<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 07:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฐวุฒิ&#039;ประชดศาล!คดีเผาเมืองโทษประหารชีวิต ถ้าตัดสิทธิ์อุทธรณ์ตัดสินไปเลยดีกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค.63-นายธำรงค์ หลักแดน ทนายความของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2563 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เบิกตัวนายณัฐวุฒิจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อสืบพยานในฐานะจำเลยคดีจัดการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อปี 2552 ทั้งนี้ ก่อนเริ่มสืบพยาน นายณัฐวุฒิลุกขึ้นแถลงด้วยวาจาต่อศาลว่า นอกจากคดีนี้ ตนยังเป็นจำเลยในคดีก่อการร้ายจากการชุมนุมเมื่อปี 2553 ที่แยกราชประสงค์ โดยจำเลยทั้งหมด 24 คน ต่อสู้คดีจนศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาระหว่างที่อัยการโจทก์จะอุทธรณ์ ตนต้องคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีอื่นให้จำคุก 2 ปี 8 เดือน ในช่วงเวลาดังกล่าวพนักงานอัยการยื่นสำนวนอุทธรณ์ต่อศาล ระหว่างที่จำเลยอื่นๆ ทยอยได้รับสำเนาอุทธรณ์จากศาลเพื่อยื่นคำแก้อุทธรณ์ตามกระบวนการ แต่นายณัฐวุฒิยังไม่ได้รับสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ จึงมอบหมายให้ตนตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ศาลนำหมายสำเนาอุทธรณ์ไปส่งโดยวิธีปิดหมายที่เรือนจำฯ แต่ทางเรือนจำฯ ยืนยันว่าไม่ได้รับหมาย จึงนำหนังสือราชการของทางเรือนจำประกอบคำร้องยื่นต่อศาล เพื่อขอให้ศาลไต่สวน และอนุญาตให้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ของนายณัฐวุฒิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธำรงค์ กล่าวต่อไปว่า แต่ล่าสุดได้รับทราบเมื่อเช้าวันที่ 27 พ.ย. ว่าศาลมีคำวินิจฉัยยกคำร้อง โดยระบุเหตุผลว่า เจ้าหน้าที่ได้ปิดหมายที่เรือนจำโดยชอบแล้ว ซึ่งหมายความว่านายณัฐวุฒิจะถูกตัดสิทธิ์ในการยื่นคำแก้อุทธรณ์ในคดีนี้ ทั้งที่โดยข้อเท็จจริง เมื่อทางเรือนจำไม่ได้รับหมาย จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่นายณัฐวุฒิจะได้รับ และเมื่อจำเลยไม่ได้รับหมายด้วยเหตุดังกล่าว จะให้จำเลยต้องทำอย่างไร เพราะไม่มีใครนำหมายสำเนาอุทธรณ์ไปให้กรณีนี้จำเลยอยู่ในเรือนจำ จะเดินออกมารับเองคงเป็นไปไม่ได้ การถูกตัดสิทธิ์ยื่นคำแก้อุทธรณ์จึงไปสิ่งที่จำเลยยอมรับไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ศาลปิดหมายที่เรือนจำในวันที่ 19 ก.ค. 2563 ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ ทางเรือนจำจึงบอกว่าไม่ได้รับ กรณีแบบนี้ในหลายคดี ศาลใช้วิธีเบิกตัวจำเลยจากเรือนจำมารับหมาย ซึ่งแตกต่างกันมากกับคดีของนายณัฐวุฒิ แม้จะมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง แต่นายณัฐวุฒิเห็นว่า ถ้าไม่แถลงต่อศาลเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการให้ชัดเจน จะไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่า ผู้ต้องขังนี้เป็นคนเล็กคนน้อยไม่มีปากเสียงจะไม่เจอแนวปฏิบัติทำให้เสียสิทธิ์แบบเดียวกับตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คุณณัฐวุฒิร้องขอต่อศาลให้นำเรื่องนี้เรียนเสนอผู้บริหารของศาลอาญารัชดาให้รับทราบ เพื่อพิจารณาให้ตนได้มีสิทธิในการยื่นคำแก้อุทธรณ์ ด้วยวิธีดำเนินการและการใช้ดุลพินิจที่เกิดขึ้นไม่เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรม แทนที่จะให้จำเลยดิ้นรนอุทธรณ์คำสั่งศาลพิจารณาแนวปฏิบัติให้รวบรัดชัดเจนก่อนดีหรือไม่ นอกจากนี้ยังปรารภกับผมว่าคดีนี้อัตราโทษสูงสุดประหารชีวิต ถ้าจะเอาแบบนี้ก็อย่าแค่ตัดสิทธิ์ แต่ตัดสินตนไปเลยดีกว่า&amp;rdquo; นายธำรงค์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85576</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเผาเมือง, ณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ, โทษประหารชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0f0d8ec7f00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2020 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2สาวไทยขนยาไอซ์เข้าบาหลีรอดโทษประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หญิงไทย 2 คนที่ลับลอบขนยาไอซ์เกือบ 1 กิโลกรัมเข้าเกาะบาหลีเมื่อปีที่แล้วรอดพ้นโทษประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าในอินโดนีเซีย เมื่อศาลปรานีพิพากษาลงโทษแค่จำคุก 16 ปี เบากว่าที่อัยการเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ กษริน ขำขาว (ซ้าย) และศนิชา มณีเทศ สองสาวไทยขณะถูกนำตัวมาแถลงข่าวที่สำนักงานศุลกากรในเมืองเดนปาซาร์ของอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ กล่าวว่า ศาลแขวงเมืองเดนปาซาร์ เมืองเอกของจังหวัด เกาะท่องเที่ยวยอดนิยมของอินโดนีเซีย มีคำตัดสินเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระบุว่า กษริน ขำขาว อาชีพแม่บ้านทำความสะอาด และศนิชา มณีเทศ ซึ่งเปิดร้านเช่ารถจักรยานยนต์ในไทย แสดงความสำนึกผิดต่ออาชญากรรมที่ก่อ และสมควรได้รับความปรานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคู่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของอินโดนีเซียพบเห็นพิรุธและจับกุม ภายหลังเดินทางจากกรุงเทพฯ มาถึงสนามบินบาหลีเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว การตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อผ้า เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียกล่าวไว้ในเวลานั้นว่า พวกเธออาจโดนลงโทษประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าหากถูกตัดสินว่ามีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศอินโดนีเซียมีกฎหมายยาเสพติดที่รุนแรงมากที่สุดชาติหนึ่งในโลก รวมถึงการลงโทษประหารชีวิตผู้ค้ายา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการอินโดนีเซีย ซึ่งร้องขอให้ศาลลงโทษจำคุกทั้งสองรายละ 19 ปี กล่าวว่า พวกเขาอาจจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาโทษที่เบากว่าที่ร้องขอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาศาลระบุด้วยว่า หญิงไทย 2 รายนี้ยังต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินคนละ 1,000 ล้านรูเปียห์ (ราว 2,261,000 บาท) หรือจำคุกเพิ่มอีก 3 เดือนหากไม่จ่ายค่าปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงหลายปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียชะลอการลงโทษประหารชีวิตหลายคดีถึงแม้ว่าประชาชนจะให้การสนับสนุนโทษประหารชีวิตอย่างกว้างขวางก็ตาม ยกตัวอย่างเช่นนักโทษขนยาเสพติดชาวฝรั่งเศสรายหนึ่งที่ถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ต่อมาศาลอุทธรณ์ลดโทษเหลือจำคุก 19 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอดีตอินโดนีเซียเคยประหารชีวิตนักโทษชาวต่างชาติหลายราย รวมถึงชาวออสเตรเลีย 2 รายที่เป็นตัวการใหญ่ในแก๊งขนยาเฮโรอีน &amp;quot;บาหลีไนน์&amp;quot; ที่โดนยิงเป้าเมื่อปี 2558.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนยาไอซ์, คนไทย, บาหลี, อินโดนีเซีย, โทษประหารชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e57835e6d9c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ยุติธรรมหนุนโทษประหาร นักโทษคดีฆ่าข่มขืน หากสังคมเอาด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.62 - ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่นักโทษเรือนจำจ.สงขลาแหกคุก ว่า ขณะนี้จับตัวได้แล้ว ตนไม่ได้ตกใจแต่ตนให้ความสนใจกับคนที่เจ็บและตายในคุกมากกว่า รวมทั้งคนที่เข้าไปในคุกแล้วไม่ทราบเรื่องของกฎระเบียบในเรือนจำ ปัจจุบันนักโทษในเรือนจำทั่วประเทศมีจำนวน 3.7 แสนคน สำหรับคนที่หลบหนีหรือแหกคุกมีจำนวนเล็กน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีนายสมคิด พุ่มพวง ผู้พ้นโทษและได้ออกมาก่อคดีซ้ำ โดยต่อไปนี้กรมราชทัณฑ์จะมีมาตรการณ์ควบคุมโดยชะลอการปล่อยตัวทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยตนมีข้อมูลแบ่งนักโทษออกเป็น 9 ประเภทตั้งแต่โทษน้อยสุดไปจนถึงมากสุด มีจำนวน 2.3 หมื่นคน คดีฆาตกรต่อเนื่องและโรคจิตมี 3 พันคน &amp;nbsp;และในจำนวนนี้มีผู้ที่ได้รับโทษตลอดชีวิต และโทษที่เหลืออีก 2-3ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้มีกลุ่มนักโทษในคดีฆ่าข่มขืนประมาณ 100 คน ซึ่งต้องมีมาตรการณ์ทางกฎหมายเพื่อควบคุมนักโทษทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในกรณีที่นักโทษพ้นโทษออกไปจะต้องมีมาตรการณ์ที่สามารถนำพวกเขามาจองจำต่อ &amp;nbsp;หรือกักขังต่อตามกฎหมายอาญา มาตรา 39 &amp;nbsp;และพ.ร.บ.ของกรมสุขภาพจิต ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นคนอันตราย มีความเสี่ยงในการกระทำความผิดซ้ำ ซึ่งจะต้องเข้ารับการตรวจในขั้นตอนทางการแพทย์ เพื่อให้อยู่ในสังคมข้างนอกได้ในระยะ 3-10 ปี เพื่อไม่ให้การกระทำความผิดซ้ำ โดยขอให้อัยการและศาลมีคำสั่งในเรื่องนี้ แต่ในระยะยาวจะต้องมีการออกกฎหมาย โดยให้กรมราชทัณฑ์กำกับดูแลเพิ่มโทษ ซึ่งต่างจากนักโทษปกติทั่วไป คาดว่าต้องใช้เวลาแต่ขณะนี้กรมราชทัณฑ์ได้ทำบัญชีรายชื่อนักโทษออกมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวถึงกรณีที่ส.ส.ได้เสนอให้มีการเอาผิดนักโทษคดีฆ่าข่มขืน หรือทำผิดทางเพศให้ตัดอวัยวะเพศ หรือทำการฉีดยาอัณฑะฝ่อ ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนรวม สังคมมีแนวคิดหลากหลาย เป็นเรื่องที่ดี ถ้าส.ส.ส่วนใหญ่เอาด้วยก็สามารถดำเนินการออกกฎหมายได้ กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา แม้จะไม่ได้ใข้กฎหมายประหารชีวิตมานานแต่การข่มขืนเด็กอายุ 7 ขวบ ก็มีการสั่งประหาร แม้ว่ากลุ่มสิทธิมนุษยชนจะคัดค้านทั่วประเทศ แต่ส.ส.ของอเมริกาเอาด้วย ก็มีการสั่งประหารชีวิตและมีการออกกฎหมาย ที่ระบุว่าถ้าฆาตกรชั่วร้ายคนนั้นอยู่ที่ไหน สังคมควรรับรู้และจะทำให้ไม่มีคนตาย แต่ในประเทศไม่มีใครรู้ว่าคนร้ายเหล่านั้นอยู่ที่ไหน ไทยก็ควรมีกฎหมายในลักษณะนี้ออกมา ถ้าส.ส.ต้องการออกกฎหมายเหล่านี้ก็สามารถเสนอได้ หรือจะมาร่วมกับกระทรวงยุติธรรมก็พร้อม เพราะคือความปลอดภัยของประชาขนไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เชื่อว่าทุกคนเห็นด้วยแม้ว่าจะขัดหลักสิทธิมนุษยชนก็ตาม เพราะเป็นเรื่องของส่วนรวม ถ้าสังคมรับได้ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะออกกฎหมาย&amp;quot;นายสมศักดิ์ กล่าวและว่า&amp;quot;บางที่สิ่งที่ผมพูดไปก็อาจจะพูดไปทั่วบ้านทั่วเมือง &amp;nbsp;สำหรับฆาตกรคดีฆ่าข่มขืน อยู่ที่ใด ประชาขนจะต้องรับทราบ เพื่อให้ระมัดระวังซึ่งเป็นมาตรการที่เบาที่สุด แต่ถ้ามาตรการที่หนักคือต้องประหารชีวิต แต่สังคมรับไม่ได้ ก็ต้องติดคุกตลอดชีวิต คำถามคือเราทำได้หรือไม่ และกฎหมายจะทำได้หรือไม่ นี่คือแนวคิดที่ใช้มาตรการจากหนักไปหาเบา&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53378</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีข่มขืน, สมศักดิ์ เทพสุทิน, โทษประหารชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e05d20b519e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2019 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2019 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทย 1 ใน 5 ผู้ต้องหาขนยาเข้าบาหลีเสี่ยงโทษประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจเกาะบาหลีของอินโดนีเซียเผยชาวต่างชาติ 5 คน จากฮ่องกง, ชิลี, สวิตเซอร์แลนด์และไทย ที่โดนจับในข้อหาลักลอบขนยาเสพติด อาจโดนโทษถึงยิงเป้าถ้าศาลตัดสินว่าทำผิดจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องหาคดียาเสพติดชาวฮ่องกง, สิงคโปร์, ไทย, ชิลี และสวิตเซอร์แลนด์ ถูกนำตัวมาแถลงข่าวเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจบาหลีนำผู้ต้องหา 6 คน ชาวฮ่องกง, ชิลี, สวิตเซอร์แลนด์, ไทย และสิงคโปร์ ที่โดนจับในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม มาแถลงข่าวการจับกุมที่สำนักงานศุลกากรสนามบินบนเกาะบาหลีเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ทุกคนใส่ชุดนักโทษสีส้ม ผู้ต้องหารายหนึ่งโดนใส่โซ่ตรวน ส่วนที่เหลือถูกมัดมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายลงโทษคดียาเสพติดรุนแรงที่สุดในโลก รวมถึงโทษประหารชีวิตผู้ลักลอบขนยาเสพติด ในปี 2558 อินโดนีเซียประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าชาวออสเตรเลีย 2 คนที่เป็นหัวหน้าแก๊งค้าเฮโรอีน &amp;quot;บาหลีไนน์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจบาหลีแถลงเมื่อวันพุธว่า ผู้ต้องหาชาวต่างชาติลักลอบขนยาเสพติดที่นำมาแถลงข่าวกลุ่มนี้ 2 คนมาจากฮ่องกง โดยรายหนึ่งถูกจับพร้อมเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า น้ำหนัก 4 กิโลกรัม ส่วนอีกคนขนยาบ้า 3.2 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวชิลีโดนจับในข้อหาขนยาบ้าหนัก 77 กรัม ส่วนชาวสวิสเป็นผู้ต้องหาครอบครองกัญชา 30 กรัม ส่วนชายชาวไทยครอบครองกัญชาเกือบ 18 กรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีดา บากุส โกมัง อาร์ดีกา หัวหน้าตำรวจปราบปรามยาเสพติดเกาะบาหลีเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนนี้ ตามกฎหมายอินโดนีเซียอนุญาตให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เผยด้วยว่านักโทษรายที่ 6 เป็นหญิงจากสิงคโปร์ โดนจับในข้อหาครอบครองโคเคนในปริมาณไม่มาก ทำให้นักโทษรายนี้รอดโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจบาหลีแถลงข่าวจับผู้ต้องหาหญิงไทย 2 คน และชายชาวฝรั่งเศสหนึ่งคน ในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดเช่นกัน ทั้ง 3 คนอาจโดนโทษประหารชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนกัญชา, คนไทย, บาหลี, ผู้ต้องหาขนยา, อินโดนีเซีย, โทษประหารชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5dfa2f2371cc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2019 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2019 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยเกษม&#039;กร้าวเตรียมออกกม.ห้ามปฏิวัติรัฐประหาร! โทษหนักประหารชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค. 62 - ที่จ.ลพบุรี ค่ำวันที่12 มี.ค. คณะแกนนำพรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัย ที่อ.บ้านหมี่ นำโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรค นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมรณรงค์ปราศรัยพรรคเพื่อไทย พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรค และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย โดยมีประชาชนร่วมฟังปราศรัยอย่างคับคั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล กล่าวว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทย คือ ปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐีใหม่ เพื่อเยียวยาบาดเแผลจากพิษเศรษฐกิจ ส่วนการช่วยเหลือชาวนา พรรคมีนโยบายให้เงินสนับสนุนต้นทุนการผลิต ตันละ 5000 บาทไม่เกิน 15 ตัน รวมไม่เกิน 75,000 บาทต่อราย สร้างสถาบันพัฒนารายได้เพื่อเพิ่มแหล่งเงินทุนให้คนตัวเล็กได้กู้ยืมมาหมุนเวียนทำธุรกิจ ไม่ต้องเป็นหนี้นอกระบบ พรรคเพื่อไทยไม่เน้นการลด แลก แจก แถม แต่เน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ด้วยวิธีเกษตรแม่นยำสูง ผลิตอาหารปลอดภัยให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของโลก พัฒนาสการท่องเที่ยวประเทศไทย เพิ่มนักท่องเที่ยวเป็น 50 ล้านคนและเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาทภายใน 4 ปี ส่วนเรื่องการศึกษา พรรคเน้นนโยบายเรียนฟรี 15 ปีต้องฟรีจริง และพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เด็กในเมืองและชนบทมีไอคิวใกล้เคียงกัน ด้วยการสนับสนุนเด็กอ่อนที่ยากจน 1,000 บาทตั้งแต่ครรภ์จนถึง 7 ขวบ ยกระดับศูนย์เด็กอ่อน 20,000 แห่งทั่วประเทศเป็นศูนย์เด็กอ่อนอัจฉริยะ ระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วประเทศ สร้างโรงเรียนออนไลน์ผ่านมือถือ สนับสนุนอาชีวะให้มีกองทุนสร้างอาชีพ กองทุนเถ้าแก่อาชีวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปลอดประสพ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายก่อตั้งธนาคารที่ดิน ส.ป.ก. ให้เกษตรกรสามารถถ่ายโอนที่ดินในรูปแบบเช่าซื้อระหว่างเกษตรกรได้ เพื่อให้เกิดรายได้และการเปลี่ยนอาชีพ ส่วนเรื่องน้ำประตูน้ำที่กันน้ำท่วมของจังหวัดลพบุรียังไม่ดีพอ ต้องมีการจัดการระบายน้ำให้ลงสู่คูคลองโดยรวดเร็วเพื่อป้องกันน้ำท่วม นอกจากนี้สินค้าการเกษตรจะต้องเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบค้าขายโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มกว่า 30% และราคาพืชผลการเกษตรจะต้องกลับมาได้ราคาเดิมที่เคยได้ดี และสัญญาว่าหากประชาชนเลือกเพื่อไทย ที่เห็นปัญหา และแก้ปัญหาได้จริง หลัง 6 เดือนประชาชนจะรวยกว่านี้เยอะแยะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยเกษม กล่าวว่า ตนเองโตมาในครอบครัวทหาร มองว่าทหารมีความจำเห็นที่ต้องดูแลความสงบเรียบร้อยในประเทศ แต่ไม่ได้มีหน้าที่ปกครองบ้านเมือง เมื่อไหร่ก็ตามที่มีทหารมาปกครองบ้านเมือง บ้านเมืองจะอยู่ในภาวะเงียบ เศรษฐกิจตกต่ำ สินค้าของประเทศส่งไปขายต่างประเทศไม่ได้ ต่างประเทศต่อต้านประเทศที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย ขณะเดียวกันทหารเข้ามาปกครอง 4-5 ปี แต่ก็ไม่สามารถดูแลความสงบเรียบร้อยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลเผด็จการออกกฎหมายมามากมาย หลายฉบับที่ไม่ดี ไม่ให้ความเป็นธรรมขัดต่อสิทธิเสรีภาพ และเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินพรรคเพื่อไทยจะเข้ามาแก้ไข เช่น กฎหมายความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ สร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศ นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยยังมีนโยบายลดขั้นตอนการขออนุญาตประกอบธุรกิจต่างๆ เป็น One Stop Service&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคยังหาทางป้องกันให้ไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร โดยการออกกฎหมายห้ามมีการปฏิบัติ กำหนดโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต และไม่มีอายุความสามารถรื้อฟื้นคดีได้ตลอดเวลา นอกจากนี้กฎหมายยังห้ามการวิพากษ์วิจารณ์ดูหมิ่นคำตัดสินของศาล ทั้งที่เป็นดุลยพินิจของศาลที่ตัดสินให้คนถูกจำคุกหรือไม่ ทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่มีการปรับปรุง ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงมีนโยบาย ตั้งคณะกรรมการอิสระ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย และตัวแทนของประชาชน วิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาของศาลโดยไม่ต้องรับผิด เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งยังสามารถวิพากษ์วิจารณ์การทำงานขององค์กรอิสระได้อีกด้วย แต่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้ายังเป็นรัฐบาลเผด็จการ แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำให้ฝ่ายเผด็จการได้เปรียบก็ตาม แต่พรรคเพื่อไทยก็จะสู้&amp;quot; นายชัยเกษม ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัชชาติ กล่าวว่า ชีวิตวันนี้เป็นผลพวงของการยึดอำนาจทำลายระบอบประชาธิปไตยไป เพราะฉะนั้นวันที่ 24 มีนาคมนี้เป็นการเลือกตั้งระหว่างฝ่ายเผด็จการ และประชาธิปไตย เพื่อไทยอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยมาตลอดไม่เคยเปลี่ยนแปลง และทำให้ประชาธิปไตยกินได้ ปัญหาที่ผ่านมา 5 ปี คือ ประชาชนจนลง ยาเสพติดระบาด และประชาชนไม่มีตัวแทนในรัฐสภา แต่ผู้แทนราษฎรคือคนที่จะรับใช้ประชาชนที่เลือกเข้าไป ส่วนนี้คือประชาธิปไตยกินได้ และที่เศรษฐกิจไม่ดี เนื่องจากรัฐบาลขายของไม่เป็น ประชาชนใช้เงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปหมุนเวียนในตลาดไม่ได้ ราคาอ้อยที่ตกต่ำ ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากรัฐบาลกลัวต่างชาติ รัฐบาลลดการอุดหนุนเกษตรกร และเมื่อเกษตรกรยากจนลง ไม่มีกำลังซื้อ เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศก็แย่ลงไปด้วย ทางแก้ไขคือการปรับหนี้ เติมทุน ลดภาษี และสร้างเศรษฐีใหม่ รัฐบาลต้องช่วยประชาชนหารายได้เสริม หาเทคโนโลยีส่งเสริมเกษตรกร นอกจากนี้ในการลงพื้นที่ตนยังได้รับกระแสข่าวแจกเงินในพื้นที่ต่างๆ แต่เห็นว่าเขาแจกเงินหลักร้อย แต่วันหน้าจะเอาคืนเป็นแสนเป็นล้าน แต่ถ้าประชาชนยึดมั่นในหลักการเลือกคนที่บริหารประเทศได้เข้ามา ประชาชนเองก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นมากมาย และ 24 มีนาคมนี้ขอให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 4 เขต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หลังการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะกติกาที่ไม่เป็นสากลและการปกครองระบอบเผด็จการ ทำให้ต่างประเทศไม่เข้ามาลงทุน หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ จากเสียง ส.ว. 250 คน สภาจะไปต่อไม่รอดเพราะไม่มี ส.ส. เสียงข้างมาก สิ่งสำคัญที่ตนจะทำทันทีหลังรับการเลือกเป็นรัฐบาลคือการปราบปรามยาเสพติด ตัดช่องการส่งเงินและนำเข้าจากชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ทหารแก่ไม่มีวันตาย และพรรคเพื่อไทยจะต้องกลับมาเป็นรัฐบาล ตอนนี้อายุ 82 ปีและจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะเข้าสู่การเมือง ยืนยันว่าภายใน 4 ปีปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องสงบและยุติลงเหมือนที่ตนเคยทำมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 4 เขต ได้แก่ นายพิชัย เกียรติวินัยสกุล ผู้สมัครส.ส.เขต 1 &amp;nbsp;นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ผู้สมัครส.ส.เขต2 นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ผู้สมัครส.ส.เขต3 นายสนั่น พรหมสุข ผู้สมัครส.ส.เขต 4.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31207</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยเกษม, พท., ลพบุรี, ห้ามทำปฏิวัติ, เลือกตั้ง, โทษประหารชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c88691406710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 22:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 22:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์เตรียมสำรวจความเห็นประชาชนกรณีโทษประหารชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์เตรียมสำรวจความคิดเห็นประชาชนประเด็นโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์ประหารชีวิตนักโทษไป 8 คนเมื่อปีที่แล้ว โดยเป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติด และเป็นการประหารชีวิตนักโทษมากที่สุดในรอบสิบปี รายล่าสุดที่โดนประหารชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ ปราบู เอ็น แพทมานาตัน วัย 31 ปี นักโทษค้ายาเสพติดชาวมาเลเซีย แม้ทางการมาเลเซียที่ประกาศยกเลิกโทษประหารชีวิตไปแล้ว จะขอร้องให้สิงคโปร์ละเว้นโทษประหารนักโทษชาวมาเลเซียผู้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์สเตรทส์ไทม์รายงานเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมว่า เป็นครั้งแรกที่กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์สำรวจความคิดเห็นประชาชนในเรื่องโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์กล่าวในถ้อยแถลงกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ทางกระทรวงต้องการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในเรื่องโทษประหารชีวิต เพื่อจะได้เข้าใจทัศนคติของพลเมืองสิงคโปร์ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยตามปกติของรัฐบาลในเรื่องระบบยุติธรรมทางอาญา ซึ่งเกี่ยวข้องกับพลเมืองและผู้อาศัยอย่างถาวรในสิงคโปร์ โดยจะมีการสุ่มสำรวจความคิดเห็นชาวสิงคโปร์ในเรื่องนี้ตามอายุ, เชื้อชาติ, เพศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตรทส์ไทม์รายงานว่า จะมีการสอบถามความคิดเห็นประชาชนราว 2,000 คน ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม กระทรวงมหาดไทยว่าจ้างให้แบล็กบ็อกซ์รีเสิร์ช ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาวิจัยการตลาด เป็นผู้ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิล โรเบอร์สัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรต์วอตช์เอเชีย ให้ความเห็นว่า แม้สิงคโปร์จะสำรวจความคิดเห็นประชาชนในเรื่องโทษประหารชีวิต แต่ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าสิงคโปร์จะผ่อนคลายโทษประหารหรือสำรวจความเห็นประชาชน เพื่อสร้างความชอบธรรมในการใช้โทษประหารต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21129</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำรวจความคิดเห็น, สิงคโปร์, โทษประหารชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd9d03769be3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 21:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บังกลาเทศหวังสะกดม็อบนักเรียน ชูโทษประหารฐานจงใจขับรถชนคนตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลบังกลาเทศให้คำมั่นจะเสนอกฎหมายเพิ่มโทษประหารชีวิตฐานเจตนาขับรถชนคนตาย หวังจะปลอบม็อบนักเรียนนักศึกษาที่ก่อหวอดประท้วงมานานกว่าสัปดาห์เรียกร้องรัฐปรับปรุงความปลอดภัยบนท้องถนน ภายหลังรถบัสแข่งรับผู้โดยสารชนนักเรียนตาย 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นักเรียนนักศึกษาบังกลาเทศเดินขบวนประท้วงในกรุงธากาเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคมว่า เหตุการณ์ที่รถบัสโดยสารขับรถพุ่งชนนักเรียนชายและหญิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา กระตุ้นให้นักเรียนและนักศึกษานับแสนคนออกมาชุมนุมประท้วงที่กรุงธากาและอีกหลายเมืองติดต่อกันหลายวัน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงการรักษาความปลอดภัยบนท้องถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมประท้วงของนักเรียนนักศึกษาช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดความรุนแรง และมีคนบาดเจ็บมากกว่า 100 ราย เมื่อตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางสลายการชุมนุม ขณะที่กลุ่มม็อบที่สนับสนุนรัฐบาลโจมตีผู้ประท้วง, ช่างภาพหลายคน และรถยนต์ของมาร์เซีย เบอร์นิแคต เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำบังกลาเทศ แต่ตัวเธอไม่ได้รับอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันจันทร์ยังเกิดการปะทะอีกครั้งในย่านรามปุระ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาสลายนักศึกษาหลายร้อยคนจากมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ตำรวจระบุว่าผู้ประท้วงพยายามวางเพลิงป้อมตำรวจ จึงต้องยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ และมีตำรวจบาดเจ็บด้วย 4 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านนักศึกษาหลายคนเผยกับเอเอฟพีว่า ตำรวจยิงกระสุนยางใส่ผู้ประท้วงภายในบริเวณมหาวิทยาลัยเอกชน 2 แห่ง และมีองค์กรนักศึกษาของพรรคสันนิบาตอาวามีของรัฐบาลใช้ไม้กระบองและก้อนอิฐทำร้ายกลุ่มนักศึกษาที่ประท้วงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักศึกษาจับกลุ่มอีกฝั่งถนนระหว่างการปะทะกับตำรวจที่ยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ ที่กรุงธากาเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดต่อเนื่องนานหลายวันกำลังเป็นบททดสอบรัฐบาลของนายกฯ เชค ฮาสินา ที่จะต้องรับมือกับการเลือกตั้งเดือนธันวาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด อานิสุล ฮุก รัฐมนตรียุติธรรมและกฎหมาย กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบกฎหมายฉบับใหม่ที่จะอนุญาตให้ประหารชีวิตผู้กระทำความผิด หากผลการสอบสวนพบว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ทำให้มีคนตายนั้นเกิดโดยเจตนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลเรียกร้องรัฐบาลบังกลาเทศยุติการใช้ความรุนแรงปราบปรามนักศึกษาจำนวนมากที่ประท้วงอย่างสันติ และขอให้ปล่อยตัวชาฮิดุล อาลัม ช่างภาพชื่อดังวัย 63 ปี ที่ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบบุกจับเมื่อคืนวันอาทิตย์ หลังจากเขาให้สัมภาษณ์อัลจาซีราเกี่ยวกับการประท้วงที่เกิดขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14829</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถชนคนตาย, บังกลาเทศ, ม็อบนักศึกษา, ม็อบนักเรียน, โทษประหารชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b685d7c53221.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
