<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์-ไบเดน&#039;ขึ้นเวทีดีเบตนัดแรกด่ากันเละ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การอภิปรายโต้วาทีนัดแรกระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับโจ ไบเดน เป็นไปอย่างชุลมุนเมื่อค่ำวันอังคาร สองฝ่ายพูดแทรกและด่าทออีกฝ่ายโดยที่พิธีกรคุมเกมไม่อยู่ ตอนหนึ่งไบเดนทนไม่ไหวถึงขั้นบอกให้ทรัมป์ &amp;quot;หุบปาก&amp;quot; ผู้เชี่ยวชาญชี้เป็นการดีเบตที่แย่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า การดีเบตครั้งแรกจากทั้งหมด 3 นัด ระหว่างคู่ชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐวันที่ 3 พฤศจิกายน จัดที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ เมื่อค่ำวันอังคารที่ 29 กันยายน 2563 ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีคริส วอลเลซ ผู้ประกาศข่าวของฟ็อกซ์นิวส์ เป็นผู้ดำเนินรายการตลอด 90 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอภิปรายโต้วาทีแบบตัวต่อตัวครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ และอดีตรองประธานาธิบดีไบเดน เริ่มต้นโดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้จับมือทักทายกันตามปกติ แม้จะสืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ก็เป็นสัญลักษณ์สะท้อนความแตกแยกในประเทศนี้ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อารมณ์ของการดีเบตเป็นไปอย่างดุเดือดไม่ว่าทั้งสองฝ่ายจะกล่าวถึงประเด็นใด ทรัมป์ในวัย 74 ปีเป็นฝ่ายรุกหนักกว่า โดยดูถูกไบเดนวัย 77 ปีว่าไม่มีความฉลาดหลักแหลมใดๆ เลย และยังอ้างว่า &amp;quot;พวกซ้ายจัด&amp;quot; ควบคุมตัวแทนพรรคเดโมแครตสายกลางรายนี้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนก็ตอกกลับแบบไม่ลดราวาศอกเช่นกัน โดยด่าทรัมป์ต่อหน้าว่า เขาเป็น &amp;quot;คนขี้ปด&amp;quot;, &amp;quot;เหยียดผิว&amp;quot; และ &amp;quot;ตัวตลก&amp;quot; ตอนหนึ่งเขายังบอกว่า ทรัมป์เป็นลูกสุนัขของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ดูเหมือนว่าทรัมป์จะเป็นคนคุมเวทีเป็นส่วนใหญ่ โดยทั้งไบเดนหรือวอลเลซไม่สามารถพูดแทรกได้เลยระหว่างที่ทรัมป์ตะเบ็งเสียงคุยโอ่ผลงานด้านเศรษฐกิจของเขา และกล่าวโจมตีฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายของคู่ปรับบนเวที ว่าคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอรอน คอลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดีเบตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน กล่าวกับเอเอฟพีว่า การดีเบตครั้งนี้จะถูกบันทึกว่าเป็นครั้งที่แย่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีอยู่ตอนหนึ่งที่ไบเดนเหลืออดกับการพูดไม่หยุดของทรัมป์ ถึงขั้นถามทรัมป์ว่า นายจะหุบปากมั้ย อาการตบะแตกของไบเดนเข้าทางทรัมป์ที่พยายามยั่วยุกวนโมโหเขา ตลอดหลายเดือนมานี้พรรครีพับลิกันเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดที่น่าตกใจว่า ไบเดนใช้ยา หรือแอบติดอุปกรณ์ช่วยฟัง เพื่อช่วยบอกคำตอบให้เขาเอาตัวรอดได้ในค่ำคืนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ดำเนินรายการถามทั้งคู่เรื่องการเลือกตั้ง ที่ทรัมป์พยายามประโคมทฤษฎีการโกงเลือกตั้งผ่านการลงคะแนนทางไปรษณีย์ ว่าพวกเขาจะยอมรับผลการเลือกตั้ง โดยจะขอให้ผู้สนับสนุนอยู่ในความสงบและไม่ประกาศชัยชนะหากผลการนับคะแนนยังไม่ชี้ขาดทันที หรือไม่ ไบเดนตอบทันทีว่า &amp;quot;ครับ&amp;quot; แต่ทรัมป์บ่ายเบี่ยงว่า หากบัตรลงคะแนนนับแสนใบโดนปรับเปลี่ยน เขาก็คงยอมรับไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีประเด็นเหยียดสีผิวและการก่อความรุนแรง ที่พิธีกรไล่เบี้ยทรัมป์ว่า เขาจะประณามกองกำลังติดอาวุธขวาจัด อย่างเช่นกลุ่มพราวด์บอยส์ หรือไม่ ทรัมป์ไม่ตอบตรงๆ แต่เลี่ยงบาลีว่า &amp;quot;พราวด์บอยส์ จงถอยและเฝ้ารอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังติดอาวุธกลุ่มนี้ดูจะภาคภูมิใจที่ถูกเอ่ยถึงบนเวทีดีเบตระดับชาติ บัญชีโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวโยงถึงกลุ่มนี้นำคำกล่าวของทรัมป์มาโพสต์เป็นโลโก้ว่า &amp;quot;ถอย, เฝ้ารอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นโควิด-19 ไบเดนมีช่องโจมตีทรัมป์ที่ทำให้สหรัฐมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200,000 คน เพียงเพราะทรัมป์กลัวผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องภาษีที่ทรัมป์โดนสื่อขุดคุ้ยว่าไม่จ่ายภาษีเลยในช่วง 10 ปีจาก 15 ปีที่ผ่านมา และจ่ายเพียง 750 ดอลลาร์ในปี 2559 และ 2560 ไบเดนกดดันทรัมป์ด้วยการแสดงรายการยื่นภาษีของเขาไม่กี่ชั่วโมงก่อนดีเบต และเรียกร้องให้ทรัมป์เปิดเผยบ้าง แต่ทรัมป์ยังคงอ้างคำตอบเดิมว่า เขาจ่ายภาษีหลายล้านดอลลาร์ แต่ให้ข้อมูลไม่ได้เพราะอยู่ระหว่างการตรวจสอบบัญชี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79141</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเบต, อภิปรายโต้วาที, เลือกตั้งสหรัฐ, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f7490455591b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายแค้นกระอักเลือด!&#039;โดนัลด์ ทรัมป์&#039;เลี้ยงข้าว&#039;ลุงตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.62 - ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และภริยาเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาและภริยา เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น เพื่อเป็นเกียรติแก่ประมุข/หัวหน้ารัฐบาลที่เข้าร่วมการประชุมฯ และคู่สมรส ณ โรงแรมล็อตเต นิวยอร์ก พาเลซ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46616</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวยอร์ก, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยูเอ็น, โดนัลด์ ทรัมป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b5015a991f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รายงานผลสอบฉบับเต็มชี้ &#039;ทรัมป์&#039; ไล่บี้ปลดอัยการ &#039;มุลเลอร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเปิดเผยรายงานผลการสอบสวนฉบับสมบูรณ์โดยคณะของอัยการพิเศษ โรเบิร์ต มุลเลอร์ แล้วเมื่อวันพฤหัสบดี &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ตีปีกรอดมลทินสมคบคิดรัสเซีย แต่เดโมแครตจี้สอบขยายผล หลังรายงานย้ำชัดประธานาธิบดีรายนี้บีบลูกน้องปลดมุลเลอร์เพราะกลัวตกเก้าอี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารความยาว 448 หน้าฉบับนี้เป็นผลการสอบสวนฉบับสมบูรณ์ที่ใช้เวลาสอบสวนยาวนาน 22 เดือน โดยมีการขีดฆ่าปิดบังข้อมูลบางส่วน เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและความมั่นคง บทสรุปหลักๆ นั้นได้รับการเปิดเผยผ่านรายงานฉบับย่อมาแล้วก่อนหน้านี้ ว่าไม่พบการสมรู้ร่วมคิดระหว่างรัสเซียกับทรัมป์หรือทีมงานของเขา เพื่อให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559 แต่รายงานฉบับเต็มนี้เผยรายละเอียดเพิ่มเติมในประเด็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2562 ว่ารายงานฉบับเต็มเผยให้เห็นว่าทรัมป์พยายามหาทางปลดโรเบิร์ต มุลเลอร์ พ้นตำแหน่งอัยการพิเศษในคดีนี้ โดยทรัมป์สั่งให้ดอน แม็กแกห์น ที่ปรึกษากฎหมายของทำเนียบขาว บอกกับรักษาการรัฐมนตรียุติธรรมเวลานั้นว่า มุลเลอร์ต้องโดนปลด แต่แม็กแกห์นปฏิเสธทำตามคำสั่งของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้ มุลเลอร์และคณะทำงานสอบปากคำบุคคลวงในที่ใกล้ชิดกับทรัมป์ ซึ่งได้เปิดเผยสภาพความหงุดหงิดของเขาภายหลังรู้ข่าวว่า หลังจากเขาสั่งปลดเจมส์ คอมีย์ พ้นตำแหน่งผู้อำนวยการเอฟบีไอ มุลเลอร์ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นอัยการพิเศษสอบสวนคำกล่าวหาที่ว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ รายงานฉบับนี้บรรยายว่า เมื่อรับฟังข่าวเรื่องมุลเลอร์ ทรัมป์พูดว่าเป็นเรื่องแย่มากๆ นี่อาจเป็นจุดจบของตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา เขาจบเห่แล้ว แต่เคลลีแอนน์ คอนเวย์ ที่ปรึกษาของทรัมป์ ปฏิเสธว่า ทรัมป์ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอย่างที่รายงานกล่าวไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิล บาร์ รัฐมนตรียุติธรรม ซึ่งแถลงทางโทรทัศน์ก่อนเผยแพร่รายงานนี้ ปกป้องพฤติกรรมของทรัมป์ว่า เป็นเพราะทรัมป์หงุดหงิดและโกรธ และในความเป็นจริง ทรัมป์ก็ไม่ได้ขัดขวางมุลเลอร์ในการเข้าถึงเอกสารหรือพยานที่จำเป็นต่อการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี รายงานชี้ว่า พฤติกรรมของทรัมป์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของแบบแผนเพื่อพยายามโน้มน้าวการสอบสวน ซึ่งส่วนใหญ่ทำไม่สำเร็จ เพราะคนรอบข้างทรัมป์ปฏิเสธจะทำตามคำสั่งหรือยอมตามคำขอของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากกระทรวงยุติธรรมเผยแพร่รายงานนี้ ทรัมป์ทวีตว่า เขาบอกมาตลอดว่าไม่มีการสมรู้ร่วมคิด ไม่มีการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ทั้งที่เนื้อหาในรายงานไม่ได้ลบล้างคำกล่าวหาเขาในประเด็นขัดขวางกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด นอกจากนี้ มุลเลอร์ยังระบุในรายงานด้วยว่า แม้จะไม่พบว่ามีชาวอเมริกันคนใดจงใจร่วมมือกับรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐ แต่ทรัมป์ก็มีความสุขที่ได้ประโยชน์จากอุบายสกปรกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุบายที่ว่ารวมถึงเรื่องที่วิกิลีกส์เผยแพร่อีเมลที่สายลับรัสเซียแฮ็กจากทีมงานของนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนออกเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดอีสเตอร์ ทรัมป์ยังเก็บอาการดีใจไม่อยู่โดยทวีตว่า วันนี้เป็นวันดี แต่ต่อมาเขาทวีตแก้ต่างกรณีคำสั่งปลดมุลเลอร์ว่า เขาไม่ได้ทำอะไรผิด และเขามีสิทธิที่จะยุติการหาเรื่องใส่ความทั้งเพนี้ หรือไล่ใครออกก็ได้ ถ้าเขาต้องการ รวมถึงมุลเลอร์ แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแนนซี เพโลซี และชัค ชูเมอร์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาสหรัฐ ตามลำดับ กล่าวว่า รายงานฉบับนี้เผยภาพที่น่าหงุดหงิดของประธานาธิบดีที่ถักทอใยแห่งความหลอกลวง, โกหก และพฤติกรรมไม่เหมาะสม และการทำตัวราวกับว่ากฎหมายไม่ได้บังคับใช้กับเขา ทั้งคู่เรียกร้องด้วยว่า มุลเลอร์ควรเข้าให้การต่อทั้งสองสภาโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34013</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัสเซีย, รายงานผลสอบสวนฉบับเต็ม, อัยการพิเศษสหรัฐ, แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม, โดนัลด์ ทรัมป, โรเบิร์ต มุลเลอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb9d570b7941.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
