นจึงต้องคิดให้รอบคอบก่อนจะโพสต์หรือแชร์ข้อความอะไรจะเกิดผลเสียหรือผลกระทบกับการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91402</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, โฆษกตร., โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_6013e04c9f8c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 10 บัญชีทวิตฯซวยแล้ว &#039;ราเมศ&#039; เอาจริงดำเนินคดี หมิ่น-ให้ร้าย &#039;ชวน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64 - นายราเมศ รัตนะเชวง&amp;nbsp;โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และเลขนุการประธานรัฐสภา โพสต์ใบแจ้งความในทวิตเตอร์ ซึ่งมีเนื้อหาว่า ได้รับมอบอำนาจโดย นายชวน หลีกภัย ได้เดินทางมาที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (กก.3 บก.ปอท.) พบพนักงานสอบสวนแจ้งว่า ได้ตรวจสอบผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์จำนวน 10 บัญชี ซึ่งมีข้อความพาดพิงนายชวน ผู้แจ้งได้รับมอบอำนาจจึงได้มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นใคร จึงมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้สืบสวนระบุตัวตนคนร้ายว่าเป็นใคร เพื่อจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งและรับเอกสารไว้แล้ว ซึ่งผู้แจ้งได้มอบเอกสารการโพสต์ข้อความดังกล่าว จำนวน 30 แผ่นจากผู้แจ้งแล้ว จะดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ โพสต์ข้อความด้วยว่า &amp;quot;ยอมรับกระบวนการตรวจสอบ แต่จะต้องไม่ให้ร้าย ไม่ใช่คิดจะพูดจะทำอะไรก็ได้ พอดำเนินการตามกฎหมายบอกว่าถูกรังแก อย่างนี้ไม่ใช่ปัญญาชน ให้ดูการกระทำของตนเป็นที่ตั้ง ถ้าอยู่ๆผมออกมาโดยไม่มีเหตุผล อันนี้ด่าได้ ว่ากันไปตามกระบวนการ จะไม่บอกว่าข้อหาอะไรบ้าง ใครบ้าง หมดหน้าที่แล้วครับ&amp;quot;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89963</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ทวิตเตอร์, ราเมศ รัตนะเชวง, โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_600195a05c5ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
