<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอฟดีเอสหรัฐอนุมัติฉีดไฟเซอร์เข็ม3ให้ผู้สูงอายุ-กลุ่มเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอนุมัติให้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบออนเทค เข็มกระตุ้นภูมิโดสที่ 3 ให้เฉพาะกับบุคคลที่อายุ 65 ปีขึ้นไป และกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงทั้งจากโรคร้ายแรงและกลุ่มเสี่ยงสัมผัสไวรัสเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวว่า การอนุมัติของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) เมื่อวันพุธ จะเปิดทางให้สหรัฐสามารถฉีดวัคซีนโควิดของไฟเซอร์โดสที่ 3 ให้แก่ผู้สูงอายุที่อายุ 65 ปีขึ้นไปและบุคคลในกลุ่มที่ประกาศได้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ สำหรับผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนโดสที่ 2 ผ่านมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจเน็ต วูดค็อก รักษาการเลขาธิการเอฟดีเอ กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่า การเปลี่ยนแปลงการอนุมัติใช้งานแบบฉุกเฉินของวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทคครั้งนี้ จะเปิดทางให้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้แก่บุคคลในกลุ่มที่เป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแลสุขภาพ, ครู และผู้ดูแลเด็กเล็ก, พนักงานร้านขายของชำ และผู้อยู่ในศูนย์พักพิงคนไร้บ้านหรือในเรือนจำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของเอฟดีเออยู่ในความคาดหมายอยู่แล้ว หลังจากคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระลงมติกันเมื่อสัปดาห์ก่อน เห็นด้วยกับการรับรองดังกล่าว อย่างไรก็ดี คณะกรรมการที่ปรึกษาของเอฟดีเอชุดนี้คัดค้านแผนเดิมของทำเนียบขาว ที่ต้องการให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 3 ให้กับคนอเมริกันทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีน, ด้านโรคติดเชื้อ และด้านระบาดวิทยา สรุปความเห็นว่า สมดุลระหว่างประโยชน์กับความเสี่ยงนั้นมีความแตกต่างสำหรับคนวัยหนุ่มสาว โดยเฉพาะในกลุ่มคนหนุ่มที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117664</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนไฟเซอร์, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ, อนุมัติฉีดเข็มสาม, เอฟดีเอ, โดสกระตุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c7418732f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 22:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 22:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ดีชี้ประสิทธิภาพวัคซีนลดลงหลัง6เดือน ด้าน J&amp;Jคุยโดสสองดันภูมิพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การศึกษาผ่านผู้ใช้แอปพลิเคชันในอังกฤษพบว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนไฟเซอร์และแอสตร้าเซนเนก้า ในการป้องกันโควิด-19 เริ่มลดลงภายในเวลา 6 เดือน ตอกย้ำความจำเป็นสำหรับการฉีดโดสเสริม ขณะจอห์นสันแอนด์จอห์นสันที่ผลิตวัคซีนโควิดแบบโดสเดียวเผยว่า การฉีดกระตุ้นโดสที่ 2 ดันภูมิคุ้มกันพุ่งขึ้น 9 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 25 สิงหาคม 2564 อ้างการวิเคราะห์ข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริง ที่รวบรวบจากผู้ใช้แอปพลิเคชันทางโทรศัพท์ ZOE COVID ในอังกฤษ พบว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบออนเทคภายหลังการฉีดโดสที่ 2 หนึ่งเดือนมีประสิทธิ 88% แล้วลดลงเหลือ 74% หลังผ่านไป 5-6 เดือน ส่วนวัคซีนของออกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้าที่ฉีดครบ 2 โดสนั้นลดลงจาก 77% เหลือ 67% หลังผ่านไป 4-5 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ZOE เจ้าของแอปพลิเคชันนี้ ซึ่งร่วมมือกับคิงส์คอลเลจลอนดอน กล่าวว่า การศึกษาอ้างอิงข้อมูลจากผู้ใช้งานมากกว่า 1 ล้านราย โดยเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่รับการฉีดวัคซีนแล้วและบอกว่าตนเองติดเชื้อ กับกรณีที่พบในกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับวัคซีน อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมจากกลุ่มคนอายุน้อยด้วย เนื่องจากผู้เข้าร่วมการศึกษานี้ที่ได้รับวัคซีนครบนานกว่า 6 เดือนนั้นเป็นผู้สูงอายุเสียส่วนใหญ่ เพราะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับการฉีดวัคซีนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิม สเป็กเตอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทนี้ กล่าวกับสถานีบีบีซีว่า ภายใต้สภาวการณ์เลวร้ายที่สุดในอนาคต การปกป้องของวัคซีนอาจลดลงต่ำกว่า 50% ในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพในช่วงฤดูหนาวปีนี้ สิ่งนี้เน้นย้ำความจำเป็นในการดำเนินการบางอย่าง เราไม่อาจนั่งเฉยดูการป้องกันค่อยๆ ลดลง ในขณะที่เคสยังคงสูงและโอกาสของการติดเชื้อก็สูงเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษและหลายชาติยุโรปกำลังวางแผนฉีดวัคซีนบูสเตอร์ให้ประชาชนภายในปีนี้ หลังจากที่ปรึกษาด้านวัคซีนหลายคนกล่าวว่า อาจจำเป็นต้องฉีดโดสที่ 3 ให้กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สหรัฐอเมริกา กลางเดือนกันยายนรัฐบาลกำลังเตรียมจะฉีดโดสที่ 3 ให้แก่คนอเมริกันทุกกลุ่มที่ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์และโมเดอร์นาครบแล้วนานกว่า 6 เดือน ส่วนผู้ที่ได้ฉีดวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งฉีดเพียงโดสเดียวนั้น ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) คาดว่าจะต้องฉีดกระตุ้นโดสที่ 2 เช่นกัน แต่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการอนุมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เอเอฟพีรายงานว่า ในวันพุธ บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (J&amp;amp;J) ออกคำแถลงอ้างผลการศึกษาทางคลินิก 2 ชิ้น ซึ่งยังไม่ผ่านการตรวจทานของผู้รู้เสมอกัน ชี้ว่าวัคซีนโดสที่ 2 ของ J&amp;amp;J กระตุ้นสารภูมิต้านทานหรือแอนติบอดีเพิ่มขึ้น 9 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของบริษัทไม่ได้ระบุชัดว่าโดสที่ 2 ฉีดในระยะเวลาหลังโดสแรกนานเท่าใด แต่ข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองในเว็บไซต์ของรัฐบาลเผยว่า บริษัทกำลังทดสอบกับช่วงเวลาที่หลากหลาย โดยเริ่มตั้งแต่ 6 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114573</URL_LINK>
                <HASHTAG>J&amp;J, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, ประสิทธิภาพลดลงหลัง6เดือน, วัคซีนโควิด, แอสตร้าเซนเนก้า, โควิด-19, โดสกระตุ้น, โดสบูสเตอร์, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_61266117db7d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
