<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาบูลแตก ตอลิบันลั่นสงครามจบแล้ว &#039;ทรัมป์&#039;จี้&#039;ไบเดน&#039;ลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักรบตอลิบันบุกเข้ายึดครองกรุงคาบูลของอัฟกานิสถานแล้วเมื่อวันจันทร์ รูดม่านสงครามอัฟกานิสถานยาวนาน 20 ปีแบบชาติตะวันตกไม่ทันตั้งตัว ชาวอัฟกันแตกตื่นบุกเข้าสนามบินหวังหนีออกนอกประเทศ ทหารอเมริกันยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อคุมฝูงชน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; เรียกร้องประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลาออกเพื่อรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักรบตอลิบันลาดตระเวนในกรุงคาบูลเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังเข้ายึดครองได้สำเร็จ (Photo by Sayed Khodaiberdi Sadat/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม ถึงสภาพความโกลาหลวุ่นวายภายในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ภายหลังนักรบตอลิบันโอบล้อมกรุงเมื่อวันอาทิตย์ แล้วประธานาธิบดีอัชราฟ กานี หนีออกนอกประเทศในช่วงค่ำ โดยอ้างว่าต้องการหลีกเลี่ยงการนองเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอลิบันชนะโดยใช้ดาบและปืนเป็นเครื่องตัดสิน และตอนนี้พวกเขาต้องรับผิดชอบต่อเกียรติยศ, ทรัพย์สิน และการเอาตัวรอดของเพื่อนร่วมชาติของพวกเขา&amp;quot; กานีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอลิบันใช้เวลาเพียงแค่ 10 วันก็สามารถยึดทุกเมืองไว้ได้ ถือเป็นชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โมฮัมหมัด นาอีม โฆษกสำนักงานฝ่ายการเมืองของตอลิบันกล่าวกับอัลจาซีราห์ทีวีว่า วันนี้เป็นวันอันดีของชาวอัฟกันและมูจาฮีดิน พวกเขาได้ประจักษ์ผลของความพยายามและความเสียสละยาวนาน 20 ปี &amp;quot;สงครามในประเทศยุติแล้ว&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังของรัฐบาลอัฟกันล่มสลายลงเมื่อไม่มีการสนับสนุนจากกองทัพสหรัฐ ที่นำกองกำลังพันธมิตรรุกรานประเทศนี้เมื่อปี 2544 เพื่อโค่นล้มระบอบตอลิบันที่ให้การหนุนหลังกลุ่มอัลกออิดะห์ของอุซามะห์ บินลาดิน ที่โจมตีสหรัฐเมื่อวันที่ 11 กันยายน ปีเดียวกัน แม้สหรัฐจะทุ่มเททรัพยากรและเงินจำนวนนับล้านล้านดอลลาร์ ในการสร้างรัฐบาลประชาธิปไตยและกองกำลังความมั่นคง เพื่อต้านทานนักรบอิสลามกลุ่มนี้ ไม่นับรวมการสูญเสียชีวิตทหารหลายพันนาย แต่ความพยายามเกือบ 20 ปีมานี้ถูกพิสูจน์แล้วว่าสูญเปล่าในช่วงเวลาไม่กี่เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มตอลิบันเริ่มเปิดฉากรุกขนานใหญ่เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม พร้อมกับที่สหรัฐและพันธมิตรเริ่มการถอนทหารระยะสุดท้ายให้ทันตามแผนถอนทหารภายในสิ้นเดือนสิงหาคม หลังจากกวาดกลืนพื้นที่ชนบทที่ไม่ค่อยมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ได้ส่วนใหญ่ ช่วง 10 วันที่ผ่านมาตอลิบันก็รุกโจมตีเขตเมือง ขับไล่กองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลแตกกระเจิง จนกระทั่งมาถึงคาบูลได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากตำรวจและกองกำลังต่างๆ ของรัฐบาลถอนออกจากที่ตั้งในกรุงคาบูลเมื่อวันอาทิตย์ นักรบตอลิบันก็เข้ายึดจุดตรวจทั่วเมืองหลวงและเข้าสู่ทำเนียบประธานาธิบดีอย่างง่ายดาย ในวันจันทร์นักรบตอลิบันหลายคนถือปืนไรเฟิลออกเดินลาดตระเวนในเขตกรีนโซน ซึ่งเคยเป็นป้อมปราการแน่นหนาและที่ตั้งของสถานทูตต่างชาติและองค์กรระหว่างประเทศเกือบทั้งหมดในอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาผู้นำตอลิบันให้ความมั่นใจต่อประชาคมระหว่างประเทศว่า ชาวอัฟกันไม่ควรต้องหวาดกลัวพวกเขา และพวกเขาจะไม่ล้างแค้นพวกที่เคยสนับสนุนกองทัพพันธมิตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อับดุล กานี บาราดาร์ ผู้ร่วมก่อตั้งตอลิบัน ยังเผยแพร่ข้อความทางโซเชียลมีเดีย เรียกร้องให้นักรบของเขารักษาวินัยหลังจากยึดกรุงคาบูลไว้ได้ &amp;quot;ตอนนี้เป็นเวลาที่จะทดสอบและพิสูจน์ พวกเราต้องแสดงให้เห็นว่าเราสามารถรับใช้ประเทศของเรา และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายในชีวิต&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ตอลิบันจะยึดเมืองหลวงได้โดยปราศจากการเสียเลือดเนื้อ เหมือนกับที่หลายเมืองยอมศิโรราบให้พวกเขาโดยดีก่อนหน้านี้ แต่ชาวอัฟกันในกรุงคาบูลยังคงแตกตื่นและแห่กันไปที่สนามบิน หวังขึ้นเที่ยวบินที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่เที่ยว รายหนึ่งเป็นอดีตทหารวัย 25 ปีบอกกับเอเอฟพีระหว่างยืนปนอยู่ในฝูงชนที่บุกเข้าไปถึงลานวิ่งของเครื่องบินว่า เขากลัวกับการใช้ชีวิตที่นี่ เพราะเขาเคยเป็นทหารและตอลิบันต้องจัดการเขาแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพสหรัฐส่งทหาร 6,000 นายมายังสนามบินแห่งนี้เพื่อรักษาความปลอดภัยระหว่างการอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูต รวมถึงชาวอัฟกันที่ทำงานเป็นล่ามหรือสนับสนุนการทำงานของสหรัฐ รัฐบาลอีกหลายประเทศก็ส่งเที่ยวบินพิเศษมารับคนของตนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้รัฐบาลสหรัฐจะยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่าสามารถควบคุมสนามบินนี้ไว้ได้แล้ว แต่ก็ยังเกิดภาพความโกลาหลวุ่นวาย พยานหลายคนกล่าวว่า ทหารอเมริกันยิ่งปืนขึ้นฟ้าเพื่อเตือนฝูงชนหลายพันคนที่แห่กันมายังลานสนามบิน หวังขึ้นเครื่องบินออกนอกประเทศ และทำให้ต่อมาเจ้าหน้าที่ยกเลิกเที่ยวบินพาณิชย์ทุกเที่ยวบินที่เหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะไม่มีเที่ยวบินโดยสารออกจากสนามบินฮามิดการ์ไซ เพื่อป้องกันการฉกชิงและปล้นทรัพย์ โปรดอย่ามาที่สนามบิน&amp;quot; การท่าอากาศยานคาบูลกล่าวในข้อความถึงนักข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สหรัฐอเมริกา อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ผลักดันการถอนทหารอเมริกันทั้งหมดพ้นอัฟกานิสถาน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประธานาธิบดีไบเดนลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงเวลาแล้วที่โจ ไบเดน จะต้องลาออกด้วยความอัปยศกับสิ่งที่เขาปล่อยให้เกิดขึ้นกับอัฟกานิสถาน&amp;quot; ทรัมป์กล่าวพร้อมกับโจมตีไบเดนด้านอื่นๆ ด้วย เช่นการรับมือโควิด-19 และนโยบายคนเข้าเมือง, เศรษฐกิจและพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอลิบันเข้าควบคุมคาบูลได้เมื่อวันอาทิตย์ มากกว่า 2 สัปดาห์ก่อนเส้นตายวันที่ 31 สิงหาคม ที่ไบเดนประกาศไว้ว่าจะการถอนทหารอเมริกันออกจากประเทศนี้จะเสร็จสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของทรัมป์เป็นฝ่ายทำความตกลงกับตอลิบันไว้เองที่กรุงโดฮาเมื่อปี 2563 ว่ากองทัพสหรัฐจะถอนกำลังพลทั้งหมดออกจากประเทศนี้ภายในเดือนพฤษภาคม 2564 เพื่อแลกเปลี่ยนกับการรับประกันด้านความมั่นคงต่างๆ จากกองกำลังติดอาวุธกลุ่มนี้ ซึ่งเคยครองอำนาจยาวนานหลายปีก่อนที่สหรัฐจะนำกองทัพพันธมิตรบุกโค่นล้มและยึดครองนานเกือบ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไบเดนเข้ารับตำแหน่งช่วงต้นปี เขายืดเส้นตายที่ทรัมป์ขีดไว้สำหรับการถอนทหารและไม่ได้ยื่นเงื่อนไขใดๆ ไว้ ทรัมป์เคยโจมตีการดำเนินการของไบเดนหลายครั้ง และคุยว่า ถ้าเขายังเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ การถอนทหารจะแตกต่างกว่านี้มากและประสบความสำเร็จกว่านี้เยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่โจ ไบเดน ทำไว้กับอัฟกานิสถานจะกลายเป็นตำนานเล่าขาน มันจะถูกบันทึกไว้ว่า เป็นหนึ่งในความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา&amp;quot; ทรัมป์กล่าวในคำแถลงอีกฉบับเมื่อวันอาทิตย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113480</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงคาบูล, คาบูลแตก, จี้ไบเดนลาออก, ตอลิบัน, สนามบินคาบูล, สหรัฐถอนทัพ, อัฟกานิสถาน, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a1ed430a68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 22:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 22:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ระงับขุดเจาะน้ำมันเขตอนุรักษ์อะแลสกา ผลงานสั่งลา&#039;ทรัมป์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศระงับโครงการขุดเจาะน้ำมันในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติอาร์กติก (ANWR) ในรัฐอะแลสกา ที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อนุมัติไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายนภายหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ แม่หมีขั้วโลกและลูกๆ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอาร์กติกของสหรัฐ (Photo by Steven Kazlowski / Barcroft Medi via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทยสหรัฐแถลงเมื่อวันอังคารที่ 1 มิถุนายน ว่าได้แจ้งไปยังบริษัทต่างๆ ในโครงการขุดเจาะน้ำมันที่ ANWR ให้ระงับการดำเนินงานชั่วคราว ระหว่างรอการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุมในโครงการนี้ ว่าควรให้โครงการเดินหน้าต่อ, เป็นโมฆะ หรือควรมีมาตรการชดเชยเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการขายสัญญาเช่า 11 ฉบับในพื้นที่ขุดเจาะน้ำมันที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้ราว 1.6 ล้านเอเคอร์ หรือ 4.04 ล้านไร่เมื่อเดือนมกราคม ผู้ชนะการประมูลสัญญาเช่า 9 ฉบับคือ องค์การส่งออกและพัฒนาอุตสาหกรรมอะแลสกา ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ส่วนสัญญาเช่าอีก 2 ฉบับตกเป็นของบริษัทเล็กๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเคยให้คำมั่นสัญญาระหว่างหาเสียงเลือกตั้งว่า เขาจะปกป้อง ANWR&amp;nbsp; ทำเนียบขาวเผยแพร่ถ้อยแถลงของจีนา แม็กคาร์ธี ที่ปรึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของทำเนียบขาว ว่า ไบเดนทำตามสัญญาและความเชื่อของเขาที่ว่า สมบัติของชาติคือเสาหลักของวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมคัดค้านโครงการขุดเจาะน้ำมันนี้มายาวนาน เนื่องจากเป็นแหล่งที่อยู่ของหมีขั้วโลกและสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อีกหลายชนิด และชนพื้นเมืองที่ล่ากวางคาริบูเป็นอาหาร แต่อุตสาหกรรมน้ำมันต้องการขุดเจาะน้ำมันพื้นที่นี้เนื่องจากมีน้ำมันหลายพันล้านบาร์เรล แม้แต่สมาชิกสภาคองเกรสของรัฐอะแลสกา เช่น ส.ว.ลิซา เมอร์คาวสกี จากพรรครีพับลิกัน ก็สนับสนุนโครงการขุดน้ำมันนี้อย่างแข็งขัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105106</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระงับโครงการขุดเจาะน้ำมัน, อะแลสกา, เขตที่อยู่หมีขั้วโลก, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติอาร์กติก, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b7a27e102bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 22:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลก่อนครบ100วัน &#039;ไบเดน&#039;ทำผลงานดีกว่า&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผลสำรวจความคิดเห็นคนอเมริกันโดยรอยเตอร์/อิปซอสเผยแพร่เมื่อวันอังคาร ล่วงหน้าการดำรงตำแหน่งครบ 100 วันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เผยว่าอเมริกันเกินครึ่งพอใจกับการทำงานของไบเดน ซึ่งเป็นคะแนนที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่เคยทำได้มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสำรวจของอิปซอสสอบถามความเห็นชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ 4,423 คน ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน พบว่ามีถึง 55% ที่พอใจกับผลการทำงานของประธานาธิบดีไบเดนในช่วงเวลาร่วม 3 เดือนที่ผ่านมา ส่วนกลุ่มที่ไม่ชื่นชอบผลงานของเขานั้นมี 40% ที่เหลือยังไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันอังคารที่ 27 เมษายน กล่าวว่า ไบเดนได้คะแนนสูงที่สุดในด้านการจัดการกับโรคระบาดโควิด-19 โดยมีถึง 65% ที่สนับสนุนผลงานของเขา เปรียบเทียบกับของทรัมป์จากผลสำรวจเมื่อเดือนมกราคมก่อนที่เขาจะพ้นตำแหน่ง ผลงานการรับมือวิกฤติสาธารณสุขของทรัมป์ได้รับความพึงพอใจจากคนอเมริกันแค่ 38% โดยโพลล่าสุดเผยว่า มีเดโมแครต 90%, กลุ่มอิสระ 61% และรีพับลิกัน 39% ที่บอกว่าเห็นชอบกับผลงานด้านโควิดของไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนอเมริกัน 52% บอกเช่นกันว่าพวกเขาชื่นชอบการจัดการด้านเศรษฐกิจของไบเดน และ 53% พอใจกับผลกระทบที่ออกมาในด้านการจ้างงาน ทั้งสองด้านนี้เป็นตัวเลขที่สูงกว่าโพลเดือนสุดท้ายของทรัมป์เล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีวัย 78 ปีผู้นี้ถูกวิจารณ์รุนแรงที่สุดในด้านคนเข้าเมือง รัฐบาลของเขายังต้องดิ้นรนรับมือกับคนเข้าเมืองจำนวนมากขึ้นที่มาถึงชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก โดยมีผู้ที่เห็นด้วยกับนโยบายด้านชายแดนของไบเดนเพียง 42% แต่ที่ไม่ชอบนั้นมีถึง 49%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังได้รับคะแนนเห็นชอบในด้านการประสานความร่วมมือระหว่างพรรคถึง 56%, จุดยืนด้านสิ่งแวดล้อม 54% และความไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติ 51%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100976</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดำรงตำแหน่งครบ100วัน, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน, ผลสำรวจความเห็นคนอเมริกัน, โดนัลด์ ทรัมป์, โพลอิปซอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_60882bb375ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;เตรียมเปิดโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มใหม่ของตนเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตผู้ช่วยคนสนิทของโดนัลด์ ทรัมป์ เผยอดีตประธานาธิบดีสหรัฐมีแผนจะกลับคืนสู่โซเชียลมีเดียอีกในไม่ช้า โดยใช้ &amp;quot;แพลตฟอร์มของเขาเอง&amp;quot; หลังจากโดนทวิตเตอร์, เฟซบุ๊ก และอีกหลายแพลตฟอร์มแบน ตั้งแต่ยุม็อบบุกโจมตีรัฐสภาเมื่อเดือนมกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โดนัลด์ ทรัมป์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิดีทรัมป์กลับอยู่ที่รีสอร์ตมาร์อะลาโกของเขาที่ฟลอริดานับแต่พ้นจากทำเนียบขาว โดยไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าวมากนัก เว้นแต่มีการแถลงออกมาบ้างเป็นครั้งคราว ขณะที่โซเชียลมีเดียที่่เขาเคยใช้เป็นช่องทางสื่อสารหลักทั้งเรื่องนโยบาย ทัศนะส่วนตัวและใช้โจมตีพวกที่วิจารณ์ต่อต้านเขา ก็โดนระงับการใช้งานทั้งอย่างถาวรและชั่วคราว แต่เจสัน มิลเลอร์ อดีตที่ปรึกษาของทรัมป์ เปิดเผยกับฟอกซ์นิวส์เมื่อวันอาทิตย์ว่า อีกไม่ช้านาน พวกเราจะได้เห็นทรัมป์กลับคืนสู่โซเชียลมีเดียอีกครั้งภายใน 2-3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันจะเป็นการกำหนดนิยามเกมใหม่อย่างสิ้นเชิง และทุกคนจะรอคอยและได้เห็นว่าประธานาธิบดีทรัมป์ทำอะไรกันแน่ แต่มันจะเป็นแพลตฟอร์มของเขาเอง&amp;quot; มิลเลอร์ ซึ่งเคยเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะหาเสียงของทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2 ครั้งที่ผ่านมา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์โดนทวิตเตอร์แบนบัญชี @realDonaldTrump อย่างถาวร หลังจากเขาใช้แพลตฟอร์มที่มีผู้ติดตามถึง 88 ล้านรายนี้ปลุกเร้าผู้สนับสนุนให้มาร่วมการชุมนุมที่ด้านนอกทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 6 มกราคม เพื่อกดดันการประชุมสภาคองเกรสที่กำลังจะให้การรับรองชัยชนะของประธานาธิบดีโจ ไบเดน การปราศรัยปลุกระดมของทรัมป์ต่อที่ชุมนุมวันนั้น ทำให้ผู้สนับสนุนเขาเคลื่อนขบวนไปอาคารรัฐสภา แล้วบุกเข้าไปก่อจลาจลภายใน มีคนเสียชีวิต 5 คน เป็นตำรวจ 1 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากทวิตเตอร์ บัญชีโซเชียลมีเดียอื่นๆ ของทรัมป์ก็โดนระงับชั่วคราวหรือไม่ก็ปิดถาวร เช่น เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, ยูทูบ และสแนปแชต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิลเลอร์กล่าวว่า ทรัมป์ทำงานหนัก และได้จัดการประชุมกับคนที่มีอิทธิพลหลายครั้งที่มาร์อะลาโก&amp;nbsp; โดยมีคนจากหลายทีมและหลายบริษัท แพลตฟอร์มใหม่นี้จะใหญ่และทุกคนต้องการตัวทรัมป์ เขาจะดึงคนหลายสิบล้านคนมายังแพลตฟอร์มใหม่ของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะพ่ายแพ้ต่อไบเดนอย่างไม่จำยอมพร้อมใจในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ทรัมป์ก็ยังคงมีอิทธิพลอย่างมากในพรรครีพับลิกัน และเขาไม่ปฏิเสธเรื่องการลงสมัครเลือกตั้งครั้งที่ 3 ในปี 2567 ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96883</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวิตเตอร์ทรัมป์, เจสัน มิลเลอร์, เปิดโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มใหม่, โดนทวิตเตอร์แบน, โดนัลด์ ทรัมป์, โดนโซเชียลมีเดียแบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_6058566caddd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย&#039;ทรัมป์&#039;ชวน&#039;คิม จองอึน&#039;นั่งแอร์ฟอร์ซวันกลับเปียงยาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สารคดีของบีบีซีเผย โดนัลด์ ทรัมป์ เคยชวน &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; นั่งเครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ &amp;quot;แอร์ฟอร์ซวัน&amp;quot; กลับกรุงเปียงยางหลังจบซัมมิตที่่ฮานอยเมื่อ 2 ปีก่อน แทนการนั่งรถไฟจากเวียดนามผ่านจีนไปเกาหลีเหนือ ยังดีที่คิมปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จับมือคิม จองอึน ระหว่างพบกันครั้งแรกที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนน 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สารคดีของบีบีซีเรื่อง &amp;quot;Trump Takes on the World&amp;quot; เปิดเผยเมื่อสุดสัปดาห์ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐในเวลานั้น ทำให้แม้แต่นักการทูตผู้ช่ำชองที่สุดก็พากันงุนงง ด้วยการเสนอจะพาคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ไปส่งถึงกรุงเปียงยางด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันของสหรัฐ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดระหว่างทั้งคู่ที่เวียดนามเมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอจะพาคิมกลับบ้านด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน&amp;quot; แมทธิว พอตทิงเจอร์ ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านเอเชียในสภาความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ กล่าวกับบีบีซี &amp;quot;ประธานาธิบดีรู้ว่า คิมเดินทางมาด้วยการนั่งรถไฟหลายวัน ผ่านจีนเข้าฮานอย และประธานาธิบดีบอกว่า &amp;#39;ผมจะพาคุณกลับบ้านได้ภายในสองชั่วโมงถ้าคุณต้องการ&amp;#39; คิมปฏิเสธ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ถ้าหากคิมตอบรับข้อเสนอของทรัมป์ ก็จะทำให้ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งอาจรวมถึงคณะผู้ติดตามบางคน ได้เข้าไปในเครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐ และได้เห็นเครื่องบินลำนี้เข้าน่านฟ้าของเกาหลีเหนือ ซึ่งจะก่อประเด็นด้านความมั่นคงหลายประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัมมิตครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อปี 2562 คิมนั่งเครื่องบินของแอร์ไชน่าไปยังสิงคโปร์ ระหว่างซัมมิตครั้งนั้น ทรัมป์ชวนคิมยลโฉมภายในรถประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฉายา &amp;quot;เดอะบีสต์&amp;quot; มูลค่า 1.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อแสดงไมตรีจิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะเปลี่ยนท่าทีมาเป็นมิตรจากที่ทั้งคู่เคยทำสงครามน้ำลายและขู่กันไปมาช่วงแรก และทรัมป์คุยเขื่องถึงความพึงพอใจต่อกันในภายหลัง แต่การพบปะกันหลายครั้งระหว่างทรัมป์กับคิมไม่ได้ก่อผลลัพธ์ที่เป็นชิ้นเป็นอันใดๆ จนกระทั่งทรัมป์พ้นจากตำแหน่งภายหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งต่อประธานาธิบดีโจ ไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว คิมกล่าวว่า สหรัฐเป็นศัตรูรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีเหนือ และว่า นโยบายต่อต้านเกาหลีเหนือของสหรัฐจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าใครจะอยู่ในอำนาจก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93901</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, แอร์ฟอร์ซวัน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033befad89e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;รอดมติถอดถอนในสภาสูง รีพับลิกันค่อนพรรคโหวตอุ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รอดอีกตามเคย ส.ว.รีพับลิกันส่วนใหญ่ยังโอบอุ้ม &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ทำให้รอดพ้นมติเสียงข้างมากของวุฒิสภาเพื่อตัดสินว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหาถอดถอน ด้วยคะแนน 57 ต่อ 43 เสียง โดยมี ส.ว.รีพับลิกัน 7 คนแหกคอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอแสดงผลการลงมติของวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 (Photo by congress.gov via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า การลงมติของวุฒิสภาสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ ปิดฉากการไต่สวนข้อกล่าวหาอิมพีชเมนต์ที่ใช้เวลายาวนาน 5 วัน ซึ่งอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกกล่าวหาว่ายุยงปลุกปั่นให้ผู้สนับสนุนเขาก่อการกบฏภายในอาคารรัฐสภาแห่งเดียวกันนี้เมื่อวันที่ 6 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การก่อจลาจลทำลายข้าวของปล้นสะดมครั้งนั้นเกิดภายหลังทรัมป์กล่าวปราศรัยเรียกร้องให้มวลชนเคลื่อนขบวนมาที่รัฐสภา เพื่อขัดขวางการลงมติรับรองผลการเลือกตั้งที่โจ ไบเดน ชนะทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการลงมติ มี ส.ว.เห็นด้วยกับคำกล่าวหานี้ 57 คน ไม่เห็นด้วย 43 คน โดยมี ส.ว.รีพับลิกันลงมติเห็นด้วยกับการถอดถอนทรัมป์ 7 คน แต่เสียงยังคงไม่ถึง 2 ใน 3 หรือ 67 เสียง เพื่อตัดสินว่าทรัมป์มีความผิดตามข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์พ้นจากตำแหน่งไปแล้วตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม การอิมพีชเมนต์เขาจึงไม่สามารถนำมาใช้เพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ แต่พรรคเดโมแครตหวังจะให้ทรัมป์ถูกตัดสินว่ามีความผิด เพื่อให้เขารับผิดชอบต่อเหตุการณ์จลาจลครั้งนั้น ซึ่งทำให้มีคนตาย 5 คน รวมถึงตำรวจรัฐสภา 1 นาย และต้องการใช้มติถอดถอนทรัมป์นำไปสู่การห้ามเขาลงสมัครรับเลือกตั้งอีกในอนาคต โดยบอกว่าหากทรัมป์ได้กลับมาเป็นประธานาธิบดี เขาคงไม่ลังเลที่จะกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางการเมืองอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมทนายความของทรัมป์โต้แย้งคำกล่าวหาว่า ถ้อยคำปราศรัยของทรัมป์ต่อผู้สนับสนุนด้านนอกทำเนียบขาวในวันนั้นได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญสหรัฐที่ปกป้องสิทธิในการพูดอย่างเสรี ทนายความของทรัมป์ยังอ้างด้วยว่าทรัมป์ไม่ได้รับการพิจารณาคดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนเพื่อถอดถอนทรัมป์ครั้งนี้เกิดเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ส.ว.รีพับลิกันก็เคยลงมติโอบอุ้มทรัมป์มาแล้ว คราวนั้นมี ส.ว.รีพับลิกันเพียงคนเดียว คือ มิต รอมนีย์ ที่ลงมติว่าทรัมป์มีความผิด และควรพ้นจากตำแหน่งในข้อกล่าวหาว่า เขากดดันให้ประธานาธิบดียูเครนสอบสวนไบเดนและลูกชายฐานต้องสงสัยว่าคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มติของ ส.ว.เมื่อวันเสาร์ มี ส.ว.รีพับลิกัน 7 คนเห็นว่าทรัมป์ผิดตามข้อกล่าวหา นอกจากรอมนีย์คนเดิม ที่เหลือได้แก่ ริชาร์ด เบอร์ ,บิล แคสซิตี, ซูซาน คอลลินส์, เบน แซส, แพต ทูมมี และลิซา เมอร์คาวสกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน มิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำ ส.ว.เสียงข้างมากจากรีพับลิกัน แม้จะลงมติว่าทรัมป์ &amp;quot;ไม่ผิด&amp;quot; แต่เขามีถ้อยแถลงวิจารณ์อดีตประธานาธิบดีร่วมพรรคอย่างเจ็บแสบว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทรัมป์รับผิดชอบทั้งทางปฏิบัติและทางศีลธรรมต่อการยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น พวกที่บุกอาคารรัฐสภาเชื่อว่าพวกเขากำลังกระทำการตามความประสงค์และคำสั่งของประธานาธิบดีของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังมติของวุฒิสภา ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า ถึงแม้ทรัมป์จะพ้นจากการอิมพีชตามมติของวุฒิสภา แต่ข้อกล่าวหาที่มีต่อทรัมป์นั้นไม่ต้องโต้แย้งเลย ไบเดนยังเรียกร้องให้คนอเมริกันปกป้องระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ที่เก็บตัวอยู่ที่รีสอร์ตของเขาในรัฐฟลอริดานับแต่พ้นตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม ยินดีกับผลมติ และประณามกระบวนการไต่สวนว่าเป็น &amp;quot;อีกช่วงหนึ่งของการล่าแม่มดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์โดนสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเดโมแครตครองเสียงข้างมาก ลงมติถอดถอนเมื่อวันที่ 13 มกราคม ทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกที่โดนสภาล่างถอดถอนถึง 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ที่เป็นเป้าหมายของพวกก่อจลาจลในวันนั้นอย่างเปิดเผยและต้องหนีเอาชีวิตรอดออกจากอาคาร กล่าวโจมตี ส.ว.รีพับลิกันที่ลงมติว่าทรัมป์พ้นผิดว่า &amp;quot;ขี้ขลาด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92967</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนทรัมป์, รอดมติถอดถอน, วุฒิสภาสหรัฐ, ส.ว.รีพับลิกัน, ส.ว.เดโมแครต, อิมพีชเมนต์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210214/image_big_6028adc881b05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 22:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 22:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำสูงสุดอิหร่านทวีตภาพขู่เช็กบิล&#039;ทรัมป์&#039; ล้างแค้นฆ่านายพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทวิตเตอร์ของอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ทวีตภาพชายที่คลับคล้ายอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เล่นกอล์ฟใต้เงาทะมึนของเครื่องบิน พร้อมคำขู่ล้างแค้นเหตุการณ์โดรนสังหารนายพลอิหร่านที่อิรักเมื่อปี 2563 ก่อนโดนทวิตเตอร์ระงับบัญชีนี้เมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Source: Khamenei/Twitter&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ภาพและข้อความนี้โพสต์ลงในทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของสำนักงานของผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่ใช้ชื่อบัญชีว่า @khamenei_site เมื่อวันพฤหัสบดี โดยมีคำขู่ว่า ไม่มีใครรอดพ้นจากการล้างแค้นที่สหรัฐส่งโดรนโจมตีด้านนอกสนามบินแบกแดด สังหารนายพลกาเซ็ม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังรบนอกประเทศของอิหร่าน และผู้ช่วยชาวอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้แค้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คนฆ่าสุไลมานีและคนที่ออกคำสั่งต้องเผชิญกับการแก้แค้น&amp;quot; ข้อความในโพสต์นี้กล่าว &amp;quot;การแก้แค้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เป็นผู้ออกคำสั่งปฏิบัติการลอบสังหารครั้งนั้น ก่อนพ้นตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันพุธ ทรัมป์ขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันกลับไปยังรีสอร์ตมาร์-อะ-ลาโกของเขาในรัฐฟลอริดา โดยไม่ได้อยู่ร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของโจ ไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเจ้าหน้าที่ทางการอิหร่านเคยให้คำมั่นหลายครั้งว่าจะแก้แค้นการสังหารนายพลผู้นี้ เมื่อต้นเดือนมกราคม ซึ่งครบปีแรกของการลอบสังหารสุไลมานี อิบราฮิม ไรซี หัวหน้าฝ่ายตุลาการของอิหร่าน เคยเตือนว่า แม้แต่ทรัมป์ก็ไม่รอดพ้นจากความยุติธรรม และพวกที่ฆ่าสุไลมานีจะไม่ปลอดภัยไม่ว่าอยู่ที่ใดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ ทวิตเตอร์เคยถอดข้อความทวีตของคาเมเนอีที่เขากล่าวว่า วัคซีนที่ผลิตโดยสหรัฐและอังกฤษนั้นไม่น่าไว้วางใจ และอาจมีเจตนาเพื่อปนเปื้อนเชื้อโรคในประเทศอื่นๆ ทวิตเตอร์อ้างว่าข้อความทวีตนี้ละเมิดกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ล่าสุดในวันศุกร์ ภายหลังทวีตในเชิงขู่ฆ่าทรัมป์ ทวิตเตอร์ได้ระงับการใช้งานบัญชีของผู้นำสูงสุดอิหร่านแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90707</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาเซ็ม สุไลมานี, ทวิตเตอร์, ทวีตขู่ฆ่าทรัมป์, ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน, ล้างแค้นฆ่านายพลอิหร่าน, อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600aeaf73bc4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
