<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โตโยต้าประกาศผลโครงการ  “CU TOYOTA Ha:mo OPEN INNOVATION CONTEST”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;นินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย รองอธิการบดี กำกับดูแลด้านการพัฒนางานใหม่ และงานนวัตกรรมจุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย ร่วมเป็นประธานในงานตัดสินรอบชิงชนะเลิศ การแข่งขันประกวดโครงการ &amp;ldquo;CU TOYOTA Ha:mo OPEN INNOVATION CONTEST&amp;rdquo; เพื่อร่วมพัฒนานวัตกรรมการเดินทางในอนาคต ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ริเริ่มโครงการ &amp;ldquo;CU TOYOTA Ha:mo&amp;rdquo; ภายใต้ความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปี 2560 เพื่อทดลองระบบการแบ่งปันรถกันใช้ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก EV Car Sharing เพื่อวิ่งในระยะทางสั้นๆ สำหรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างระบบขนส่งสาธารณะ และการเดินทางส่วนบุคคลอย่างราบรื่น เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกสบาย เดินทางสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็วและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันโครงการมีรถไฟฟ้าที่ให้บริการรวมทั้งหมด 30 คัน ใน 22 สถานี โดยครอบคลุมพื้นที่ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามสแควร์ สามย่าน และสวนหลวง จากการประเมินผลโครงการ &amp;ldquo;CU TOYOTA Ha:mo&amp;rdquo; พบว่า ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มเป้าหมาย และเพื่อขยายระบบการคมนาคม Ha:mo ออกไปในวงกว้าง ทางโครงการจึงเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาที่สนใจได้เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาโครงการจากประสบการณ์การใช้งานจริง ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;เวทีเปิดทางนวัตกรรม&amp;rdquo; โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตนักศึกษาได้ประยุกต์ใช้ความรู้ความสามารถ และนำแนวความคิดหรือแผนงานที่เข้าร่วมแข่งขันไปประยุกต์ใช้งานในอนาคต ตลอดจนมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบ EV Car Sharing ไปในมิติต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;โครงการ &amp;ldquo;เวทีเปิดทางนวัตกรรม&amp;rdquo; เปิดให้นิสิตนักศึกษาได้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยมีผู้ที่สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 30 ทีม ซึ่งทางคณะกรรมการได้คัดเลือกทีมที่ผ่านตามเกณฑ์การตัดสินจนเหลือ 17 ทีมสุดท้ายเพื่อเข้ารอบชิงชนะเลิศในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 โดยทั้ง 17 ทีม ได้นำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการการตัดสินจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้แทนจากโครงการ CU TOYOTA Ha:mo และผู้แทนจากผู้สนับสนุนโครงการเพื่อคัดเลือกโครงงานนำไปสู่การประยุกต์ใช้งานจริงต่อไปในอนาคต โดยโครงการจะให้การสนับสนุนงบประมาณอีก 6 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm 10pt;&quot;&gt;นินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ผมได้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจของนิสิตแต่ละทีมที่ได้นำเสนอผลงานอย่างเต็มความสามารถ ผมเชื่อว่าทุกคนในที่นี้มีศักยภาพในการที่จะสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ หากทุกคนมีความมุ่งมั่น ไม่ลดละความพยายาม ไม่ว่าวันนี้ผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร ขอให้เราทุกคนมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา EV Car Sharing &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แนวคิดอันเป็นประโยชน์ที่นิสิตนำมาเสนอในเวทีเปิดทางนวัตกรรมนี้ จะสามารถต่อยอดจากแนวความคิดพื้นฐานไปสู่กระบวนการที่ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ และสามารถนำหลักคิดที่สำคัญมาร่วมกันพัฒนาทางเลือกใหม่สำหรับการเดินทางในสังคมเมืองอันจะก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ และนี่คืออีกหนึ่งความสุขที่เราพร้อมขับเคลื่อนและมอบให้กับคนไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30425</URL_LINK>
                <HASHTAG>CU TOYOTA Ha:mo, จุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย, ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย, นินนาท ไชยธีรภิญโญ, ยานยนต์ไทยโพสต์, โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7c9e0b250ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โตโยต้า ส่งมอบ คัมรี ให้กับเบลล์ทรานส์พอร์ท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าพบ หัสดินทร์ เอี่ยมชีรางกูร กรรมการผู้จัดการบริษัท เบลล์ทรานส์พอร์ท จำกัด และ โจ ซาโต้ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม นิกโก้ กรุงเทพฯ เพื่อแสดงความขอบคุณ พร้อมทำการส่งมอบ &amp;ldquo;คัมรี&amp;rdquo; จำนวน 32 คัน เพื่อใช้ดำเนินธุรกิจการให้บริการรถลิมูซีน ตอกย้ำความเป็นที่สุดแห่งสมรรถนะการ ขับขี่และความสะดวกสบายที่เหนือระดับ ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้เดินทางไปส่งมอบ คัมรี จำนวน 32 คัน ให้กับบริษัท เบลล์ทรานส์พอร์ท จำกัด เพื่อเตรียมให้บริการกับลูกค้าทุกท่านตั้งแต่วันนี้ที่ โรงแรม นิกโก้ กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30419</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, รีวิว, ส่งมอบรถ, โตโยต้า, โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7c9938e2e6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลกซัส ES ใหม่ ยนตรกรรมที่ผสานสุนทรียภาพอันสมบูรณ์แบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย ยูกิฮิโระ คิโตะ ผู้ช่วยหัวหน้าทีมวิศวกร เลกซัส ES เลกซัส อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และ นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าวแนะนำ เลกซัส ES ใหม่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลกซัส ES (Executive Sedan) คือ ยนตรกรรมซีดานหรูขนาดกลาง ซึ่งเลกซัส ES รุ่นแรกถือกำเนิดขึ้นพร้อมเปิดตัวแบรนด์เลกซัสคู่กับเลกซัส LS เมื่อปีพ.ศ. 2532 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นับจากนั้นมา เลกซัส ES ก็ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จากความโดดเด่นด้านความนุ่มนวลในการขับขี่และความเงียบภายในห้องโดยสาร ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์หรูโดยทั่วไป ความนิยมดังกล่าวทำให้เลกซัส ES เป็นรถซีดานที่มียอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ของเลกซัส &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลกซัส ES ใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 7 คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยความสมบูรณ์แบบที่เหนือกว่าเดิมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายนอก ด้วยเส้นสายที่ดูสปอร์ตเร้าใจ เสริมความเฉียบคมให้เข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว สมรรถนะการขับขี่อันสมบูรณ์แบบ จากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ GA-K (Global Architecture-K Platform) ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทรงตัวเยี่ยมและควบคุมได้ดั่งใจ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นล่าสุด ทั้งยังมั่นใจตลอดการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus เจนเนอเรชั่นที่ 2 แต่คงไว้ซึ่งความประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ควบคู่กับความนุ่มนวลในการขับขี่และความเงียบภายในห้องโดยสาร อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส ES&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลกซัส ES ได้รับการแนะนำเป็นครั้งแรกของโลก พร้อมรถรุ่นเรือธงอย่างเลกซัส LS และการแนะนำเลกซัส ES เจนเนอเรชั่นที่ 7 แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสําคัญ นั่นคือการออกแบบยนตรกรรมที่เหนือความคาดหมายไปจากเดิม ด้วยการเพิ่มคุณค่าด้านอารมณ์ความรู้สึก บนพื้นฐานของพลวัตในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม โดยรวมนวัตกรรมยานยนต์ของเลกซัสที่สำคัญ ทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ และเทคโนโลยีล่าสุดที่ก้าวล้ำเข้าด้วยกัน ภายใต้หลักการพัฒนา 3 จุดหลัก ได้แก่ &amp;ldquo;การออกแบบที่กล้าจะแตกต่าง&amp;rdquo; (Brave Design) : โดดเด่นด้วยการออกแบบภายนอกที่กล้าฉีกแนวทางอนุรักษ์นิยมแบบเดิม สู่แนวคิดใหม่ &amp;ldquo;ความสง่างามที่น่าหลงใหล&amp;rdquo; (Provocative Elegance) ด้วยเส้นสายที่ดึงดูดสายตา สปอร์ตโฉบเฉี่ยว พร้อมสะท้อนพลวัตในการขับขี่ ที่ดีกว่าเดิม , &amp;rdquo;สมรรถนะอันเร้าใจ&amp;rdquo; (Exhilarating Performance) : ด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ GA-K (Global Architecture-K Platform) และระบบช่วงล่างด้านหลังใหม่แบบดับเบิ้ลวิชโบน ช่วยให้เกาะถนนและทรงตัวเป็นเยี่ยม แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลในการขับขี่ตามแบบฉบับดั้งเดิมของเลกซัส ES พร้อมด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด เจนเนอเรชั่นที่ 4 ประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบสนองทุกจังหวะการเร่งได้อย่างทันใจ , &amp;ldquo;เทคโนโลยีแห่งอนาคต&amp;rdquo; (Imaginative Technology) : ครบครันและล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีระดับสูง มอบความมั่นใจสูงสุดด้วยระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก Lexus Safety System Plus เจนเนอเรชั่นที่ 2 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า เลกซัส ES ใหม่ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สะท้อนความมุ่งมั่น เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน และถือเป็นโอกาสสำคัญของเลกซัสในการสร้างลูกค้ากลุ่มใหม่ ซึ่งให้คุณค่ากับการออกแบบ และหลงใหลในสมรรถนะการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเลกซัส ES ใหม่คือ ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มองหาความแตกต่างและประสบการณ์การดูแลลูกค้าสุดเอกซ์คลูซีฟตาม แบบฉบับเลกซัส จากความโดดเด่นของ ES ใหม่ จึงเป็นที่มาของการสื่อสารทางการตลาดภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Of Peace and Power&amp;rdquo; สะท้อนถึงการผสานรวมความต่าง ระหว่างความนุ่มนวลและความเงียบภายใน ห้องโดยสารอันเป็นเอกลักษณ์ของ ES กับสมรรถนะการขับขี่ใหม่ที่เร้าใจกว่าเดิม เลกซัส ES ใหม่ มาพร้อม 2 สีใหม่ คือ สี Ice Ecru และสี Sunlight Green ในโอกาสนี้ เราขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษด้วยการขยายระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดสำหรับรถยนต์เลกซัสทุกรุ่น จากผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการโดยเพิ่มจากปัจจุบัน 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง เป็น 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ใหม่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ราคา ES 300h รุ่น Luxury&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;3,590,000 บาท ราคา ES 300h รุ่น Grand Luxury&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3,760,000 บาท ราคา ES 300h รุ่น Premium&amp;nbsp; 4,190,000 บาท พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15930</URL_LINK>
                <HASHTAG>ES 300h, Grand Luxury, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, มิจิโนบุ ซึงาตะ, ยานยนต์ไทยโพสต์, ยูกิฮิโระ คิโตะ, รีวิว, วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์, เลกซัส ES, โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย, ไทยโพสต์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180822/image_big_5b7ceac131af2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
