<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอส เปิดรับร้องเรียน ช่วยเหลือผู้บริโภคออนไลน์ ถูกหลอกโดนโกง ได้สินค้าไม่ตรงปก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย. 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลให้การใช้ชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไป มีพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น ทำธุรกรรมต่างๆ รวมถึง ซื้อ-ขายสินค้า บริการ และสั่งอาหาร ทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มต่างๆ มากขึ้นอย่างก้าวกระโดด&amp;nbsp;จึงทำให้ช่วงที่ผ่านมา เราจะมักพบเห็นข่าว ผู้บริโภคออนไลน์ถูกหลอกลวงและถูกโกงจากพ่อค้าแม่ค้าหัวใสแทบทุกวัน ทั้ง ซื้อของแล้วไม่ได้ของสินค้าไม่ตรงปก ถูกหลอกลวงให้กู้เงินออนไลน์ หรือแม้แต่แชร์ลูกโซ่ จนส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและชีวิตอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ (Online Complaint Center หรือ 1212 occ) ของ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา พบ ผู้บริโภคออนไลน์แจ้งเรื่องร้องเรียนมายังศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ 1212 OCC ทั้งหมด 28,393 ครั้ง สูงสุดเป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการซื้อขายของทางออนไลน์ถึง 62.59 % รองลงมาคือ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาเว็บไซต์ผิดกฎหมาย 27.06 % และหากลงรายละเอียดของปัญหาการซื้อขายของทางออนไลน์ พบว่า ส่วนใหญ่มักเป็นปัญหาการสั่งซื้อสินค้าแล้วไม่ได้รับสินค้า หรือ ได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่งไว้ 45% รองลงมาคือ &amp;nbsp; สินค้าไม่ได้มาตรฐานตามที่โฆษณา 29% และนอกจากนี้ จะเป็นปัญหาได้รับสินค้าล่าช้า สินค้าเสียหาย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กระทรวงดิจิทัลฯ ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทหลักในการส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลที่มีคุณภาพ อย่างมั่นคงปลอดภัย เกิดความเชื่อมั่นในการใช้งาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียบสากล จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้ตกเป็นเหยื่อปัญหาการซื้อขายของออนไลน์ รวมถึงปัญหาภัยคุกคามทางออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ให้สามารถเข้าถึงกระบวนการเยียวยาและได้รับความช่วยเหลือได้เร็วที่สุด จึงมอบนโยบายให้ ETDA โดย ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ 1212 occ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์&amp;nbsp;
ก่อนประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการช่วยเหลือคุ้มครองโดยเร็วที่สุด เกิดการสร้างระบบการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพครบวงจรมากยิ่งขึ้น ด้วยการบูรณาการสร้างความร่วมมือในการทำงานคุ้มครองดูแลผู้บริโภคระหว่างหน่วยงาน &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และล่าสุดได้ผสานความร่วมมือกับ 2 หน่วยงานสำคัญ อย่าง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) สู่การยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคออนไลน์เชิงรุก ผ่านความร่วมมือ ในการทำงานร่วมกันในมิติต่างๆ ทั้ง การให้คำแนะนำและคำปรึกษาในการจัดการและการแก้ปัญหาเรื่องร้องเรียน รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ทำให้การรับแจ้งเรื่องร้องเรียน รวมถึงการรับ-ส่งต่อเคส ระหว่างหน่วยงาน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน เพื่อให้การบรรเทาและการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเกิดขึ้นทันที ทั้งยังได้มีการแลกเปลี่ยนและเสริมสร้างความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคแก่ประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ระหว่างหน่วยงานด้วย เพื่อให้ทุกภาคส่วนเกิดความเชื่อมั่นและมั่นใจในการทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับประชาชนหรือผู้บริโภคที่สั่งซื้อสินค้า บริการต่างๆ ทางออนไลน์แล้ว เกิดปัญหา ถูกโกง หลอกลวง อย่านิ่งนอนใจ หรือปล่อยความทุกข์ไปกับการบ่น โพสต์ลงโซเชียลมีเดียตามช่องทางต่างๆ เท่านั้น ท่านสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียน หรือปัญหา หรือขอคำปรึกษาเข้ามาได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ 1212 occ ของ ETDA ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตามช่องทางติดต่อต่างๆ ถึง 4 ช่องทาง คือ 1) สายด่วนโทร.1212 2) อีเมล 1212@mdes.go.th 3) เว็บไซต์ https://www.1212occ.com 4) เฟซบุ๊ก &amp;quot;ข้อมูลข่าวสาร 1212 OCC https://www.facebook.com/1212OCC &amp;nbsp;(คุยที่แช็ตบอต m.me/1212OCC) จากนั้นศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ จะทำการประสานต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ท่านเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือและได้รับการเยียวยาอย่างทันท่วงทีมากที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117554</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดีอีเอส, ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ 1212 OCC, สินค้าไม่ตรงปก, โดนหลอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbe3e272f93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เตือนซื้อ&#039;รถออนไลน์- รถมือสอง&#039;ระวังได้แต่รูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.64-พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปราม จับกุม นายพีรศิลป์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 197/2564 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ซึ่งต้องหาว่า &amp;ldquo;ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง&amp;nbsp; นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ&amp;nbsp; โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; และยังมีหมายจับในข้อหาเดียวกันอีกสองหมาย คือ หมายจับศาล จ.ขอนแก่น และหมายจับศาล จ.สุรินทร์ รวมทั้งหมด 3 หมายจับ เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมาโดยคนร้ายได้เปิดเฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;เฮียบอล รถบ้าน&amp;rdquo; หลอกขายสินค้ามือสอง เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์&amp;nbsp; รถไถนา รถเกี่ยวข้าว รวมไปถึงพ่อวัวพันธุ์บลามันห์&amp;nbsp; โดยเปิดขายสินค้ามาแล้วประมาณ 3 ปี แต่ไม่เคยมีผู้เสียหายรายใดได้รับสินค้าตามที่ตกลงซื้อขาย ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประชาชนทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายจำนวนหลายล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ก่อนหน้านี้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)ก็ได้มีการจับกุมผู้ต้องหาโพสต์ขายรถยนต์ดังกล่าวในเพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;รถหลุดจำนำหลักหมื่น&amp;rdquo; ซึ่งมีการโพสต์ประกาศชื้อขายรถยนต์หรูและรถต่าง ๆ วันละไม่ต่ำกว่า 30 - 40 คัน ในราคาถูกกว่าท้องตลาดมาก โดยอ้างว่าเป็นรถหลุดจำนำ สามารถซื้อไปใช้งานได้ถูกต้องตามกฎหมายและต่อภาษีประจำปีได้ แต่จากการตรวจสอบพบว่ารถยนต์ที่ประกาศขาย มีการใช้แผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีปลอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;จะเห็นว่ามิจฉาชีพได้ใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ที่ประชาชนนิยมใช้งาน เป็นช่องทางในการหลอกลวง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เคยเตือนภัยแล้ว แต่ก็ยังมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่ออยู่เรื่อยมา จึงขอประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชนที่มีความประสงค์ซื้อรถผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ว่า ควรเลือกซื้อรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ มีสมุดคู่มือการจดทะเบียน หมายเลขตัวถัง หมายเลขเครื่องยนต์ ไม่มีการขูดลบ แก้ไข และตรงตามคู่มือการจดทะเบียน มีเอกสารชุดโอนกรรมสิทธิ์ครบถ้วน และควรมีการทำสัญญาซื้อขายที่มีการลงลายมือชื่อทั้งฝ่ายผู้ขายและผู้ซื้อ หากเกิดกรณีมีปัญหาภายหลัง สามารถใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีทางกฎหมายได้ และเมื่อตกลงซื้อขายรถกัน ควรนัดไปแจ้งโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมการขนส่งทางบกให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวต่อ&amp;nbsp; หากท่านไม่อยากตกเป็นเหยื่อถูกฉ้อโกงหลอกขายรถ ควรตั้งสติอย่าเห็นแก่รถที่นำมาโฆษณาในราคาถูก และอย่ารีบโอนเงิน ควรตรวจสอบรายละเอียดเบื้องต้นของผู้โพสต์ขายว่าเป็นบัญชีสื่อสังคมออนไลน์จริงหรือบัญชีอวตาร (บัญชีที่สร้างขึ้นมาเพื่อก่ออาชญากรรมออนไลน์) และให้นำชื่อ,หมายเลขบัญชีธนาคาร ,หมายเลขโทรศัพท์ และรายละเอียดของผู้ขายทั้งหมด ไปตรวจสอบในเว็บไซต์ Search engine เช่น Google ว่าเคยมีประวัติการโกงหรือไม่อย่างไร และไม่ควรซื้อรถมือสองจากเพจเฟซบุ๊กที่มีการโฆษณาขายรถในลักษณะ รถหลุดจำนำ รถหนีไฟแนนซ์ ฯ เนื่องจากรถที่นำมาประกาศขายมักเป็นรถที่ได้มาโดยไม่ถูกต้อง เช่น ขาดการชำระค่างวดกับสถาบันการเงิน หรือเป็นรถที่ถูกโจรกรรม ซึ่งผู้ขายอาจมีการปลอมแปลงแผ่นป้ายทะเบียน ป้ายการแสดงการชำระภาษีประจำปี จากนั้นจึงนำมาประกาศขายให้กับประชาชนในราคาถูกกว่าท้องตลาดมาก ซึ่งการซื้อรถลักษณะดังกล่าว หากผู้ซื้อรู้หรือควรรู้ได้ว่ารถคันดังกล่าวได้มาโดยผิดกฎหมาย ผู้ซื้อหรือผู้ครอบครองรถดังกล่าวอาจถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหา ลักทรัพย์หรือรับของโจร ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี นอกจากนี้ผู้ซื้อยังเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง หากผู้ขายขอให้โอนเงินมัดจำก่อน และเมื่อผู้ขายได้รับเงินมัดจำแล้วอาจบล็อคบัญชีของผู้ซื้อ ทำให้ไม่สามารถติดต่อได้และสูญเสียเงินมัดจำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อรถออนไลน์, ตำรวจเตือน, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, โดนหลอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613ac7c2eec87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
