<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โซเชียลมีเดียในความขัดแย้ง ‘อิสราเอล-ปาเลสไตน์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ข้อกล่าวหาที่โซเชียลมีเดียได้รับจาก Marwa Alhelo ศิลปินชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา กรณีความรุนแรงระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ครั้งล่าสุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การโจมตีทางอากาศระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์รอบล่าสุดที่กินเวลา 11 วัน ได้ยุติลงเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว หันมานับศพก็พบว่ามีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตรวมเกือบ 300 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 66 คน และพลัดที่อยู่เพราะบ้านเรือนได้รับความเสียหายราว 72,000 คน ฝั่งอิสราเอลเสียชีวิต 13 คน มีเด็ก 2 คน แรงงานชาวไทย 2 คน และชาวอินเดีย 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องสู้รบด้วยอาวุธ ฝ่ายฮามาส-ปาเลสไตน์ไม่มีทางต่อกรกับอิสราเอลได้ ทุกฝ่ายย่อมทราบดี และทุกวันนี้ยังมีการต่อสู้ด้วยโซเชียลมีเดียอีก อุปกรณ์สื่อสารอาจจะมีประสิทธิภาพพอฟัดพอเหวี่ยง แต่กติกาถูกตั้งโดยผู้กำหนดนโยบายของแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันต่างๆ ผู้นำของฝ่ายที่มีสัมพันธ์อันดีกับแพลตฟอร์มเหล่านี้จึงย่อมมีความได้เปรียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขออนุญาตนำเรื่องราวจากเว็บไซต์ข่าวตะวันออกกลาง Middle East Eye ของฝ่ายอาหรับที่ประมวลไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน แปลและเรียบเรียงนำเสนอแด่ท่านผู้อ่านในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;Israel-Palestine : How social media was used and abused&amp;rdquo; (อิสราเอล-ปาเลสไตน์ : การใช้และการครอบงำโซเชียลมีเดีย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรดาโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ถูกกล่าวหาว่าเซ็นเซอร์เนื้อหาของฝั่งปาเลสไตน์ ไม่สามารถจัดการกับข้อมูลเท็จ และปล่อยให้มีการยุยงปลุกปั่นและนำไปสู่การก่อความรุนแรง แพลตฟอร์มต่างๆ ถูกใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ Middle East Eye แยกย่อยสิ่งที่พบเห็นออกเป็น 5 ลักษณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ชาวปาเลสไตน์ถูกปิดปาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มต้นจากที่มีการรณรงค์ต่อต้านการขับชาวปาเลสไตน์ 6 ครอบครัวออกจากชุมชนชีคจาร์ราห์ ในเขตยึดครองเยรูซาเลมตะวันออก สถานการณ์คุกรุ่นจนนำไปสู่การสลายการประท้วงของชาวปาเลสไตน์โดยกองกำลังเจ้าหน้าที่อิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Middle East Eye รายงานเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมว่า มีการลบเนื้อหาออกจากโซเชียลมีเดีย รวมถึงแขวนบัญชีผู้ใช้ที่มีความเชื่อมโยงกับชุมชนชีคจาร์ราห์ โดยบัญชีอินสตาแกรมของ &amp;ldquo;โมนา เอล-เคิร์ด&amp;rdquo; นักข่าวชาวชีคจาร์ราห์ที่ถูกคำสั่งขับไล่ใช้การไม่ได้ ขณะนั้นเธอกำลังบันทึกสารคดีรายวันเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมที่เธอได้รับ นอกจากนี้โพสต์ของ &amp;ldquo;โมฮาเหม็ด เอล-เคิร์ด&amp;rdquo; น้องชายของเธอก็ถูกลบออกด้วยข้อกล่าวหา &amp;ldquo;Hate speech&amp;rdquo; เขาอธิบายว่าเป็นเพียงวิดีโอที่ถ่ายตอนตำรวจกำลังกระทำรุนแรง โดยที่ไม่ได้เขียนคำบรรยายใดๆ เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวชุมชนชีคจาร์ราห์ประท้วงว่าเนื้อหาของพวกเขาที่โพสต์ลงในอินสตาแกรมเข้าถึงผู้ใช้ได้น้อยกว่าปกติด้วยสาเหตุที่อธิบายไม่ได้ ขณะที่บริษัทแม่ของอินสตาแกรมคือเฟซบุ๊กก็พบว่ากลุ่ม Save Sheikh Jarrah ที่มีสมาชิกมากกว่า 130,000 ราย ก็ถูกใช้งานไม่ได้ชั่วคราว ด้วยคำอธิบายว่าขัดกับมาตรฐานของชุมชนเฟซบุ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านทวิตเตอร์ก็มีข้อน่ากังขาเช่นกัน บัญชีของนักข่าวชาวปาเลสไตน์ &amp;ldquo;มาเรียม บากูติ&amp;rdquo; ถูกแขวนในขณะที่เธอกำลังรายงานการประท้วงให้กำลังใจชาวชุมชนชีคจาร์ราห์ของชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ ต่อมาทวิตเตอร์อธิบายว่าบัญชีของเธอถูกแขวนโดยเหตุผิดพลาดของระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ดำเนินมาจนถึงตอนที่ตำรวจอิสราเอลเข้าปะทะกับผู้ประกอบพิธีทางศาสนาในวันสุดท้ายของการถือศีลอดในมัสยิดอัล-อักซอ เยรูซาเลมตะวันออก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 3 แห่งของชาวมุสลิม การใช้แฮชแท็ก &amp;ldquo;อัล-อักซอ&amp;rdquo; ในอินสตาแกรมถูกซ่อนชั่วคราว โดยสื่อสังคมออนไลน์เจ้านี้อธิบายว่า &amp;ldquo;มีบางเนื้อหาอาจไม่ตรงกับคำแนะนำการใช้ของอินสตาแกรม&amp;rdquo; ฝ่ายเฟซบุ๊กผู้เป็นเจ้าของอินสตาแกรมก็โยนความผิดให้กับ &amp;ldquo;ปัญหาทางเทคนิค&amp;rdquo; และอธิบายว่า &amp;ldquo;ไม่มีความเกี่ยวข้องกับหัวข้อของเนื้อหาใดเป็นการเฉพาะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ buzzfeednews รายงานว่า ระบบกลั่นกรองเนื้อหาของอินสตาแกรมเชื่อมโยงคำว่า &amp;ldquo;อัล-อักซอ&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;องค์กรที่มีความอันตรายและการก่อการร้าย&amp;rdquo; ซึ่งเว็บไซต์นี้อ้างจากการสื่อสารภายในของลูกจ้างในบริษัทอินสตาแกรมนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มได้ให้ความเห็นว่าการปิดกั้นของโซเชียลมีเดียอาจนำไปสู่การทำลายหลักฐานอาชญากรรมสงครามต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งในเวลานี้ศาลอาญาระหว่างประเทศกำลังพิจารณาเข้าทำการสืบสวนสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เว็บไซต์สำนักข่าว Intercept ของ First Look Media องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของสหรัฐรายงานว่า เฟซบุ๊กมีนโยบายในการถอดเนื้อหาที่ใช้คำว่า &amp;ldquo;ไซออนิสต์&amp;rdquo; ในความหมาย &amp;ldquo;ชาวยิว&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ศาสนายูดาห์&amp;rdquo; ซึ่งในความเป็นจริงปฏิบัติได้ยากมาก เป็นข้อกำหนดที่ทำให้แทบจะไม่มีพื้นที่สำหรับการวิพากษ์วิจารณ์ขบวนการไซออนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัปดาห์ก่อน &amp;ldquo;เบนนี กานต์ซ&amp;rdquo; รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล (ควบตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม) ได้พบกับผู้บริหารระดับสูงของ TikTokและ Facebook โดยขอให้โซเชียลมีเดียทั้ง 2 รายลบเนื้อหาที่มีความรุนแรง และให้ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของสำนักงานทางไซเบอร์ของอิสราเอล (ขึ้นตรงต่อกระทรวงยุติธรรม) อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ รายงานจาก 7amleh หน่วยงานสิทธิทางออนไลน์ของชาวปาเลสไตน์ระบุว่า เฟซบุ๊กได้ยอมรับว่า ร้อยละ 81 ของคำขอจากหน่วยงานไซเบอร์ของอิสราเอลได้รับการปฏิบัติตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ข้อมูลบิดเบือนและข่าวปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกวันนี้หลายคนทั่วโลกพึ่งพาข้อมูลข่าวสารความรุนแรงกรณีอิสราเอล-ปาเลสไตน์จากโซเชียลมีเดีย เพราะไม่สามารถเชื่อถือสื่อกระแสหลักของโลกตะวันตกได้ แต่เนื้อหาในโซเชียลมีเดียก็เต็มไปด้วยข้อมูลไม่ถูกต้อง รวมถึงเนื้อหาจากหน่วยงานของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บัญชีทวิตเตอร์ของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้แชร์คลิปที่อ้างว่ากลุ่มฮามาสกำลังติดตั้งเครื่องยิงจรวดเข้าไปในเขตชุมชน แต่ความจริงคือเป็นของอิสราเอลเองที่ใช้ในการซ้อมรบทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แดน โบแรซ&amp;rdquo; ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลได้แชร์วิดีโอที่มีการอ้างว่าชาวปาเลสไตน์จัดงานศพขึ้นมาหลอกๆ เพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากชาวโลก ในภาพมีกลุ่มวัยรุ่นแบกร่างคนตาย เมื่อเสียงไซเรนดังขึ้นทั้งคนแบกและร่างที่ถูกแบกต่างวิ่งหนีกระจัดกระจาย ความจริงเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในจอร์แดนเมื่อปีที่แล้ว โดยกลุ่มวัยรุ่นพยายามหลบเลี่ยงมาตรการโควิด-19 โดยแสร้งว่ากำลังจัดงานศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกตัวอย่าง ได้แก่ การแชร์วิดีโอที่อ้างว่าชาวปาเลสไตน์กำลังแต่งหน้าให้ดูเหมือนว่าได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิสราเอล ทั้งที่เหตุการณ์ในวิดีโอเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน และเป็นรายงานข่าวเกี่ยวกับศิลปินแต่งหน้าชาวปาเลสไตน์ผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม มีกรณีที่สื่ออาหรับรายงานผิดพลาดเช่นกัน ตัวอย่างเช่น วิดีโอที่กลุ่มชาวยิวฉีกทึ้งเสื้อผ้าตัวเองเป็นสัญลักษณ์ของการบูชาทางศาสนาในเยรูซาเลม แต่สื่อฝ่ายปาเลสไตน์ได้อ้างว่าพวกนี้กำลังหลอกให้คนดูคิดว่าพวกเขาได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.โฆษณาชวนเชื่อของอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บัญชีทางการของอิสราเอลได้ถูกใช้ไปในทางยุยง ปลุกปั่น และโฆษณาชวนเชื่อ มีบัญชีอินสตาแกรมภาษาฮีบรูของทหารอิสราเอลใช้ภาพมีมแบบ &amp;ldquo;Before&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;After&amp;rdquo; แสดงให้เห็นว่าอพาร์ตเมนต์ในฉนวนกาซาหลังหนึ่งก่อนและหลังถูกถล่มต่างกันอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บัญชีทวิตเตอร์ของ IDF ได้แชร์ภาพอาคารหลายหลังถูกระเบิดในกาซา รวมถึงหลังสำคัญอันเป็นที่ตั้งของสำนักข่าวอัลจาซีรา, เอพี และรวมถึง Middle East Eye ซึ่งอ้างว่าเป็นที่อยู่ของทหารฮามาส ทั้งที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน และสื่อหลายเจ้าก็ออกมาให้ข่าวว่าหากมีฮามาสอยู่ในตึกดังกล่าวก็คงไม่ใช้เป็นที่ตั้งของสำนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้อิสราเอลยังได้ประกาศบนทวิตเตอร์อันเป็นเหมือนการสื่อสารต่อสื่อมวลชนนานาชาติว่ากองกำลังภาคพื้นดินได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเข้าไปในฉนวนกาซา ซึ่งต่อมาสื่อของอิสราเอลรายงานว่าทวีตดังกล่าวเป็นการขู่หรือลวงให้นักรบฮามาสเข้าใจผิดเพื่อปรากฏตัวในที่แจ้งให้เห็นมากขึ้นนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การใช้โซเชียลมีเดียในจุดประสงค์ดังกล่าว ทำให้กองทัพอิสราเอลถูกกล่าวหาว่าใช้บัญชีทางการไปในทางที่ผิด ข่มขู่ประชาชน และกระจายข่าวบิดเบือน เป็นเหมือนการเผยแพร่อาชญากรรมสงครามสดๆ ผ่านทวิตเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มนักสิทธิมนุษยชนทางไซเบอร์เปรียบเทียบการดำเนินการของบริษัทโซเชียลมีเดียว่าใช้มาตรฐานที่แตกต่างกัน ในขณะที่ปิดกั้นกลุ่มเคลื่อนไหวของปาเลสไตน์ แต่กลับปล่อยให้บัญชีทางการของอิสราเอลดำเนินการตามวัตถุประสงค์ทางการเมืองและทางทหารได้ทั้งที่ผิดระเบียบของแพลตฟอร์ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บัญชีทวิตเตอร์ทางการของ Israel Arabic ได้โพสต์ข้อความ &amp;ldquo;Throwing Jews into the sea - โยนชาวยิวลงทะเล&amp;rdquo; อ้างว่ามาจาก &amp;ldquo;เบลลา ฮาดิด&amp;rdquo; นางแบบอเมริกันชื่อดังซึ่งเป็นลูกหลานของปาเลสไตน์ ความจริงแล้วเธอพูดว่า &amp;ldquo;From the river to the sea, Palestine will be free - จากแม่น้ำถึงทะเล ปาเลสไตน์จักมีเสรี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักสังเกตการณ์หลายคนยังเห็นความแตกต่างการใช้บัญชีทางการของกองทัพอิสราเอลในภาษาฮีบรูและภาษาอังกฤษ กล่าวคือ ในภาษาฮีบรูเนื้อหาจะมีความก้าวร้าวและน่าเกรงขาม แต่ในภาษาอังกฤษจะออกไปในทางตั้งรับหรือป้องกัน นำเสนอตัวเองในลักษณะเหยื่อของความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.แผนการศาลเตี้ยบนแอปส่งข้อความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มส่งข้อความอย่าง Signal, Whatsapp และ Telegram ถูกใช้โดยกลุ่มอิสราเอลขวาจัดในการส่งข้อความพร้อมรายละเอียดแผนการมุ่งทำร้ายชาวปาเลสไตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มแชตที่มีสมาชิกหลายร้อยคนอย่าง The Underground Unit มีคนเขียนข้อความว่า &amp;ldquo;พกมาทุกอย่าง มีด น้ำมัน&amp;rdquo; อีกคนเขียน &amp;ldquo;อย่ากลัว เราต่างหากคือผู้ถูกเลือก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่อีกกลุ่มแชตชื่อ Israel People Alive Haifa มีคนเขียนว่า &amp;ldquo;ถ้าเจอชาวอาหรับ ให้แทงทันที&amp;rdquo; อีกคนเขียน &amp;ldquo;โปรดมาพร้อมธง ไม้ มีด ปืน สนับมือ แผ่นไม้ สเปรย์พริกไทย หรืออะไรก็ได้ที่ทำร้ายพวกมันได้ เราจะฟื้นคืนศักดิ์ศรีของชาวยิว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ใช้ Whatsapp คนหนึ่งเขียนว่า &amp;ldquo;เราต้องการระเบิดขวด ไปที่สุเหร่า ไปทำให้พวกมันสั่นกลัว เราจะเผาบ้าน รถยนต์ และทุกๆ อย่างของมัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Fake Reporter กลุ่มเฝ้าระวังการบิดเบือนข้อมูลของทางอิสราเอล รายงานว่า พวกเขาได้ส่งเรื่องให้กับทางตำรวจและสื่ออิสราเอลเมื่อสัปดาห์ก่อนเกี่ยวกับการข่มขู่โจมตีชีวิตและธุรกิจของชาวปาเลสไตน์จากกลุ่มขวาจัดในแอปส่งข้อความ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการดำเนินการเอาผิดใดๆ โดยสื่ออิสราเอลบางส่วนตอบโต้กลับมาว่าไม่มีประโยชน์ที่จะรายงาน เพราะอาชญากรรมยังไม่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.กองทัพซอมบี้ไซเบอร์ที่รัฐสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แพลตฟอร์มออนไลน์ Act.IL ของอิสราเอลถูกพัฒนาขึ้นมาเมื่อ 4 ปีก่อน เพื่อตั้งกองทัพอันธพาลไซเบอร์จำนวนหลายพันแทรกซึมเข้าไปในสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่มีการสนทนาถกแถลงกันในประเด็นอิสราเอล-ปาเลสไตน์ กองทัพอันธพาลหรือเหล่าซอมบี้ไซเบอร์ได้รับคำสั่งจากแพลตฟอร์ม Act.IL ให้โพสต์ รีทวิต กดไลค์ ในทิศทางสนับสนุนอิสราเอล ต่อต้านปาเลสไตน์ นอกจากนี้ก็ตั้งหัวข้อรณรงค์กันขึ้นมาเพื่อล่ารายชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกเขาได้รับข้อความที่เป็นข้อคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่มีลักษณะเหมือนกัน (เทมเพลต) จากเจ้าแพลตฟอร์มดังกล่าวเพื่อจะได้ &amp;ldquo;ก๊อปปี้&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;วาง&amp;rdquo; ลงในหัวข้อสนทนาต่างๆ ตามสังคมออนไลน์ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ Act.IL ผนึกกำลังกับกระทรวงความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ (Ministry of Strategic Affairs) โดยรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงได้กล่าวถึงแพลตฟอร์มนี้ว่าเป็น &amp;ldquo;โดมเหล็กแห่งความจริง&amp;rdquo; เพื่อล้อกับชื่อ &amp;ldquo;โดมเหล็ก&amp;rdquo; ระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล โดยแพลตฟอร์มนี้ได้รับทุนสนับสนุนและกำหนดทิศทางการดำเนินงานจากรัฐบาลอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักวิชาการชื่อ &amp;ldquo;ไมเคิล บูเอคเคิร์ต&amp;rdquo; รองประธาน Canadians for Justice and Peace in the Middle East ใช้บัญชีทวิตเตอร์ของเขาในการเฝ้าสังเกตและเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหลของแอป Act.IL ได้กล่าวว่า กระทรวงความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ของอิสราเอลมีนโยบายในการทำงานกับองค์กรแนวหน้าเพื่อหลบซ่อนบทบาทของรัฐอิสราเอลไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หนึ่งในเป้าหมายหลักของแอปนี้ก็คือการทำให้ดูเหมือนว่าพฤติกรรมของผู้ใช้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐหรือกลุ่มผลประโยชน์ใดๆ และออกแบบกิจกรรมในโซเชียลมีเดียที่สนับสนุนอิสราเอลให้ดูเหมือนว่าเป็นไปโดยธรรมชาติ เกิดขึ้นเอง หรือที่เรียกว่าออร์แกนิก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แอปนี้ได้จัดให้มีการถล่มหรือรุมใส่แฮชแท็กในทวิตเตอร์ด้วยคำว่า &amp;ldquo;Right to Self Defence&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;Israel Under Fire&amp;rdquo; - &amp;ldquo;สิทธิในการป้องกันตนเอง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อิสราเอลกำลังลุกเป็นไฟ&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังได้ใช้ช่องในแอป Telegram ของพวกเขาในการส่ง &amp;ldquo;ภารกิจ&amp;rdquo; ให้แก่ผู้ใช้งานเพื่อเผยแพร่วาทกรรมแห่งความเกลียดชังต่อชาวปาเลสไตน์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**********************&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เว็บไซต์ The Conversation เผยแพร่บทความเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา หัวข้อ Social media platforms are complicit in cersoring Palestinian voices (โซเชียลมีเดียมีส่วนร่วมในการปิดปากชาวปาเลสไตน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื้อหาตอนหนึ่งมีว่า กลุ่มสิทธิมนุษยชนด้านไซเบอร์ของชาวปาเลสไตน์ Sada Social ได้รับแจ้งจากชาวปาเลสไตน์ที่ใช้โซเชียลมีเดียว่ามีการลบหรือแขวนบัญชีมากกว่า 200 กรณีที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงในชุมชนชีคจาร์ราห์ ในขณะที่กลุ่ม 7amleh และ The Arab Center for the Development of Social Media บันทึกการละเมิดสิทธิชาวปาเลสไตน์ในการใช้โซเชียลมีเดียได้ประมาณ 500 กรณี ระหว่างวันที่ 6-19 พฤษภาคม โดยมาจากอินสตาแกรม 50 เปอร์เซ็นต์ เฟซบุ๊ก 35 เปอร์เซ็นต์ ทวิตเตอร์ 11 เปอร์เซ็นต์ และติ๊กต๊อก 1 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อัชราฟ ไซตูน&amp;rdquo; อดีตหัวหน้าฝ่ายนโยบายของเฟซบุ๊กในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ กล่าวกับ &amp;ldquo;อัลจารีราพลัส&amp;rdquo; ว่ามีการกดดันทั้งในอดีตและดำเนินอยู่ต่อเนื่องอย่างเป็นระบบจากรัฐบาลอิสราเอลในการปิดกั้นการแสดงออกในโซเชียลมีเดียของชาวปาเลสไตน์ เฟซบุ๊กร่วมมือกับฝ่ายสนับสนุนอิสราเอลมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายโฆษกของเฟซบุ๊กแก้ข่าวโดยการให้สัมภาษณ์ว่า อัชราฟ ไซตูน ทำงานกับเฟซบุ๊กไม่นานกว่า 4 ปี และไม่มีความรู้โดยตรงเกี่ยวกับกระบวนการการตัดสินใจของเฟซบุ๊กในเรื่องเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเพื่อสยบคำครหาต่างๆ นานา เฟซบุ๊กได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยการจ้างพนักงานผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นจำนวนหนึ่งที่พูดได้ทั้งภาษาอารบิกและฮีบรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฟซบุ๊กมีสำนักงานในอิสราเอล และมีผู้อำนวยการนโยบายสาธารณะสำหรับประเทศอิสราเอลและชาวยิวในดินแดนอื่นๆ เป็นการเฉพาะ เขาคนนี้คือ &amp;ldquo;จอร์ดานา คัตเลอร์&amp;rdquo; อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี &amp;ldquo;เบนจามิน เนทันยาฮู&amp;rdquo; ส่วนผู้ดูแลในส่วนของปาเลสไตน์เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปีที่แล้วเฟซบุ๊กตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาเพื่อดูในเรื่องการปิดกั้นการแสดงความเห็นผ่านสังคมออนไลน์ที่เฟซบุ๊กถูกวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น แต่ก็ถูกตั้งคำถามถึงความชอบธรรมอีกจนได้เมื่อผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาคือ &amp;ldquo;เอมิ พาลมอร์&amp;rdquo; อดีตผู้อำนวยการทั่วไปของหน่วยงานไซเบอร์ กระทรวงยุติธรรมอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้เขียนอธิบายทิ้งท้ายว่า รูปแบบที่เป็นอยู่ทำให้เกิดความเข้าใจได้ว่าบริษัทโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่กับนักการเมืองกำลังทำงานร่วมกันอย่างขันแข็งในการควบคุมพื้นที่ของเนื้อหาและเสียงสะท้อนของแต่ละฝักฝ่ายในโลกออนไลน์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;//////&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104605</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฎ, โซเชียลมีเดียในความขัดแย้ง ‘อิสราเอล-ปาเลสไตน์’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f6a0504095.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
