<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 00:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 23:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โตโยต้า C-HR ขุมพลังไฮบริด ประหยัด ออปชั่นแน่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โตโยต้า C-HR ครอสโอเวอร์ทรงสปอร์ตที่มาพร้อมการดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยว สำหรับรุ่นที่นำมาทดลองขับเป็นรถยนต์ Toyota C-HR Hybrid Premium Safety สำหรับโตโยต้า C-HR มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสีภายนอกใหม่ ทั้งยังมาพร้อมกับหลังคาสีใหม่ ไม่เหมือนใคร กับ 2 ทางเลือกสีหลังคาใหม่ Black roof หรือ Silver roof ไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์ Full LED ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ไฟเลี้ยวแบบ Sequential และไฟส่องสว่างที่กระจกมองข้างแบบ LED (Welcome lamp) ทั้งยังเหนือกว่าด้วยระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบ Follow-Me-Home และล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 17 นิ้ว มาตรฐานความปลอดภัย (Toyota Safety Sense) ด้วยระบบ All-speed Dynamic Radar Cruise Control พร้อมระบบ Lane Tracing Assist ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน รองรับเทคโนโลยีสุดล้ำ Apple &amp;nbsp;Play และ T-Connect by TOYOTA สำหรับรถทุกคัน ในราคาสุดพิเศษ คุ้มค่าแก่การเป็นเจ้าของยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงของรุ่นใหม่มีดังนี้ สีตัวถังน้ำเงินแบบใหม่ Nebula Blue ปรับสีขาวมุกเป็น Platinum White Pearl เพิ่มหลังคาสีเงิน Silver Roof ปรับหน้าจอทัชสกรีนกลางแบบใหม่ ปรับ ระบบนำทางออก เพิ่มระบบ All-Speed Dynamic Rader Cruise Control : หรือ Adaptive Cruise Control พร้อม Stop &amp;amp; Go เพิ่มระบบ Lane Tracing Assiat : หรือระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในห้องโดยสารดีไซน์พรีเมียม สบายในทุกมิติ ด้วยเบาะคู่หน้าทรงสปอร์ตโอบรับกับสรีระ มาพร้อมปุ่มปรับดันหลังด้านคนขับ (Lumbar Support) ระบบแยกปรับอากาศ Dual Zone ปรับอุณหภูมิบริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้านซ้าย-ขวาได้อย่างอิสระ และพวงมาลัยพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและจอแสดงผล หน้าจอระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlayพร้อมช่องเชื่อมต่อ USB / Bluetooth &amp;nbsp;ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ (Auto Brake Hold) โหมดการขับขี่ 3 แบบ EV Modeใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในความเร็วต่ำ /Sport Modeเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ /Eco Modeปรับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสารnanoe ช่วยขจัดกลิ่นและยับยั้งเชื้อ โรค ส่วนสีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 5 สี คือ สีดำ Attitude Black Mica / หลังคาสีเงิน Silver roof , สีน้ำเงิน Nebula Blue / หลังคาสีเงิน Silver roof , สีขาวมุก Platinum White Pearl / หลังคาสีดำ Black roof , สีแดง Premium Red / หลังคาสีดำ Black roof , สีเงิน Metal Stream Metallic / หลังคาสีดำ Black roof
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขุมพลังเป็นตัวเลือกเดิม คือใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร 98 แรงม้า แรงบิด 142 นิวตันเมตร กับมอเตอร์ไฟฟ้า 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า พร้อมส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ทนทานและประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 24.4 กม./ลิตร พร้อมรับประกัน แบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี มาตรฐานความปลอดภัยใหม่มากมาย อาทิ&amp;nbsp;Pre-Collision System ระบบความปลอดภัยก่อนการชน Lane Departure Alert with Steering Assist ระบบเตือนเมื่ออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ All-Speed Dynamic Radar Cruise Control with Lane Tracing Assist ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ ซึ่งสามารถปรับลดความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่งตามรถยนต์คันหน้า และจะเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้เมื่อไม่มีรถขวางหน้า พร้อมระบบ Lane Tracing Assist ที่ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน Auto High Beams ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ&amp;nbsp;ความจุถังน้ำมัน 43 ลิตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากได้ทดลองขับต้องบอกว่า สัมผัสแรกภายนอกให้ความรู้สึกถึงความโฉบเฉี่ยว ทันสมัย ส่วนภายในห้องโดยสารดีไซน์ทันสมัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตำแหน่งการจัดวางปุ่มควบคุมภายในรถใช้งานง่าย ส่วนของแถวสองตำแหน่งผู้โดยสาร คิดว่าแคบไปหน่อย หากคนตัวใหญ่นั่ง 3 คน น่าจะอึดอัด ด้านสมรรถนะการขับขี่อัตราเร่งดี ทั้งตีนต้นและตีนปลายไหลลื่นไปได้ ขนาดของตัวรถกำลังดีทำให้ขับขี่คล่องตัวทั้งในเมือง และนอกเมือง น้ำหนักพวงมาลัยเบาเมื่อความเร็วต่ำ และหน่วงขึ้นเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำให้ขับขี่และเข้าโค้งได้ด้วยความมั่นใจและแม่นยำ สิ่งที่ทำให้มั่นใจมากขึ้นเมื่อขับขี่คือระบบความปลอดภัยที่ให้มาอย่างครบครัน โดยรวมประทับใจในอัตราเร่ง ความคล่องตัวในการขับขี่ ความหนึบของช่วงล่างและในส่วนของความประหยัดทำได้ดีเกินคาดหมาย ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าคุณได้ดีทีเดียว สำหรับรุ่นปรับปรุงใหม่ถือว่า มีราคาลดลงจากเดิม แต่เพิ่มเติมออปชั่น ที่เหมาะสมกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น ในราคา 1,139,000 บาท โดยผู้สนใจสามารถไปทดลองขับด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมทั่วประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117947</URL_LINK>
                <HASHTAG>โตโยต้า C-HR</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_6150a6ba8846b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
