<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2019 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2019 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเวทียำเละ &#039;มาตรา44&#039; อุ้ม 3 เอกชนให้บริการมือถือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.62 - ที่ห้องประชุมประชุมมูลนิธิ 14 ตุลา อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา &amp;nbsp;บริเวณสี่แยกคอกวัว&amp;nbsp;คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ร่วมกับคณะตรวจสอบภาคประชาชน ร่วมกันแถลง กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 &amp;nbsp;ที่ 4/2562 &amp;nbsp;เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถคืนใบอนุญาตและยืดระยะเวลาชำระค่างวดให้กับบริษัทเอกชนที่ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าตนเชื่อว่าเบื้องหลังคำสั่งดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ จากกรณีที่บริษัทเอกชน 3 บริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการยืดเวลาชำระค่างวด ที่จะเข้าร่วมการประมูลคลื่น 5จี และถือเป็นความผิดที่ขัดกับรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน เพราะมีลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนบางราย ทั้งนี้ตนส่งจดหมายไปถึงประธาน กสทช. เพื่อเตือนการปฏิบัติหน้าที่ตามดุลยพินิจที่ไม่ขัดกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ และแบกรับภาระความรับผิดชอบแทน คสช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ ทำผิดต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน เพราะเงื่อนไขการใช้อำนาจรัฎฐาธิปัตย์ตามมาตรา 44 &amp;nbsp;ที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือ กรณีจำเป็นต่อการปฏิรูป, ส่งเสริมความสามัคคี สมานฉันท์ของคนในชาติ และ ป้องกันภัยที่อาจเกิดกับความมั่นคงและราชบัลลังก์ &amp;nbsp;ส่วนขอบเขตการใช้อำนาจ คือ ต้องมีลักษณะจัดการที่เด็ดขาด ไม่ใช่ส่งต่อให้หน่วยงานใด หรือใช้กฎหมายฉบับอื่นดำเนินการต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายชาญชัย กล่าวว่า คำสั่งมาตรา 44 ที่ยืดระยะเวลาชำระค่างวดให้กับ 3 บริษัทเอกชนที่ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ จาก 5 ปี 4 งวด เป็น 10 ปีนั้น จะทำให้เกิดความเสียหายกับประเทศและประโยชน์สาธารณะ เนื่องจากการยืดเวลาชำระค่างวด ไม่เก็บค่าดอกเบี้ยตามเวลาที่ยืดชำระค่างวด เบื้องต้นคาดว่าจะทำให้สาธารณะเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ตนมีรายละเอียดที่ชี้ชัดว่าเบื้องหลังของคำสั่งมาตรา 44 ดังกล่าวเป็นเรื่องที่บริษัทเอกชนร้องขอและเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยใช้กลไกของ กสทช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯ ใช้สมองส่วนใหญ่คิด ท่านไม่ฉลาด ที่ใช้มาตรา 44 ไปช่วยบริษัทเอกชนให้บริการมือถือ บริษัทมือถือเป็นใคร ใหญ่โตถึงขนาดที่สั่งให้ผู้มีอำนาจทำได้ถึงขนาดนี้ ประชาชนโดนโกงทุกวัน จากการคิดค่าใช้บริการ ประชาชนซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง ผมยืนยันว่าคนพวกนี้ไม่ฉลาด บอกไม่ได้ว่าจะวัดระดับความโง่จากอะไร ทั้งนี้ผมเชื่อว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น นายกฯ​ต้องรับผิดชอบ และ กสทช.​ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น&amp;quot; นายชาญชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34054</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., การประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอช, มาตรา44, โทรศัพท์มือถือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cbab3bae797b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายสงกานต์ ร้องโอนคดีกิ๊ฟ ให้กองปราบฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายสงกานต์พาพี่ชายน้องกิ๊ฟที่ถูกรุมโทรมจนเสียชีวิตเข้าร้อง &amp;quot;เฉลิมเกียรติ&amp;quot; ขอโอนคดีให้กองปราบฯ ลุยต่อ ชี้มีประเด็นข้อสงสัยเพียบเกี่ยวกับการรวบรวมพยานหลักฐานของตำรวจท้องที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 4 มิถุนายนนี้ นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ พร้อมด้วยนายณัฐวุฒิ หอยสังข์ พี่ชายของ น.ส.อุมาพร หรือน้องกิ๊ฟ เจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางออนไลน์ ที่ถูก 4 ทรชนรุมโทรมที่ล้งผลไม้ใน จ.จันทบุรีจนเสียชีวิต เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดี โดยมี พ.ต.อ.นิติพัฒน์ กิตติรักษกุล รอง ผบก.ทว. นายตำรวจเวร อำนวยการรับหนังสือแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ที่ผ่านมามั่นใจว่าตำรวจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การมาร้องเรียนครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ที่สามารถกระทำได้ และไม่ได้เรียกร้องอะไรเป็นพิเศษ เพราะเชื่อว่าตำรวจต้องทำทุกอย่างในการคลี่คลายคดี นำตัวผู้ที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมดมาลงโทษ ส่วนผู้ต้องหาจะมีมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ไม่สามารถระบุได้ และจะมีการวางแผนร่วมกันฆ่าหรือไม่ ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจในการสืบสวนแสวงหาพยานหลักฐาน แต่ส่วนตัวเชื่อว่ามีคนร้ายมากกว่าที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ และต้องการให้ตำรวจจับกุมได้โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสงกรานต์ระบุว่า ญาติผู้ตายยังติดใจสงสัยอีกหลายประเด็น ได้แก่ 1.ชุดน้องกิ๊ฟที่สวมใส่ในวันเที่ยวผับอยู่ไหน แล้วชุดที่พบขณะตาย ผู้ใดเอามาเปลี่ยนให้ 2.ผู้ต้องสงสัยหญิงทั้ง 3 คนมีพิรุธและข้อสงสัยหลายอย่าง 3.เช็กสัญญาณมือถือของผู้ต้องหาทั้งสี่ติดต่อกับผู้ใดบ้างก่อนกิ๊ฟตายและหลังตาย รวมทั้งกับผู้ต้องสงสัยหญิงทั้งสาม 4.จากโพสต์ของผู้ชายวัยรุ่นในทำนองนำผู้ตายไปขาย และคอมเมนต์ถามกิ๊ฟว่า &amp;quot;ถอนหุ้นเสวนาหรือ&amp;quot; คำว่า &amp;quot;เสวนา&amp;quot; คือหุ้นอะไร??? และ กิ๊ฟ อุมาพร เข้ามาคอมเมนต์ถึงเรื่องหุ้นว่า &amp;quot;โดนถอนหุ้นนนน 5555&amp;quot; คืออะไร???
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.กิ๊ฟมีลูก 2 คนกับสามีเก่า และมีแฟนใหม่ปัจจุบัน ตำรวจไม่เคยเรียกไปสอบเชิงลึกแต่อย่างใด หรือขอเบาะแส 6.กิ๊ฟถูกหิ้วออกจากผับแบบร่างไร้สติ เดินผ่านตำรวจในขณะนั้นจำนวน 2 นาย ยศ ร.ต.ท. และ ส.ต.ท. ทำไมไม่สอบถามคนอุ้มร่างกิ๊ฟที่ไร้สติขณะนั้น และเวลาหิ้วออกจากผับตี 2 กว่าๆ 7.ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปรับศพกิ๊ฟผ่าชันสูตรพลิกศพคู่ขนานไปกับ รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี อีกครั้ง 8.ขอรายการเดินบัญชีของผู้ตายทุกวันจนถึงก่อนตาย เพราะญาติไม่เชื่อว่าจะมียอดรวมบัญชีเงินฝากเป็นล้านๆ เพราะเงินเดือนขายเครื่องสำอางแค่หมื่นกว่าบาท จะอัพเดตอย่างไรก็ไม่มีทางยอดรวมเป็นล้านบาทได้ 9.ผู้ต้องหามีการคัดค้านประกันตัวหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.รถยนต์คันก่อเหตุติดป้ายแดง ทั้งที่รถคันดังกล่าวไม่ใช่รถออกใหม่ แสดงถึงความผิดปกติ หมายถึงเตรียมการออกมาก่อเหตุครั้งนี้ 11.ตำรวจยังไม่ได้เรียกชายวัยรุ่นในภาพที่โฆษณาขายกิ๊ฟ รวมทั้งผู้คอมเมนต์ทั้งหมดก่อนกิ๊ฟตาย 12.ผลการผ่าชันสูตรพลิกศพยังไม่มีการแถลง 13.ผลการตรวจ DNA ตามตัวของผู้ตายและสถานที่เกิดเหตุต่างๆ ยังไม่มีการแถลงว่ามีของผู้ต้องหาคนใดบ้าง 14.โทรศัพท์มือถือของผู้ตายนี้ที่ ตร.ยึดไปมีการนำไปถอดและหาหลักฐานประกอบสำนวนคดีหรือยัง ทำไมไม่มีการแถลงผล และ 15.ขอให้ทาง สตช.ยึดโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องสงสัยหญิงทั้งสาม และผู้ต้องหาชายทั้งสี่มาดำเนินการค้นหาข้อมูลประกอบคดี เชื่อว่าเป็นประโยชน์ในทางคดีแน่นอน และขอให้กู้ข้อมูลที่มีการลบออก 16.ขอให้โอนคดีมากองปราบปรามเพื่อสืบสวนสอบสวนในเชิงลึกเพิ่มเติมและขยายผล หรือส่งกองปราบปรามเข้าไปสนับสนุนสอบสวนในเชิงลึกฝ่ายเดียวเป็นคู่ขนานกัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับท้องที่แต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวในพื้นที่ มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.มะขาม จ.จันทบุรี ได้ทำเรื่องขออนุมัติศาลจังหวัดจันทบุรีเพื่อออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาเพิ่ม แต่ทางศาลจังหวัดจันทบุรีได้ตีสำนวนกลับ เนื่องจากหลักฐานในการเอาผิด 2 ผู้ต้องหายังอ่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย ที่รัฐสภา นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ในฐานะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม พร้อมด้วยญาติของ น.ส.อุมาพร หรือน้องกิ๊ฟ ได้เข้าพบ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ กรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม เพื่อยื่นเรื่องในข้อสงสัยต่างๆ พร้อมขอให้มีการชันสูตรพลิกศพใหม่อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.คุณหญิงพรทิพย์กล่าวภายหลังจากพูดคุยกับนายสงกรานต์และญาติของผู้เสียชีวิตว่า จากข้อมูลเบื้องต้น การเสียชีวิตของน้องกิ๊ฟเป็นการเสียชีวิตที่น่าจะได้ข้อมูลไม่ยาก เนื่องจากศพอยู่ในสภาพที่ดี มีความผิดปกติบนศพให้เห็นตั้งแต่ตอนพบศพ ณ จุดเกิดเหตุ อีกทั้งศพถูกส่งผ่าพิสูจน์โดยแพทย์นิติเวช จึงได้แต่แนะนำให้รอผลการพิสูจน์ว่าเป็นอย่างไร โดยในระหว่างนี้ ตนขอแนะนำให้เก็บศพไว้ในห้องเย็น พร้อมติดต่อพูดคุยกับแพทย์ที่ทำการผ่าศพ เนื่องจากญาติมีสิทธิ์ตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักสากลที่จะรับทราบข้อมูลโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านตำรวจ ซึ่งที่ผ่านมากรณีดังกล่าวเป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องปฏิรูป เพราะกรณีการตายเช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ตำรวจจะต้องให้แพทย์นิติเวชมาบูรณาการทำงานร่วมกับตำรวจไปพร้อมกันๆ ณ จุดเกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.คุณหญิงพรทิพย์กล่าวด้วยว่า การปฏิรูปนิติวิทยาศาสตร์นั้นมีการเสนอออกกฎหมายใหม่ โดยเฉพาะการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ต้องใช้ผู้มีความรู้ด้านนิติเวชเท่านั้น รวมถึงจะต้องเก็บหลักฐานส่งตรวจเองทุกขั้นตอนก่อนนำไปประมวลผล ซึ่งต่างจากปัจจุบันคือ รวบรวมหลักฐานแล้วส่งให้พนักงานสอบสวน และพนักงานสอบสวนก็เลือกบางส่วนส่งให้นิติเวชตรวจ เพราะไม่มีความเข้าใจในกระบวนการตรวจสอบของนิติเวช.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10675</URL_LINK>
                <HASHTAG>DNA, พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โทรศัพท์มือถือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b153934dba37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
