<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;โดนัททอด-พัฟ-เพรสตรี้&quot; ไขมันทรานส์อื้อ !         </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
พบโดนัททอด พัฟ เพรสตรี้ พบไขมันทรานส์อื้อ ประมาณ 3 กรัมและ2กรัม ต่อหน่วยบริโภคตามลำดับ นักโภชนาการชี้ไม่ควรกินอาหารที่มีไขมันทรานส์เกิน 2.2 กรัมต่อวัน หรือคิดเป็น 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค ชี้ร่างกม.ควบคุมอาหารมีไขมันทรานส์ ผ่านประชาพิจารณ์แล้ว หลังจากนี้เสนอคกก.อาหารอย.และรมว.สธ.เห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุม &amp;quot;ประเทศไทยปลอดไขมันทรานส์&amp;quot; โดย ศ.วิสิฐ จะวะสิต อาจารย์สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว ว่า &amp;nbsp;ไขมันทรานส์ เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีโครงสร้างทางเคมีแตกต่างไปจากเดิม จากสาเหตุทางธรรมชาติ และการเติมไฮโดรเจนลงในกรดไขมันไม่อิ่มตัว เพื่อเปลี่ยนสภาพน้ำมันที่เป็นของเหลวให้แข็งขึ้น หรือมีสภาพกึ่งแข็งกึ่งเหลว ซึ่งผลการตรวจสอบปริมาณในอาหาร มีทั้งโดนัททอด พาย &amp;nbsp;ชีส &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;อย่างโดนัททอด พบไขมันทรานส์อยู่ประมาณ 3 กรัมต่อหน่วยบริโภค รองลงมาได้แก่อาหารประเทศพัฟและเพสตรี้ ประมาณ 2 กรัมต่อหน่วยบริโภค อย่างไรก็ตาม บริษัทแฟรนไชด์หลายแห่งไม่พบการปนเปื้อนกรดไขมันทรานส์ เพราะมีการปรับปรุงกระบวนการผลิต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อาจารย์สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า &amp;nbsp;การกินอาหารที่มีไขมันทรานส์จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดร้อยละ 23 &amp;nbsp;ซึ่งข้อแนะนำคือ ไม่ควรกินอาหารที่มีไขมันทรานส์เกินร้อยละ 1 ของพลังงาน ซึ่งพลังงานเฉลี่ยที่ควรได้รับอยู่ที่ 2,000 กิโลแคลอรีต่อวันในเพศชาย ก็ควรรับอาหารที่มีไขมันทรานส์ไม่ควรเกิน 2.2 กรัมต่อวัน หรือคิดเป็น 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มยุรี ดิษย์เมธาโรจน์ &amp;nbsp;นักวิชาการอาหารและยาชำนาญการ สำนักอาหาร อย. กล่าวว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่&amp;hellip; พ.ศ&amp;hellip; เรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ได้ผ่านการประชาพิจารณาแล้ว โดยมี เนื้อหาสาระจะควบคุมการผลิตอาหารที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ที่ก่อให้เกิดกรดไขมันทรานส์ &amp;nbsp;จึงอาศัยอำนาจตามความในม.5 วรรคหนึ่งและม.6 (8) แห่งพ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้ 1.ให้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเพิ่มเติมไฮโดรเจนบางส่วนและอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบ เป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่าย และ 2. ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 1 ปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยหลังจากนี้จะได้นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการอาหาร และเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เบื้องต้นคาดว่ากระบวนการต่างๆน่าแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน ซึ่งหากประกาศในราชกิจจาฯ ตามกำหนดจะมีผลในอีก 1 ปี &amp;nbsp;นอกจากนี้ อย.กำลังปรับปรุงฉลากโภชนาการอันใหม่ให้มีการระบุปริมาณไขมันทรานส์ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5092</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายควบคุมไขมันทรานส์, อย., อาหารซ่อนพิษ, เสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ, โดนัททอด พัฟ เพรสตรี้, ไขมันทรานส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa6c30406ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
