<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัตวแพทย์เร่งช่วย &#039;ช้างป่วย&#039; ปวดขาหน้าจนทรุดหนัก ควาญเผยยืนหลับมานาน 3 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.64 - น.ส.โซไรดา ซาลวาลา เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง เปิดเผยว่าเมื่อเวลาประมาณ 03.40 น. วันนี้ ทางโรงพยาบาลมูลนิธิเพื่อนช้างได้รับช้างพังจันทร์นวล อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นช้างของปางช้างเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ป่วยด้วยอาการเจ็บขาซ้ายหน้า หลังจากเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563&amp;nbsp;ช้างล้มแล้วลุกไม่ขึ้น สัตว์แพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ฉีดยาแก้ปวด และเมื่อสองวันที่ผ่านมากินหญ้าน้อยลง จนเมื่อวานนี้ช้างล้มลงอีกครั้งและลุกไม่ขึ้นจึงได้นำตัวขึ้นรถบรรทุกส่งมารักษายังโรงพยาบาลมูลนิธิเพื่อนช้าง โดยตลอดการเดินทางทางสัตว์แพทย์ได้ให้สารน้ำไว้ และด้วยช้างประคองตัวเองไม่ไหว จึงใช้รถเครนช่วยพยุงในรถโดยใส่สายประคองไว้จนถึงโรงพยาบาล แต่ยังนำช้างลงจากรถไม่ได้ รอถึงเช้า เวลาประมาณ 05.40 น. ช้างเริ่มทรุดตัว สัตว์แพทย์รีบฉีดยากันช็อก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. รถของทางสมาคมสมาพันธ์ช้างไทย มาถึงได้ช่วยประคองพังจันทร์นวลให้ยืนและใช้เครนประคองย้ายพังจันทร์นวลจากรถบรรทุกมายังรถกู้ภัยช่วยช้างของ สมค.สมาพันธ์ฯ ก่อนจะใช้เครนช่วยประคองและพยุงนำเข้าหน่วยรักษาที่ 1 จากนั้นสัตว์แพทย์ได้ให้ช้างพังจันทร์นวลนอนและเติมสารน้ำ สารอาหาร วิตามีน ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ พร้อมกับให้ออกซิเจนช่วย หลังจากที่ตรวจพบว่าช้างเยื่อเมือกซีด จากนั้นพังจันทร์นวลก็หลับยาวจนถึงประมาณ 11.00 น. ช้างเริ่มรู้สึกตัวและขยับร่างกายบ้าง สัตว์แพทย์ได้นำเครื่องเรเซอร์มาใช้เพื่อช่วยลดอาการปวดและอักเสบบริเวณขาหน้าซ้ายของพังจันทร์นวลเป็นเวลา 10นาที&amp;nbsp;ซึ่งจะทำวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้ช้างคลายความเจ็บปวดบริเวณขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประจวบ โศรสพร ควาญพังจันทร์นวล เล่าว่า ตนเองดูแลพังจันทร์นวลมา 5 ปีแล้ว ที่ผ่านมาก็แปลกใจเหมือนกันว่าช้างไม่ยอมล้มตัวลงนอนหลับเหมือนช้างเชือกอื่น จะยืนหลับและหากมีต้นไม้ก็จะยืนพิงหลับมาตลอดกว่า 3 ปีแล้ว จนกระทั่งช้างล้มลงเพราะมีอาการเจ็บขา หมอก็ให้ยา อาการดีขึ้น จากนั้นเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาช้างล้มอีก ครั้งนี้ลุกไม่ค่อยขึ้น สัตว์แพทย์มาดูอาการก็ให้ยาแก้ปวด ก็คิดว่าจะดีขึ้น แต่ครั้งนี้อาการหนักขึ้นช้างลุกไม่ขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเจ็บขา ส่วนสาเหตุที่ช้างเจ็บขาและไม่ยอมล้มตัวลงนอนหลับนั้นคาดว่าช้างอาจจะกลัวว่าหากนอนลงแล้วจะลุกไม่ขึ้น เพราะช้างเคยตกห้วยที่ลึกประมาณ 5-6 เมตร จนเจ็บขาและเดินขากะเผลกตั้งแต่นั้นมา แต่ไม่ได้มีการเอ็กซเรย์จึงไม่รู้ว่ากระดูกขาของช้างแตก หัก หรือเป็นอย่างไร ส่วนที่ช้างไม่ยอมล้มตัวลงนอนก็คาดว่าน่าจะมีส่วนที่ทำให้ช้างทรุดหนักลงเพราะทนรับน้ำหนักตัวเองมาตลอดหลายปี ซึ่งขณะนี้ช้างยังอ่อนเพลีย ทางสัตว์แพทย์ได้ดูแลอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90473</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, มูลนิธิเพื่อนช้าง, โซไรดา ซาลวาลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_60080afed61db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่กับโรคด้วยความเข้าใจ คนหลัก 6 อุทิศตัวเพื่อช้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(โซไรดา ซาลวาลา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นผู้หญิงเก่งและแกร่งที่อุทิศตัวเองเพื่อการดูแลช้างเจ็บป่วยและพิการมานานเกือบทั้งชีวิตก็ว่าได้ สำหรับ คุณโซ-โซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้ง กรรมการและเลขาธิการ &amp;ldquo;มูลนิธิเพื่อนช้าง&amp;rdquo; ทั้งนี้คุณโซในวัย 63 ปี เล่าให้ฟังว่า ตัวเองป่วยตั้งแต่เด็ก เริ่มตั้งแต่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือ SLE ทำให้ปัจจุบันแพ้อากาศที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงฝุ่นควันต่างๆ นอกจากนี้ก็เป็นโรคกระเพาะอาหาร อีกทั้งที่ผ่านมาก็ต้องผ่าตัดกระดูกสันหลัง รวมถึงยังป่วยเป็นโรค MS หรือปลอกประสาทในสมองอักเสบ ทำให้มีปัญหาเรื่องการทรงตัวไม่ดีเท่าที่ควร ต้องใช้ไม้เท้าช่วยเวลาเดิน และล่าสุดก็ตรวจพบหินปูนเกาะที่หัวไหล่ และกำลังจะเตรียมผ่าตัด แต่ได้เลื่อนการผ่าตัดกับคุณหมอมา 2 ครั้งแล้ว เนื่องจากติดภารกิจในการทำงานเพื่อดูแลช้างป่วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มีหลายคนถามคุณโซว่า โรคเยอะขนาดนี้เราอยู่มาได้อย่างไร เพราะทุกวันนี้นอกจากโรคประจำตัวที่เป็น ยังมีอาการปวดเมื่อยร่างกายอยู่ตลอดเวลา แต่ส่วนตัวก็จะปฏิเสธการกินยาแก้ปวด เพราะไม่ใช่นั้นเราจะต้องพึ่งยาแก้ปวดอยู่ตลอดเวลา แต่ยารักษาโรคประจำตัวอื่นๆ ก็รับประทานอย่างสม่ำเสมอค่ะ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะจิตใจล้วนๆ เพราะเราทำอะไรไม่ได้ เมื่อรู้ว่ามีโรคประจำตัว เราก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ เพราะเรายังต้องทำงานในหน้าที่ของเราอยู่ ดังนั้นถ้าวันไหนเราปวดตัวมากๆ ก็จะนอนพักนิ่งๆ อยู่บนเตียง และพยายามไม่กินยาแก้ปวดที่อาจจะมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย กระทั่งอาการปวดเริ่มดีขึ้นก็จะค่อยๆ ลุกขึ้นมาทำงาน เพราะถ้าหากว่าเราป่วย และเราไม่ทำงานอะไรเลย มันก็ยิ่งจะทำร้ายจิตใจ ยิ่งทำให้เรารู้สึกแย่มากขึ้น ดังนั้นเราจึงมาคิดว่าเรามีโรคประจำตัวก็จริง แต่เราก็ต้องลุกขึ้นมาทำงานอะไรสักอย่าง มันจะทำให้เรามีกำลังใจเพื่อให้ชีวิตของเรามีคุณภาพ ที่สำคัญเวลาป่วยเราก็ต้องหยุดพักเพื่อให้จิตใจของเรามีพลัง พอหายป่วยก็ต้องลุกมาทำงานต่อค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการออกกำลังกายนั้น เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพอยู่หลายโรค แต่เราก็จะพยายามเดินให้เยอะที่สุด และถ้าหากวันไหนเดินมากๆ กระทั่งรู้สึกปวดตัวก็จะหยุดพักไป 1 วัน และพยายามอยู่นิ่งๆเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด และลุกขึ้นมาทำงานในวันรุ่งขึ้นเมื่อเรารู้สึกดีขึ้น ก็จะบริหารตัวเองอย่างนี้เสมอมา เพราะเราต้องอยู่กับโรคให้ได้ นอกจากนี้หากว่าวันไหนเรารู้สึกปวดตัวมากๆ ก็จะเปิดเพลงฟัง ซึ่งเสียงเพลงช่วยได้ หรือหากนิ้วบวมเพราะพิมพ์ข้อมูลมาก ก็จะเปลี่ยนมาใช้การบันทึกด้วยเสียงแทนค่ะ เพราะเราต้องช่วยตัวเอง และอยู่กับสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้ได้ ที่สำคัญแม้ว่าตัวเองจะไม่สามารถไปเที่ยวที่ไหนได้ ขอแค่ตัดดอกไม้สวยๆ สัก 1 ดอกมาใส่แก้วน้ำ ก็ทำให้เรารู้สึกสดชื่นแล้ว แม้ว่าไม่ได้ออกไปพักผ่อนที่ไหนก็ตาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ก่อตั้ง กรรมการและเลขาธิการ &amp;ldquo;มูลนิธิเพื่อนช้าง&amp;rdquo; บอกอีกว่า &amp;ldquo;นอกจากนี้เสียงเพลงจากวิทยุทั้งเพลงสมัยเก่าอย่างเพลงสุนทราภรณ์ เพลงภาษาอังกฤษยุคเก่า และเพลงลูกทุ่ง มันทำให้ใจของเราสดชื่น ส่วนหนึ่งเราทำงานอยู่ในป่า ดังนั้นถ้ามีเสียงเพลง อาทิ เพลงสุนทราภรณ์ เปิดคลอเบาๆ ขณะทำงาน ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลายค่ะ และถ้าหากวันไหนที่คุณโซพูดเสียงดัง หรือทีมงานของเราที่ดูแลช้างอยู่ทั้งหมด 20 คน ซึ่งมีสัตวแพทย์ดูแลช้างรวมอยู่ 2 คน เริ่มใช้เสียงดังใส่กันในการทำงาน เราก็จะตั้งกล่องรับบริจาค โดยหากพูดเสียงดังจะต้องหย่อนกล่อง 50 บาท เพื่อเป็นรายได้สวัสดิการ ให้กับพนักงานของเรา ส่วนหนึ่งก็เพื่อสร้างความผ่อนคลายในการทำงาน เพราะงานที่ทำมันค่อนข้างเครียดค่ะ เนื่องจากที่ผ่านมาเราเคยเจอเคสช้างป่วย และเราต้องดูแลตลอด 24 ชั่วโมงติดต่อกันถึง 3 วัน กระทั่งบางครั้งเราต้องไล่สัตวแพทย์ไปนอนและเฝ้าเอง ซึ่งถ้าหากมีเหตุการณ์ด่วนก็ค่อยไปตามคุณหมอช้าง เพราะเรามองว่าการให้กำลังใจในการทำงานกับทีมงานเป็นเรื่องที่สำคัญค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นทุกคนก็จะเครียดกันไปหมด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามถึงการทำงานในวัยหลัก 6 กันบ้าง คุณโซไรดา บอกว่า &amp;ldquo;ทุกวันนี้ยังทำงานอยู่ ปัจจุบันมีช้างที่อยู่ในการดูแลของเราทั้งหมด 9 เชือก แต่รักษาจนอาการดีขึ้น 4 เชือกและกลับไปแล้ว เหลือเพียง 5 เชือกที่ต้องดูแลรักษากับเราไปตลอด ซึ่งเป็นช้างเล็ก 3 เชือก และช้างใหญ่ 1 เชือก ที่เหลือก็จะเป็นช้างป่วยที่เข้ามารักษา กระทั่งหายกลับบ้านไป ก็จะมีสลับสับเปลี่ยนกันประมาณนี้ค่ะ ที่สำคัญเราต้องมีพนักงานคอยดูแลช้างที่เข้ามารับการรักษา เนื่องจากควานช้างส่วนใหญ่ก็จะมีงานประจำ หรือทำไร่ทำสวน ซึ่งบางครั้งก็ต้องแบ่งเวลากลับไปทำงานประจำค่ะ เราก็ต้องมีทีมพนักงานคอยดูแลช้างระหว่างเข้ารับการรักษากับเราด้วยเช่นกัน ดังนั้นการทำงานในวัยเกษียณของตัวเอง คิดว่าอย่างน้อยๆ ก็จะเป็นแบบอย่างให้กับคนวัยหลัก 60 กว่าๆ ที่ยังแข็งแรงได้ทำงาน เนื่องจากปัจจุบันก็จะมีหลายหน่วยงานที่รับคนวัยเกษียณทำงาน ก็จะทำให้ไม่เหงาเศร้าซึมอยู่กับบ้านค่ะ แต่อาจจะต้องเลือกงานที่ไม่ได้หนักมากสำหรับคนวัยนี้ค่ะ&amp;rdquo;. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58352</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, มูลนิธิเพื่อนช้าง, โซไรดา ซาลวาลา, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e57b620e5551.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกศพเซ่นหนาว สาวใหญ่ชัยภูมิ ดวดเหล้า-นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนาวตายอีกราย สาวใหญ่ดวดเหล้าแล้วนอนไม่ห่มผ้า ซ้ำยังเปิดพัดลม ถึงเช้าตัวแข็ง น่านยังประกาศเขตภัยพิบัติไม่ได้ เปิดรับบริจาคช่วยประชาชน อุตุฯ เผยอุณหภูมิขยับขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังหนาวจัดในภาคเหนือและอีสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันที่ 11 ธันวาคมนี้ ร.ต.อ.สุเมธ เสนากร รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ว่ามีคนเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 266 บ้านกุดเหม่ง หมู่ที่ 2 ต.ชีลอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมแพทย์โรงพยาบาลชัยภูมิ และหน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมชัยภูมิ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในห้องนอนพบ น.ส.กุสน อ้อนชัยภูมิ อายุ 57 ปี นอนตัวแข็ง สวมเสื้อแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้น ภายในห้องนอนยังพบพัดลมเปิดอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแพร อ้อนชัยภูมิ อายุ 70 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตได้ดื่มสุราแล้วกินข้าว ก่อนเข้านอนเร็วกว่าทุกวัน เพราะไม่ได้ดูทีวี จนกระทั่งเช้าตนไม่เห็นน้องสาวตื่นขึ้นมาหุงข้าวจึงมาปลุก เมื่อเดินเข้าไปในห้องนอนดึงขาเพื่อปลุกให้ตื่น แต่ต้องตกใจเมื่อพบว่าน้องสาวเสียชีวิตไปนานแล้ว โดยที่ไม่ห่มผ้า อีกทั้งยังเปิดพัดลมอีกด้วย จึงรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้านใกล้เคียง และโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตั้งแต่เข้าสู่ฤดูหนาวปีนี้ จังหวัดชัยภูมิมีผู้เสียชีวิตจากอากาศหนาวมาแล้ว 4 ราย ล่าสุด น.ส.กุสน เป็นรายที่ 5 ซึ่งเป็นสถิติการเสียชีวิตสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา และสาเหตุส่วนใหญ่มักมีพฤติกรรมดื่มสุราแก้หนาวแล้วเข้านอนโดยไม่ห่มผ้า รวมทั้งเปิดพัดลมนอนในช่วงที่มีอากาศหนาวจัด ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันจนเกิดอาการชาเกร็งแข็งไปทั้งตัวก่อนช็อกเสียชีวิตฉับพลัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชียงใหม่ ยังคงเกิดเหมยขาบหรือน้ำค้างแข็งขาวโพลนปกคลุมบนดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นวันที่ 5 หลังอุณหภูมิต่ำสุดที่กิ่วแม่ปานวัดได้ 0 องศาเซลเซียส ส่วนที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์วัดได้ 4 องศาเซลเซียส และที่บริเวณยอดดอยอินททนท์วัดได้ 6 องศา นักท่องเที่ยวต่างพากันไปสัมผัสอากาศหนาวคับคั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำปาง นางสาวโซไรดา ซาลวาลา เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง อ.ห้างฉัตร ให้เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิและสัตวแพทย์ที่ดูแลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง ช่วยกันนำสแลนล้อมรอบโรงเรือนเลี้ยงช้างป้องกันลม และก่อไฟบริเวณภายนอกโรงเรือนเลี้ยงช้างรวม 9 จุด นอกจากนี้ยังใช้ผ้าห่มห่มให้ช้างเล็กเพื่อเพิ่มความอบอุ่นด้วย เนื่องจากอากาศหนาวเป็นลำดับ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนและดึก อุณหภูมิจะลดลงเหลือประมาณ 7-8 องศา ประกอบกับบริเวณโรงเรือนเลี้ยงช้างอยู่กลางแจ้ง ทำให้ลมพัดตลอดเวลา ซึ่งหากปล่อยไว้ตามธรรมชาติ อากาศที่หนาวเหน็บอาจจะส่งผลให้ช้างใหญ่ปอดบวม ส่วนช้างเล็กจะตายได้ง่าย เพราะช้างเป็นสัตว์เลือดอุ่นเหมือนคน หากหนาวมากๆ แล้วไม่ได้รับความอบอุ่นจะมีอาการสั่นมากถึงขั้นเกร็ง และล้มได้ในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าน แพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิช ผอ.รพ.น่าน และชมรมจริยธรรม รพ.น่าน ได้จัดทำโครงการ &amp;ldquo;ไม่เอาอะไรนอกจากผ้าห่ม&amp;rdquo; เพื่อขอรับบริจาคผ้าห่มกันหนาว นำไปมอบให้กับผู้ป่วยและญาติที่มานอนเฝ้าไข้ ที่ต้องประสบกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดและมีผ้าห่มกันหนาวไม่เพียงพอ โดยมีประชาชน หน่วยงานและภาคีเครือข่าย ร่วมกันนำผ้าห่มมาบริจาคที่โรงพยาบาลน่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผวจ.น่าน พร้อมด้วยนางเบ็ญจวรรณ ศรีทิพากร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน และหัวหน้าสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ร่วมกันส่งมอบผ้าห่มกันหนาวเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นแก่ผู้ขาดแคลน โดยเฉพาะประชาชนบนพื้นที่สูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรกิตติกล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้เร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ขาดแคลนผ้าห่มกันหนาวทั้ง 15 อำเภอ โดยยังไม่สามารถประกาศภัยหนาวได้ เนื่องจากสภาพอากาศยังไม่เข้าตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันจัดกิจกรรม &amp;ldquo;คลายหนาว ช่วยชาวน่านให้นอนอุ่น&amp;rdquo; รับบริจาคผ้าห่มและเครื่องกันหนาว เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาความหนาวเย็นของประชาชนที่ยังขาดแคลน ในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ เวลา 15.00 น. ณ ลานข่วงเมืองน่าน ผู้ใจบุญสามารถนำผ้าห่ม เสื้อกันหนาว เครื่องกันหนาว เช่น ถุงมือ ถุงเท้า นำมาร่วมบริจาคได้ หรือร่วมบริจาคทรัพย์เพื่อจัดซื้อผ้าห่มและสิ่งของจำเป็น ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาน่าน ชื่อบัญชี คลายหนาว ช่วยชาวน่านให้นอนอุ่น เลขที่บัญชี 507 3237 528&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศในรอบสัปดาห์ ดังนี้ ในช่วงวันที่ 11-12 ธ.ค.62 ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกบางในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในบริเวณพื้นราบของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 8-16 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-24 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 13-17 ธ.ค.62 ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 10-21 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-13 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส ภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 11-12 ธ.ค.62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็น รวมถึงระมัดระวังในเรื่องอัคคีภัยเนื่องจากอากาศแห้งและลมแรงไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 13-17 ธ.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่หมอกหนาไว้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52273</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร.ต.อ.สุเมธ เสนากร, วรกิตติ ศรีทิพากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิช, แพร อ้อนชัยภูมิ, โซไรดา ซาลวาลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191211/image_big_5df0ef2519441.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดยื้อ! ช้างงาเดียวป่วยล้มกะทันหัน เร่งวินิจฉัยสาเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.61 - นางสาวโซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลช้างแห่งแรกของโลกที่ จ.ลำปาง และเป็นเลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิเพื่อนช้าง ได้เชิญหมอพื้นบ้านมาทำพิธีปัดพลายเพื่อเป็นการขอขมาและส่งดวงวิญญาณของช้างพลายเอกชัย ซึ่งเป็นช้างงาเดียวให้ไปสู่สุคติ หลังล้มเมื่อเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาด้วยอาการป่วยกะทันหัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช้างพลายเอกชัย อายุ 44 ปี เป็นช้างงาเดียว อดีตเป็นช้างที่เคยทำงานชักลากไม้ ก่อนที่จะมาเป็นช้างในด้านการท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ ได้ล้มป่วยอย่างกะทันหันเมื่อสองวันที่ผ่านมา และส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ซึ่งช้างเชือกดังกล่าวมีอาการท้องบวม หายใจลำบาก คาดว่าเกิดจากระบบทางเดินอาหาร และการย่อยอาหาร เนื่องจากช้างไม่ถ่าย ไม่ปัสสาวะหลายวัน ตลอดจนมีอาการยืนซึม งวงตก ลิ้นบวมและห้อยออกมา คณะสัตว์แพทย์ได้ทำการเร่งรักษาและช่วยชีวิต แต่สุดท้ายช้างคงทนความเจ็บปวดไม่ไหวและได้ล้มเสียชีวิตลงในที่สุด นับเป็นความสูญเสียด้านประชากรช้างไทยไปอีกหนึ่งเชือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับซากช้างทางเจ้าของได้ไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ นายทะเบียน อ.ห้างฉัตร ว่า มีช้างที่มีงาล้มเสียชีวิต ก่อนที่จะทำการถอดงาความยาวกว่า 1 เมตรออกแล้วเคลื่อนย้ายซากช้างกลับไปยังภูมิลำเนาใน จ.เชียงใหม่ ต่อไป ส่วนทางคณะสัตว์แพทย์ก็จะได้ติดตามดูผลตรวจทางห้องปฎิบัติการที่มูลนิธิได้ส่งชิ้นเนื้อ และเลือดช้างไปตรวจ เพื่อจะได้ทราบว่าช้างพลายเอกชัยป่วย และเสียชีวิตลงด้วยสาเหตุใดกันแน่ เพื่อจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการวินิจฉัยและรักษาช้างในอนาคตที่อาจจะเจ็บป่วยในลักษณะอาการเช่นเดียวกันได้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19693</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, ช้างงาเดียว, ช้างพลายเอกชัย, ช้างล้ม, มูลนิธิเพื่อนช้าง, โซไรดา ซาลวาลา, โรงพยาบาลช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf24163aca0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดยื้อ! ช้างงาเดียวป่วย2วันล้มกะทันหัน เร่งวินิจฉัยหาสาเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.61 - นางสาวโซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลช้างแห่งแรกของโลกที่ จ.ลำปาง และเป็นเลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิเพื่อนช้าง ได้เชิญหมอพื้นบ้านมาทำพิธีปัดพลายเพื่อเป็นการขอขมาและส่งดวงวิญญาณของช้างพลายเอกชัย ซึ่งเป็นช้างงาเดียวให้ไปสู่สุคติ หลังล้มเมื่อเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาด้วยอาการป่วยกะทันหัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช้างพลายเอกชัย อายุ 44 ปี เป็นช้างงาเดียว อดีตเป็นช้างที่เคยทำงานชักลากไม้ ก่อนที่จะมาเป็นช้างในด้านการท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ ได้ล้มป่วยอย่างกะทันหันเมื่อสองวันที่ผ่านมา และส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ซึ่งช้างเชือกดังกล่าวมีอาการท้องบวม หายใจลำบาก คาดว่าเกิดจากระบบทางเดินอาหาร และการย่อยอาหาร เนื่องจากช้างไม่ถ่าย ไม่ปัสสาวะหลายวัน ตลอดจนมีอาการยืนซึม งวงตก ลิ้นบวมและห้อยออกมา คณะสัตว์แพทย์ได้ทำการเร่งรักษาและช่วยชีวิต แต่สุดท้ายช้างคงทนความเจ็บปวดไม่ไหวและได้ล้มเสียชีวิตลงในที่สุด นับเป็นความสูญเสียด้านประชากรช้างไทยไปอีกหนึ่งเชือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับซากช้างทางเจ้าของได้ไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ นายทะเบียน อ.ห้างฉัตร ว่า มีช้างที่มีงาล้มเสียชีวิต ก่อนที่จะทำการถอดงาความยาวกว่า 1 เมตรออกแล้วเคลื่อนย้ายซากช้างกลับไปยังภูมิลำเนาใน จ.เชียงใหม่ ต่อไป ส่วนทางคณะสัตว์แพทย์ก็จะได้ติดตามดูผลตรวจทางห้องปฎิบัติการที่มูลนิธิได้ส่งชิ้นเนื้อ และเลือดช้างไปตรวจ เพื่อจะได้ทราบว่าช้างพลายเอกชัยป่วย และเสียชีวิตลงด้วยสาเหตุใดกันแน่ เพื่อจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการวินิจฉัยและรักษาช้างในอนาคตที่อาจจะเจ็บป่วยในลักษณะอาการเช่นเดียวกันได้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19692</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, ช้างงาเดียว, ช้างพลายเอกชัย, ช้างล้ม, มูลนิธิเพื่อนช้าง, โซไรดา ซาลวาลา, โรงพยาบาลช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf24163aca0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
